เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต: ตอนที่ 9 พรสวรรค์การรักษา ตอนที่ 9
คนทั้งสามเดินตามกันเข้าไปจนถึงด้านหลังเรือนหลัก เมื่อหมอหลิวพบว่าบ้านรองพวกเขาอาศัยอยู่ในกระท่อมที่ทำจากฟาง หมอชราจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าเวทนาออกมา
"พวกเจ้าทุกคนรออยู่ด้านนอกก่อน"
เมื่อสั่งความเสร็จหมอหลิวก็สะพายล่วมยาเดินเข้าไปด้านใน
เซี่ยชิงหลีบัดนี้ทำความสะอาดบาดแผลเรียบร้อยแล้ว หน้าท้องของมารดามีร่องรอยฟกช้ำ สะโพกของนางมีบาดแผลทว่าไม่ลึกมากนักแต่ต้องได้รับการเย็บเพื่อให้แผลหายเร็ว ส่วนขาของนางตรวจดูแล้วไม่มีส่วนใดแตกหักเพียงแต่มีรอยกรีดเป็นทางยาวและจำเป็นต้องเย็บแผลเช่นเดียวกัน
ยุคนี้ยังไม่มีการเย็บบาดแผลเพื่อรักษา ตัวนางเองก็ไม่มีอุปกรณ์จำต้องรักษาเท่าที่สามารถทำได้ไปก่อน
"เจ้าเป็นคนทำทั้งหมดนี่หรือ"
เมื่อเห็นว่าบาดแผลของหลี่หลันฮวาถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว หมอชราก็มีท่าทีพอใจไม่น้อย
"เป็นข้าเองเจ้าค่ะ"
"นี่! เจ้า!...นางหนูเจ้าพูดได้ตั้งแต่เมื่อใด"
ใครบ้างไม่รู้ว่าเซี่ยชิงหลีเป็นใบ้ เมื่อได้ยินเสียงของนางหมอชราตกใจจนหาเสียงตนเองไม่เจอ
"ท่านหมอเรื่องนี้เอาไว้ข้าจะอธิบายทีหลัง ขอข้าดูล่วมยาของท่านได้หรือไม่"
"นี่! เจ้าก็รักษาคนได้ด้วยหรือ"
"ก็ประมาณนั้นเจ้าค่ะ"
หญิงสาวจัดการทำแผลให้มารดาอย่างคล่องแคล่ว หลังจากใส่ยาและพันแผลของนางเสร็จแล้วจึงได้มีโอกาสหันมาพูดกับหมอชรา
"ความจริงหลายปีมานี้ข้าได้รับการรักษาจากหมอพเนจรท่านหนึ่ง ท่านรับข้าเป็นลูกศิษย์และสอนการรักษาให้แก่ข้า แต่เรื่องที่ข้าพูดได้อยากจะขอให้ท่านหมอเก็บเป็นความลับได้หรือไม่"
หมอชราไม่รู้เหตุผลที่เด็กสาวตรงหน้าต้องการเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่างไรทุกคนก็มักมีเรื่องที่ลำบากใจไม่สามารถพูดออกมาได้สักหนึ่งหรือสองเรื่อง อีกอย่างตนเป็นคนนอกไม่สะดวกยุ่งเรื่องของผู้อื่น
"ข้ารับปาก แต่ขอข้าพูดกับเจ้าเรื่องหนึ่ง เด็กน้อย...เจ้ารู้เรื่องการรักษามากน้อยเพียงใด"
ชายชรามองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพินิจ
"อืม....ข้าเองก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ เพราะยังไม่เคยลงมือรักษาใครอย่างจริงจัง ท่านแม่เป็นคนแรกที่ข้าทำแผลให้ แต่เรื่องสมุนไพรและฝังเข็มข้าพอรู้บ้างเล็กน้อย"
หญิงสาวเอ่ยอย่างถ่อมตน
ความจริงแล้วเซี่ยชิงหลีไม่ต้องการเปิดเผยฝีมือของตนมากนัก รอให้ออกจากตระกูลเซี่ยเรียบร้อยแล้วนางถึงจะสามารถทำอะไรได้สะดวก ไม่อย่างนั้นพวกเหลือบไรทั้งหลายคงตามติดไม่หยุด
หมอชราลูบเคราขาวอย่างครุ่นคิด ในเมื่อนางไม่ต้องการเปิดเผยฝีมือเช่นนั้นตนก็ไม่อยากเซ้าซี้ เพราะเรื่องพรสวรรค์ไม่ใช่ทุกคนจะมีได้
"ท่านหมอ เรื่องค่ารักษา..."
