Unreachable love.นับหนึ่งไม่ถึงเวกัส: นับหนึ่งไม่ถึงเวกัส Ep.4 ตอนที่ 5
Vegas 's
งานศพของเวนิสผ่านไปอย่างเงียบ ๆ เพราะป๊าไม่อยากให้เรื่องนี้แผ่กระจายออกไปไม่งั้นจะเกิดข่าวใหญ่และมีปัญหาตามมาทีหลังอย่างแน่นอน คนที่รู้ก็มีแค่ป๊า เฮียโรม ผม เบอลิน และบอดี้การ์ดอีกสามสี่คนเท่านั้นแม้แต่ญาติคนอื่นก็ไม่รู้ เพราะป๊าอยากจะให้เรื่องมันเงียบที่สุดและจะพยายามหาตัวคนร้ายให้เจอ แต่ความจริงแล้วผมไม่ได้บอกป๊าว่าผมเจอมันแล้วไอ้ฆาตกรที่พรากพี่ชายฝาแฝดของผมไปตลอดกาลคนนั้น ตอนนี้ผมกำลังให้ไอ้ยูโรและบอดี้การ์ดอีกสองคนจัดการอยู่ และหลังจากเสร็จธุระผมจะไปจัดการมันอย่างแน่นอน
"พร้อมแล้วนะเวกัส" ผมหันไปตามเสียงพี่ชายคนโตของผมอย่างเฮียโรมที่เดินมาหาผมด้วยใบหน้าที่เครียดยิ่งกว่าผมอีก
"มึงก็เหมือนไอ้เวนิสเหมือนกันนะเนี่ย"
เฮียเอ่ยแซวพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผมเพื่อให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ผมรู้แต่ผมก็เครียดอยู่ดี เพราะวันนี้ผมต้องแต่งตัวเป็นเวนิส สวมบทบาทเป็นมันให้เหมือนมากที่สุด เพื่อที่จะแถลงข่าวว่าเวนิสจะสละตำแหน่งให้กับผมและตัวเวนิสจะไปอยู่ต่างประเทศแทน ป๊าจัดการให้ผมจำบทพูดและฝึกท่าทางการเดิน การนั่งทุก ๆ อย่างให้เหมือนเวนิสที่สุดภายในคืนเดียว เพื่อที่จะปกปิดทุกคน รวมถึงญาติทุกคนของผมด้วย ผมสูดอากาศหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาเพื่อระบายความเครียด เฮียโรมแตะไหล่ผมเพื่อให้กำลังใจ ก่อนที่ทีมงานจะเดินขึ้นมาเชิญผมขึ้นไปยังสถานที่แถลงข่าว
"สวัสดีครับทุกท่าน ผม หวง เวนิส หรือ วชิรวัฒน์ รัตนพงษ์พิพัฒน์ ว่าที่เจ้าเมืองฝั่งเหนือครับ" ผมเอ่ยชื่อของเวนิสในแบบที่มันชอบแนะนำตัว ถึงจะไม่เข้าใจว่าเวลาแนะนำตัวมันจะแนะนำตัวทั้งแซ่ของม๊าและนามสกุลของป๊าทำไมก็ตาม ทันทีที่ผมพูดจบแสงแฟลชมากมายเริ่มสาดมาที่ตัวผมจนรู้สึกประหม่า ผมกวาดสายตาไปรอบ ๆจนดวงตาไปปะทะกับญาติของผมที่ยืนเรียงกันอยู่มุมหนึ่งของห้องนี้ ผมรู้ว่าพวกเขาแยกผมกับเวนิสออก เพราะเฮียเตชินทร์กำลังจ้องมองผมด้วยสายตาจับผิดจนผมต้องละสายตาหันมามองเหล่าบรรดานักข่าวแทน
"ผมมีเรื่องจะแจ้งทุกท่านครับ" พอผมพูดจบทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ถ้าตรงนี้เป็นไอ้เวนิสมันคงจะยิ้มใช่ไหม ผมส่งยิ้มกว้างออกมาให้กับทุกคน รอยยิ้มที่เหมือนกับไอ้เวนิส
"ผมจะสละตำแหน่งว่าที่เจ้าเมืองฝั่งเหนือ และให้เวกัสน้องชายฝาแฝดขึ้นรับแทนครับ" เสียงฮือฮาดังขึ้น มีเสียงถกเถียงกันมากมายหลายร้อยอย่างจนผมต้องกระแอมทุกคนจึงเงียบลงแล้วเริ่มสาดแสงแฟลชใส่ผมอีกครั้ง
