เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต

เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต: ตอนที่ 4 เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด ตอนที่ 4

#4ตอนที่ 4 เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด

"เอาไว้ข้าจะเล่าให้ท่านฟังทีหลัง ตอนนี้ทุกคนต้องทานน้ำแกงไก่และเนื้อไก่ในหม้อให้หมด ก่อนคนบ้านเซี่ยจะมาแย่งไป"

เซี่ยชิงหลีเอ่ยกระตุ้นคนในครอบครัว นางตักน้ำแกงและเนื้อไก่ให้ทุกคนก่อนลงมือทานในส่วนของตน แม้ยุคโบราณเครื่องปรุงจะมีไม่มาก ทว่าตอนนี้ลำบากจำต้องทำเท่าที่มี เอาไว้วันหน้าตนมีโอกาสจะทำของอร่อยมากกว่านี้ให้พวกเขาทาน

"นางเด็กสารเลว!! ออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!! พวกเจ้าเอาความกล้าจากที่ใดถึงได้กล้าฆ่าไก่ของข้า วันนี้ยายแก่อย่างข้าจะให้เจ้าได้เห็นฤทธิ์ว่าการมาแตะต้องสิ่งของของข้าต้องมีจุดจบอย่างไร"

แม่เฒ่าหวังไม่รู้เรื่องที่เซี่ยชิงหลีบีบคอสะใภ้ใหญ่จนเกือบตาย จึงได้วางท่าทีใหญ่โตดั่งเช่นกาลก่อน ร่างกายของเซี่ยชิงหลีแม้จะอ่อนแอกว่าแต่ก่อนทว่าก็ไม่แย่ไปกว่าบุรุษวัยฉกรรจ์

เมื่อได้ยินเสียงโวยวาย ร่างผอมบางเดินออกมานอกกระท่อมพร้อมหม้อน้ำแกงไก่ที่ว่างเปล่า แม่เฒ่าหวังเห็นท่าทางเฉยชาของหลานสาวไม่รักดียิ่งทำให้นางมีโทสะ ด้านข้างแม่เฒ่ายังมีสะใภ้ใหญ่ที่คอยเป่าหูให้ลงโทษบ้านรอง

ทว่าทุกการกระทำของคนเหล่านั้นล้วนไม่อยู่ในสายตาของนาง

"ท่านย่า...ท่านมีอะไรกับบ้านรองของเราหรือ"

เซี่ยจื่อเฉิงใช้ไม่ค้ำเดินกะเผลกออกมานอกกระท่อมพร้อมกับน้องสาว ตนเองที่เป็นคนไร้ค่ามาตลอด วันนี้หากน้องสาวต้องถูกลงโทษตัวเขาจะรับเอาไว้เองทั้งหมด

"ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ พวกเจ้าทำสิ่งใดเอาไว้รู้ดีแก่ใจ"

"พวกเราทำอะไรหรือ"

เซี่ยชิงเป่าเดินออกมาพร้อมกับอาเหิง ปากยังถามย่าแท้ๆ ของตนด้วยดวงตาใสซื่อ

"เจ้า!! พวกเจ้ากบฏแล้ว!! กล้าตั้งคำถามกับผู้อาวุโสอย่างข้าหรือ โธ่เอ้ย!! สวรรค์ท่านมาเอาชีวิตยายแก่เช่นข้าไปเถิด เหตุใดครอบครัวเซี่ยถึงได้มีหมาป่าตาขาวอย่างเด็กสารเลวเหล่านี้"

แม่เฒ่าหวังทิ้งกายลงบนพื้นตีอกชกตัวเพื่อเรียกร้องให้ชาวบ้านเข้ามาเป็นพยาน นางคิดว่าคนหน้าบางอย่างหลี่หลันฮวาจะต้องไม่กล้าต่อปากกับตน แต่นางคิดผิด

"ท่านย่า ท่านเป็นอะไร ถ้าไม่สบายก็ควรไปหาหมอนะเจ้าคะ"