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องเงินนางก็มีท่าทีอึดอัดขึ้นมา บ้านของนางไหนเลยจะมีเงินเป็นของตนเอง หลายปีมานี้หน้าที่ของมารดามีเพียงรับใช้พวกเขา
แค่อาหารยังไม่สามารถทานให้อิ่มท้อง อีกอย่างนางพึ่งมาที่นี่ได้เพียงสองวันก็เกิดเรื่องขึ้นแล้ว จึงยังไม่มีเวลาทำงานหาเงิน
เมื่อเห็นท่าทีของเด็กสาวเป็นเช่นนั้นหมอชราก็เข้าใจได้ทันที
"ไม่เป็นไรเอาไว้เจ้ามีเมื่อใดค่อยนำมาให้ข้า วันนี้ข้าเองก็มิได้ลงมือรักษาท่านแม่ของเจ้า จากนี้เจ้าให้ข้าสองตำลึงค่ายาสมุนไพรก็พอแล้ว"
"ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ แต่เมื่อท่านมาที่นี่แล้วข้าคงให้ท่านกลับไปมือเปล่าไม่ได้"
เซี่ยชิงหลียิ้มกว้างทันที นางวิ่งไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่ส่งให้หมอชรา
"นี่คืออะไร"
"ท่านรับไปเถอะไม่ใช่อะไรที่ล้ำค่าขนาดนั้น แต่ข้าอยากให้ท่านนำกลับเรือนไปด้วย"
หญิงสาวคะยั้นคะยอให้ท่านหมอหลิวรับตะกร้าไม้ไผ่ในมือของตน ชาวบ้านที่เฝ้าอยู่ด้านนอกเมื่อรู้ว่าหลี่หลันฮวาพ้นขีดอันตรายแล้วจึงวางใจแยกย้ายกลับเรือนของตน
"ท่านปู่หมอ เป่าเอ๋อไปส่งท่าน"
เด็กน้อยเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อคิดว่าอาการของมารดาไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ภายหลังเมื่อภรรยาของท่านหมอหลิวเปิดตะกร้า พบว่าด้านในมีผักป่าและไก่ป่าสามตัว ไม่คิดว่าเด็กสาวจะมีน้ำใจเพียงนี้ หมอหลิวคิดนำกลับไปคืนแต่มาคิดดูอีกที เด็กสาวผู้นั้นรู้อยู่แล้วแต่ก็ยังให้ตนมา หมายความว่าต่อให้เอากลับไปคืนเด็กคนนั้นก็คงไม่รับกลับ
"ตาเฒ่าจะให้ข้าทำอย่างไรกับสิ่งของเหล่านี้"
หญิงชราถามสามีด้วยสีหน้าเป็นกังวล นางเองก็รู้ว่าเด็กๆ เหล่านั้นมีชีวิตที่ลำบากเพียงใด แต่ก็ยังแสดงน้ำใจต่อพวกเขา
"เจ้าต้มน้ำแกงเถอะ ถือเสียว่าเป็นน้ำใจของเด็กบ้านรองสกุลเซี่ย"
ความจริงที่เซี่ยชิงหลีให้ไก่ป่ากับท่านหมอหลิวเพราะวันนี้นางคิดจะจัดการกับไก่ในเล้าทั้งหมดของแม่เฒ่าหวังนั่นเอง
"อาเหิง วันนี้เจ้าอยากกินไก่ย่างตัวใหญ่หรือไม่"
"อาเหิงอยากกิน ภรรยาจะฆ่าไก่อีกแล้วหรือ อาเหิงช่วยจับ"
ท่าทางของชายหนุ่มดูมีความสุขเมื่อได้รู้ว่าตนเองจะได้ทานเนื้อ วันนี้หญิงสาวแลกเกลือกับข้าวขาวมาแล้ว จากนี้ต้มโจ๊กต้มน้ำแกงไก่เพื่อบำรุงร่างกายของมารดา ส่วนคนสารเลวเหล่านั้นเอาไว้นางคิดบัญชีทีหลัง
"หลีเอ๋อทำแบบนี้ดีแล้วจริงๆ หรือ"
พี่ชายแสดงสีหน้าเป็นกังวล ตลอดชีวิตร่ำเรียนเขียนอ่านใช้ชีวิตตามวิถีเต๋า มักได้รับการสั่งสอนให้เคารพกตัญญูต่อผู้อาวุโสในบ้าน จึงไม่เคยมีความคิดต่อต้าน การกระทำของน้องสาวและนิสัยที่เปลี่ยนไปของนางทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นชิน
"ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป พวกเขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก แย่สุดก็แค่ไปจากที่นี่ นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการอยู่แล้ว"
หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าไร้กังวล ไม่มีท่าทีหวาดกลัวต่ออนาคตเลยสักนิด
เมื่อเซี่ยชิงเป่ากลับมาจากบ้านท่านหมอหลิวนางได้เล่าเรื่องที่จางซุนโหรวกระทำ หลังจากฆ่าไก่ทั้งเล้ากินเรียบร้อยโดยที่คนบ้านเซี่ยทำได้เพียงยืนมองตาปริบๆ
ตกดึกเซี่ยชิงหลีลอบออกจากกระท่อมไปยังเรือนหลัก
ตะเกียงน้ำมันทุกดวงภายในเรือนมอดดับไปแล้ว หญิงสาวย่องไปยังห้องนอนของจางซุนโหรวอย่างเงียบเชียบ ก่อนเปิดประตูเข้าไปด้านในนางสะดุดใครคนหนึ่งเข้า
"นี่!...เป็นเจ้าเองหรือ ตามข้ามาทำไม"
หญิงสาวกระซิบเสียงเบาเพราะเกรงว่าคนในเรือนจะตื่นขึ้นมาพบพวกเขา
"ภรรยาจะไปไหน สามีตามไปด้วย"
เซี่ยชิงหลีมองร่างสูงอย่างวิเคราะห์ นางเป็นสายลับอยู่หลายปี ค่อนข้างมั่นใจในฝีมือของตน คืนนี้ลอบออกมาอย่างเงียบๆ ไม่คิดว่าคนคนนี้จะตื่นขึ้นมาได้ ทั้งยังตามติดตนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลยสักนิด เขาคงไม่ได้แกล้งบ้าหรอกใช่หรือไม่
หญิงสาวอยากจะลองทดสอบดูแต่ไม่ใช่เวลานี้
"อาเหิงรออยู่ตรงนี้ อย่าตามข้ามาเข้าใจหรือไม่"