เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต: ตอนที่ 19 ล่ากวางป่า ตอนที่ 19
"น่าเสียดาย ดูเหมือนเราสองคนคงต้องกลับบ้านมือเปล่า"
นางอุตส่าห์ให้ท่านตาแบกหน้าไปยืมธนูของนายพรานในหมู่บ้าน ทว่าเมื่อมาถึงกลับไม่มีหมูป่าแม้แต่ตัวเดียว
"เอาเถอะ ไม่มีก็ดีแล้ว รู้หรือไม่ว่าหมูป่าอันตรายเพียงใด"
"ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ"
เมื่อเป้าหมายไม่อยู่สองตาหลานจึงเดินกลับออกมา ระหว่างทางเซี่ยชิงหลีพึ่งสังเกตเห็นสมุนไพรขึ้นอยู่โดยรอบตลอดทางเดิน เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไปจึงชวนชายชราพูดคุยไปพลางๆ
"ท่านตา หมู่บ้านสือโถวมีหมอหรือไม่"
"ไม่มีหรอก หมู่บ้านของเราเมื่อยามเจ็บป่วยก็มักจะเดินทางไปหาท่านหมอหลิวที่หมู่บ้านสือซาน ท่านยายของเจ้าก็ได้รับการรักษาจากท่านหมอหลิวเช่นเดียวกัน"
"เช่นนั้นมีคนรู้จักสมุนไพรหรือไม่"
เซี่ยชิงหลียังคงถามต่อ
"จะมีได้อย่างไร คนที่รู้เรื่องสมุนไพรอำเภอเราแทบนับนิ้วได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องรู้เฉพาะคนที่เคยร่ำเรียนมาอย่างนั้น"
"เช่นนั้นถ้าข้าบอกว่าข้ารู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นสมุนไพรท่านตาเชื่อหรือไม่"
หญิงสาวชี้ไปยังชวนซินเลี่ยน (ฟ้าทะลายโจร) ที่ขึ้นเต็มทั่วบริเวณ ชาวบ้านทั่วไปมักจะมองว่าเป็นพิษเพราะความขมของมัน
"หลีเอ๋อ เจ้าจะบอกว่าตนเองรู้เรื่องสมุนไพรหรือ"
"ใช่สิเจ้าคะ ก่อนหน้านี้ข้าได้ไหว้หมอพเนจรท่านหนึ่งเป็นอาจารย์ กระทั่งตอนนี้ที่พูดได้ก็ไม่ใช่ฝีมือของอาจารย์ข้าหรือ"
ชายชราหันมายิ้มกับหลานสาวผู้โชคดีของตน
"ดี! ดีจริงๆ ไม่คิดว่าในความโชคร้ายของพวกเจ้าจะยังมีเรื่องดีๆ อยู่ด้วย นี่ท่านแม่ของเจ้ารู้เรื่องนี้หรือยัง"
"อืม...ท่านแม่ของข้าจะรู้หรือไม่นั้น...บาดแผลของนางข้าก็เป็นคนรักษา อีกอย่างข้ายังคิดว่าจะใช้ความรู้ของตนพัฒนาเป็นอาชีพ ต่อไปครอบครัวของเราจะต้องร่ำรวยไปด้วยกัน"
สองตาหลานเดินพูดคุยอย่างเพลิดเพลิน หูที่ได้รับการฝึกฝนของเซี่ยชิงหลีพลันได้ยินความเคลื่อนบางอย่างที่อยู่ห่างออกไป
"ท่านตา!...รอสักครู่"
หญิงสาวเปลี่ยนจากท่าทางที่ดูขี้เล่นเป็นจริงจังในทันที ร่างบางย่องตามเสียงนั้นไปเมื่อพ้นเขตป่าสมุนไพรกลายเป็นลานทุ่งกว้าง ที่นั่นมีสัตว์ป่ามากมายกำลังเล็มหญ้าอย่างเพลิดเพลิน
ทันใดนั้นกวางหนุ่มตัวเขื่องค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากแนวพุ่มไม้
มันเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ด้วยจังหวะที่สงบและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ จมูกของมันก้มลงเล็มยอดหญ้าอ่อนสีเขียวสดอย่างละเมียดละไม ทว่าทุกอิริยาบถเต็มไปด้วยความระมัดระวังแม้จะไม่มีภัยใดปรากฏให้เห็น
สายลมบางเบาพัดผ่าน หูของมันกระดิกเล็กน้อยดวงตาคู่นิ่งแลไปยังขอบชายป่าที่ทอดยาว ราวกับรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้
เซี่ยชิงหลีปลดคันธนูออกจากหัวไหล่ ทุกการเคลื่อนไหวของนางดูมั่นคงและไร้เสียง ดวงตางามแน่วแน่มองตรงไปยังเป้าหมายที่กำลังเดินเฉิดฉายอยู่เบื้องหน้า
