เสน่ห์รักเกมแค้น: เสน่ห์รักเกมแค้น ตอนที่ 6 ตอนที่ 6
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องจนกระทบสายตาผู้ที่หลับใหลจนกระทั่งดวงตาคู่นั้นเปิดกว้าง เขากวาดสายตามองไปทั่วห้องพบว่าไม่ใช่ห้องของนอนที่นอนประจำ เมื่อขยับมองข้างกายจึงพบร่างงามนอนหันหลังให้ ผมยายสยายเกลี่ยทั้งแผ่นหลังนั้นทำให้เขาขยับยันตัวนั่งพิงกับเตียง แรงเคลื่อนไหวส่งผลให้ร่างที่นอนหันหลังให้กลับมามองที่เขา ยิ่งมองเห็นว่าเป็นใครความตกใจยิ่งเพิ่มขึ้น ผิดกับอีกฝ่ายซึ่งเอ่ยทักทายแม้ใบหน้าซีดเซียวเต็มที
"ตื่นแล้วเหรอคะพี่วุธ"
เมื่อตั้งสติได้วรวุธเอ่ยกับหญิงสาวโดยไม่ได้ตอบคำถามของเธอ
"คุณลี เมื่อคืนผม..." เขาหยุดเพียงเท่านั้นด้วยไม่รู้จะหาคำพูดไหนบอกแก่เธอได้ว่าไม่ได้ตั้งใจโดยทำให้อีกฝ่ายเสียใจน้อยที่สุด แต่ยังไม่ทันได้พูดตามที่ใจคิด วราลีกลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน
"พี่วุธจะบอกว่าเสียใจหรือขอโทษเหรอคะ ไม่ต้องหรอกค่ะ เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นลีเต็มใจ" พูดแล้วหันกลับมายังชายหนุ่มร่างเปล่าเปลือย เธอขยับร่างเข้าไปชิดเขาพร้อมซบตัวลงกับอกแกร่ง สิ่งที่เก็บอยู่ในใจมาแสนนานค่อยๆ พรั่งพรู "พี่วุธไม่เคยรู้เลยเหรอคะว่าลีรักพี่วุธมานานแล้ว รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น จำได้ไหมคะว่าครั้งหนึ่งพี่วุธเคยช่วยนักศึกษาพยาบาลคนหนึ่งเอาไว้ไม่ให้ถูกฉุดไปทำไม่ดีไม่ร้าย คอยดูแลจนกระทั่งส่งถึงหอพัก พี่วุธอาจจะลืม แต่ลียังจำเสมอมา"
ชายหนุ่มนึกตามเหตุการณ์ที่หญิงสาวกล่าวถึง เมื่อนึกได้จึงก้มลงมองหญิงสาวที่นอนซบอกเขาอยู่
"ผู้หญิงคนนั้น คือคุณลีเหรอครับ"
"ค่ะ ลีเอง พี่วุธรู้ไหมคะมันมีความหมายกับชีวิตลีมาก ถ้าวันนั้นลีไม่ได้พี่วุธช่วยไว้ อนาคตของลีจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ จนเมื่อลีได้เจอพี่วุธอีกครั้งตอนมิ้นต์พามาแนะนำ ลีก็จำพี่วุธได้ทันทีว่าคือคนที่ช่วยลีไว้วันนั้น แต่ลีก็รู้ว่าพี่วุธแอบรักมิ้นต์อยู่ ลีก็เลยไม่กล้าบอกพี่วุธ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนลีรู้ค่ะว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสายตาพี่วุธเลย ลีจะเก็บทุกอย่างไว้ในใจว่าอย่างน้อยก็มีช่วงเวลาที่ดีกับคนที่ลีรัก... ลีจะไม่ทำให้พี่วุธลำบากใจหรอกค่ะ ลีสัญญาว่าลีจะยืนอยู่ตรงนี้ ในวันที่พี่วุธไม่มีใคร ขอเพียงแค่หันมาก็จะเจอลีนะคะ"
วรวุธสีหน้านิ่ง ไม่คิดว่าวราลีจะรักเขามากถึงเพียงนี้ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยคิดกับเธอเกินกว่าน้องสาวเท่านั้น ความสงสารก่อเกิดขึ้นแต่คงไม่อาจแทนที่ด้วยความรักได้เพราะเขารู้ดีว่าคำนั้นมีให้เพียงมินตราคนเดียวเท่านั้น ขณะเดียวกันความหวาดกลัวว่าวราลีจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกมินตราก็เกิดขึ้น วราวุธชั่งใจแล้วลองเอ่ยถามหญิงสาว
