กระบี่พิทักษ์ชาติ: ตอนที่ 9 หมอเทวดา? ตอนที่ 9
“คุณปล่อยฉันนะ!”
ฉินหว่านชิวปัดฝ่ามือของหลินเซียวออก น้ำตาของเธอรินไหลออกมาอีกครั้ง
“ฉันไม่อยากมีชีวิตแบบนี้อีกแล้ว! มันมากพอแล้ว!”
“ทุกคนไม่เข้าใจฉัน ทุกคนหัวเราะเยาะฉัน ฉันเป็นตัวตลกในสายตาของทุกคน!”
ความรู้สึกในสองปีนี้ที่ฉินหว่านชิวเก็บซ่อนไว้ในใจ ในตอนนี้มันระเบิดได้ออกมาหมดแล้ว
“ให้เวลาผมหน่อย”
“ทั้งหมดนี่ มันจะเปลี่ยนไป”
“ทุกอย่างที่คุณต้องการ ผมคุณได้หมดเลย”
หลินเซียวเงียบไปครู่หนึ่ง และเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างจริงจัง
“คุณยืนให้ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยว่ากัน”
ฉินหว่านชิวเช็ดน้ำตาและหมุนตัววิ่งออกไปไกลๆ
หลินเซียวดึงสายตากลับมาช้าๆ และมองไปยังริมทะเลสาบด้านหน้า
“ผมจะยืนขึ้น”
“และทุกอย่างนี่ มันก็จะเปลี่ยนไป”
……
ขณะเดียวกัน
ในสมาคมธุรกิจแห่งหนึ่ง
“คุณเฉินครับ อาการป่วยของคุณปู่ผม คุณต้องช่วยออกโรงนะครับ”
“ถึงตระกูลหลี่ของเราจะเป็นตระกูลเก่าแก่ในด้านยาและการรักษา แต่…หมอเขาไม่รักษาตัวเองกันหรอกนะครับ”
“ยิ่งอาการป่วยของคุณปู่เป็นโรคหายากที่รักษาได้ยากอีก เราหมดหนทางแล้วจริงๆ ครับ!”
หลี่หงซินมองเฉินหวาด้วยสายตาอ้อนวอน
“ประธานหลี่ ทำไมคุณต้องมาหาผมด้วย?”
“ในเมืองเจียงมีหมอเทวดาอยู่ แต่คุณกลับไม่รู้จักไปเชิญเขามา!”
เฉินหวาโบกไม้โบกมือน้อยๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงจำใจเล็กน้อย
“หมอเทวดา? ในเมืองเจียงเหรอ?”
หลี่หงซินได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปและเอ่ยถามด้วยความลังเล
“ใช่! ผมไม่คิดเลยว่า เมืองเจียงเล็กๆ แห่งนี้จะมีหมอเทวดาแอบซ่อนอยู่ด้วย”
“ถ้าผมไม่ได้มีเรื่องด่วนที่ต้องกลับก่อนละก็ ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องเจอเขาให้ได้แน่”
เฉินหวาพยักหน้าแรงๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ใครเหรอครับ? หมอเทวดาคือใคร?”
หลี่หงซินรีบนั่งตัวตรงและถามออกไปทันที
“ก็คือคนที่เอายาเม็ดนี้มายังไงล่ะ”
เฉินหวาค่อยๆ หยิบก่อนไม้เล็กๆ ออกมา ซึ่งด้านในมียาที่แหลกละเอียดเม็ดนั้นบรรจุอยู่
“นี่มัน…”
“คุณเฉินอาจจะยังไม่รู้ ไม่รู้ว่าสองปีมานี้ตระกูลฉินไปเก็บคนปัญญาอ่อนที่ไหนมา”
“เห็นว่าคนปัญญาอ่อนคนนั้นหมั้นหมายกับคุณหนูฉินหว่านชิวของตระกูลฉิน ก็เลยให้เขาอยู่ที่บ้านตระกูลฉิน”
“ยาเม็ดนี้เป็นยาที่คนปัญญาอ่อนคนนั้นมอบให้ เขา…จะเป็นหมอเทวดาได้ไงครับ?”
หลี่หงซินไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าคนปัญญาอ่อนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์คนหนึ่งจะเป็นหมอเทวดาอะไรนั่นได้
“แล้วคุณรู้ไหม ว่ายาเม็ดนี้หมายถึงอะไร?”
