เสน่ห์รักเกมแค้น

เสน่ห์รักเกมแค้น: เสน่ห์รักเกมแค้น ตอนที่ 7 ตอนที่ 7

#7เสน่ห์รักเกมแค้น ตอนที่ 7

รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดบริเวณรีสอร์ทริมทะเลพร้อมชายหนุ่มเจ้าของรถยนต์เปิดประตูรถออกมาเพื่อก้าวมาเปิดประตูอีกด้านให้ผู้ที่นั่งมาด้วยเมื่ออีกฝ่ายก้าวลงจากรถรีบปรี่เข้าไปหาหญิงสาวอีกสองคนซึ่งยืนรออยู่เบื้องหน้า

"รตี ลี ทำไมมาถึงเร็วกว่าฉันได้ล่ะ ฉันก็ว่ารีบออกมาจากบ้านแล้วนะ"

รตีเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

"ก็เพราะรีบไปรับลีมาด้วยน่ะสิก็เลยออกมาถึงก่อนแก นี่โชคดีมากนะที่อยู่ดีๆ ลีก็โทรมาหากะจะชวนเธอกับฉันไปเที่ยวเพราะลาพักผ่อน ฉันก็เลยชวนมาที่นี่ด้วยกันเลย ส่วนเรื่องทีมงานแกไม่ต้องห่วง ฉันช่วยจัดการให้เข้าที่พักกันก่อนเรียบร้อย เป็นไง ฉันเก่งไหม"

"ย่ะ เก่งมาก ขอบใจนะ" จากนั้นมินตราหันไปหาอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ด้านข้างรตี "โชคดีจังเลยนะลีที่ได้มาด้วยกันทั้งสามคนวันนี้ ลีคงไม่เบื่อนะที่ต้องมาพักผ่อนทั้งที่ฉันต้องมาทำงานไปด้วย"

ฝ่ายที่ถูกถามส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมยิ้มน้อย

"ไม่เบื่อหรอก แค่ได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีแล้ว จริงสิ ฉันจองนอนห้องเดียวกับรตีนะไม่อยากรบกวนมาก มิ้นต์กลับจากงานได้นอนพักผ่อนคนเดียวน่าจะสะดวกสบายกว่า"

มินตราพยักหน้ายอมรับ เป็นที่รู้กันดีในกลุ่มเพื่อนว่าเมื่อเธอเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมักต้องการพักผ่อนเพียงคนเดียวเพื่อพักผ่อนกายใจให้เต็มที่ สักพักมินตรานึกขึ้นได้เอ่ยถามเพื่อนสาว

"จริงสิ แล้วคุณธีมาถึงหรือยัง เขาได้บอกเธอตลอดหรือเปล่าล่ะ"

ไม่ทันที่รตีจะเอ่ยตอบ วราลีชิงพูดขึ้นเสียก่อน

"พูดกันมาแทบตลอดทางเลยมิ้นต์ ฉันก็เลยโชคดีต้องขับรถคุณรตีให้แทน เพราะต้องใช้เวลานั่งคุยกับว่าที่คู่หมั้นมาตลอดทาง"

รตีอ้าปากค้าง ยกมือตีแขนวราลีเบาๆ

"ได้ทีเอาใหญ่นะลี แค่ยังคุยๆ กัน ไม่ได้ตกลงเป็นคู่หมั้นเสียหน่อย" จากนั้นหันไปตอบเพื่อนอีกคน "คงใกล้ถึงแล้วล่ะ เราเข้าไปข้างในกันก่อนไหมล่ะ พี่วุธขับรถมาให้เธอตลอดทางคงเหนื่อยแย่ เผื่อพี่วุธอยากพักผ่อนบ้าง"

วรวุธยิ้มให้หญิงสาวที่เอ่ยถึงเขา พลางตอบ

"ขอบคุณครับคุณรตี ได้นอนพักสักหน่อยก็คงดีเหมือนกันครับ แล้วกระเป๋าคุณรตีกับคุณลีอยู่ไหนล่ะครับ"

