Unreachable love.นับหนึ่งไม่ถึงเวกัส

Unreachable love.นับหนึ่งไม่ถึงเวกัส: นับหนึ่งไม่ถึงเวกัส Ep.3 ตอนที่ 4

#4นับหนึ่งไม่ถึงเวกัส Ep.3

Nubnung ' s

ผมตื่นขึ้นมาเช้าวันใหม่กับวันแรกที่ต้องทำภารกิจที่นอกกำแพง ผมรู้สึกอิจฉาผู้คนที่อยู่นอกกำแพงนะชีวิตพวกเขาดูน่าอยู่มากกว่าคนในกำแพงเป็นร้อยเท่าเลย ผมรีบแต่งตัวไปทำภารกิจตามที่คุณชาล์วบอกและตามข้อมูลที่ผมได้มา วันอาทิตย์แบบนี้คุณเวนิสจะไปพักผ่อนอ่านหนังสือที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ โรงแรมที่ผมอยู่โดยจะมีมุมส่วนตัวของเขา โดยที่ไม่มีบอดี้การ์ดคุ้มกัน เหมาะที่จะเข้าไปตีสนิท ตอนแรกผมจะยังไม่เอาปืนไปแต่พี่คนที่เขาขับรถมาส่งผม ถึงแม้จะยังไม่รู้ชื่อเขาก็ตาม เขาบอกให้ผมพกปืนติดตัวไปด้วยเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินผมก็เลยหยิบไปด้วย

ผมเดินสำรวจที่สาธารณะเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือมาพักผ่อนมากๆเพราะบรรยากาศดีแทบจะไม่มีแดดเลย ผมเดินไปเรื่อย ๆ ก็ไปสะดุดเข้ากับเจ้าแมวตัวสีส้มที่มันกำลังนอนเลียขนตัวเองอยู่ผมย่อตัวไปนั่งเล่นกับมันแล้วมันก็ลุกมาคลอเคลียมือผม ผมส่งยิ้มให้กับเจ้าแมวขนฟู มันตัวอ้วนจนเกินกว่าจะเป็นแมวจรจัดนะ

"ฮาเปอร์"

ผมหันไปตามเสียงเรียกแต่ก็ต้องตกใจเพราะคนที่เรียกผมก็คือคุณเวนิส ตัวจริงเขาดูดียิ่งกว่าในรูปอีก แล้วเขารู้ชื่อผมได้ยังไง ถึงจะเป็นแค่ชื่อปลอมก็เถอะ ผมเก็บความสงสัยไว้แล้วพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

"คุณรู้ชื่อผมได้ยังไงครับ" ผมเอ่ยถามเขาก่อนจะได้สีหน้างุนงงกลับมาแทนก่อนที่เจ้าตัวจะเหมือนนึกอะไรออกแล้วก็หลุดยิ้มออกมา

"คุณชื่อฮาเปอร์หรอครับ เจ้าแมวตัวนี้ก็ชื่อฮาเปอร์เหมือนกัน" เขาพูดด้วยเสียงนุ่มท่าทางสบายๆก่อนจะย่อตัวลงมานั่งแกะซองอะไรสักอย่างให้กับยื่นให้กับเจ้าแมวส้ม เจ้าฮาเปอร์ก็เลียซองในมือเขาอย่างชอบใจ มันก็คงจะเป็นขนมแมวของคนนอกกำแพงละมั้ง

"ขอโทษที่เข้าใจผิดครับ"

"ไม่เป็นไรครับ แต่แปลกนะครับ ปกติเจ้าฮาเปอร์มันหวงตัวจะตายไม่คิดว่ามันจะเล่นกับคุณด้วย" เขาบอกแต่ตายังจดจ่ออยู่กับขนมที่ป้อนเจ้าแมวอยู่ เขาดูเป็นคนอ่อนโยน ใจดี เกินกว่าที่ผมจะฆ่าได้

"คุณเพิ่งเคยมาที่นี่หรอครับ ไม่เคยเห็นหน้าเลย" เขาหันมาถามผมด้วยรอยยิ้มที่สว่างไสวอย่างกับพระอาทิตย์ รอยยิ้มที่ใครมองก็ต้องหลง ผมทำเพียงแค่ยิ้มให้เขาเล็กน้อยแล้วก็ตอบเขาว่าใช่

