ร้ายพ่ายกลายรัก

ร้ายพ่ายกลายรัก: ตอนที่ 22 ข้าทำอันใดผิดอีก!? ตอนที่ 22

#22ตอนที่ 22 ข้าทำอันใดผิดอีก!?

"อาซ้อ!"

เสียงเรียกจากฟงลี่หลินทำหลิงเวยที่กำลังเดินคอตกครุ่นคิดหนักหน่วงพลันหลุดออกจากภวังค์

"อาซ้ออยู่กับข้าก่อน ไม่ต้องกลับเรือน" ฟงลี่หลินที่ยังคงยืนอยู่ในศาลากับฟงจินหมิงมองเห็นทั้งหมด นางจึงเดินออกมาจากในศาลาตรงเข้าจับข้อมือของหลิงเวยเอาไว้พลางชำเลืองสายตามองไปทางสตรีนางหนึ่งที่พี่ใหญ่จ้องมองเมื่อครู่

"สตรีนางนั้นเป็นใครไยมองพี่ใหญ่อย่างนั้น อาซ้อรู้จักหรือไม่" นางถามพี่สะใภ้เสียงแข็งกระด้างรู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมา

หลิงเวยได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ ปฏิเสธตามตรง นางไม่รู้จักใครทั้งนั้น กับสามียังแค่รู้จักกันก่อนแต่งงานเพียงสามวัน หญิงสาวถึงกับถอนหายใจลากยาวใบหน้าหมองเศร้าจิตตกเหลือเกิน

"หรือจะเป็นคนรักของพี่ใหญ่" ฟงจินหมิงที่ยืนอยู่กับฟงลี่หลินเริ่มวิเคราะห์ เขาช่างสงสัยในทุกๆ เรื่องแห่งชีวิต

ฟงลี่หลินได้ยินพลันผงะ "ได้อย่างไร พี่ใหญ่แต่งงานแล้ว หากเป็นคนรักของพี่ใหญ่จริง ไยพี่ใหญ่ถึงต้องแต่งกับอาซ้อ ไยไม่แต่งกับสตรีนางนั้น" นางช่วยพี่รองวิเคราะห์อย่างเข้มแข็ง

พาเอาคนฟังใจเต้นแรง "ถ้าหาก..." หลิงเวยเริ่มกล่าวเสียงเบา

"ถ้าหากสตรีผู้นั้นเป็นคนรักของชินหยาง..." นางจะทำอย่างไร นางยังไม่ทันได้เตรียมใจ ไม่คิดว่าจะถูกทวงคืนรวดเร็ว แต่ทว่าทุกอย่างคงต้องเป็นไป นางควรหลีกทาง

"ข้าขอไปเก็บผ้าก่อนนะ" หลิงเวยเอ่ยอย่างนั้นด้วยใจคิดจะเดินทางจากไปทุกเมื่อโดยไม่มีดึงดันพลางปล่อยมือออกจากการเกาะกุมของฟงลี่หลินอย่างเชื่องช้า แล้วค่อยๆ เดินจากไปยังเรือนหอของตนคล้ายกับคนละเมอที่ตายไปแล้วครึ่งชีวิต

"อ้าว! อาซ้อ..."

ฟงลี่หลินและฟงจินหมิงถึงกับมองตามอ้าปากค้าง

อะไรกันนี่!?

ภายในห้องทำงานของเรือนอักษะแห่งจวนตระกูลฟง

ฟงชินหยางนั่งตระหง่านคล้ายรูปปั้นรูปสลักตัวใหญ่อยู่หลังโต๊ะทำงานไม้แกะสลักตัวเขื่องภายในห้องกว้างขวาง

มีดาบมีกระบี่หอกทวนคันธนูอันใหญ่น่ากลัววางเรียงรายคล้ายเครื่องประดับ มีชุดเกราะหนักเกราะเบาแขวนอยู่ทางด้านหลังเยื้องออกไปจากโต๊ะทำงาน

บรรยากาศภายในห้องทำงานช่างอึมครึมเข้มข้นไม่แพ้เจ้าของห้องแต่อย่างใด

ชายหนุ่มรับรายงานทุกฉบับจากอาซิ่นและอาตู้เป็นที่เรียบร้อยดีแล้วจึงกล่าวคำฝากฝังไปยังรองแม่ทัพจิ่นอีกสองสามประโยค ก่อนจะนั่งนิ่งหรี่ตามองใครบางคนอย่างครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง พาเอาเหล่าทหารทุกคนถึงกับต้องมองตามสายตาคมปลาบนั้นของท่านแม่ทัพกันอย่างหวาดหวั่นสั่นสะพรึงจนกลายเป็นตาเดียวกัน กระทั่งใครคนนั้นเริ่มทนไม่ไหวจึงต้องเอ่ยถามในที่สุด