"ฝากโรงแรมไว้ก่อนค่ะ เข้าไปข้างในก่อนเถอะ"

ไม่ทันที่ทั้งสี่คนจะเดินเข้าไป เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอด รตีมองตามเสียงเมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงเอ่ยขึ้น

"คุณธีมาถึงแล้ว คงมาพร้อมกับคุณเพชร ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปทักทายก่อนนะ"

รตีไม่รอคำตอบรีบก้าวลงบันไดหน้ารีสอร์ท ไม่ทนก้าวถึงจุดจอดรถ บุรุษทั้งสองก็มาถึงบริเวณหน้ารีสอร์ทเสียก่อนเหล็กเพชรเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายทุกคน

"สวัสดีครับทุกคน พวกผมคงไม่มาช้าไปใช่ไหมครับ"

รตีเป็นฝ่ายเอ่ยตอบคำทักทายนั้น

"ไม่หรอกค่ะคุณเพชร ยังเหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลานัดหมาย" พูดจบแล้วหันไปทักทายชายอีกคนซึ่งเป็นจุดสนใจ "สวัสดีค่ะคุณธี ขับรถมาตั้งไกล เหนื่อยมากไหมคะ"

ใบหน้าขาวของชลธีแดงเรื่อขึ้นพร้อมตอบหญิงสาว

"ไม่เหนื่อยหรอกครับคุณรตี ดีใจนะครับที่ได้พบคุณที่นี่"

มินตรามองมาจากด้านบน รู้สึกว่าเพื่อนเธอแสดงจริตจะก้านออกเกินงามไปบ้าง แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เห็นคือชายอีกคนนอกจากชลธีกำลังส่งสายตาหวานมาทางเธอ มินตราหลบสายตานั้นแล้วก้าวลงบันไดมุ่งไปยังรตี หญิงสาวแตะแขนเพื่อนที่กำลังเขินอายจนเก็บไม่มิด แอบกระซิบพอให้ได้ยินเพียงสองคน

"มากเกินไปรตี รู้ว่าปลื้มแต่สงวนท่าทีไว้บ้าง" จากนั้นหันมาพูดกับชายอีกสองคน "เชิญคุณสองคนเขาของไปเก็บที่ห้องก่อนเถอะค่ะ แล้วเดี๋ยวเราจะได้เริ่มงานกันเลย"

มินตราพูดจบรีบลากรตีมาเดินคู่ เช่นเดียวกับเหล็กเพชรและชลธีที่เดินตามมาเช่นกัน วรวุธและวราลีหันไปทางเคาน์เตอร์รีสอร์ทเพื่อหยิบกระเป๋า ชายหนุ่มแอบกระซิบหญิงสาว

"ขอบคุณนะครับคุณลีที่มาด้วย คุณลีเอาของที่ผมฝากให้เอามาติดมาด้วยหรือเปล่าครับ"

วราลีพยักหน้า ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมแอบส่งให้วรวุธ

"เรื่องแค่นี้เอง ลีช่วยพี่วุธได้ค่ะ"

---------------------------------------------------

การถ่ายทำโฆษณาเริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากทุกคนแยกย้ายนำของเก็บในห้องพักเรียบร้อยแล้ว มินตราจ้องมองนางแบบสาวที่ถูกคัดเลือกมาเป็นตัวเอกในโฆษณากำลังเดินกรีดกรายอยู่ริมชายหาดตามบทบาทที่ถูกกำหนดไว้ ใบหน้าตลอดจนผิวพรรณทำให้มินตรายอมรับว่าเธอเหมาะสมกับโฆษณาตัวนี้ทั้งปวง มีเพียงสิ่งเดียวที่เธอรู้สึกว่าเธอแสดงออกเหนือบทบาทเล็กน้อย นั่นคือสายตาที่จับจ้องชายหนุ่มราวกับเชิญชวน และชายหนุ่มคนนั้นก็คือเหล็กเพชรซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลจากเธอนัก

มินตราขยับไปทางผู้กำกับโฆษณาเพื่อชี้แจงถึงสิ่งที่เธอคิดว่าอยู่นอกเหนือแผนที่วางไว้

