ร้ายพ่ายกลายรัก: ตอนที่ 14 ต่อหน้าทุกคน2 ตอนที่ 14

#14ตอนที่ 14 ต่อหน้าทุกคน2

ทั้งสองพากันเดินมาอย่างพยายามให้รักใคร่แนบเนียนกระทั่งถึงยังตำแหน่งประมุขของจวนแล้วหย่อนกายลงนั่งคุกเข่าก่อนจะช่วยกันรินน้ำชาลงถ้วยสองใบอย่างตั้งอกตั้งใจ

เมื่อรินน้ำชาเรียบร้อยก็ช่วยกันประคองถาดรองถ้วยน้ำชาแล้วพากันคลานเข่าเข้ามายื่นให้สองผู้เฒ่าอย่างนอบน้อมพร้อมส่งรอยยิ้มละไมสบตากันและกันไปมารักใคร่กันเหลือเกิน

บิดามารดาของฟงชินหยางหยิบถ้วยน้ำชาในถาดมาจิบคนละนิดตามประเพณีแล้ววางถ้วยกลับลงมาในถาดในขณะที่สายตาของสองผู้เฒ่ายังคงจ้องมองเจ้าบ่าวเจ้าสาวหมาดๆ อย่างไม่วางตาพาเอาสองสามีภรรยายิ่งต้องนั่งแนบชิดจนไหล่บดเบียดเสียดสีชนกันนึกหวาดหวั่นขึ้นมา

"เจ้ามิใช่บุรุษตัวคนเดียวอีกแล้วนะหยางเอ๋อร์" ฟงซือ หลางเอ่ยเสียงใหญ่ทุ้มต่ำทรงอำนาจดังออกมา "คิดการทำสิ่งใดไม่ว่าการเล็กหรือการใหญ่ควรตระหนักให้มาก หากพลาดพลั้งมาย่อมมิใช่ผลดี" นั่นคือคำอวยพรของผู้นำตระกูลฟงตามแบบฉบับอดีตท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นผู้ทระนงองอาจอย่างเขา

ฟงชินหยางก้มหน้าคมเข้มลงเล็กน้อยรับคำด้วยมาดเฉกเช่นบิดาไม่มีผิดเพี้ยนทำเอาคนตัวเล็กข้างกายถึงกับมองตาปริบๆ นางกำลังคิดว่าสามีของนางน่ากลัวแล้วพ่อสามีกลับน่ากลัวยิ่งกว่ามากนัก

"ครอบครัวเราไม่นิยมสามีหลายภรรยาเช่นนั้นแล้วเจ้ากับภรรยาจักต้องอยู่ร่วมเรือนกันไปจนวันตาย จะดีจะร้ายก็ต้องอดทน" ฟงฮูหยินผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นบ้างด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ฉายแววเข้มข้นเจ้าระเบียบตามแบบฉบับสตรีชั้นสูงในรั้วในวังเมื่อกาลก่อน ทำเอาฟงชินหยางต้องลอบขบกรามเล็กน้อย เขากำลังรู้สึกคล้ายกับถูกโซ่ตรวนเส้นใหญ่ผูกติดและขึงตรึงเอาไว้อย่างโหดร้าย การได้สตรีมาโดยไม่ตั้งใจทำให้เขาอึดอัดยิ่งนัก

หลิงเวยเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากฟงชินหยางเพียงแต่นางกำลังรู้สึกผิดอย่างมหันต์และเริ่มตระหนักขึ้นมา

หากว่าวันหนึ่งข้างหน้าบุรุษข้างกายของนางในยามนี้เกิดรักปักใจกับใครจนไม่อาจถอนใจแล้วเขาจักต้องทำอย่างไร

นี่มิใช่ว่านางเป็นต้นเหตุให้บุรุษเช่นเขาหมดหนทางแห่งตนในภายภาคหน้าเลยหรือและบางทีเขาอาจจะมีสตรีในดวงใจอยู่แล้วก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นมิใช่ว่านางมาเป็นมารหัวใจของเขาหรอกหรือไร

หญิงสาวยิ่งคิดยิ่งหม่นแสงในชีวิตดวงตาเริ่มรื้นน้ำใสจนต้องรีบยกชายผ้าขึ้นมาปาดออกไปในทันที

"เจ้าเป็นอะไรไปเวยเอ๋อร์ ปลื้มมากหรือไร" ฟงชินหยางถามหลิงเวยในฉับพลันด้วยรอยยิ้มตรงมุมปากพร้อมสายตาคาดคั้นซ่อนแววประชดประชันในที

หลิงเวยรีบปรับอารมณ์ของตนแล้วตอบคำเสียงเบา "เจ้าค่ะ ข้ากำลังรู้สึกปลื้มใจยิ่งนัก ต้องขออภัยท่านทั้งสอง" นางตอบคำแก้ต่างพลางยกยิ้มงดงามส่งให้บิดาและมารดาของสามี

"เรียกท่านพ่อท่านแม่" ฟงชินหยางก้มหน้าเข้าหาพลางเอ่ยกระซิบดุดันเสียงเบาใส่หูของหลิงเวย

หญิงสาวรีบปรับคำพูดในทันทีก่อนจะถูกใครบางคนกินหูของนางเข้าไปทั้งใบ "ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าหลิงเวยของฝากตัวเจ้าค่ะ ข้าขอสัญญาว่าจะทำตัวดีๆ ว่านอนสอนง่าย เป็นสะใภ้ที่ดี ไม่สร้างความลำบากใจให้สามีเจ้าค่ะ"

