เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต

เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต: ตอนที่ 3 สามีไม่เต็มเต็ง ตอนที่ 3

#3ตอนที่ 3 สามีไม่เต็มเต็ง

เซี่ยจื่ออี้ร้องเรียกมารดาด้วยสีหน้าเป็นกังวล เมื่อเห็นนางมีท่าทีอิดโรย

ท่านแม่ออกตามหาน้องสาวทั้งคืนยังไม่ได้พักผ่อน ต้องโทษตนเองที่ไร้ค่า เป็นบุตรชายคนโตแม้แต่แม่และน้องทั้งสองก็ไม่สามารถปกป้องได้

"แม่ไม่เป็นไร ยังต้องไปขอบคุณชาวบ้านที่ช่วยตามหาหลีเอ๋อ...."

หลี่หลันฮวาร่างกายเดิมก็อ่อนแออยู่แล้ว ทุกวันทำงานหนักกินไม่อิ่มทำให้ถึงขีดจำกัด นางยังไม่ทันก้าวเข้าเรือนก็หมดสติไปเสียก่อน

"ท่านแม่!"

เซี่ยชิงหลีที่อยู่ไม่ไกลอุ้มร่างผอมบางของมารดากลับเข้าเรือน จากความทรงจำร่างเดิมพวกเขาไม่ได้อาศัยที่เรือนใหญ่ นางจึงพามารดาไปยังพื้นที่ด้านหลังสุดอันห่างไกล

มันคือกระท่อมหญ้าหลังเล็กที่ถูกสร้างห่างจากเรือนหลักเพื่อให้บ้านรองอาศัยอยู่

สองปีก่อน ตั้งแต่ที่เซี่ยจื่ออี้กลายเป็นคนขาพิการ บ้านรองก็ต้องย้ายมาอยู่นอกเรือน พวกเขาเป็นเพียงคนนอกในสายตาคนตระกูลเซี่ย ต่อให้อยู่ในเรือนใหญ่ก็ยังถูกข่มเหงอยู่ดี การย้ายมาอยู่เองทำให้รู้สึกดีกว่าต้องทนอยู่รวมกับคนเหล่านั้น

"น้องสามเจ้าไปตามหมอจวงมาดูอาการท่านแม่เร็วเข้า"

เซี่ยจื่ออี้สั่งน้องสาวคนเล็กด้วยท่าทีร้อนรน แม้เงินทุกเหวินจะถูกแม่เฒ่าหวังยึดไปจนหมด ทว่าเมื่อก่อนตัวเขาเคยคัดตำราส่งในเมืองจึงแอบซ่อนเงินเอาไว้บ้าง คงพอค่ายาให้มารดา

"ไม่ต้อง นางแค่หมดสติเพราะอ่อนเพลียเท่านั้น"

"เจ้า!! พูดได้ตั้งแต่เมื่อใด"

เซี่ยจื่ออี้มองน้องสาวของตนด้วยสีหน้าตกตะลึง ไม่คิดว่าคนที่พูดไม่ได้ตั้งแต่เกิดจะสามารถพูดได้ในตอนนี้ สวรรค์ได้เมตตาครอบครัวของพวกเขาแล้ว

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนข้าจะกลับมาอธิบายทีหลัง ตอนนี้ต้องทำอาหารบำรุงท่านแม่ พวกเจ้าอยู่ที่นี่ดูแลนางก็แล้วกัน"

หญิงสาวกำลังก้าวออกจากกระท่อมฟางพลันร่างสูงโปร่งได้พุ่งเข้าหานาง ทำเอาหญิงสาวถึงกับเซถลาไปด้านหลัง เซี่ยชิงหลีไม่คิดว่าร่างกายของตนจะแย่ถึงเพียงนี้ แค่คนธรรมดาพุ่งเข้าหาก็ไม่สามารถหลบได้ จากนี้ไปตนคงต้องฝึกร่างกายให้หนักมากกว่านี้

"ภรรยา! กลับมาแล้วหรือ เมื่อคืนเจ้าหายไปไหนมาอาเหิงรอตั้งนานรู้ไหมว่าข้าคิดถึงเจ้า"

เซี่ยชิงหลีตกตะลึงในทันที ตนลืมคนผู้นี้ได้อย่างไร สามีสติไม่สมประกอบที่ร่างเดิมเคยช่วยชีวิตเอาไว้เมื่อสองเดือนก่อน ภายหลังเพราะคำยุแยงของป้าสะใภ้ใหญ่ทำให้นางถูกบังคับให้ต้องแต่งกับเขา