"ท่านแม่ทัพ" อวี้ถิงที่กำลังถูกบุรุษหล่อเหลากลิ่นอายทรงพลังเข้มข้นจ้องมองอยู่อย่างนั้นจึงรีบเอ่ยเรียกขานบุรุษในดวงใจด้วยดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าสว่างสดใสยากเก็บอาการ นางแสดงออกฉายชัดว่าชมชอบบุรุษตรงหน้า

"ท่านแม่ทัพมีเรื่องใดกับข้าน้อยหรือเจ้าคะ ข้าเห็นท่านมองข้าอยู่เป็นนาน" นางไม่พูดเปล่าแต่อมยิ้มพร่างพราวพร้อมเดินเข้าหาฟงชินหยางที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานพลางถูฝ่ามือไปมาอย่างเก้อเขินไม่มีเก็บกดอาการใดๆ ทำเอาเพื่อนทหารได้แต่มองตามตาปริบๆ

นางเป็นอันใดมากหรือไม่?

"เจ้ามีนามว่าอย่างไร" ฟงชินหยางเริ่มเอ่ยถามนามคนตรงหน้า ทหารในอาณัติของเขามีมากมายหลายหมื่นคนเขาย่อมจำนามบุคคลมิได้ทั้งหมด

"ข้าน้อย อวี้ถิงเจ้าค่ะ" หญิงสาวรีบบอกนามของตนเสียงอ่อนเสียงหวานถึงแม้ว่าจะเคยบอกนามแก่เขาไปแล้วหลายต่อหลายหนก็ตามที เจอหน้ากันกี่ครั้งก็ถามนามของนางอยู่ร่ำไป หึ! สักวันเถิดท่านจักต้องจำนามของข้าได้ ท่านแม่ทัพของข้า...

"หลายวันก่อนเจ้าขอติดตามข้าไปเมืองหลวงเพื่อไปรายงานตัวต่อหน้าพระพักตร์ใช่หรือไม่" ฟงชินหยางเริ่มเข้าเรื่องที่ตนสงสัย

อวี้ถิงถึงกับชะงักไป

ชายหนุ่มร่างใหญ่เอ่ยต่อด้วยใบหน้าเรียบนิ่งน้ำเสียงราบเรียบ "ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการไปเยี่ยมญาติที่เมืองหลวง..."

"เอ่อ...เจ้าค่ะ" อวี้ถิงตอบคำอย่างระมัดระวังเริ่มเอะใจ

"เจ้ามีญาติสนิทอยู่ที่เมืองหลวงเช่นนั้นหรือ"

"จ...เจ้าค่ะ" นางตอบคำเริ่มระแวงขึ้นมา

"เจ้าได้เข้าพักที่โรงเตี๊ยมอี้ฉางหรือไม่" ฟงชินหยางถามอย่างช้าๆ เน้นๆ ในวันนั้นเขาเดินทางไปเมืองหลวงคนเดียวเข้าพักที่โรงเตี๊ยมอี้ฉางคนเดียว เขาไม่ชอบมีคนติดตามให้วุ่นวายทั้งยังมีทหารมากมายที่บาดเจ็บต้องรักษาตัวหลังจากจบศึก การนำพาพวกเขาไปด้วยจะทำให้บุคลากรในค่ายขาดแคลน จะมีก็แต่เพียงสตรีนางนี้เท่านั้นที่ขอติดตามเขาไปด้วยในวันนั้น

อวี้ถิงได้ฟังคำถามพลันชะงัก "ป่ะ...เปล่าเจ้าค่ะ" นางต้องปฏิเสธไปก่อน "ข้าน้อยไปพักบ้านญาติ" นางกล่าวแก้ตัวไปตามน้ำ หากเรื่องที่นางหมายวางยาเขาแดงขึ้นมา นางตายแน่!

