กระบี่พิทักษ์ชาติ

กระบี่พิทักษ์ชาติ: ตอนที่ 3 คุณหนูตระกูลฉิน ตอนที่ 3

#3ตอนที่ 3 คุณหนูตระกูลฉิน

สองปีมานี้ บรรดาคนในตระกูลฉิน หวางเฟิ่งใจร้ายกับหลินเซียวที่สุด

เพราะยศของหลินเซียวในวงการทหารนั้นเป็นความลับสุดยอด

ดังนั้นต่อให้เป็นคนตระกูลฉินก็ไม่รู้ประวัติของหลินเซียวเลยสักนิด

ในสายตาหวางเฟิ่ง หลินเซียวก็เป็นแค่ทหารฝึกหัด ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร

หลินเซียวนั่งขอบเตียงแล้วประชันสายตากับหวางเฟิ่ง

“น้าหวาง มันไม่โง่เหมือนเดิมแล้วครับ ยังตบหน้าผมด้วย...”

ถูกคนพิการตบหน้าแบบนี้ จ้าวเฉวียนทำใจยอมรับไม่ได้เลย

“อะไรน่ะ?”

หวางเฟิ่งได้ยินก็รู้สึกอึ้ง หันขวับไปมองหลินเซียว

ดังคาดท่าทางของหลินเซียวในตอนนี้ไม่เหมือนคนปัญญาอ่อนอีกต่อไป

“นายกล้าตบหน้าคุณชายจ้าวหรือ? นายรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร?”

“เฉดหัวออกไปซะ ออกไปเดี่ยวนี้เลย”

หวางเฟิ่งกล่าวจบก็ก้าวเข้าไป หมายจะลากหลินเซียวออกไป

“หยุดนะ”

ขณะเดียวกันก็มีเสียงตะโกนมาจากด้านนอก

จ้าวเฉวียนหยุดเดิน หวางเฟิ่งก็ชะงักงัน หันหน้าไปมองด้านนอกประตู

จากนั้นก็เห็นสาวหุ่นเพรียวใส่กระโปรงทำงานสีดำ รวบผมไว้ด้านหลัง มีความสูงศักดิ์ยิ่ง

ใบหน้าขาวผุดผ่อง อ่อนนุ่ม ไม่มีที่ติสักจุด จมูกโด่ง ปากเล็ก ท่ามกลางความงดงามเจือความน่ารักร่วมด้วย

หน้าตาสะสวย รูปร่างได้สัดส่วน ถึงหลินเซียวจะเคยเจอผู้หญิงมาเยอะ แต่ก็อดหวั่นไหวต่อเธอผู้นี้ไม่ได้

คนนี้ก็คือลูกสาวตระกูลฉินที่หมั้นหมายกับหลินเซียวไว้ นามว่า ‘ฉินหว่านชิว’

จ้าวเฉวียนเห็นฉินหว่านชิวแล้วก็เผยตัณหาราคะในแววตา และได้เลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว

เดิมทีฉินหว่านชิวก็ดูเป็นคนหยิ่งอยู่แล้ว เวลานี้ยิ่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

เมื่อเธอเห็นจ้าวเฉวียนถือกระบี่แล้วชี้ไปยังหลินเซียวก็รู้สึกโมโห

“พวกคุณทำอะไรกัน?”

ฉินหว่านชิวเดินเข้าไปยืนบังหน้าหลินเซียว

นางยังไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของหลินเซียว

“หว่านชิว หนูกลับมาได้จังหวะพอดี ตาซื่อบื้อคนนี้ตบหน้าคุณชายจ้าว”

หวางเฟิ่งเอามือเท้าเอว เหมือนเห็นคนช่วยชีวิตแล้ว

จ้าวเฉวียนเองก็ชักกระบี่กลับมา พูดผสมโรงว่า “หว่านชิว หลินเซียวหายดีแล้ว เขาน่าจะหายโง่มานานแล้ว แต่ยังแกล้งโง่เพราะต้องการหลอกคุณ”

“เขาต้องมีเป้าหมายลับแน่ อาจจะคิดไม่ซื่อกับคุณก็ได้”

จ้าวเฉวียนส่งเสียงฮึดฮัด ทว่าเขาไม่มีทางเล่าเรื่องที่โดนหลินเซียวตบหน้าเด็ดขาด

เขาเป็นถึงคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าว หากแพร่งพรายเรื่องที่เขาถูกคนปัญญาอ่อนอย่างหลินเซียวตบหน้าออกไป คนอื่นจะต้องหัวเราะเยาะเขาจนฟันร่วงแน่

“เขาเป็นคู่หมั้นฉัน พวกเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็ไม่เห็นผิดตรงไหน จะมีความลับอะไรได้?”