"เนื่องจากผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณสมบัติไม่มากพอ และผมต้องการที่จะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ผมจึงอยากจะมอบอำนาจหน้าที่ในครั้งนี้ให้กับน้องชายของผมแทน และผมหวังว่าเขาจะทำมันออกมาได้ดีครับ"
ผมกล่าวบทที่ป๊าให้ผมท่องตั้งแต่เมื่อคืนก่อนจะยิ้มให้กับทุกคนแล้วโค้งคำนับเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณ
"แล้วคุณเวกัสไปไหนหรอครับ" นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น อาจจะเป็นเพราะเวลาไปงานใหญ่ ๆ ไอ้เวนิสมันมักจะลากผมไปด้วย พอไม่เห็นว่าเราอยู่ด้วยกันคนก็เลยสงสัย
"เวกัส ไม่สบายผมก็เลยต้องให้มันพักก่อน ถ้ามันหายเป็นปกติมันจะแจ้งอีกครั้งนะครับ หวังว่าทุกคนจะยินดีกับน้องชายของผม ในการรับตำแหน่งครั้งนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ"
ผมกล่าวจบก่อนจะโค้งอีกครั้งแล้วรีบเดินออกไปหลังเวทีทันทีก่อนที่จะมีนักข่าวถามอะไรไปมากกว่านี้แล้วคนขี้หงุดหงิดอย่างผมจะโวยวายออกมาจนเสียเรื่อง ผมได้ยินนักข่าวถามตามหลังแล้วพยายามจะวิ่งตามแต่บอดี้การ์ดของผมกันเอาไว้ก่อน
ทันทีที่มาถึงห้องรับรองผมก็ทรุดตัวนั่งลงกับโซฟาแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอกทันที ก่อนจะถอดแว่นของไอ้เวนิสออก แต่จังหวะที่กำลังจะถอดวิกผมหน้าม้าประตูหน้าห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรงจนผมดึงแว่นขึ้นมาใส่แทบไม่ทัน
"เวนิสอยู่ไหน" เป็นหนุ่มตาเฉี่ยวอย่างเฮียทาวน์จอมกวนตีนแห่งตระกูลที่เดินตรงเข้ามาหาผมอย่างหงุดหงิดพร้อมกับเฮียเตชินทร์ ได้ข่าวสองคนนี้ไม่ถูกกันไม่ใช่หรอวะ พอเป็นเรื่องเสือกทำไมจู่ ๆ สามัคคีกันเฉย
"ผมไงครับเวนิส"
"เวกัสพวกกูเห็นมึงมาตั้งแต่ยังเป็นอสุจิทำไมพวกกูจะแยกไม่ออก"
เฮียทาวน์มึงก็เว่อร์
"ว่าไงเวกัส เวนิสไปไหน"
เฮียเตชินทร์กดเสียงต่ำถามผม ผมก็เลยได้แต่ยิ้มแห้งออกมาแล้วเลือกจะโกหกตามที่ป๊าเตรียมไว้
"ไม่รู้ มันบอกแค่ว่าจะไปต่างประเทศแล้วก็หายไปเลย ติดต่อก็ไม่ได้"
"แปลก"
"ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม"
เฮียทาวน์กับเฮียเตชินทร์มองหน้ากันก่อนจะจ้องผมอย่างจับผิดแต่ผมก็จ้องกลับเฮียมันก็เลยไม่ถามอะไรต่อนอกจากบอกเกี่ยวกับการรับตำแหน่งว่าต้องทำอะไรบ้างตามประสาคนมีประสบการณ์แล้วก็เดินออกไป ผมก็ทำเพียงแค่โบกมือลาก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
จบสักทีวันนี้
ไม่สิยังไม่จบผมยังมีอีกเรื่องต้องไปจัดการ