"ผมขอบคุณนะครับที่คุณลีรักผมมากถึงขนาดนี้ แต่ผมอยากขอร้อง เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าบอกให้คุณมิ้นต์หรือคุณรตีรู้ได้ไหมครับ ผมยังไม่อยากให้พวกเขามองเราสองคนเปลี่ยนไป ถึงอย่างไรผมก็ยังต้องดูแลคุณมิ้นต์ ให้เวลาผมอีกนิดนะครับ"
วราลีเงยหน้ามองชายหนุ่มที่พยายามส่งสายตาอ้อนวอน แม้ภายในใจหญิงสาวแสนชอกช้ำแต่จำต้องเอ่ยทั้งน้ำตา
"ค่ะ ลีจะไม่พูด แต่ลีขอแค่พี่วุธมีเวลาให้ลีบ้างได้ไหมคะ มองลีในสายตาบ้าง แล้วลีจะไม่ขออะไรมากไปกว่านี้"
วรวุธจับร่างหญิงสาวผละจากอกให้หันมาเผชิญหน้าเขา ใบหน้าหญิงสาวยังคงมีน้ำตาไหลริน เขาใช้นิ้วมือเช็ดน้ำตาออกอย่างนุ่มนวลพร้อมขยับตัวเข้าไปประทับริมฝีปากลงบนปากอีกฝ่าย ไม่นานทั้งสองร่างต่างพากันเอนกายลงบนเตียงนอนอีกครั้ง
---------------------------------------------------
นิ้วเรียวงามพยายามกดโทรศัพท์เพื่อติดต่อปลายสาย หากไม่มีการตอบรับกลับมา จนกระทั่งมีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง
"โทรหาใครแต่เช้ากันมิ้นต์"
มินตราหันกลับไปทางต้นเสียงมองเห็นมารดาเดินลงมาจากบันไดชั้นบน หญิงสาวหันไปตอบ
"พี่วุธค่ะแม่ หายไปไหนไม่ทราบ ปกติเวลานี้พี่วุธต้องเอารถมารอรับมิ้นต์แล้วนะคะคุณแม่ ไม่สบายหรือเปล่าก็ไม่รู้"
"ทำไมไม่ลองถามวารีดูล่ะลูก เขาเป็นแม่ลูกกันมีอะไรก็คงบอกวารีไว้"
ไม่ทันขาดคำผู้ที่สองแม่ลูกเอ่ยถึงเดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมถาดผลไม้ ติรกาเห็นจึงเอ่ยเรียกให้วารีเดินเข้ามาหา
"วารีมาพอดี กำลังจะให้คนไปตาม เห็นตาวุธไหม นี่มิ้นต์ก็ยืนรอเขามารับไปทำงานที่บริษัทอยู่แต่ไม่เห็นมาสักที"
"เห็นวุธบอกจะออกไปหาเพื่อนข้างนอกเมื่อคืนนะคะ นั่งแท็กซี่ไป นี่ดิฉันก็ยังไม่เห็นตั้งแต่เช้าเลย สงสัยจะไม่ได้กลับบ้าน" พูดแล้วหันไปหาบุตรสาวเจ้าของบ้าน "ขอโทษนะคะคุณมิ้นต์ เดี๋ยวน้าจะช่วยตามให้อีกแรง"
มินตายกมือห้ามอีกฝ่ายที่กำลังเตรียมติดต่อบุตรชายให้
"ไม่เป็นไรค่ะน้าวารี เดี๋ยวมิ้นต์ขับรถไปเองก็ได้ ถ้าพี่วุธกลับมาถึงแล้วช่วยโทรบอกมิ้นต์ด้วยก็แล้วกันนะคะ"
ไม่ทันที่หญิงสาวจะก้าวออกไปนอกบ้านก็ปรากฏร่างชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาพร้อมยกมือทำความเคารพติรกา มินตราเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นใครได้แต่ตาค้าง
"สวัสดีครับคุณอา ผมมารับคุณมิ้นต์ไปคุยงานครับ"
เมื่อได้ฟังประโยคอีกฝ่ายหญิงสาวรีบเอ่ยขัดขึ้น
"ใครบอกให้คุณมารับฉัน เดี๋ยวฉันจะขับรถไปเอง"
ชายหนุ่มหันหน้าจากติรกามามองหญิงสาว ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่ม
"โธ่คุณ ผมอุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้วไปด้วยกันเถอะจะได้คุยกันเรื่องงานคร่าวๆ ก่อนไปถึงบริษัทด้วย ทางเดียวกัน ไปด้วยกันนะครับ"
"แต่ว่า..."
