ร้ายพ่ายกลายรัก: ตอนที่ 19 เรารักกันมาก2 ตอนที่ 19
ภายในศาลาริมสระบัวหน้าเรือนกลางของจวนตระกูลฟง
ฮูหยินฟงกำลังนั่งบรรเลงเพลงพิณอยู่ภายในศาลาโดยมีผู้นำตระกูลฟงยืนกอดอกฟังภรรยาอย่างตั้งใจด้วยแววตาที่มิเคยเสื่อมแววรักใคร่อยู่ในนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะอายุเข้าวัยกลางคนและมีบุตรชายบุตรสาวโตมากแล้ว
เสียงเพลงพิณอันเป็นเอกลักษณ์ของฟงฮูหยินทั้งยังไพเราะเสนาะหูดังแว่วมาตามสายลมทำให้พี่น้องตระกูลฟงที่เดินมาตามทางระหว่างเรือนที่ปูด้วยหินอ่อนต่างพากันเดินมาตามเสียงเพลงนั้นอย่างเหม่อลอยโดยมิได้นัดหมาย
"ท่านพ่อตกหลุมรักท่านแม่ด้วยเพลงนี้ล่ะ ท่านแม่เคยเล่าให้ข้าฟังเมื่อครั้งแรกที่พวกท่านเจอกัน ท่านแม่กำลังบรรเลงเพลงพิณในงานสมโภชแห่งวังหลวง" เสียงหวานใสของฟงลี่หลินเอ่ยขึ้นมา
"อ่า...แล้วท่านแม่ตกหลุมรักท่านพ่ออย่างไร" ฟงจินหมิงเริ่มเอ่ยตามอย่างเข้าใจความนัยของน้องสาว
"ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อเป็นคนเดินเข้ามาบอกรักกับท่านแม่แบบตรงๆ อย่างองอาจเยี่ยงชายชาติทหารต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้และข้าราชบริพารหลายคน นั่นจึงทำให้ท่านแม่ประทับใจในความกล้าหาญของท่านพ่อ การบอกรักใครสักคนต่อหน้าพยานมากมายเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง" ฟงลี่หลินรีบตอบคำ
"อืม..." ฟงจินหมิงยักคิ้วให้ฟงลี่หลินเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อ "แล้วพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้เล่า รักกันอย่างไร"
คำถามนั้นคล้ายเข็มแหลมต้องไฟจนร้อนแล้วจี้ได้ตรงจุดไปตามเนื้อตัวของสองสามีภรรยาที่เดินตามมาให้สะดุ้งอยู่ในอก
"เริ่มจากอาซ้อก่อน ข้าให้เกียรติฝ่ายหญิง" ฟงลี่หลินเริ่มจี้มาทางหลิงเวย
หญิงสาวถึงกับตาโตตกใจก่อนรีบประมวลผลแล้วตอบออกไปโดยมิทันได้เตรียมตัวอันใด
"เอ่อ...คงเป็นแผงอกกระมังรวมถึงรอยแผลเป็นนั่นด้วย" นางตอบออกไปด้วยระลึกถึงภาพของเขาเมื่อครั้งแรกที่เจอกัน
"แล้วพี่ใหญ่เล่า" เสียงแหลมใสถามคนตัวโตในทันทีโดยไม่มีการเว้นจังหวะ
ฟงชินหยางที่ยังไม่ทันได้เตรียมคำตอบอันใดกับหลิงเวยได้เป็นเรื่องเป็นราวก็เริ่มประมวลผลตามภาพที่ระลึกได้
"กลิ่นหอม นางตัวหอมดี"
"..."
ฟงลี่หลินกับฟงจินหมิงถึงกับเงียบงันมองหน้ากันไปมาเมื่อได้ยินคำตอบแปลกประหลาด
นี่พวกเขาเจอกันครั้งแรกที่ใด!?
ฟงชินหยางเห็นท่าไม่ดีจึงส่งสายตาพิฆาตมาทางหลิงเวยให้รีบเดินตามเขาไปให้ห่างไกลสองพี่น้องสุดอันตรายตรงหน้า
เมื่อชายหนุ่มหญิงสาวเดินออกมาจากน้องรองและน้องเล็กพอประมาณฝ่ายสามีจึงหรี่ตามองฝ่ายภรรยาแล้วเอ่ยเสียงเบา "รอยแผลเป็นตรงแผงอกหรือ?"
ฝ่ายภรรยาก็ไม่น้อยหน้านางถึงกับเงยหน้ามองเขาแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว "ตัวหอมหรือ?"