หญิงสาวแกะมือเหนียวหนึบของชายหนุ่มออกจากแขนตน นางมองใบหน้าอันหล่อเหล่าด้วยท่าทีเหม่อลอย แม้ชีวิตก่อนจะมีชีวิตอยู่เกือบสามสิบ ทว่าเรื่องชายหญิงช่างห่างไกลนัก ผู้ชายหน้าตาดีในชีวิตของตนล้วนเคยเห็นเพียงในโซเชี่ยล ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้มองอย่างประชิดเช่นนี้

"นี่! เจ้าถอยออกไปก่อน ข้าต้องไปทำอาหาร"

เซี่ยชิงหลีลืมตัวพูดกับชายหนุ่มตรงหน้า ในดวงตาของเขาบัดนี้มองหญิงสาวเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม

"ภรรยาเจ้าพูดกับข้าแล้ว ดีใจจังเลย"

ชายหนุ่มกอดเซี่ยชิงหลีแน่น ในสายตาของร่างเดิมมองบุรุษผู้นี้ไม่ต่างจากน้องชายไม่มีความคิดของหนุ่มสาว ทว่าตนเองมิใช่พระอิฐพระปูน ถูกหนุ่มหล่อกอดบ่อยๆ ก็แอบมีหวั่นไหวในใจ

หญิงสาวดันร่างสูงออกห่าง

"เรื่องที่ข้าพูดได้เจ้าต้องสัญญาว่าจะเก็บเป็นความลับ เจ้าด้วยเป่าเอ๋อ หากให้คนตระกูลเซี่ยรู้พวกเขาจะต้องขายข้าออกไปแน่ พวกเจ้าคงไม่ต้องการให้พี่สาวถูกขายใช่หรือไม่"

หญิงสาวเอ่ยข่มขู่เล็กน้อย นางต้องการให้เก็บเป็นความลับก่อน เพราะหลังจากนี้ยังมีแผนจัดการกับคนบ้านเซี่ยในใจ

"ไม่นะพี่รองข้าไม่ต้องการให้ท่านถูกขาย ข้าสัญญาว่าจะไม่พูดให้ใครฟัง"

"อาเหิงก็สัญญา"

เซี่ยชิงหลียกยิ้มอย่างพอใจ

"ดี! เช่นนั้นพวกเจ้ารออยู่ที่นี่ข้าจะไปทำของอร่อยมาให้ทาน"

"ภรรยาดีกับอาเหิงที่สุดเลย"

ชายหนุ่มปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมแขน เขาถูกเซี่ยชิงเป่าจูงไปล้างหน้าที่ด้านข้างกระท่อม ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มฟื้นคืนสติและกลายเป็นคนสติไม่สมประกอบ บ้านรองก็ดูแลเขามาตลอด แม้แม่เฒ่าหวังจะไม่พอใจทว่าถูกสะใภ้ใหญ่เป่าหูจึงได้ยอมให้เขาอาศัยอยู่ในเรือนของตน แต่ถึงกระนั้นอาเหิงยังคงต้องทำงานเพื่อแลกอาหารอยู่ดี

เซี่ยชิงหลีจัดการฆ่าไก่ที่เลี้ยงเอาไว้เพื่อออกไข่ให้หลานชายคนโตอย่างเซี่ยจิ่งเฉิงบำรุงร่างกาย หลายปีที่อาศัยอยู่บ้านเซี่ยครอบครัวรองไม่เคยได้ทานแม้แต่ไข่ต้ม นอกจากแป้งย่างหยาบระคายคอแล้วก็มีแค่ผักต้มเท่านั้นที่พวกเขามีสิทธิ์กิน

ผ่านไปครึ่งชั่วยามกลิ่นน้ำแกงไก่หอมโชยเข้าไปในเรือน เซี่ยจิ่งเฉิงแม้จะได้รับความรักจากแม่เฒ่าหวังและผู้เฒ่าเซี่ยผู้เป็นปู่ ทว่าแม่ไก่อันมีค่าของนางแม้แต่หลานรักอย่างเขาก็ไม่มีสิทธิ์กิน ไม่รู้เกิดเรื่องดีอันใดวันนี้ถึงได้อนุญาตให้ฆ่าไก่เพื่อทำอาหาร

จมูกหมาได้กลิ่นของดี หลานชายคนโตของแม่เฒ่าเซี่ยเดินตามกลิ่นหอมเข้ามาในครัว เมื่อเห็นแผ่นหลังบอบบางกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าเตา จึงกระแอมไอให้ได้ยิน