"ช่วยถ่ายฉากนี้ใหม่ได้ไหมคะ สายตานาน่าดูแสดงออกแบบเชิญชวนเกินไป มันไม่ตรงกับที่ลูกค้าให้โจทย์เรามานะคะ ให้เธอคุมสติกว่านี้หน่อยเถอะ"

ไม่นานจากนั้นเสียงสั่งจากผู้กำกับดังขึ้นเพื่อชี้แจงนางแบบสาว เหล็กเพชรได้ยินสิ่งที่ผู้กำกับบอกแล้วแอบลุกขึ้นมาด้านหลังมินตราโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวจนกระทั่งเขากระซิบอยู่ข้างหู หญิงสาวจึงสะดุ้งสุดตัว

"คุณทำงานละเอียดรอบคอบมากนะครับ สมแล้วที่คุณพ่อเอ่ยชมคุณให้ฟังเสมอ"

หญิงสาวหันขวับมามองชายหนุ่มที่ตอนนี้ยิ้มหวานส่งให้เธอ

"คุณมาข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่"

"เมื่อกี๊นี้เองแต่คุณมัวแต่สนใจงานอยู่คงไม่ทันสังเกต"

"ค่ะ ฉันก็ต้องตั้งใจทำตามสิ่งที่ตกลงกับลูกค้าไว้ เพราะถ้าโฆษณาตัวนี้เผยแพร่ออกไปแล้วลูกค้าเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสารผิดพลาดไป ทั้งบริษัทคุณและฉันอาจถูกมองไม่ดีได้... ว่าแต่คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ"

"ผมแค่จะมาแจ้งคุณว่าถ้าโฆษณาถ่ายทำเสร็จเย็นนี้ผมกับเจ้าธีจะขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงทีมงานริมชายหาดวันนี้ทั้งหมด ฝากคุณช่วยแจ้งทุกคนด้วย... อีกอย่างหนึ่ง ผมอยากให้คุณไปช่วยผมดูความเรียบร้อยของซีนสุดท้ายหน่อยตรงริมหาดโน่น"

เขาพูดพลางชี้มือไป มินตรามองตามพร้อมพยักหน้า

"ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะตามคุณธีกับพี่วุธให้ไปด้วยกัน"

มินตราเตรียมผละไปตามชายทั้งสองที่กล่าวถึงแต่ถูกเหล็กเพชรจับแขนเอาไว้

"ไม่ต้องหรอกคุณ เจ้าธีมอบอำนาจให้ผมจัดการแทนแล้ว มันมีประชุมออนไลน์ด่วน ส่วนคุณวุธ ผมว่าคุณให้เขามาช่วยอยู่ดูแลกองที่นี่ไม่ดีกว่าเหรอ คุณมีอำนาจตัดสินใจไปกับผมแค่สองคนก็ได้ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า"

"แต่ว่า..."

"หรือว่าคุณไม่กล้า ถ้าอย่างนั้นผมไปคนเดียวก็ได้ แต่ถ้าเกิดอะไรที่ไม่ถูกใจแล้วติดเข้าไปในโฆษณาอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ"

มินตราก้มหน้าใช้ความคิด ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วกดโทร จนกระทั่งปลายสายรับจึงพูดออกไป

"พี่วุธคะ มิ้นต์รบกวนพี่วุธช่วยมาดูแลงานแทนมิ้นต์สักครู่นะคะ มิ้นต์ขอไปเดินดูสถานที่ถ่ายทำฉากสุดท้ายสักครู่หนึ่งค่ะ"

พูดจบ มินตรากดตัดสายแล้วหันมาเผชิญหน้าชายหนุ่มซึ่งยืนอยู่ตรงข้าม

"ฉันไม่ได้ขี้ขลาด รีบไปดูกันสิคะจะได้จบๆ ฉันจะได้กลับมาดูแลงานของฉันต่อเสียที"