ทั้งสองเพียงยืนจ้องหน้ากันและกันนิ่งงันใบหน้าเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนึกถึงครั้งแรกที่เจอกันในวันนั้น บนเตียงนอนนั่น
แผงอกกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังขยับขึ้นลงกับหน้าอกหยุ่นนุ่มกลิ่นกายหอมกรุ่นกำลังเกิดขึ้นในห้วงแห่งความคิดคำนึงของบุคคลทั้งสอง
นี่พวกเขาไม่มีสิ่งอื่นใดดีกว่านี้ให้คิดถึงแล้วหรือไร!?
ทั้งสองยิ่งเงียบงันจ้องมองตากันด้วยสติดิ่งลึกพยายามนึกถึงความดีระหว่างกัน
นางมีดีอันใด? นอกจากรูปโฉมงดงามและมารยาเหนือชั้นทั้งยังชอบบีบน้ำตาบังคับเขา ฟงชินหยางคิดการได้อย่างนั้นกับภรรยาของตน
เขามีดีอันใด? นอกจากมีนิสัยดุร้ายป่าเถื่อนเอาแต่ใจกับนางและข่มขู่นางสารพัดไม่คิดถนอมบุปผาเลยสักนิด หลิงเวยคิดการได้อย่างนั้นกับสามีของตน
ทั้งสองถึงกับต้องถอนหายใจใส่หน้ากันด้วยความอ่อนใจเหลือเกิน
"กลับเรือนกันก่อน" ฟงชินหยางกระซิบกระซาบดุดันใส่ใบหน้านางผู้เป็นภรรยาเพื่อชักชวนนางให้กลับฐานที่มั่น เพื่อที่ว่าจะได้เข้าไปตระเตรียมแผนการให้ดีกว่านี้เพื่อรับมือกับสมาชิกในครอบครัวของตน
แต่หลิงเวยไม่ต้องการอยู่กับฟงชินหยางสองต่อสอง
นางไม่ชอบอยู่กับเขาเพียงลำพัง เพราะว่าเขาชอบแยกเขี้ยวใส่นางคล้ายเสือล่าเนื้ออย่างนั้น แต่ว่ายามอยู่ต่อหน้าทุกคนในครอบครัวเขาทั้งยิ้มทั้งจับประคองนางอย่างทะนุถนอมผิดกับตอนที่อยู่กันสองต่อสองยิ่งนัก เช่นนั้นแล้วนางจะไม่อยู่เพียงสองต่อสองกับเขาอย่างเด็ดขาด!
อีกครั้งที่สองสามีภรรยาต้องยืนจ้องหน้ากันด้วยความหมายทางสายตาไปคนละทิศละทางความคิดแตกแยกเข้ากันได้ยากยิ่ง
"มากันแล้วหรือ?" เสียงของซินหรูเอ่ยทักทายลูกๆ จากด้านในศาลาเมื่อการบรรเลงพิณจบลง "เข้ามานี่กันก่อน"
ทั้งสี่คนจึงต้องเดินเข้ามายังศาลาตามคำเรียกขานของสตรีผู้เป็นมารดาแต่โดยดี
เมื่อบ่าวรับใช้เข้ามาเพิ่มถ้วยชาและรินน้ำชาลงถ้วยให้ตามจำนวนเจ้านายในศาลาเป็นที่เรียบร้อยบทสนทนาตามประสาคนในครอบครัวจึงเกิดขึ้น
หลิงเวยชมชอบบรรยากาศของครอบครัวนี้เป็นอย่างยิ่งนางจึงไม่คิดที่จะไปทางใด นางขออยู่ตรงนี้ให้นานๆ เสียหน่อย ถึงแม้ว่าจะถูกสายตาคาดคั้นของคนตัวใหญ่ให้ออกจากวงสนทนาเป็นระยะๆ ก็ตาม
ฟงชินหยางเริ่มเข่นเขี้ยวหลิงเวยเต็มทีเมื่อรับรู้ได้ว่านางเริ่มดื้อดึง ดูนางเถิด นางช่างกล้าเล่นลูกไม้กับเขา
"เจ้าเล่นพิณเป็นหรือไม่" ซินหรูถามมาทางลูกสะใภ้ของตนที่กำลังนั่งใกล้กันเหลือเกินในยามนี้คล้ายกับไม่อยากจากกันไปที่ใด นางเคยได้ข่าวว่าบุตรีของตระกูลหลิงผู้หนึ่งเล่นพิณได้ไพเราะจนถูกใจองค์รัชทายาทกระทั่งได้เข้าวังถวายตัว เช่นนั้นพี่น้องคงไม่ต่างกันมากนัก