ใช่ผมต้องไปจัดการไอ้เลวนั้นที่มันฆ่าพี่ชายฝาแฝดของผม
หลังจากจบงานเคลียร์ทุกอย่างกับป๊าและเฮียโรมเสร็จแล้ว ผมก็ขับรถออกมาจากโรงแรมที่ถูกจัดเป็นงานแถลงข่าว ผมโทรเช็กกับไอ้ยูโรแล้วไอ้หมอนั่นที่มันฆ่าเวนิสมันยังไม่ฟื้นหลังจากที่ไอ้ไม้เมตรช็อตไฟฟ้ามันไปหลังจากที่เจอตัว ส่วนบอดี้การ์ดอีกคนที่ส่งให้ไปค้นโรงแรมที่มันพักก็เจอหลักฐานทุกอย่างทั้งประวัติครอบครัวของผมไม่สิ ของตระกูลรัตนพงษ์พิพัฒน์เลยต่างหาก ไม่แม้แต่เบอลินน้องสาวของผมที่ครอบครัวผมพยายามปกปิดที่สุดแต่มันก็ยังมีข้อมูลถึงจะไม่มากนักก็ตาม แสดงว่าคนที่จ้างมันมาต้องเป็นคนใกล้ตัวไอ้เวนิสอย่างแน่นอน แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเป็นใครได้ เพราะไอ้เวนิสมันก็ไม่เคยไปบาดหมางกับใคร ถ้าเป็นผมสิว่าไปอย่าง แต่ทำไมมันถึงเจาะจงเป็นไอ้เวนิส
หรือจริง ๆ แล้วมันต้องการที่จะฆ่าผม
แต่ยิงผิด
ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ผมส่ายหน้าไล่ความคิดของตัวเองออกไป ก่อนจะรีบขับรถมุ่งตรงไปที่บ้านด้วยความรวดเร็วชนิดที่ว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนไอ้เวนิสมันคงโทรมาด่าผมแล้ว แต่น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสที่จะได้ฟังมันด่าอีกแล้ว ใช้เวลามาไม่นานผมก็มาถึงบ้าน ก่อนจะรีบถอดวิกและแว่นตาอุปกรณ์ที่ใช้ปลอมตัวเป็นไอ้เวนิสอย่างลวก ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังคุกใต้ดินของบ้านที่ผมจับไอ้ฆาตกรนั่นไว้ ยังไม่ทันที่จะถึงตัวคุกใต้ดินผมก็ได้ยินเสียงโวยวายมาแต่ไกล
"กูบอกว่ากูไม่ได้ทำ! กู...อั่ก" มันงอตัวลงกับพื้นด้วยความจุกจากการโดนไอ้เมตรมือขวาของไอ้เวนิสเตะไปที่ท้อง แขนทั้งสองข้างของมันโดนมัดด้วยโซ่ ขาทั้งสองข้างก็เช่นกัน ผมมองภาพตรงนั้นอย่างเวทนาแต่ก็แสยะยิ้มออกมาเพราะสิ่งที่มันทำสมควรแล้ว
"ยูโร" ผมเรียกไอ้ยูโรให้ออกมาคุยกับผม บอดี้การ์ดคนอื่นที่อยู่ในห้องรวมทั้งไม้เมตรหันมาโค้งทำความเคารพให้ผมก่อนไอ้ยูโรมันจะหยิบเอกสารทั้งหมดบนเก้าอี้เดินตรงมาหาผม
"มันบอกว่ามันไม่ได้ทำครับ แต่เราตรวจสอบแล้วกระสุนปืนที่อยู่ในปืนพกมันกับที่คุณเวนิสโดนยิงเป็นชนิดเดียวกันครับ" ยูโรมันเริ่มรายงานข้อมูลตามที่ผมขอให้มันทำ ผมกำมือแน่นจ้องร่างที่กำลังพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งด้วยความโกรธแค้น
"มันชื่อฮาร์เปอร์ครับ แต่ทางหัวหน้าหน่วยตรวจสอบแล้ว เป็นบัตรปลอมครับ จากการตรวจสอบลายนิ้วมือ มันชื่อนับหนึ่ง ณัฐชนน ชัญญาวัชร ครับ เป็น เอ่อ..."