"อะแฮ่ม...นี่น้องสามเจ้ากำลังทำอะไร"

เซี่ยชิงหลีแสร้งไม่ได้ยิน นางยังคงเติมฟืนเข้าไปในเตาด้วยสีหน้าเฉยชา หากต้องเสวนากับสวะเหล่านี้นางยอมไม่มีปากพูดเสียดีกว่า เห็นลูกพี่ลูกน้องไม่สนใจเซี่ยจิ่งเฉิงจึงมีโทสะเล็กน้อย ทว่าตอนนี้เรื่องอาหารย่อมสำคัญกว่า บ้านรองเลิกคิดเรื่องของอร่อยไปได้เลยส่วนตนที่เป็นหลานรักย่อมต้องมีส่วนอยู่แล้ว

"ยังไม่เสร็จอีกหรือ ข้าหิวแล้วนะ"

เซี่ยชิงหลียกหม้อน้ำซุปไก่ออกจากเตา ก่อนหน้านี้โจ๊กผักต้มนางได้ยกกลับไปที่กระท่อมด้านหลังแล้ว ร่างบางไม่สนใจคำถามของเขาที่ดูกระตือรือร้นกว่าปกติ

ตลอดมาคนผู้นี้มักดูถูกมารดาและพี่ชายของตนอยู่ตลอด ธุระอะไรนางจะต้องยอมให้เขามีส่วนในอาหารที่นางทำ หญิงสาวยกหม้อซุปไก่เดินผ่านหน้าเซี่ยจิ่งเฉิงอย่างหน้าตาเฉย ทำเอาเขาถึงกับพูดไม่ออก

"นี่เจ้าเด็กใบ้! เจ้าทำอะไร! นั่นมันอาหารบ้านใหญ่ของเรานะ"

ชายหนุ่มรีบวิ่งตามไปอย่างร้อนใจทว่ากลับถูกเซี่ยชิงหลีที่หยุดอย่างกะทันหันขัดขาทำให้เขาล้มคะมำเข้าไปในเล้าไก่ ทั้งมือและใบหน้าของชายหนุ่มล้วนเปื้อนไปด้วยเศษขนและมูลไก่

กลิ่นเหม็นที่โชยเข้าจมูกทำเอาชายหนุ่มแทบทนไม่ไหว

"โอ้ก! แหวะ! เจ้าเด็กใบ้เจ้ากล้าขัดขาของข้า"

ร่างบางมองต่ำด้วยสายตาดูถูก ผอมบางท่าทางอ้อนแอ้นไม่ต่างจากสตรี บุรุษเช่นนี้มีหรือจะดูแลปกป้องตนเองได้ ก็แค่สวะตัวหนึ่ง

หญิงสาวไม่สนเสียงร้องโหยหวนของอีกฝ่าย เมื่อเซี่ยชิงหลีก้าวเข้าไปในกระท่อม สองพี่น้อง อาเหิง และหลี่หลันฮวาผู้เป็นมารดาที่ได้สติกลับมาแล้ว มองหม้อน้ำแกงไก่ในมือหญิงสาวด้วยสายตาสงสัย

"หลีเอ๋อหม้อนั่น..."

นางไม่อยากจะคิดเลย หากแม่เฒ่าหวังรู้เรื่องที่บุตรสาวฆ่าไก่อันมีค่าของนางทำน้ำแกงให้บ้านรอง บุตรสาวจะถูกลงโทษหนักขนาดไหน

เซี่ยชิงหลีอ่านสายตาของมารดาและเข้าใจความคิดของนาง ทว่าตนเองมิใช่ร่างเดิมมีหรือจะปล่อยให้ตนเสียเปรียบ

"นี่คือน้ำแกงไก่ ข้าต้มมาบำรุงร่างกายให้ท่าน ท่านแม่ท่านลุกขึ้นมาทานก่อน"

"หลีเอ๋อเจ้า...เจ้าพูดได้แล้วหรือ"

หลี่หลันฮวาลืมความกังวลก่อนหน้าไปจนสิ้น เมื่อได้ยินเสียงบุตรสาวเป็นครั้งแรก ไม่คิดว่าหลังจากอายุได้สองเดือนนางก็ไม่เคยได้ยินเสียงบุตรสาวอีกเลย ครั้งนี้สวรรค์เมตตาครอบครัวของตนแล้ว

หญิงสาวส่งยิ้มให้มารดาด้วยสีหน้าอ่อนโยน

devc-2bf6eb72-32879