กระบี่พิทักษ์ชาติ

กระบี่พิทักษ์ชาติ: ตอนที่ 10 ช่วยคนได้ แล้วก็ฆ่าคนได้เหมือนกัน! ตอนที่ 10

#10ตอนที่ 10 ช่วยคนได้ แล้วก็ฆ่าคนได้เหมือนกัน!

รถสามคันจอดลงที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลฉิน

ตามด้วยบอดี้การ์ดชุดดำคนแล้วคนเล่าที่เดินลงมาจากรถ

บอดี้การ์ดทุกคนต่างก็ทักทายหลินเซียวด้วยความเคารพนบนอบ

หวางเฟิ่งชะงักไป

ฉินหว่านชิวก็นิ่งงันไปเช่นกัน

นี่มันอะไรกัน?

คนพวกนี้…เป็นใครกัน?

เบนนท์ลีย์ ปอร์เช่พานาเมร่า นี่มันรถหรูหรามีระดับทั้งนั้นเลยนี่!

แถมในตอนนี้ คนพวกนี้ยังเรียกหลินเซียวว่าคุณหลินด้วยความเคารพอีก?

นี่มันทำให้ฉินหว่านชิวและหวางเฟิ่งต่างพากันรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง

คนพิการที่ขาใช้การไม่ได้ทั้งสองข้างอย่างหลินเซียวรู้จักคนรวยแบบนี้ด้วยเหรอ?

แม้แต่หลินเซียวเองก็งงเช่นกัน

เขาไม่ได้รู้จักใครในเมืองเจียง

“คุณหลินครับ กระผมหลี่หงซินจากหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอล”

“ที่ผมมาพบในครั้งนี้ เพราะอยากให้คุณหลินไปคุยกับเราที่บ้านหน่อยครับ”

ในตอนนั้นเอง หลี่หงซินก็ลงมาจากรถและเอ่ยกับหลินเซียวยิ้มๆ

“เฮือก!”

ฉินหว่านชิวอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

หลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลที่มีชื่อเสียงในเมืองเจียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

แต่หลี่หงซินที่เป็นถึงสมาชิกคณะกรรมการบริหารที่มีความสัมพันธ์จากเชื้อสายโดยตรง สถานะนั้นของเขาสูงส่งจนไม่อาจเอื้อมถึง

อย่างน้อย ตระกูลฉินในตอนนี้ก็ไม่อาจเทียบเท่าหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลได้เลย

แต่หลี่หงซินคนนั้นกลับมาเชิญหลินเซียวด้วยตัวเองงั้นเหรอ?

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้หวางเฟิ่งบอกว่า หลี่หงซินบอกว่ายาอายุวัฒนะเม็ดนั้นของหลินเซียวเป็นยาพิษไม่ใช่เหรอ?

ทำไมตอนนี้ถึงต้องทำตัวสุภาพกับหลินเซียวขนาดนี้?

ฉินหว่านชิวคิดไม่ออกจริงๆ ว่ามันเป็นเพราะอะไร

ส่วนหวางเฟิ่งก็หน้าแดงและพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

หลินเซียวมองหลี่หงซินแวบหนึ่ง แต่กลับไม่ได้พูดอะไร

ถึงแม้หลี่หงซินคนนี้จะเป็นมหาเศรษฐีและมีชื่อเสียงมากในเมืองเจียง

แต่ยังไงก็ตาม เขาก็ไม่อยู่ในสายตาของหลินเซียวมองเหมือนเช่นเคย

เขาเคยเป็นทหารพายัพคนแรก ได้รับแต่การแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดไนน์สตาร์ตั้งแต่อายุยังน้อย

เงินทองและอำนาจ ล้วนเคยอยู่ใกล้เขาแค่เอื้อม

“คุณหลินครับ กรุณา อย่าปฏิเสธเลยนะครับ”

เมื่อหลี่หงซินเห็นว่าหลินเซียวไม่พูดอะไร ก็รู้สึกไม่พอใจอยู่ลึกๆ แต่สีหน้าของเขายังคงความสุภาพไว้ดังเดิม

“หลินเซียว คุณต้องไว้หน้าประธานหลี่นะคะ”

ฉินหว่าชิวเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยกับหลินเซียว

“คุณบอกให้ไว้หน้า งั้นก็จะไว้หน้าให้”

หลินเซียวพยักหน้าช้าๆ จากนั้นก็เลื่อนวีลแชร์ไปหาหลี่หงซิน

บอดี้การ์ดชุดดำสองคนเดินมาข้างหน้าทันที จากนั้นก็เข็นหลินเซียวเบาๆ

“ประธานหลี่ ไม่ทราบว่าที่มาหาหลินเซียว มีธุระอะไรเหรอคะ?”