ฟงชินหยางยิ่งหรี่ตามองพลางวิเคราะห์

เขากำลังเกรงว่าหากเขาสืบสาวราวเรื่องมากไปกว่านี้อาจจะไม่เป็นการดีกับหลิงเวย การได้เสียเป็นผัวเมียกันแบบนั้นมิใช่เรื่องที่จะต้องต่อความยาวสาวความยืดแต่อย่างใด สตรีนางนี้อาจจะรู้เรื่องราวระหว่างเขากับหลิงเวยที่เกิดขึ้นในโรงเตี๊ยมนั่น หากเป็นเช่นนั้นข่าวเสื่อมเสียของเขากับภรรยาอาจจะหลุดรอดออกมาจนถึงชายแดนแห่งนี้และที่บ้านของเขาอาจจะจับได้ เรื่องนี้ควรจะรู้แค่เพียงเขากับหลิงเวยเท่านั้นไม่ควรมีใครล่วงรู้มากไปกว่านี้

"ในเมื่อเจ้ามีญาติอยู่ในเมืองหลวง" ชายหนุ่มเริ่มเอ่ยคำอีกคราด้วยน้ำเสียงเย็นชามากกว่าเดิม "ข้าจะทำเรื่องย้ายเจ้าเข้าไปประจำการที่เมืองหลวง รับจดหมายนี่ไป" กล่าวจบก็ยื่นจดหมายส่งตัววางเอาไว้บนโต๊ะทำงานให้สตรีตรงหน้าได้หยิบไปด้วยตนเอง

อวี้ถิงถึงกับตาโตตะลึงงันจ้องมองจดหมายตรงหน้าอย่างงุนงง อะ...อะไรกัน!???

"ออกไปได้แล้ว" ฟงชินหยางเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบกับทหารทุกนายหลังจากเสร็จสิ้นธุระอันสลักสำคัญทุกประการ

เขาควรตัดไฟเสียแต่ต้นลม ต่อให้ต้องฆ่าคนเขาก็จะทำ

ชายหนุ่มคิดอย่างนั้นพลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเกินบรรยาย…

เวลาอาหารค่ำมาถึงทุกชีวิตจึงรวมตัวกันภายในห้องอาหาร

บนโต๊ะอาหารอันใหญ่โตของจวนตระกูลฟงประกอบไปด้วยอาหารหลากหลายหน้าตาน่าทาน พาเอาอาซิ่นและอาตู้จิตใจเบิกบานทานอาหารอย่างรื่นเริง พวกเขาทั้งสองช่างเห็นแก่กินยิ่งนัก การทานอาหารร่วมกันจึงดำเนินไปภายในบรรยากาศเป็นกันเอง

เวลาผ่านไป...บรรยากาศหลังมื้ออาหารเย็นดำเนินไปด้วยสุรารสดีหลายไหถูกลำเลียงออกมาอย่างไม่มีหวงแหนเนื่องจากจวนตระกูลฟงนิยมหมักเหล้าเองและชอบแจกจ่ายเป็นทุนเดิม

ในยามนี้อาซิ่นกับอาตู้ดื่มเหล้าอย่างมีความสุขเป็นที่สุดผิดกับสองสตรีคือหลิงเวยและอวี้ถิงที่ดื่มเหล้าเคล้าน้ำตามีความทุกข์ตรมระทมสุดแสน

อวี้ถิงนั่งดื่มเหล้าคล้ายกับคนสติหลุดหยุดแผนการทุกสิ่งอย่าง นางกำลังนั่งอยู่ที่มุมท้ายสุดของโต๊ะอาหารตามที่คุณหนูเล็กของตระกูลกึ่งบังคับให้นั่งพร้อมด้วยเพื่อนทหารหญิงอีกสองนางคือซือซือและอี้ผิง

อวี้ถิงนั้นดื่มเหล้าไปมองฟงชินหยางไปด้วยสายตาตัดพ้อระคนท้อใจ นางไม่มีโอกาสคิดทำสิ่งใดได้มากไปกว่านั้นเพราะถูกจัดให้นั่งเสียไกลจากตำแหน่งที่ท่านแม่ทัพของนางนั่งอยู่

แผนการอันเลวทรามของนางทั้งหลายต้องตกไปอีกครา เป้าหมายอันชั่วร้ายหมายจับบุรุษให้อยู่หมัดเป็นอันต้องตกไปอีกครั้ง

"ใจเย็นอวี้ถิง" สหายทั้งสองของอวี้ถิงรินเหล้าไปปลอบสหายไปอยู่อย่างนั้น แต่เหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล สหายของนางเมาหนักเสียแล้ว

หลิงเวยเองก็กำลังจิตตกไม่ต่างกัน นางนั่งหน้าเศร้าดื่มเหล้าเคล้าน้ำตาอยู่ข้างๆ สามีอย่างเงียบงัน ทำเอาฟงชินหยางต้องมองนางอย่างงุนงงอยู่หลายครั้งหลายคราและยิ่งฉงนหนักหน่วงเมื่อมองสายตาของทุกคนในครอบครัวที่มองมาทางเขาแบบแปลกๆ คล้ายกับว่าต้องการกินเลือดกินเนื้อเขาอย่างนั้น!