“ต่อให้เขาไม่ใช่หมอเทวดา เขาก็ต้องรู้จักกับหมอเทวดาอยู่ไม่น้อยเลย”
“คนที่เอายาอายุวัฒนะแบบนี้มาได้ บนโลกนี้มีแค่ไม่กี่คนหรอกนะ”
“ผมบอกไว้เท่านี้แล้วกัน ประธานหลี่ลองคิดดูเองเถอะ!”
เมื่อพูดจบ เฉินหวาก็ลุกขึ้นและเอ่ยลาทันที
หลี่หงซินนิ่งเงียบอยู่นาน จากนั้นก็โทรหาใครบางคน
“เตรียมรถ! ฉันจะไปบ้านตระกูลฉิน”
สุดท้ายหลี่หงซินก็ตัดสินใจที่จะลองดูสักตั้ง
……
หลินเซียวนั่งอยู่ริมทะเลสาบเมืองเจียงอยู่นานจึงเข็นวีลแชร์ด้วยมือและมุ่งหน้าไปที่บ้าน
ที่นี่ห่างจากบ้านของฉินหว่านชิวเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น
เป็นเพราะแบบนี้ ฉินหว่านชิวถึงกล้าทิ้งหลินเซียวไว้ที่นี่คนเดียว
“แกดูแลเขามาสองปีแล้ว! ไม่ว่าในด้านไหนๆ แกก็ทำมากพอแล้ว!”
หลินเซียวเพิ่งมาถึงประตูบ้านได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงของหวางเฟิ่งดังออกมา
“หนูรู้ค่ะ”
จากนั้นก็ตามด้วยน้ำเสียงระคนดื้อรั้นนั้นของฉินหว่านชิว
“แกรู้อะไร?”
“แกรู้แล้วทำไมแกไม่ไปจากเขา?”
“แม่บอกแกให้นะ ชาตินี้ทั้งชาติ ฉัน หวางเฟิ่งคนนี้ ไม่มีวันรับคนขาเป๋มาเป็นลูกเขยเด็ดขาด!!”
“แถมยังจนอีก เป็นคนขาเป๋ที่ไม่มีอะไรสักอย่าง!”
หวางเฟิ่งยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าสะเอวและตวาดใส่ฉินหว่านชิว
“หนูก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องแต่งกับเขา หนูแค่อยากดูแลเขาค่ะ”
“ถึงเขาจะไม่ได้หมั้นกับหนู แต่การที่เขาพิการ มันก็เป็นเพราะปกป้องบ้านเมืองและประเทศชาติ”
“เพราะแบบนี้ หนูก็ควรจะดูแลเขา”
น้ำเสียงของฉินหว่านชิวก็เด็ดเดี่ยวแน่วแน่มากเช่นกัน
“ตอนนี้ขาเขาพิการทั้งสองข้าง ดูแลตัวเองไม่ได้”
“แม่จะให้หนูไล่เขาออกไป มันไม่เท่ากับว่าให้เขาไปตายเหรอคะ?”
“หนูไม่เห็นด้วยหรอกค่ะ!”
ฉินหว่านชิวกัดฟันแน่น และไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของหวางเฟิ่ง
“เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่แกที่จะมาตัดสิน!”
“นี่มันเป็นความต้องการของทุกคนในตระกูลฉิน รวมถึงย่าด้วย!”
“เขากินอยู่ในบ้านตระกูลฉินมาสองปี ไม่ต้องชดใช้อะไรให้ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้ปัญญาอ่อนแล้ว เขาต้องออกไปเดี๋ยวนี้!”
“เสียแรงที่ตระกูลฉินเลี้ยงเขามาตั้งสองปี ไม่คิดว่าจะมอบขยะนั่นมาให้ ทำฉันขายหน้าแทบตาย เขาไม่ให้ยังจะดีซะกว่า!”
หวางเฟิ่งยิ่งพูดยิ่งโมโห น้ำเสียงของเธอก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
“หนูไม่อยากมาทะเลาะกับแม่ค่ะ!”
“เขายังอยู่ข้างนอก หนูจะรับเขากลับมา”
ฉินหว่านชิวเงียบไปนาน จากนั้นก็เดินออกไปทางประตู
“ฟึ่บ!”
ในตอนที่เปิดประตูออกมา ฉินหว่านชิวและหลินเซียวก็สบตากัน
“คุณ…” ฉินหว่านชิวชะงักไปทันที
หลินเซียวสังเกตเห็นทันทีว่า พอฉินหว่านชิวเห็นตัวเองเข้า เธอก็ถอนหายใจออกมายาวๆ
เธอกำลังเป็นห่วงหลินเซียว
“ไอ้ปัญญาอ่อน แกยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ?”