ฉินหว่านชิวระงับความตื่นเต้นของตัวเองไว้และรวบรวมความกล้าเอ่ยถาม

“มีเรื่องบางอย่างที่ผมต้องการความช่วยเหลือจากหลินเซียวครับ”

“ขอบคุณคุณฉินที่ช่วยนะครับ ต่อไปเรากับตระกูลฉินก็ติดต่อกันบ่อยๆ นะครับ”

หลี่หงซินยิ้มน้อยๆ เมื่อพูดจบก็ตั้งท่าจะขึ้นรถทันที

“ขาเขาไม่สะดวกเท่าไหร่ พวกคุณระวังหน่อยนะคะ”

“ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรมาบอกให้ฉันไปหาได้นะคะ”

ฉินหว่านชิวรวบรวมความกล้าและเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง จากนั้นก็กำชับกับหลี่หงซิน

“ไม่ต้องกังวลนะครับคุณฉิน เราจะดูแลคุณหลินให้อย่างดีครับ”

หลี่หงซินยิ้มให้เธอก่อนจะไปช่วยประคองหลินเซียวขึ้นรถด้วยตัวเอง

ไม่นานรถทั้งสามคันก็ขับออกไปอย่างสง่าผ่าเผย

ส่วนฉินหว่านชิวก็หมุนตัวไปด้านหลังอย่างช้าๆ และมองไปที่หวางเฟิ่ง

“แม่คะ แม่ไม่มีอะไรจะพูดกับหนูเหรอคะ?”

ฉินหว่านชิวขมวดคิ้วมองไปที่หวางเฟิ่งและถามขึ้นอย่างเย็นชา

เธอไม่ได้โง่นะ

ท่าทางที่หลี่หงซินปฏิบัติต่อหลินเซียวทำให้เธอเข้าใจได้ว่าหวางเฟิ่งน่าจะกำลังโกหก

“แม่ แม่พูดอะไรเหรอ?”

หวางเฟิ่งหน้าแดงเล็กน้อยและย้นถามกลับมา

“ถ้ายาที่หลินเซียวเอามาเป็นยาพิษจริงๆ ประธานหลี่จะสุภาพกับหลินเซียวขนาดนี้ไหมคะ?”

ฉินหว่านชิวมองหวางเฟิ่งและกัดฟันถาม

“ฉันจะไปรู้ไหมล่ะ!”

“ไม่แน่ ช่วงนี้หลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลอาจจะอยากวิจัยยาพิษชนิดนี้อยู่ก็ได้ไหม?”

หวางเฟิ่งหน้าแดง จากนั้นก็เริ่มเถียงข้างๆ คูๆ

ฉินหว่านชิวส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน

“รอเขากลับมา หนูค่อยถามเขา”

ฉินหว่านชิวพูดจบก็เดินเข้าไปในห้อง

ส่วนหวางเฟิ่งก็ยืนกระทืบเท้าด้วยความโกรธอยู่ที่เดิมและยิ่งรู้สึกไม่อยากยอมแพ้มากขึ้นกว่าเดิม

ยาอายุวัฒนะเม็ดนั้นที่หลินเซียวเอามา น่าจะเป็นยาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ นั่นแหละ

แต่แล้วไงล่ะ?

กะอีแค่ยาอายุวัฒนะเม็ดเดียว จะเทียบได้กับอำนาจของตระกูลจ้าวในเมืองเจียงได้เลยเหรอ?

ในใจของเธอ จ้าวเฉวียนต่างหากที่เป็นลูกเขยรวยๆ ที่เธอพอใจที่สุด

……

บนรถ

“คุณหลินครับ ครั้งนี้ที่ผมเชิญคุณมา เพราะมีเรื่องอยากจะรบกวนคุณหน่อยครับ”

หลี่หงซินเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยกับหลินเซียว

เขาไม่เชื่อว่าหลินเซียวจะเป็นหมอเทวดาอะไรนั่น แต่เขาเชื่อคำพูดของเฉินหวา

ดังนั้น เขาจึงอยากมาลองดู

หลินเซียวไม่ได้พูดอะไร

เขาเป็นคนพูดน้อยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ต้องอยู่ต่อหน้าฉินหว่านชิวเท่านั้น เขาถึงจะพูดเยอะขึ้นมาหน่อย

“คุณหลิน ต้องความรู้ด้านการแพทย์อยู่มากแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ?”