“แล้วเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับคุณด้วย?”

“พวกคุณรังแกเขาตอนฉันไม่อยู่ อย่าทำกันเกินไปนะ”

ฉินหว่านชิวทำหน้าเย็นชา ยังคงยืนบังหลินเซียวดังเดิม

“คุณ หว่านชิว ผมไม่ได้หลอกคุณจริงๆนะ”

“เขาหายดีแล้ว แค่แสร้งโง่เท่านั้นเอง เป้าหมายก็คืออยู่กินข้าวฟรีที่บ้านตระกูลฉินไง”

“ใช่ หว่านชิว จ้าวเฉวียนพูดความจริง แม่เป็นพยานได้”

เมื่อฉินหว่านชิวได้ยินหวางเฟิ่งกับจ้าวเฉวียนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ก็เลิกคิ้วมองหลินเซียวปราดหนึ่ง

“หลินเซียว?”

ฉินหว่านชิวเรียกเขา

“ห้ะ? พวกคุณเป็นใคร?”

หลินเซียวแอบหัวเราะในใจ ทว่าใบหน้ากลับเปี่ยมไปด้วยความมึนงง ไม่ต่างจากคนปัญญาอ่อนสักนิด

“นาย!นาย!นายยังมารยาได้อีกหรือ?”

จ้าวเฉวียนเห็นแล้วก็รู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“พอแล้ว”

“ตอนนี้เชิญพวกคุณกลับไปได้แล้ว”

ฉินหว่านชิวก้าวเข้าไปกล่าวเสียงดังฟังชัด

หวางเฟิ่งกับจ้าวเฉวียนเห็นหลินเซียนยังแกล้งโง่เหมือนเดิมก็รู้สึกโมโห

“หลินเซียว นายจำไว้ ฝากไว้ก่อน”

จ้าวเฉวียนก่นด่าเสร็จก็หันไปมองฉินหว่านชิว จากนั้นก็เดินออกไปพร้อมกับหวางเฟิ่ง

เมื่อทั้งสองคนออกไปแล้ว ฉินหว่านชิวจึงถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็หมุนกายไปหาหลินเซียว

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะไม่เข็นคุณออกไปตากแดด ฉันเลยลางานกลับมา”

ฉันหว่านชิวพูดพึมพำหนึ่งประโยค จากนั้นก็เข็นหลินเซียวออกไปที่ลานบ้าน

เมื่อเห็นท่าทางโง่เขลาเบาปัญญาของหลินเซียว ฉินหว่านชิวก็อดถอนหายใจอีกครั้งไม่ได้

ฉินหว่านชิวค่อยๆย่อบตัวลง พลางวางฝ่ามือบนขาหลินเซียว

“เมื่อก่อนปู่ฉันบอกว่าคุณเป็นทหารฝีมือระดับพระกาฬ คุณคือเสาหลักของประเทศ”

“เจ้าไปสู้รบกับศัตรู คุณปกป้องบ้านเมือง คุณคือวีรบุรุษที่แท้จริง”

“ดังนั้นเมื่อก่อนฉันจึงเลื่อมใสคุณ คุณเป็น...ไอดอลของฉันเลย”

“ตอนที่ฉันรู้ว่าได้หมั้นกับคุณแล้ว ฉันจะได้แต่งงานกับคุณ ฉันก็ดีใจมาก และตื่นเต้นมากด้วย...”

“แต่ฉันเห็นคุณเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็ปวดใจมาก...”

ณ ลานบ้านมีแสงอาทิตย์อบอุ่นสอดส่อง

ฉินหว่านชิวกำลังถ่ายทอดความในใจกับหลินเซียว

devc-30b71ced-32917