---------------------------------------------------

เหล็กเพชรพามินตราเดินมาถึงจุดมุ่งหมาย หญิงสาวเดินกวาดตามองบรรยากาศตรงหน้า ท้องฟ้าสีครามที่มีภูเขาเขียวชอุ่มพาดผ่าน เบื้องล่างเป็นน้ำทะเลใสมีเกลียวคลื่นเคลื่อนไหวสาดซัดเข้ามายังริมหาด ชวนให้เธอตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็นยิ่งนัก

มินตราหันหน้ามายังชายหนุ่มที่เดินร่วมทางมาด้วย ใบหน้าเผยยิ้มผ่อนคลาย

"ตรงนี้สวยมากค่ะ เหมาะกับการถ่ายทำมากที่สุด ทำไมคุณไม่บอกว่ามีมุมนี้เสียตั้งแต่แรกล่ะคะ ในเมื่อมันสวยกว่าตรงที่เรากำลังถ่ายทำกันตอนนี้เสียอีก"

ชายนุ่มยิ้มบางพอใจที่หญิงสาวถูกใจสถานที่ตรงนี้

"เพราะมันสวยมากน่ะสิ มากจนผมคิดว่าไม่อยากให้ใครก้าวมารุกล้ำที่ตรงนี้ คุณก็น่าจะรู้ว่ายิ่งคนรู้จักสถานที่ธรรมชาติสวยงามมาก ผู้คนก็ยิ่งมาเที่ยวมาก ธรรมชาติยิ่งถูกทำลาย มันน่าเสียดายมากนะคุณถ้าความงามนี้จะถูกทำลายลงไป"

"แล้วทำไมคุณถึงยอมพาฉันมาดูที่นี่"

ชายหนุ่มนิ่งคิดไปแล้วเงยหน้าตอบหญิงสาว

"เพราะผมเห็นความตั้งใจของคุณ ผมก็เลยอยากช่วยให้คุณได้งานออกมาดีที่สุด"

หญิงสาวจ้องมองเหล็กเพชร ประสานตายตาเขานิ่ง รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาได้ดี แต่สิ่งที่เขาเคยทำไว้ทำให้หญิงสาวขยับกายออก

"ขอบคุณนะคะที่พาฉันมาที่นี่ ฉันตกลงจะมาถ่ายทำตรงนี้โดยบอกให้ทีมงานระมัดระวังไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมโดยรอบเสียหาย เรากลับกันเถอะค่ะ"

หญิงสาวขยับเบี่ยงตัวเพื่อเดินกลับ แต่เสียงชายหนุ่มเอ่ยให้เธอหยุดเสียก่อน

"คุณจะไม่ยอมให้โอกาสผมบ้างเลยเหรอคุณมิ้นต์ ผมรู้นะว่าผมเป็นคนที่ผิดที่สุด และตอนนี้ผมก็สำนึกทุกสิ่งได้แล้วว่าผมไม่ควรขี้ขลาดหนีไปแบบนั้น ให้ผมได้มีโอกาสดูคุณบ้างไม่ได้เหรอ"

มินตราแววตาสั่นไหว น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นตรงขอบตา เธอหันกลับไปมองทางเขา ตัดสินใจจะพูดทุกสิ่งที่คั่งค้างภายในใจ

"คุณเหล็กเพชร คุณทำเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย คุณทิ้งฉันให้แบกรับความอายมาตั้งหลายปีแล้วอยู่ดีๆ มาวันนี้คุณก็วิ่งโร่บอกมาขอโอกาส ใจคุณมันเปลี่ยนแปลงง่ายไม่เหมือนกับฉัน คุณไม่ต้องอยู่ฟังคำเสียดสีนินทา ไม่ต้องทนสายตาที่มองมาที่มีแต่สิ่งที่ว่าฉันเป็นผู้หญิงแย่มากที่วิ่งเข้าหาผู้ชายจนเขาทนไม่ไหวเลยหนีไป คุณไม่ต้องทนรับรู้ ไม่ต้องทนแบกรับเรื่องใดทั้งสิ้น ในขณะที่ฉัน ต้องทนทุกอย่าง พยายามทุกทางจนหนีคำสบประมาทพวกนั้นมาได้ แต่ทุกสิ่งที่คุณทำวันนั้นมันยังอยู่ในใจฉันตลอดมา