เซี่ยชิงเป่าเอ่ยกับแม่เฒ่าหวังด้วยสีหน้ารำคาญ เมื่อก่อนนางเป็นคนหัวแข็งไม่ยอมถูกกดขี่จึงถูกตีมากกว่าพี่น้องคนอื่น ครั้งนี้พี่สาวของตนแสดงให้เห็นแล้วว่าจะไม่ยอมถูกบ้านใหญ่และปู่ย่ากดขี่อีก นางจึงเผยนิสัยส่วนตัวออกมา

"เจ้าเด็กหน้าเหม็นเจ้ากล้าสาปแช่งข้าหรือ ดี! วันนี้ข้าหวังกุ้ยเฟินจะแทนตระกูลเซี่ย ใช้กฎของตระกูลลงโทษพวกเจ้า"

"ท่านแม่ ท่านอย่าโทษพวกเขาเลย พวกเขายังเด็กมีอะไรท่านมาลงที่ข้า"

หลี่หลันฮวารีบถลาออกมาจากกระท่อม นางคุกเข่าลงตรงหน้าแม่เฒ่าหวังอ้อนวอนมิให้ใช้กฎตระกูลลงโทษลูกๆ ของตน

"กฎบ้าบออันใด ของเหล่านี้ใช้ได้เฉพาะกับคนอ่อนแอเท่านั้น ใช่ไหมภรรยา อาเหิงพูดถูกหรือไม่"

ชายหนุ่มใช้ดวงตาใสซื่อมองไปยังหญิงสาวเพื่อรอคอยคำตอบการกระทำของเขาราวกับลูกหมาที่ต้องการคำเอ่ยชม เห็นเขาแสดงออกเช่นนั้น ร่างบางจำต้องพยักหน้าให้อย่างเสียมิได้

"ไหนยายเฒ่าบอกมาซิว่าอาเหิงทำผิดอะไร"

อาเหิงที่ยืนกอดอกอยู่กับเซี่ยชิงเป่าเอ่ยออกมาด้วยท่าทางอวดดี

"เจ้า!...เจ้ายังไม่รู้ความผิดของตนหรือ เช่นนั้นข้าจะบอกให้นะ เพราะพวกเจ้าบังอาจฆ่าไก่ที่ข้าเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม"

"ท่านย่า ท่านหรือเลี้ยงดูพวกมัน เช่นนั้นท่านก็ทำให้ข้าได้เปิดกะโหลกแล้ว ตาข้างไหนของพวกท่านเห็นเราฆ่าไก่"

"หลักฐานก็อยู่ในมือยังกล้าเสแสร้ง"

จางซุนโหรวชี้ไปยังหม้อดินที่อยู่ในมือของเซี่ยชิงหลี

"นี่! อ๋อ...อันนี้หรือ....นี่เป็นไก่ที่บ้านรองเลี้ยงดูเหตุใดจะกินไม่ได้เล่า"

เซี่ยชิงเป่าแม้จะอายุเพียงแปดขวบ ทว่าบัดนี้กลายเป็นกำลังหลักในการต่อต้านคนตระกูลเซี่ยไปแล้ว

มารดาที่อ่อนแอไม่สู้คน พี่ชายที่ร่ำเรียนจนไม่รู้วิธีต่อว่าผู้อื่น และพี่สาวที่แสร้งเป็นใบ้ บัดนี้คงเหลือเพียงนางและพี่อาเหิงเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับแม่เฒ่าปีศาจได้

"เจ้า! ที่นี่คือตระกูลเซี่ยทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นของตระกูลเซี่ยไม่ใช้ของบ้านรองของเจ้า"

เซี่ยชิงเป่าอยากตบมือให้กับคำพูดของป้าสะใภ้ใหญ่ ใบหน้ากลมแหงนมองร่างสูงของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

"พี่อาเหิง แล้วพวกเราไม่ใช่คนตระกูลเซี่ยหรือ เหตุใดถึงไม่มีสิทธิ์กินไก่ที่พวกเราเลี้ยง"