มินตราไม่ทันพูดจบ เสียงบิดาที่ก้าวลงบันไดเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
"ไปกับเหล็กเพชรเถอะลูก อย่าขับรถไปเองเลย ยิ่งเช้าๆ แบบนี้เวลาคนออกไปทำงานรถยิ่งติด มิ้นต์ก็ไม่เคยไปบริษัทของเพชรกับเพื่อนก็อาจเสียเวลาหาทางได้ หรือถ้ามิ้นต์ไม่สบายใจก็ให้วุธขับรถไปรับ ดีไหม"
มินตราหันมองผู้เป็นพ่อแล้วหันมองชายหนุ่มผู้มาเยือนซึ่งยักคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม สีหน้ามินตราหนักใจมากขึ้น
---------------------------------------------------
หญิงสาวนั่งตัวตรง หน้านิ่ง พยายามไม่สนใจคนรอบข้างซึ่งนั่งขับรถด้วยความสบายใจ จนกระทั่งรถติดสัญญาณไฟจราจรจึงหันมามองหญิงสาวหน้าปั้นปึ่งด้วยอารมณ์แตกต่างจากเธอ เขาหันกลับไปมองถนนตามเดิมพร้อยเอ่ยขึ้น
"มากับผมอึดอัดมากเลยเหรอคุณมิ้นต์"
มินตราหันไปมองฝ่ายตรงข้ามแล้วหันกลับมามองข้างหน้าตามเดิม
"ค่ะ อึดอัดมาก"
เขาหัวเราะเบาๆ เอ่ยด้วยเสียงอารมณ์ดี
"เอาเถอะน่าคุณ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว นี่ดูสิคุณมากับผมอย่างน้อยก็เร็วกว่าที่คุณจะขับรถมาเองเสียอีก... อย่าซีเรียสเลยน่า เดี๋ยวคุณคุยงานไม่ราบรื่นนะ"
"ฉันจะไม่ราบรื่นก็เพราะคุณนี่แหละ ขอร้องเถอะคุณเลิกยุ่งกับฉันเสียทีได้ไหมไม่มีทางที่ฉันจะกลับไปหาคุณอีกหรอก"
"คุณยังไม่ได้ลองให้โอกาสผมเลยแล้วจะรู้ได้ไงว่าเราจะกลับไปเริ่มด้วยกันอีกไม่ได้ คุณอยากรู้ก็ลองเปิดโอกาสให้ผมก่อนสิ"
มินตรายกมือขึ้นกุมขมับ ยิ่งคุยกับเขายิ่งปวดหัวขึ้นมากกว่าเดิม เธอหันหน้าออกไปยังกระจกด้านข้างพร้อมบอกอีกฝ่ายที่ไม่อยากมองหน้า
"คุยกับคุณแล้วฉันปวดหัว ฉันไม่คุยกับคุณอีกแล้ว คุณตั้งใจขับรถไปเถอะ ฉันจะนั่งทบทวนงานที่จะต้องคุยกับคุณและคุณธี"
เหล็กเพชรหันมามองฝ่ายตรงข้ามซึ่งนั่งหลับตา ริมฝีปากพึมพำราวกับทบทวนสิ่งที่เตรียมพูดอยู่ในสมอง เขาผละสายตาจากเธอแล้วหันมองริมทาง เมื่อมองเห็นร้านสีขาวจึงรีบเลี้ยวรถเข้าจอด หญิงสาวลืมตาขึ้นหันมองฝ่ายตรงข้าม ราวกับเหล็กเพชรรู้จึงเอ่ยตอบโดยที่เธอไม่ทันได้ถาม
"คุณรอผมในนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมมา"
ไม่ทันหญิงสาวจะได้ถามอะไรต่อ เหล็กเพชรรีบเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าไปในร้าน เขาหายไปสักพักแล้วกลับออกมาพร้อมสัมภาระในมือ เข้ามานั่งภายในรถแล้วส่งของในมือให้เธอ มินตรามองสิ่งของสิ่งของในมือเหล็กเพชร แววตาเต็มไปด้วยคำถาม