จู่ ๆ ไอ้ยูโรมันก็เงียบไปจนทำให้ผมต้องหันไปมองมันตาขวางเพื่อรอคำพูดมัน มันจะเงียบทำไม
"เป็นพลเมืองในกำแพงครับ" สิ้นสุดคำพูดกล้า ๆ กลัว ๆ ของไอ้ยูโรเท่านั้นแหละผมก็พุ่งตัวไปเตะหน้าไอ้นับหนึ่งทันที พลเมืองในกำแพงหรอ ไอ้พวกคนน่ารังเกียจพวกนั้นมันมีสิทธิอะไรมาพรากพี่ชายของผม
เพราะแบบนี้ไงผมถึงเกลียดพวกคนในกำแพง เพราะพวกมันก็เลวกันทุกตัว ผมซัดหมัดใส่มันไม่ยั้งในขณะที่คนอื่นได้แต่ยืนดูเฉย ๆ
"คุณเวกัสหยุด พอเถอะครับ!" เสียงใครบางคนดังขึ้นเข้ามาในโสตประสาทผมทำให้หมัดหนัก ๆ ของผมหยุดค้างกลางอากาศ ทั้งผมและมันจ้องหน้ากันก่อนจะหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ผมมองใบหน้ามันที่หมดสภาพแต่ก็อยากจะซัดหน้ามันอีกสักรอบให้หายคับแค้นใจ
"คุณเวกัส" เสียงเดิมเรียกผมด้วยเสียงแผ่วแต่ก็พอให้ผมได้ยินแล้วหันไปมองมัน มือขวาของเบอลินน้องสาวของผม มันเดินตรงเข้ามาหาผมในขณะที่ไอ้ยูโรมือขวาของผมมันยังกลัวเวลาผมฟิวส์ขาด แต่ไอ้เซฟมันไม่เคยกลัว เพราะมันรู้ว่าผมจะไม่ทำอะไรมัน ถ้าผมทำอะไรมันครอบครัวผมฆ่าผมตายแน่ รักมันมากกว่าผมอีก
"มึงมีไรรีบพูด" ผมบอกมันอย่างไม่สบอารมณ์ที่มันมาขัดจังหวะ
"เบาๆหน่อยเถอะครับ ยังไงเขาก็เป็นโอเมก้า"
"กูไม่สน รีบพูดมา"
"พอดีคุณท่านให้ผมมาตามคุณเวกัสครับ"
"ก็แค่นี้แหละ" ผมบอกมันก่อนจะหันไปหาไอ้ยูโร
"เฝ้ามัน อย่าเพิ่งให้มันตาย กูยังไม่สะใจ"
"ครับ"
หลังจากที่สั่งไอ้ยูโรเสร็จผมก็เดินขึ้นไปจากห้องขังใต้ดินทันที ถ้าป๊าไม่สั่งให้ไอ้เซฟมาขัดนะไอ้โอเมก้าสกปรกนั่นมันได้ตายคามือผมไปแล้ว
TBC