จางซุนโหรวเมื่อเห็นเด็กน้อยมีท่าทีสลดลง ก็รีบแสดงความเป็นใหญ่เพื่อข่มพวกเขา

"พวกเจ้าหรือพวกเดียวกับเรา ดูแต่ละคนไร้ค่าทั้งนั้น แม่ผู้อ่อนแอของเจ้า พี่ชายพิการพี่สาวเป็นใบ้ พี่เขยปัญญาอ่อน ครอบครัวพวกเจ้ามีใครสมบูรณ์บ้าง นอกจากเด็กอย่างเจ้า"

"ป้าสะใภ้ท่านยังลืมอีกคน บิดาที่ขี้เกียจสันหลังยาวของข้าก็เป็นครอบครัวบ้านรองของเรา"

เซี่ยชิงเป่าไม่ลืมเอ่ยเตือนป้าสะใภ้ใหญ่ ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคำพูดเหน็บแนมผู้เป็นบิดาที่ตะวันสายโด่งป่านนี้ยังไม่ลุกจากที่นอน ทำเอาแม่เฒ่าหวังหันไปส่งค้อนให้กับสะใภ้ใหญ่ที่ปากไม่มีหูรูด เปิดช่องโหว่ให้ศัตรูเอาคืนได้

"เจ้ารองของข้าจะเป็นครอบครัวเดียวกับกลุ่มคนไร้ค่าอย่างพวกเจ้าได้อย่างไร"

แม่เฒ่าหวังเอ่ยอย่างรังเกียจ เด็กน้อยยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระ หลายปีมานี้ตัวเขาก็ไม่เคยทำหน้าที่ของสามีและบิดา ตอนนี้จะอย่างไรก็ได้ ตนเองไม่สนใจอยู่แล้ว

"อืม...ก็ได้ท่านย่า ถ้าท่านพ่อไม่ใช่ครอบครัวของบ้านรองเรา เช่นนั้นนางเป็นครอบเดียวกับหญิงหม้ายอย่างป้าสะใภ้ใหญ่หรือ จิ!จิ! น่าสงสารลุงใหญ่ ตายไปไม่กี่ปีก็ถูกสวมหมวกเขียวเสียแล้ว"

คำพูดของเด็กน้อยทำเอาคนทั้งบ้านถึงกับสะอึกไปเลยทีเดียว

"เจ้า!! เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด คิดทำลายชื่อเสียงตระกูลเซี่ยของข้าหรือ"

เมื่อเซี่ยชิงเป่าเอ่ยออกมาเช่นนั้น จางซุนโหรวก็แสดงท่าทีร้อนรนราวกับทำเรื่องที่ไม่ควรทำลับหลังบ้านรอง

"ช่างเถอะๆ ถ้าพวกท่านเห็นเราบ้านรองไร้ค่าเช่นนั้นพวกท่านก็ทำงานทุกอย่างด้วยตนเองเถอะ ต่อไปพวกเราจะไม่ทำงานเหล่านี้แล้ว"

เซี่ยชิงเป่าเอ่ยออกมาราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย ทว่าแม่เฒ่าหวังมีหรือจะยอมให้หลานในไส้มาอยู่เหนือตนได้

"ไม่ทำงานหรือ ถ้าพวกเจ้าไม่ทำงานเช่นนั้นก็อย่ากินอาหารจากตระกูลเซี่ยของข้า"

"ไม่กินก็ไม่กิน พวกเราบ้านรองคนเยอะเพียงนี้ไม่กินข้าวบ้านท่านพวกเราก็ไม่มีทางอดตาย"

เด็กน้อยจีบปากจีบคอตอบหญิงชราด้วยท่าทางไม่แยแส เซี่ยชิงหลีไม่คิดว่าน้องสาวคนเล็กจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ แม้แต่สตรีปากร้ายอย่างแม่เฒ่าหวังยังหมดหนทางต่อกรกับนาง

devc-2bf6eb72-32879