"คุณเอามายื่นให้ฉันทำไม คุณหิวก็กินไปเลยสิ"
"กินเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ ครัวซองต์ร้านนี้อร่อยมากเลยนะ คุณแม่คุณก็บอกผมว่าคุณเองก็กินมื้อเช้ามานิดเดียวเอง ลองชิมดูหน่อยเถอะคุณมิ้นต์ สมองจะได้แล่น คุยงานกันได้ฉลุย"
"ฉันไม่กิน คุณกินเถอะ"
เหล็กเพชรมองหญิงสาวพลางพยักหน้า ดึงถุงครัวซองต์กลับมาตามเดิม เขาหยิบครัวซองต์กลิ่นหอมกรุ่นส่งเข้าปาก กลิ่นหอมนั้นทำให้มินตราต้องหันกลับมามองตาม กลิ่นของมันยั่วยวนน้อยเสียเมื่อไหร่ แต่ก็ไม่เห็นควรที่เธอจะรับน้ำจากเขาโดยง่าย เธอรีบหันหน้ากลับไปมองด้านหน้ารถแล้วเอ่ยเรื่องอื่นเพื่อให้ลืมเลือนกลิ้นหอมของครัวซองต์ในมือชายหนุ่ม
"คุณรีบๆ กินเสียทีได้ไหม แล้วรีบขับรถต่อเถอะ ฉันไม่อยากไปพบคุณธีสาย"
เหล็กเพชรหันมามองหญิงสาวแล้วหันไปสนใจครัวซองต์ตรงหน้าต่อ
"คุณคงต้องรอสักพักนะ ผมต้องรีบจัดการครัวซองต์พวกนี้ให้หมด ก็ผมซื้อมาเผื่อคุณแต่คุณไม่กินนี่นา จะทิ้งก็เสียดาย ผมก็เลยว่ารีบกินให้หมดเสียดีกว่า"
มินตรามองเขาอย่างหัวเสีย วินาทีนั้นเธอตัดสินใจแย่งถุงครัวซองต์ที่เหลือในมือชายหนุ่มมาไว้ในมือตนเองพร้อมใช้มือหยิบครัวซองต์ขึ้นมาใส่ปากแล้วหันไปพูดกับเขา
"เรื่องมากจริง ฉันกินก็ได้ คุณกินแค่ชิ้นเดียวก็พอแล้วรีบขับรถต่อไปเถอะ ฉันรีบ"
เหล็กเพชรพยักหน้าแล้วส่งชิ้นส่วนครัวซองต์ที่เหลือเข้าปาก มือทั้งสองจับพวงมาลัยพารถยนต์เข้าสู่ท้องถนนตามเดิม เขาแอบเบนสายตามองอีกฝ่ายได้เห็นว่ากำลังลิ้มรสครัวซองต์อย่างมีความสุขแล้วหันมองถนนตามเดิมลอบยิ้มสมใจที่อย่างน้อยครั้งนี้ทำให้มินตรายอมรับไมตรีที่มอบให้ได้สำเร็จ
---------------------------------------------------
แฟ้มเอกสารในมือขาวถูกเปิดพร้อมเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มแจ่มใส
"ผมชอบไอเดียคุณมิ้นต์มากครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมงานนี้... แล้วตกลงสถานที่และทีมงานคุณมิ้นต์พร้อมแล้วใช่ไหมครับ"
"ค่ะ มิ้นต์เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว วันเสาร์นี้พร้อมเดินทางไปถ่ายทำได้เลยค่ะ เรื่องที่พักเดี๋ยวมิ้นต์ให้เลขาจัดการจองให้พวกคุณแล้วส่งข้อมูลให้นะคะ"