"ฝากเจ้าฮาเปอร์ก่อนนะครับ" คุณเวนิสหันมาบอกผมก่อนที่เขาจะลุกขึ้นหายออกไป ผมได้แต่มองตามการกระทำของเขา ถึงจะดูเป็นคนใจดี เข้าถึงง่าย แต่พอมองตากลับดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ เป็นบุคคลที่น่าค้นหาจริง ๆ จะว่าไปเขาใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรนะทำไมกลิ่นมันดูสดชื่น ผ่อนคลายแปลกๆ ถึงจะเป็นกลิ่นอ่อน ๆ ก็เถอะ ผมมองการกระทำของเขาสลับกับมองเจ้าแมวส้มที่ชื่อฮาเปอร์ที่เกือบทำผมโป๊ะสลับกันไปมา ตอนแรกเขาเดินไปทิ้งขยะสักพักก็เดินไปพูดอะไรบางอย่างกับคนที่ยืนอยู่แถวนั้น คน ๆ นั้นหันหน้ามาหาผมส่วนผมก็ทำแค่แสร้งมองเจ้าแมวที่ยังคลอเคลียอยู่ที่มือผม สักพักคุณเวนิสก็เดินมาหาผมพร้อมกับยื่นขนมอะไรบางอย่างที่มีรูปร่างเหมือนปลามาให้

"ผมให้คุณฮาเปอร์ครับ กินร้อนๆอร่อยนะ"

"ขอบคุณนะครับ" ผมเอ่ยขอบคุณเขาก่อนจะหยิบขนมจากมือเขามากินคำเล็กๆ จะว่าไปก็อร่อยเหมือนกันนะ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าคืออะไรก็ตาม

"กลิ่นน้ำหอมคุณฮาเปอร์หอมดีนะครับ เป็นกลิ่นที่ผมชอบเลย" คุณเวนิสเอ่ยทักขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสดใส ผมได้แต่ยิ้มเครื่องหมายการค้าตอบกลับไป เพราะผมไม่ได้ฉีดน้ำหอมจะมีกลิ่นได้ยังไง ถ้าเขาไม่มั่วก็คงหาเรื่องคุยกับผมไปเรื่อยละมั้ง

"เราไปหาที่นั่งคุยกันดีไหมครับ" เขาเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง เขาดูอยากสร้างสัมพันธ์กับผมนะ หรือเพราะผมเป็นสเปกเขาแบบที่คุณชาล์วบอกจริง ๆ หรือเขามีแผนอะไรในใจหรือเปล่า หรือเขาจะรู้แล้ว และดูเหมือนผมจะอยู่ในโลกของตัวเองนานเกินไปคุณเวนิสก็เลยเหมือนจะหน้าถอดสีแล้ว ผมก็เลยยิ้มให้เขาแล้วพยักหน้าเป็นการตกลงทันที

คุณเวนิสพาผมมานั่งอีกฝั่งนึงของสวนสาธารณะเป็นมุมที่สงบมาก ๆ ข้าง ๆ เป็นทะเลสาบมีที่นั่งไม่กี่ที่ และตอนนี้ที่ผมนั่งอยู่ไม่มีใครสักคนนอกจากผมกับเขา สักพักเขาก็หยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่านให้เดาคงมีคนเตรียมมาให้เขา ชีวิตของพวกคนนอกกำแพงนี่มันดีจังเลยเนอะมีแต่คนประเคนมาให้ ไม่ต้องดิ้นรนเหมือนพวกอยู่ในกำแพงสักนิด

"คุณฮาเปอร์เป็นคนที่ไหนหรอครับ" คุณเวนิสเอ่ยถามทั้งๆที่สายตายังคงจับจ้องมาที่หนังสืออยู่ ผมเผลอกัดปากตัวเองเหมือนทุกครั้งที่รู้สึกประหม่า

"เอ่อ ผมมาจากทางใต้ครับ" ผมเอ่ยตอบกลับไปตามข้อมูลที่อยู่ในบัตรปลอมของผม ขืนตอบว่าเป็นคนในกำแพงอาจจะโดนฆ่าก็ได้

"อ่อ แล้วเป็นไงครับ เฮียทาวน์ดูแลดีไหม" ผมทำสีหน้าคุ้นคิด ถ้าผมจำไม่ผิดเฮียทาวน์ที่เขาหมายถึงก็คงจะเป็นเจ้าเมืองฝั่งใต้คนปัจจุบันสินะ

