ลิขิตรักชายาพิษ: ตอนที่ 11 ขอแต่งงานด้วยความจริงใจ ตอนที่ 11
ขอแต่งงาน?!
เมื่อคำพูดนี้กล่าวออกมา สถานที่แห่งนั้นก็เงียบสงัดราวกับเข็มเล่มหนึ่งร่วงลงพื้นก็ได้ยิน
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างของซูจื่ออวี๋
ซูจื่ออวี๋เองก็ตกใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานขึ้นมา? หรือว่าเมื่อครู่นี้สมองของอานซื่อจื่อคนนี้จะมีอะไรผิดปกติ ดังนั้นตอนนี้สติก็เลยเพ้อไปใหญ่?
จริงๆ แล้วความคิดของอานเป่ยซานนั้นง่ายมาก เขาไม่ได้ตกหลุมรักซูจื่ออวี๋ตั้งแต่แรกเห็น และคิดว่าการขอแต่งงานสตรีต่อหน้าสาธารณะเช่นนี้ เขาซึ่งเป็นบุรุษย่อมไม่เสียหาย แต่ความคิดกลับแตกต่างจากซูจื่ออวี๋ นางยอมเสียชื่อเสียงเพื่อช่วยชีวิตเขา ดังนั้นตามหลักแล้วเขาจึงควรรับผิดชอบทุกอย่าง
“ลูกซาน...” พระชายาอ๋องอานเริ่มลนลานแล้ว อยากจะเข้าไปขวางแต่กลับไม่กล้าเอ่ยปาก ทำได้เพียงส่งสายตาให้อานเป่ยซาน
แต่อานเป่ยซานกลับใจแข็งเอ่ยปากออกมาว่า “คุณหนูซู ข้าขอแต่งงานอย่างจริงใจ”
คำพูดนี้ เป็นความจริง ซูจื่ออวี๋ช่วยชีวิตเขา เขาไม่สามารถทำลายชีวิตของนางได้
ซูจื่ออวี๋เม้มปากมองไปที่อานเป่ยซานซึ่งมีท่าทางอ่อนแรงเล็กน้อย แต่กลับไม่สามารถบดบังความสง่างามได้
อ๋องอานคือพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ในปีที่ฮ่องเต้ขึ้นครองบัลลังก์ อ๋องอานเป็นผู้ที่มีคุณูปการออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ฮ่องเต้ไม่มีสิ่งใดมาสั่นคลอนได้
ดังนั้นแม้ว่าเขาจะแซ่อาน ไม่ใช่แซ่จวิน แต่ฝ่าบาทก็ยังคงแต่งตั้งเขาให้เป็นอ๋อง
ถือว่าเป็นหนึ่งคนที่อยู่เหนือประชาชนนับหมื่นในเมืองหลวงแคว้นต้าโจวนี้
ในฐานะอานเป่ยซานซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของอ๋องอาน ตราบใดที่เขาไม่ตายก็จะได้สืบทอดตำแหน่งอ๋องอานต่อ ซูจื่ออวี๋แต่งงานกับเขา ย่อมได้รับความเคารพความมั่งคั่ง ชื่อเสียงและอำนาจ
เมื่อเทียบกับชีวิตที่ยากลำบากใยจวนเสนาบดีของนาง มันย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ
ต้องชื่นชมเลยว่าการขอแต่งงานของอานเป่ยซานนี้ทำให้ซูจื่ออวี๋ซาบซึ้งมาก
อีกหน้ารูปร่างหน้าตาของอานเป่ยซานก็เป็นแบบที่นางชอบ อ่อนโยนดังหยก เป็นสุภาพบุรุษ ต่อให้เวลานี้จะสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย เขายังคงสง่างาม อืม...เสียงพูดก็ไพเราะ
ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ นอกจากจวินมู่เหนียนคนนั้นแล้วก็แทบจะไม่มีใครเทียบเขาได้
แต่งงานกับบุรุษเช่นนี้ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะได้รักกัน แต่ซูจื่ออวี๋ก็มั่นใจว่านางจะมีชีวิตที่ดีมาก
ไม่สู้...แต่งไปเลยล่ะ?
ซูจื่ออวี๋กะพริบตาปริบๆ ขณะที่นางอยากจะเอ่ยปากตอบตกลง เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“เป็นแค่ลูกสาวอนุจะคู่ควรแต่งเข้าจวนอ๋องอานได้เยี่ยงไร เป่ยซาน เจ้าหุนหันพลันแล่นเกินไปแล้ว”
เสียงนี้ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์แทบจะไม่มีอารมณ์ใดๆ แต่กลับดูเด็ดขาดอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อทุกคนมองไป คนที่พูดนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นอ๋องฉินจวินมู่เหนียนในหมู่อ๋องทั้งเจ็ดคนซึ่งเป็นคนเดียวที่ได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งจากฮ่องเต้
ซูจื่ออวี๋กัดฟัน ความขยะแขยงในปากของจวินมู่เหนียนไม่คิดจะปกปิดเลยสักนิด ช่างน่ารังเกียจจริงๆ
แต่คำพูดของเขาก็เหมือนกับกระบวยน้ำเย็นที่ราดลงมาบนหัวทำให้ซูจื่ออวี๋ได้สติมาไม่น้อย
ที่เขาพูดก็ไม่ผิด คนสองคนต้องฐานะเหมาะสมกัน ชาตินี้นางก็คงไม่สามารถชุบตัวขึ้นไปได้ ถ้าเกิดแต่งงานเข้าจวนอ๋องอานก็มีแต่เพิ่มปัญหาให้ทั้งครอบครัว จากบุญคุณก็จะกลายเป็นความแค้น ไม่สู้รู้จักตัวเอง เจียมเนื้อเจียมตัว
ซูจื่ออวี๋เม้มปากก่อนจะเอ่ย “ขอบคุณอานซื่อจื่อที่เมตตา แต่ข้าไม่แต่งเจ้าค่ะ”
“ทำไมล่ะ?” อานเป่ยซานสงสัย สตรีในโลกนี้ ยังมีคนปฏิเสธการแต่งงานกับเขาอานเป่ยซานด้วยหรือ? แม้แต่กับองค์หญิงเขาก็ยังสามารถแต่งงานด้วยได้
เสียงนี้ยังไม่พูดไม่ทันจบก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ทำไม?” คำพูดนี้ก็คืออ๋องรองจวินมู่หลาน จวินมู่หลานอดคิดไม่ได้ ซูจื่ออวี๋ไม่แต่งงานกับอานเป่ยซาน หรือเพราะในใจนางยังไม่ลืมเขา?
ซูจื่ออวี๋เหลือบมองจวินมู่หลานแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้ตอบเขา แต่สีหน้านั้นเห็นได้ชัดว่ากำลังบอกว่า “ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”
ซูจื่ออวี๋หันหน้ากลับไปมองอานเป่ยซาน เอ่ยด้วยน้ำเสียที่อบอุ่น “อานซื่อจื่อ ข้าเป็นหมอ ถ้าข้าช่วยคนหนึ่งคนแล้วต้องแต่งงานกับคนที่ข้าช่วย เช่นนั้นข้าต้องแต่งงานอีกกี่ครั้งหรือ?”