หลี่หงซินเองก็ชินกับนิสัยนี้ของหลินเซียวแล้ว จากนั้นก็ถามขึ้นอีกครั้ง

“นิดหน่อย”

หลินเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้า

“งั้นคุณหลินต้องออกโรงช่วยนะครับ คุณปู่ผมเป็นโรคที่รักษายาก รักษามาสามปีแล้วแต่ก็ยังไม่ดีขึ้นสักที”

“ตอนนี้ผม จนปัญญาจริงๆ”

ในน้ำเสียงของหลี่หงซินแฝงไปด้วยแววเว้าวอน

“คุณบอกว่ายาอายุวัฒนะเม็ดนั้นของผมคือยาพิษเหรอ?”

หลินเซียวนึกเรื่องนี้ออกจึงมองไปที่หลี่หงซินด้วยแววตาเยือกเย็นเล็กน้อย

“หืม? ผมเปล่านะครับ!”

“ยาอายุวัฒนะเม็ดนั้นของคุณหลิน เป็นยาดีที่หาได้ยากครับ จะเป็นยาพิษได้ยังไง?”

หลี่หงซินชะงัไปก่อนจะรีบอธิบาย

หลินเซียวพยักหน้าเล็กน้อย

หลี่หงซินไม่มีทางโกหกแน่นอน

ถ้าไม่งั้นก็คงไม่มาเชิญตัวเองโดยเฉพาะแบบนี้

งั้นก็หมายความว่าหวางเฟิ่งโกหก

แน่นอนว่าเป้าหมายก็เพื่อไล่หลินเซียวออกไป

“ได้โปรดนะครับคุณหลิน ต้องช่วยผมนะครับ”

หลี่หงซินลอบสังเกตสีหน้าของหลินเซียว จากนั้นก็คำนับเขาและเอ่ยขึ้น

“ผมไม่สนใจ”

“ถ้าเป็นเรื่องนี้ก็ไปส่งผมกลับเถอะ”

สีหน้าของหลินเซียวเย็นชาและไม่ได้มีความสนใจใดๆ ที่จะไปรักษาอาการป่วยให้นายท่านตระกูลหลี่

“นี่มัน…คุณหลิน ว่ากันว่าแพทย์มักมีจิตเมตตา เห็นคนจะตายอยู่ต่อหน้าแล้ว คุณจะไม่ช่วยไม่ได้นะครับ!”

หลี่หงซินกัดฟันเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยกับหลินเซียว

“คนอื่นตาย เกี่ยวอะไรกับผม?”

“แล้วทำไมผมต้องช่วยคุณด้วย?”

น้ำเสียงของหลินเซียวเจือไปด้วยความเย้ยหยัน แพทย์มักมีจิตเมตตางั้นเหรอ?

เขาน่ะไม่ใช่แค่หมอคนหนึ่งหรอกนะ

มือซ้ายถือเข็มเงิน มือขวาถือกระบี่เทพพิทักษ์

ช่วยคนได้ แล้วก็ฆ่าคนได้เหมือนกัน

“นี่มัน…”

หลี่หงซินชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบเอ่ยขึ้น “คุณหลินอยากได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็บอกมาได้เลยครับ”

หลินเซียวทำท่าจะปฏิเสธ แต่จู่ๆ ก็นึกถึงสถานการณ์ปัจจุบันของบ้านฉินหว่านชิวขึ้นมาได้ จึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ อยู่ในใจ

ไม่ว่าจะพูดยังไง ที่ตระกูลฉินตกเป็นตัวตลกของเมืองเจียง ก็มีต้นเหตุมาจากเขาจริงๆ

หลินเซียวแยกแยะระหว่างบุญคุณและความแค้นได้อย่างชัดเจน

“ถ้าได้ ก็ช่วยเหลือตระกูลฉินด้านการเงินหน่อยแล้วกัน”

เมื่อหลินเซียวคิดได้ดังนั้น ก็โบกมืออย่างไม่แยแสและเอ่ยขึ้น

“ไม่มีปัญหาครับ!”

หลี่หงซินตบหน้าอกเพื่อเป็นการรับประกันทันที

หลินเซียวพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก

หลี่หงซินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และยังรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่ามันดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่

แม้แต่ถามหลินเซียวก็ไม่ถามสักคำ แต่กลับมั่นใจขนาดนี้ว่าจะรักษาอาการป่วยของนายท่านหลี่ได้?

“คุณหลินครับ คุณดูจะมั่นใจมากเลยนะครับ?”

สุดท้ายหลี่หงซินก็อดไม่ไหว จึงถามหลินเซียวขึ้น

“ถ้าแม้แต่ผมยังรักษาไม่หาย”

“งั้นตระกูลหลี่ก็เตรียมจัดงานศพได้เลย”

หลินเซียวมองไปด้านหน้าและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

devc-10ddca78-32951