"ก็ดีครับ" ผมตอบกลับไปสั้นๆกลัวว่าถ้าตอบยาวอาจจะโป๊ะได้

"แล้วอยู่มานานยังครับ"

"นานแล้วครับตั้งแต่เกิด"

"อือ"

หลังจากนั้นเขาก็เงียบแล้วจดจ่ออยู่กับหนังสือต่อ ส่วนผมก็ได้แต่กินขนมที่เขาให้อย่างเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรสมองกำลังประมวลผลว่าจะชวนเขาคุยเรื่องอะไรดี ได้แต่มองการกระทำของเขาที่ตอนนี้เปลี่ยนมาจับมือถือเหมือนดูอะไรสักอย่าง แล้วก็กดโทรศัพท์โทรออกหาใครก็ไม่รู้ สุดท้ายเหมือนปลายสายจะไม่รับเขาก็เลยจำใจเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าตามเดิมแล้วกลับมาอ่านหนังสือต่อ

"ผมจะไปเข้าห้องน้ำแปปนึงนะครับ" เขาบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนผมพยักหน้าตอบกลับ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวขาผ่านพ้นตัวผม

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกันสามนัดพร้อมกับเลือดของคนตรงหน้าที่พุ่งมาโดนตัวผม ด้วยสัญชาตญาณมือปืนผมจึงยกปืนขึ้นมาพร้อมกับเล็งไปทางที่คิดว่าจะเป็นทิศทางของกระสุน แต่ก็พบกับความว่างเปล่า ทั้งที่พื้นที่โดยรอบเป็นทะเลสาบ กับสวนสาธารณะโล่งที่มีโพรงหญ้าขึ้นเล็กน้อย ถ้าดูจากวิถีกระสุนคนร้ายที่ยิงก็ต้องยิงมาจากโรงแรมที่ผมอยู่เท่านั้น แต่ผมไม่มีเวลาวิเคราะห์อะไรทั้งนั้น ผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นบอดี้การ์ดสองสามคนกำลังวิ่งมาทางนี้ผม ผมต้องหนี หนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนไล่หลังผมออกมาผมรีบหาที่หลบแล้วยิงปะทะกับคนอีกกลุ่มทันที ดูเหมือนว่าใครสักคนจะสั่งให้วิ่งตามผมสินะ ผมรีบวิ่งสุดแรงเกิดหาที่ซ้อนทันที ภายใต้พุ่มไม้เล็กๆผมก้มตัวลงพยายามขดตัวเองให้เล็กที่สุด

"ไม้เมตรตามมันไป!"

"ครับ"

เสียงใครสักคนที่ดูจะมีอำนาจที่สุดเอ่ยสั่งคนที่ชื่อไม้เมตรก่อนที่พวกเขาทั้งสามคนจะวิ่งกลับไปทางที่เวนิสนอนสลบอยู่และผมคิดว่าเขาคงจะตายแล้วอย่างแน่นอน จากการโดนสามนัดที่หัวใจขนาดนั้น ยังไงก็ไม่รอด

แล้วว่าแต่ใครละที่ชิงลงมือฆ่าเขาก่อนผม ใครกันที่ขโมยเป้าหมายของผมไป

หรือจะเป็นศัตรูของเขา แต่ดูจากท่าทางแล้วไม่น่าจะมีศัตรูเยอะได้

หรือจะเป็นมือปืนจากสังกัดอื่น

แล้วแบบนี้มันถือว่าผมทำภารกิจสำเร็จแล้วหรือเปล่า

แต่ในขณะที่ผมกำลังเหม่อลอยกับความคิดของตัวเอง ข้อความจากคุณชาล์วก็ดังขึ้น

คุณชาล์ว : ยินดีกับภารกิจ สำเร็จแล้วนะ ขอให้ใช้ชีวิตนอกกำแพงอย่างดี

คำอวยพรที่ทำให้ผมยิ้มกว้างออกมาอย่างที่ไม่เคยยิ้มด้วยความสุขขนาดนี้มาก่อน

ตอนนี้ผมเป็นอิสระแล้วใช่ไหม ผมกำลังจะได้ใช่ชีวิตนอกกำแพงอย่างอิสระแล้วใช่มั้ย

"ฆ่าคนอื่นเสร็จแล้วยังยิ้มระรื่นอีกนะมึง"

TBC

devc-39ce896d-32966Unreachable love.นับหนึ่งไม่ถึงเวกัส: นับหนึ่งไม่ถึงเวกัส Ep.3 ตอนที่ 4