"ดีครับ คุณมิ้นต์ไม่ต้องห่วงนะครับว่าจะไม่มีเพื่อนไปด้วย ผมลองชวนคุณรตีแล้ว เธอตกลงจะไปกับเราด้วยครับ"
มินตราส่งยิ้มให้อีกฝ่ายซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้า อย่างน้อยมีเพื่อนไปด้วยเธอก็ยังโล่งใจกว่าการต้องเดินทางไปท่ามกลางว่าที่คู่หมั้นของเพื่อนและอดีตคู่หมั้นที่ไม่อยากเจอ
"ค่ะคุณธี ถ้าอย่างนั้นเจอกันวันเสาร์เลยก็แล้วกันนะคะ มิ้นต์ขอตัวกลับไปที่บริษัทก่อน"
คราวนี้ฝ่ายชายที่นั่งเคียงคู่มากับเธอตลอดระยะเวลาเดินทางมาพบชลธีเอ่ยทักหญิงสาว
"แล้วคุณจะกลับได้ไงคุณมิ้นต์ในเมื่อคนของคุณยังไม่มารับคุณเลยไม่ใช่เหรอ"
สิ่งที่เหล็กเพชรเอ่ยทักทำให้มินตรานึกขึ้นได้ จริงสิ จนถึงตอนนี้วรวุธยังไม่ติดต่อกลับมา แต่เธอก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่ออีก จึงเอ่ยตอบฝ่ายที่ถาม
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับแท็กซี่ได้"
"ไม่ได้หรอก ผมเป็นคนไปรีบคุณมา ให้ผมไปส่งคุณที่บริษัทก็แล้วกันนะ"
"แล้วคุณไม่อยู่ดูแลงานทางนี้เหรอคะ อีกไม่กี่วันเราก็ต้องไปต่างจังหวัดแล้ว คุณช่วยคุณธีเตรียมข้อมูลทางนี้ด้วยยไม่ดีกว่าเหรอคะ"
เหล็กเพชรหันไปมองเพื่อนรัก อีกฝ่ายพยามยามส่งสายตารั้งให้เขาอยู่ช่วยงาน แต่เขากลับหันไปตอบเธอในสิ่งตรงกันข้ามกับที่ชลธีต้องการ
"ไม่เป็นไรหรอก ให้เจ้าธีดูแลไปก่อน ผมไปส่งคุณกลับมาก็ยังทัน" จากนั้นหันไปพูดกับเพื่อนรักที่ยืนอ้าปากค้าง "ใช่ไหมธี"
ฝ่ายที่ถูกเอ่ยถามมองอีกฝ่ายราวกับฝากไว้ก่อน แล้วหันไปหาหญิงสาวอีกคนเพื่อเตรียมตอบ แต่ไม่ทันจะตอบอะไรเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมปรากฏร่างหญิงอีกคนเข้ามาพร้อมบอกสาเหตุแก่บุคคลทั้งสาม
"ขออนุญาตค่ะ คนจากบริษัทคุณมินตรามารอรับที่หน้าบริษัทแล้วค่ะ"
เมื่อฟังสิ่งที่หญิงสาวเข้ามาใหม่พูดจบ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้ามินตราพร้อมหันไปบอกชายทั้งสอง
"ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะคะ ไว้พบกันวันไปถ่ายทำโฆษณาเลย"
เอ่ยจบเตรียมออกไปจากห้องทันทีแต่เธอต้องหยุดนิ่ง หันกลับมายังอดีตคู่หมั้นเมื่อเขาเอ่ยขึ้น
"เดี๋ยวผมจะเดินไปส่งคุณเอง ผมอยากรู้จักคนที่มารับคุณด้วย"
---------------------------------------------------