ฉันจะบอกคุณไว้นะคุณเหล็กเพชร ต่อให้คุณพยายามอีกสักแค่ไหน วิ่งตามง้องอนฉันอีกเท่าไหร่ก็ไม่มีวันที่ฉันจะกลับไปหาคุณ ฉันไม่ยอมให้การคลุมถุงชนเกิดขึ้นอีกครั้ง ขอให้คุณเลิกยุ่งกับฉันเสียที หวังว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันต้องมาบอกคุณแบบนี้"

เหล็กเพชรมองหญิงสาว รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เธอเก็บไว้จนเป็นรอยแผลลึกมานานนับหลายปี เสียใจเหลือเกินที่เขาเป็นคนสร้างบาดแผลให้เธอลึกถึงเพียงนี้

"มินตรา ผมขอโทษ"

"เก็บคำขอโทษของคุณไว้ และเปลี่ยนเป็นทำตามสิ่งที่ฉันขอร้อง เห็นแก่คุณอาพรตที่ดีกับฉันเสมอมา ฉันจะยังเหลือพื้นที่ให้เราเป็นคนที่รู้จักกัน แต่ถ้าคุณยังไม่ฟัง ฉันก็คงขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณแม้ใจฐานะเพื่อนร่วมโลก" มินตรายกมือกรีดน้ำตาทิ้ง พยายามสงบสติแล้วเอ่ยกับเหล็กเพชร "เรากลับไปหาทีมงานเถอะค่ะ รีบไปทำงานให้เสร็จเสียที"

ไม่รอคำตอบเขา มินตราก้าวเดินนำหน้าไปก่อน เหล็กเพชรมองตามมินตรา แววตาเศร้า น้ำตาคลอหน่วยตา

"มินตรา นี่ผมทำให้คุณเจ็บมากขนาดนี้เชียวเหรอ"

---------------------------------------------------

การถ่ายทำโฆษณาสำเร็จภายในเย็นวันวันเดียวกันก่อนตะวันตกดิน เหล่าทีมงานต่างพากันสังสรรค์ริมชายหาดโดยชลธีและเหล็กเพชรเป็นเจ้ามือ ทุกคนต่างนั่งดื่มกินอย่างสนุกสนาน ผิดเพียงเหล็กเพชรที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของงานกับชลธี ใบหน้านิ่ง จ้องมองยังโต๊ะของมินตราพร้อมทั้งเพื่อนสาวและวรวุธโดยที่เธอไม่ได้หันมามองเขาแม้แต่น้อย

มือของชายหนุ่มคอยส่งเครื่องดื่มที่บรรจุในแก้งเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่าจนชลธีที่นั่งอยู่ด้านข้างต้องดึงแก้วออกจากมือเหล็กเพชร

"พอแล้วไอ้เพชร แกดื่มหนักมากเกินไปแล้ว รู้ว่าเสียใจแต่เพลาๆ บ้างเถอะ"

เหล็กเพชรคว้าแก้วกลับมาในมือเช่นเดิม

"ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า แค่นี้เอง แกไปสนุกกับคุณรตีเถอะ ฉันเห็นเธอชะเง้อมองหาแกหลายรอบแล้ว"

ชลธีสีหน้าลังเล อยากไปหาหญิงคนรักก็อยากไป ห่วงเพื่อนก็แสนห่วง

"จะดีเหรอวะไอ้เพชร"

"เออน่าไปเถอะ นานทีแกจะได้มากับคุณรตีก็ไปใช้เวลาให้คุ้มค่า"

"ถ้าอย่างนั้นแกดูแลตัวเองดีๆ นะ ไม่ไหวก็กลับไปนอนที่ห้องเถอะ"

เหล็กเพชรพยักหน้า ชลธีตบบ่าเพื่อนเบาๆ แล้วเดินไปหากลุ่มของรตี เหล็กเพชรมองความสนุกสนานตรงหน้าแววตานิ่งขึ้น ไม่นานนักมีสิ่งหนึ่งเลื่อนมาอยู่ตรงหน้าพร้อมเสียงหวาน