ชายหนุ่มนั่งดื่มเหล้ากับลูกน้องทหารพลางเสียวสันหลังวาบๆ แบบแปลกๆ เขาสังเกตเห็นภรรยาคนงามทำท่าทางน่าสงสารอยู่ตลอดเวลามิรู้ได้ว่านางกำลังใช้มารยาชนิดใด

ไยทำท่านพ่อท่านแม่และน้องทั้งสองมองเขาอย่างคาดโทษได้อย่างนั้น

นี่เขาทำสิ่งใดผิดอีก!?

ประมุขแห่งจวนฟงซือหลางและฟงฮูหยินรับรู้เรื่องราวบางอย่างจากฟงลี่หลินเกี่ยวกับสตรีที่เป็นทหารหญิงนางหนึ่งเดินทางเข้ามาถึงภายในจวนและส่งสายตาเย้ายวนเผยความนัยให้บุตรชายคนโตที่แต่งงานแล้วและมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนจนภรรยาคนงามของเจ้าลูกชายตัวดีเตรียมเก็บผ้าหนีอย่างนั้น พวกเขาจึงใช้สายตาจัดการฟาดฟันเจ้าบุตรชายตัวดีอยู่ตลอดเวลา

ฟงชินหยางได้แต่งุนงงนั่งดื่มเหล้าไประแวงไปเมื่อมองเห็นสายตาคาดโทษตลอดเวลานั่นของบิดามารดา น้องรองและน้องเล็กเองก็ไม่ต่างกัน ทุกคนพากันเอาใจภรรยาเจ้ามารยาของเขาจนละเลยเขาไปแล้วจดหมดสิ้น

"กลับเรือนกัน" ชายหนุ่มก้มหน้าเอ่ยคำเสียงเบาใส่หูภรรยาข้างกาย หากเขายังนั่งอยู่ตรงนี้เนื้อตัวคงแหลกเหลวร่างกายคงถูกฉีกทึ้งเป็นหมื่นๆ ชิ้นอย่างไร้สาเหตุ

หลิงเวยที่ดื่มเหล้าไปหลายจอกจนมีอาการเมามายส่ายหน้าไปมาอย่างมึนๆ "ไม่กลับ..." นางตอบคำด้วยใบหน้างอง้ำสองข้างแก้มแดงเปล่งปลั่งเมาเหล้ามากมาย นางจะไม่กลับเรือนไปให้เขาแล่เนื้อเถือหนังอย่างแน่นอน

ฟงชินหยางชะงักงันกับกิริยาอย่างนั้นของภรรยาตัวน้อยแต่ยังคงตีเนียนพูดจาดีๆ กับนางอย่างเนียนๆ "ได้อย่างไร นี่ดึกมากแล้ว ข้าเป็นห่วงสุขภาพเจ้ายิ่งนัก"

"ข้าจะไปนอนกับลี่หลิน" หลิงเวยยังคงมีจุดยืน นางอยากเก็บความทรงจำดีๆ ของคนในครอบครัวนี้เอาไว้ให้มากที่สุด เผื่อว่านางต้องออกไปจากจวนในเร็ววัน สตรีเช่นนางไม่มีดีอันใดสักอย่าง ใครๆ ก็ไม่รัก ยิ่งคิดยิ่งช้ำอยากร่ำไห้ยิ่งนัก

หลิงเวยตัดพ้อว่ากล่าวตนเองอยู่ในใจพาเอาใบหน้าสวยหวานยิ่งหม่นแสงลงเรื่อยๆ

"ดีมากอาซ้อ!" น้องเล็กฟงลี่หลินผู้ชอบกลั่นแกล้งพี่ใหญ่เป็นทุนเดิมเอ่ยออกมา "ไปเถิด เราไปนอนด้วยกันอย่าไปนอนกับคนใจร้าย..." ว่าแล้วก็ลุกขึ้นมาจับประคองหลิงเวยให้ออกจากโต๊ะอาหารไปด้วยกัน ฟงจินหมิงเห็นอย่างนั้นพลันรีบลุกขึ้นแล้วเดินตามไปอย่างเป็นห่วงพี่สะใภ้เหลือเกิน

ฟงชินหยางได้แต่นั่งมองอย่างตกตะลึงเงียบงันท่ามกลางสายตาฟาดฟันของบิดามารดา

อา...ภรรยาของเขาช่างร้ายกาจยิ่งแล้ว...

devc-10ddca78-32951ร้ายพ่ายกลายรัก: ตอนที่ 22 ข้าทำอันใดผิดอีก!? ตอนที่ 22