คันธนูไม้เนื้อแข็งถูกกระชับแน่นในมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกข้างเอื้อมไปหยิบลูกธนูจากกระบอกอย่างแผ่วเบา เสียงขนนกเสียดสีกับขอบกระบอกฟังแทบไม่ออกเมื่อเทียบกับเสียงลมหายใจที่เริ่มหนักหน่วงขึ้นของนาง
หญิงสาวยกคันธนูขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเกี่ยวสาย หัวลูกธนูพาดแนบกับคันธนู กายผอมบางตั้งมั่นในท่วงท่าที่แม่นยำราวกับทุกกล้ามเนื้อกำลังกลั้นลมหายใจไปพร้อมกัน รอบข้างถูกความเงียบเข้าปกคลุม ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เหลือเพียงความพร้อมที่จะปล่อยลูกธนูออกไป
"ฟึ่บ!! ฉึก!!"
เสียงสายธนูดีดดัง ฟึ่บ แหวกอากาศเพียงชั่วพริบตาก่อนที่ลูกศรจะพุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ ลำคอของกวางหนุ่มที่กำลังก้มเงยเล็มหญ้าอยู่ห่างออกไปถูกแรงปะทะทำให้ร่างของมันสะดุ้งเฮือกดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก่อนที่กายจะทรุดลงอย่างช้าๆ ภายใต้เงาไม้ใหญ่ท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่า
เลือดสีแดงเข้มค่อย ๆ ซึมออกมาจากบาดแผลที่ลูกธนูปักแน่น เสียงหายใจของกวางหนุ่มแผ่วลงเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนจะหยุดนิ่งในที่สุด
สองตาหลานรีบวิ่งตรงไปยังก้อนเนื้อที่นอนแอ้งแม้งไร้ซึ่งลมหายใจ เป็นผลงานใหญ่ของนางอีกแล้ว แม้จะยังมิได้รับคำชมทว่าหญิงสาวยังคงยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือตน
"เก่งมากหลานสาวของข้า วันนี้เจ้าทำให้ผู้เฒ่าภาคภูมิใจนัก รู้หรือไม่ว่าการยิงเช่นนั้นของเจ้าแม้แต่นายพรานในหมู่บ้านยังต้องคารวะ"
"แค่โชคดีเท่านั้นเจ้าค่ะ ท่านตาจะนำข้าไปเปรียบกับพรานมืออาชีพเหล่านั้นได้อย่างไร ตัวข้าเพียงมือใหม่เท่านั้น"
แม้คำพูดเหมือนดูจะถ่อมตน ทว่าท่าทาของนางกลับตรงกันข้าม ชายชรามองหลานสาวผู้นี้ด้วยสายตาเอ็นดู เด็กสาวร่างผอมบางทว่ากลับดูเข้มแข็งกว่าบุรุษอกสามศอก ยิ่งมองเขาก็ยิ่งถูกตา
"ได้ๆ แล้วจะทำอย่างไรกับกวางหนุ่มตัวนี้ ท่าทางจะหนักไม่ใช่น้อย ใหญ่กว่าหมูป่าตัวเมื่อวานเสียอีก"
หญิงสาวสำรวจมองไปรอบๆ สัตว์ป่าที่กำลังเล็มหญ้าก่อนหน้านี้วิ่งหนีหายไปจนหมด เหลือเพียงทุ่งหญ้าโล่งๆ เท่านั้น
"ที่นี่อยู่ห่างจากจุดที่ทุกคนเก็บเห็ดสนไม่น้อย ข้าว่าเราตัดไม้ทำลากเลื่อนกันดีหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเดินไปกลับให้เสียเวลา"
"ได้ๆ ทำอย่างที่หลีเอ๋อต้องการเถิด"
หญิงสาวเดินย้อนไปยังแนวป่าตัดไม้ลำเท่าแขนหลายท่อนเพื่อทำลากเลื่อน นางใช้เถาวัลย์มัดให้แน่นจากนั้นยกกวางหนุ่มชะตาขาดขึ้นไปวางด้านบน
"เราออกเดินทางกันเถอะท่านตา ตอนนี้เวลาก็ไม่เช้าแล้ว"
สองตาหลานเริ่มออกเดินอีกครั้ง เบื้องหน้าคือป่าใหญ่ทอดยาวเขียวขจี แสงของดวงตะวันยังคงแรงกล้า ร่างบางลากเลื่อนไม้โดยไร่ท่าทีเหนื่อยอ่อน ชายชราเดินตามหลานสาวพลางส่งเสียงถามเป็นระยะว่านางเหนื่อยไหม เปลี่ยนกับตนเองไหม ทว่าเซี่ยชิงหลียังคงเอ่ยปฏิเสธ
ณ ป่าสนที่คนบ้านหลี่กำลังเก็บเห็ด
"พวกเรากลับมาแล้ว!!"