"ดื่มเป็นเพื่อนนาน่าหน่อยสิคะ"

เหล็กเพชรหันไปมองตามต้นเสียง มองเห็นนางแบบสาวยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ให้พร้อมถือวิสาสะนั่งแทนที่ของชลธี

"นาน่าเห็นคุณนั่งคนเดียวคงเหงาแย่ ดื่มกับนาน่านะคะคุณเหล็กเพชร"

หญิงสาวยกแก้วที่ถือในมือชนกับแก้วที่วางไว้ตรงหน้าเหล็กเพชร เขาพยักหน้าแล้วใช้มือหยิบแก้วพร้อมยกเครื่องดื่มส่งเข้าปาก ใบหน้าหวานมองตามเขาแล้วส่งยิ้มให้

"ไม่ไปร่วมวงสนุกกับคนอื่นเหรอคะ"

"ไม่ดีกว่าครับ แค่ผมนั่งดูก็สนุกแล้ว เชิญคุณนาน่าสนุกกับเพื่อนๆ เถอะครับ"

"นาน่าเองก็เริ่มไม่สนุกแล้วเหมือนกันค่ะ เห็นคุณเพชรอยู่คนเดียวก็เลยจะมาชวนคุณไปคุยกันต่อสองคนดีกว่า" หญิงสาวร่างงามพูดพร้อมเลื่อนวัตถุบางอย่างไปตรงหน้าเขา "คีย์การ์ดห้องนาน่าค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องการผูกมัด เรื่องของเราจะจบกันแค่คืนนี้"

"แต่ว่า..."

"นาน่าไปรอที่ห้องนะคะ"

พูดจบ นางแบบสาวเคลื่อนกายอ่อนช้อยกลับไปทางห้องพักแล้วหันกลับมาส่งยิ้มให้เขา เหล็กเพชรมองตามพร้อมส่งยิ้มให้ เธอหันกายกลับพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือพร้อมพิมพ์บางสิ่งบอกปลายทาง

"เรียบร้อยค่ะคุณวุธ โดนยาปลุกอารมณ์ไปขนาดนั้นคืนนี้คุณเพชรสนุกกับนาน่าทั้งคืนแน่"

---------------------------------------------------

มินตราเริ่มนั่งโคลงเคลงด้วยดื่มเครื่องดื่มเข้าไปหลายแก้วไม่น้อย จนวราลีซึ่งนั่งอยู่ใกล้ต้องเอ่ยถาม

"ไหวไหมมิ้นต์ ให้ฉันพาไปส่งที่ห้องไหม"

มินตราพยายามยันศีรษะลุกขึ้น รู้สึกมันช่างหนักเหมือนมีหินกดทับเสียเต็มไปหมด

"ก็ดีนะ ลีช่วยพาฉันไปส่งที่ห้องหน่อยเถอะ" จากนั้นหันไปพูดกับทุกคนในกลุ่ม "มิ้นต์ขอตัวก่อนนะคะทุกคน เห็นทีจะไม่ไหวแล้วค่ะ"

มินตราพยายามยันกายลุกขึ้นโดยมีวราลีคอยประคอง วรวุธลุกขึ้นตามพร้อมเอ่ยถามหญิงสาว

"ให้ผมช่วยพาไปส่งไหมครับคุณมิ้นต์"

"ไม่เป็นไรค่ะพี่วุธ ให้ลีพามิ้นต์ไปส่งคนเดียวก็พอ พี่วุธอยู่กับคุณธีและรตีทางนี้เถอะค่ะ"

วรวุธมองชั่งใจแล้วเอ่ยกับมินตรา

"ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ" แล้วหันไปพูดกับหญิงอีกคนที่ยืนประคองมินตรา "ฝากคุณมิ้นต์ด้วยนะครับคุณลี"

วราลีพยักหน้าพร้อมประคองมินตราออกไปจากกลุ่ม โดยที่ทุกคนไม่ทันเห็นว่าเธอลอบหันมาสบตากับวรวุธและพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย

---------------------------------------------------

วรวุธนั่งยิ้มกระหยิ่มใจขณะส่งเครื่องดื่มเข้าปาก ทุกอย่างดำเนินตามแผนการที่เขาวางไว้ทั้งหมดไม่มีผิดเพี้ยน ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศที่เขาขอให้วราลีติดต่อขอจากเพื่อนผู้เป็นตัวแทนจำหน่ายยาเพื่อนำมาใส่ในเครื่องดื่มและยืมมือนางแบบสาวร่วมในแผนการนี้โดยเพิ่มเงินรางวัลให้อย่างคุ้มค่า

คราวนี้ก็เหลือเพียงแค่รอให้เหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองของหญิงชายเท่านั้น เขาก็จะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของมินตราแต่เพียงผู้เดียว วรวุธมองตามมินตราที่ถูกวราลีประคองกลับห้องไปพลางสังเกตโดยรอบเขาไม่พบเหล็กเพชรนั่งอยู่ที่เดิมอีกยิ่งปลื้มปิติ ยกเครื่องดื่มในมือขึ้นส่งน้ำสีอำพันเข้าปากพลางคิดในใจ

'ขอให้คุณมิ้นต์รู้ไว้ ทุกสิ่งที่ผมทำไปเพื่อคุณมิ้นต์ที่ผมรักคนเดียว'

---------------------------------------------------

เหล็กเพชรเดินโซเซถือคีย์การ์ดพลางมองหาหมายเลขห้องที่ตรงกับบนคีย์การ์ด เขาค่อยๆ เดินจนมาถึงหน้าห้องเป้าหมาย ตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขอีกครั้งเมื่อเห็นว่าตรงกันจึงแนบคีย์การ์ดกับประตูแล้วขยับบานประตูให้เปิดออก เขาแทรกร่างเข้าไปตามช่องว่างพร้อมดันประตูปิด ก้าวตรงไปยังร่างที่นอนกระสับกระส่ายบนเตียงแล้วยิ้มกริ่ม เอาเถิด อย่างน้อยคืนนี้ขอคลายความทุกข์ให้สาแก่ใจเสียที

เขาขยับตัวขึ้นไปบนเตียง ซุกกายกับร่างที่นอนหันหลังให้ ใช้ริมฝีปากไล้ไปตามซอกคอจนอีกฝ่ายหันหน้ากลับมา เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายในเงาสลัวของความมืดเหล็กเพชรผละตัวออกไป

'คุณมิ้นต์นี่หว่า' เหล็กเพชรคิดในใจ แต่เมื่อทบทวนให้ถ้วนถี่ มินตรายังคงนั่งอยู่กับเพื่อนข้างนอก และห้องนี้ก็เป็นห้องของนาน่า ผู้หญิงคนนี้จะเป็นมินตราได้อย่างไร เขาจึงให้คำตอบตัวเองในใจ 'เราคงคิดถึงคุณมิ้นต์มากไปจนเห็นนาน่าเป็นเธอไปได้'

คิดเช่นนั้นเขาจึงพุ่งกายลงไปยังร่างที่นอนมองเขาตาหวานหยาดเยิ้ม ริมฝีปากเขาประกบปากเรียวบาง ดมดอมหาความหวานฉ่ำราวภมรที่กำลังดื่มด่ำกับความหวานแห่งเกสรดอกไม้ ไม่นานนักทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับพายุที่โหมกระหน่ำแต่ภมรยังคงเกาะเกี่ยวดอกไม้งามไว้แน่นจนกระทั่งลมพายุสงบลงเขาก็ยังคงเกาะเกี่ยวดอกไม้งามนั้นไว้ด้วยหอมหวานยิ่งกว่าหมู่มวลดอกไม้ใดที่เขาเคยลิ้มลองมาแล้ว และคืนนี้เขาก็ยังอยากดอมดมดอกไม้ดอกนี้ไปโดยไม่มีเบื่อ

devc-88b8c9ff-33080เสน่ห์รักเกมแค้น: เสน่ห์รักเกมแค้น ตอนที่ 7 ตอนที่ 7