เสียงแว่วหวานดังออกมาภายใต้จิตสำนึกที่มีทั้งหมด นางขอสัญญาว่าจะไม่ทำให้เขาลำบากใจ ไม่ว่ากรณีใด หากวันหนึ่งเขาต้องการครองคู่กับสตรีที่เขารักปักใจ นางจะจากไปโดยไม่เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้นในทันที

บิดามารดาของฟงชินหยางได้แต่ก้มมองสะใภ้ตรงหน้าอย่างเอื้อเอ็นดูถึงแม้ว่านางจะมาจากตระกูลหลิงที่มิได้สนิทสนมกับตระกูลฟงแต่ประการใด ทั้งนี้พวกเขายังไม่นิยมการจับคู่แบบคลุมถุงชนโดยที่บุตรชายไม่เต็มใจ หากบุตรชายรักใครนั่นหมายความว่าพวกเขาย่อมรักด้วย และยิ่งดีใจนักหนาที่บุตรชายคนโตหัวรั้นนิสัยร้ายกาจไม่เหมือนใครผู้นี้ได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีหลังจากที่พวกเขารบเร้าอยู่เป็นนาน เนื่องจากฟงชินหยางสนใจแต่การศึกมิใคร่สนใจสตรีนางใด ไม่แม้แต่จะพาใครมาให้ทำความรู้จัก ครั้นพาแม่สื่อมาก็ทำท่าทางน่ากลัวใส่บรรดาแม่สื่อจนพวกนางไม่กล้าย่างกรายเข้ามาเยี่ยมเยือน นี่นับว่าเป็นเรื่องดียิ่งนักที่บุตรชายผู้นี้มีเมียเสียที บรรยากาศมืดดำอึมครึมในจวนคงลดลงไม่น้อย

หลังจากได้รับคำอวยพรอีกสองสามประโยคและสิ่งของอันเป็นมงคลจากสองผู้เฒ่าตรงหน้า

ฟงชินหยางจึงจับประคองร่างงามข้างกายให้ลุกขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้เยื้องออกไปเพื่อที่ว่าจะได้ให้น้องชายและน้องสาวยกน้ำชาตามลำดับประเพณี

เมื่อยกน้ำชาเสร็จสรรพตามด้วยการรับประทานอาหารร่วมกันอย่างพร้อมหน้าครอบครัว บรรยากาศของโต๊ะอาหารภายในครอบครัวนี้จึงเป็นไปด้วยมิตรไมตรีจนหลิงเวยรับรู้ได้

ทุกคนแสดงออกชัดเจนว่าเอ็นดูหลิงเวย ทำให้หลิงเวย นึกชมชอบครอบครัวใหม่อยู่ไม่น้อย

"อาซ้อลองชิมนี่" เสียงหวานใสของฟงลี่หลินเอ่ยคำพลางจับถ้วยอาหารหน้าตาน่าทานมาวางเอาไว้ให้ตรงหน้าหลิงเวย

หญิงสาวก้มมองถ้วยอาหารตรงหน้าที่ถูกหยิบยื่นมาให้พลางตอบรับด้วยรอยยิ้มงดงามอย่างซาบซึ้งเด่นชัด นางไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้ ที่บ้านของนางใหญ่โตเกินไปจนทุกคนละเลยเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ ยามกินข้าวยังต้องแยกกันกินที่เรือนใครเรือนมัน นั่งกินอยู่อย่างเดียวดายในทุกๆ วันจนนางชาชิน

"ขอบใจนะ ลี่หลิน" หลิงเวยเอ่ยคำเสียงหวานอย่างปลาบปลื้มส่งให้ฟงลี่หลินก่อนคีบอาหารในถ้วยนั้นแล้วกินด้วยความรู้สึกดี

"ถูกปากหรือไม่" ฟงฮูหยินถามขึ้นมาทางลูกสะใภ้

"เจ้าค่ะท่านแม่" หลิงเวยคลี่ยิ้มรับคำเสียงหวาน

"หากชอบก็กินเยอะนะอาซ้อ" ฟงจินหมิงที่นั่งเหม่อมองพี่สะใภ้คนงามอยู่เป็นนานเอ่ยขึ้นบ้าง

"ขอบใจนะ จินหมิง" หลิงเวยหันมาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้น้องชายคนรองของสามีทำเอาฟงจินหมิงยิ่งสายตาพร่าเลือนยกยิ้มอย่างเก้อเขินเกินหน้าเกินตา

ฟงชินหยางนั่งมองภรรยาของตนตาปริบๆ

ในยามปกติแล้วหากเขากลับมาจากประจำการที่ค่ายทหารชายแดนห่างไกลหรือสิ้นศึกนานนับปีกลับบ้านมาทุกคนมักจะเอาอกเอาใจเขามิใช่หรือไร ไยยามนี้ไม่เป็นเช่นนั้น

ดูเถิด! กระทั่งท่านพ่อผู้เคร่งขรึมยังนั่งอมยิ้มในสีหน้ามองภรรยาของเขาอย่างเมตตาใจดีในแบบที่ไม่เคยทำกับเขา

โดยเฉพาะเจ้าน้องชายตัวดีเก็บอาการเอาไว้ไม่มิดเอาเสียเลย

ชายหนุ่มเรือนร่างสูงใหญ่เริ่มโกรธกรุ่นนั่งกินข้าวเพียงลำพังอย่างเดียวดายจนน่าเห็นใจ

devc-10ddca78-32951ร้ายพ่ายกลายรัก: ตอนที่ 14 ต่อหน้าทุกคน2 ตอนที่ 14