เซี่ยชิงหลีตะโกนส่งเสียงมาแต่ไกล แม้จะลากกวางตัวใหญ่หนักนับพันจินทว่าหญิงสาวกลับไม่มีท่าทีเหนื่อยอ่อน
"เจ้าใหญ่เจ้ารอง!! รีบมาช่วยหลานสาวของเจ้าเร็ว"
ชายชราเองก็ตะโกนสั่งบุรุษในเรือนให้ทำหน้าที่ของตน เพราะไม่ต้องการให้หลานสาวเหน็ดเหนื่อยไปมากกว่านี้
"ท่านพ่อ...พวกท่านไปล่าสัตว์มาหรือ มิน่าเล่าเราถึงมองไม่เห็นทั้งสองคน"
ลุงใหญ่รีบวิ่งมาช่วยรับไม้ต่อจากหลานสาว สายตาเหลือบมองกวางหนุ่มนอนนิ่งไร้ลมหายใจพลางแสดงสีหน้ายินดี เมื่อวานได้หมู่ป่า ไม่คิดว่าวันนี้จะได้กวางตัวใหญ่ หลานสาวคนนี้ต้องเป็นดาวนำโชคแน่ๆ
คนบ้านหลี่ต่างทิ้งตะกร้าเห็ดสนวิ่งตรงมายังจุดที่พวกเขาพูดคุย ตั้งแต่เล็กจนโตเพราะเป็นครอบครัวใหญ่ทว่าไม่มีรายได้ทางอื่นนอกจากทำนา การเป็นอยู่ของพวกเขาจึงค่อนข้างลำบาก
บัดนี้เพียงพูดว่าจะกินเนื้อก็ได้กิน นี่มันใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์หรืออย่างไร ทุกคนแสดงท่าทางยินดี โดยเฉพาะสะใภ้ทั้งสองของตระกูลหลี่ที่ยอมแต่งงานเข้ามาลำบากด้วยกัน
วันนี้พวกนางดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว เก็บเห็ดสนก็เอาไว้เท่านี้ก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ส่วนกวางตัวนี้พวกเจ้าเปลี่ยนกันลากกลับเรือนก็แล้วกัน ข้ากับหลีเอ๋อจะล่วงหน้าไปก่อน"
ในระหว่างที่ชายชรากำลังออกคำสั่ง เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งก็ดังขัดจังหวะขึ้น
"ภรรยา!.."
นัยน์ตาคมมีแววน้อยใจมองตรงมายังร่างบาง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหล่ายามนี้ดวงตากำลังแดงก่ำ หยาดน้ำตาสีใสจวนเจียนจะหยดอยู่รอมร่อ ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ นางลืมเจ้าเด็กน้อยผู้นี้ไปได้อย่างไร
"มานี่สิ...ให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้าเก็บเห็ดสนได้มากน้อยเพียงใด"
เพียงหญิงสาวเอ่ยปาก ร่างสูงก็เปลี่ยนท่าทีเป็นดีใจ เขาวิ่งดุ๊กดิ๊กตรงมายังหญิงสาวอย่างซื่อสัตย์ ทุกคนต่างมองเห็นเป็นภาพเดียวกันคือ ด้านหลังของเขาราวกับมีหางน้อยๆ กวัดแกว่งไปมา