“แกรู้ไหมว่าของอะไรนั้นที่แกให้ไปน่ะ มันเป็นยาพิษ!”
“เถ้าแก่หลี่ หลี่หงซินจากหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอล เขาเป็นตระกูลหมอเทวดาเก่าแก่เลยนะ เขาดูแค่แวบเดียวก็รู้แล้ว ว่านั่นมันเป็นยาพิษ!”
หวางเฟิ่งยกมือขึ้นเท้าสะเอวข้างหนึ่งและชี้หน้าด่าหลินเซียว
“งั้นก็หมายความว่า เขาก็ไม่รู้จักของดีเหมือนกัน”
หลินเซียวเหลือบมองหวางเฟิ่งแวบหนึ่งและเอ่ยขึ้นอย่างเฉยชา
แต่เมื่อฉินหว่านชิวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลมีชื่อเสียงแค่ไหนในเมืองเจียง
แม้แต่หลี่หงซินยังบอกว่านั่นเป็นยาพิษ งั้นเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ!
“หลินเซียว คุณทำแบบนี้ได้ยังไง?”
ดวงตาคู่สวยของฉินหว่านชิวเต็มไปด้วยความตกใจและผิดหวัง
“ผมเปล่า”
หลินเซียวขมวดคิ้วมุ่น
“เหอะ! เขาเจตนาทำ”
“ไม่แน่ต่อไปเขาอาจจะวางยาแม่ก็ได้ ถือโอกาสไล่เขาออกไปตอนที่ยังไม่สายก็ดี”
หวางเฟิ่งครางในลำคออย่างไม่พอใจ เพื่อไล่หลินเซียวออกไปให้สำเร็จ เธอไม่สนว่ามันจะเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและพูดโกหก
“การวินิจฉัยจากหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอล ไม่มีทางผิดแน่”
“หลินเซียว คุณทำให้ฉันผิดหวังมาก”
“ต่อให้ย่าจะทำไม่ถูก แต่คุณจะแบบนี้ไม่ได้”
“คุณ! คุณไปซะเถอะ!!”
ฉินหว่านชิวพูดประโยคนั้นจบก็กัดฟันและหมุนตัวให้เขาทันที
“คุณไล่ผมเหรอ?”
หลินเซียวถอนหายใจเบาๆ เขามองฉินหว่านชิวและถามขึ้น
“เรื่องที่คุณทำ มันน่าผิดหวัง”
ฉินหว่านชิวหันหลังให้หลินเซียวและกัดฟันพูด
แต่หวางเฟิ่งกลับไม่พูดอะไรอีก เธอมองหลินเซียวด้วยใบหน้าลำพองใจ
ในที่สุดก็ไล่ไอ้ปัญญาอ่อนนี่ออกไปได้แล้ว
“คุณรู้ไหมว่าที่ผมยอมอยู่ที่เมืองเจียงก็เพราะคุณ”
“ถ้าผมไป ก็อาจจะไม่ได้กลับมาอีก”
หลินเซียวมองฉินหว่านชิวและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณไปซะ! ไปซะสิ!!”
ฉินหว่านชิวหันหลังให้หลินเซียวด้วยร่างที่สั่นเทาไม่หยุด
สองปีที่อยู่ด้วยกัน ถึงหลินเซียวจะเป็นแค่คนปัญญาอ่อนคนหนึ่ง แต่มันก็เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจฉินหว่านชิว
แต่ไม่คิดว่าหลินเซียวจะฆ่าย่าของเธอด้วยการมอบยาพิษให้
เรื่องนี้ฉินหว่านชิวทนไม่ได้จริงๆ!
“ปี๊นๆ! ปี๊นๆ!”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงแตรรถยนต์ดังขึ้น
รถเบนท์ลีย์สีขาวคันหนึ่งก็นำเข้ามา ตามด้วยรถปอร์เช่พานาเมร่าอีกสองคันที่อยู่ด้านหลัง
รถหรูสามคันขับมุ่งตรงมายังหน้าคฤหาสน์ตระกูลฉินอย่างเร็ว
“ปึง!”
ประตูรถเปิดออก จากนั้นบอดี้การ์ดชุดดำกว่าสิบคนก็เดินลงมาจากรถด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย
“คุณหลินครับ เรามาเพื่อเชิญคุณโดยเฉพาะครับ!”