วรวุธเดินมองโดยรอบของบริษัท เขารีบพุ่งออกมาจากบ้านทันทีเมื่อได้ทราบว่ามินตราเดินทางมาที่นี่กับใคร นึกเจ็บใจตัวเองที่เมื่อคืนปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่จนทำให้เขาลืมว่าวันนี้หญิงสาวมีนัดที่ไหน
เขาตัดสินใจนั่งมองไปทางบันได้บริษัทจนกระทั่งมองเห็นหญิงสาวที่รักเดินลงมา เขาลุกขึ้นยืนส่งยิ้มให้ พลันรอยยิ้มกลับเจื่อนลงเมื่อเห็นอีกคนที่เดินตามเธอลงมา เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินไปหาหญิงสาว
"ขอโทษนะครับคุณมิ้นต์ที่ผมทำตัวเหลวไหล ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก"
"ไม่เป็นไรค่ะพี่วุธ มิ้นต์เข้าใจ นานทีพี่วุธจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ดีนะคะที่มิ้นต์คุยงานเสร็จพอดี" จากนั้นหันไปพูดกับอีกฝ่ายที่เดินตามหลังลงมา "ฉันขอตัวก่อนนะคะ และขอบคุณที่ไปรับฉันวันนี้ เจอกันวันเสาร์นะคะ"
มินตราเดินผละไปหาวรวุธ แต่เสียงจากชายด้านหลังทำให้ทั้งเธอและวรวุธต้องหยุดนิ่ง
"เดี๋ยวสิครับ ผมยังไม่ได้ทำความรู้จักกับคนของคุณมิ้นต์เลย"
เหล็กเพชรเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างวรวุธและมินตรา ยื่นมือซ้ายให้ชายหนุ่มอีกคนพร้อมรอยยิ้ม
"สวสดีครับคุณวรวุธ ผมเหล็กเพชร เป็นหุ้นส่วนที่นี่ และกำลังสนใจเจ้านายของคุณอยู่ ต่อไปเราคงได้เจอกันบ่อยขึ้นนะครับ"
วรวุธมองอีกฝ่าย ไม่คิดว่าเขาจะแสดงตัวชัดเจนเช่นนี้ พยายามรักษามารยาท ยกมือขึ้นจับมืออีกฝ่ายเช่นกัน
"เช่นกันครับคุณเหล็กเพชร ผมทราบครับว่าคุณเคยเป็นคู่หมั้นคุณมิ้นต์ และคุณก็กำลังสนใจเธออยู่ แต่เรื่องของคุณมิ้นต์ผมว่าควรให้เธอเป็นคนเลือกเองจะดีกว่านะครับ"
"แต่เรื่องนี้โอกาสก็เป็นสิ่งสำคัญ ในฐานะที่คุณเป็นเหมือนพี่ชายคนสนิทคุณมิ้นต์ผมก็แค่อยากบอกไว้ล่วงหน้าว่าผมกำลงจะจีบน้องสาวคุณ"
วรวุธมองหน้าอีกฝ่ายซึ่งมองหน้าราวกับอ่านใจออกว่าเขาคิดอย่างไร เขาตั้งใจตอบโต้อีกฝ่ายโดยตรงเช่นกัน แต่ไม่ทันได้ทำตามใจคิด เสียงหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเหล็กเพชรเอ่ยขึ้นเสียก่อน
"พอเสียที คุณพูดจาอะไรเลอะเทอะ เสียเวลาฉันจริง" มินตราเดินเข้าแทรกระหว่างสองหนุ่ม หันมาคุยกับผู้เป็นเสมือนพี่ชาย "มิ้นต์อยากกลับบริษัทแล้ว พี่วุธรีบพามิ้นต์กลับเถอะค่ะมีงานรอให้เคลียร์อีกมาก"