นักล่าสัตว์เลี้ยง

นักล่าสัตว์เลี้ยง: ตอนที่ 032 ตอนที่ 16

#16ตอนที่ 032

ตอนที่ 32 การขายที่ยังไม่สำเร็จ

จากเหตุการณ์ของหลิวเหวินอิงก่อนหน้านี้ เติ้งเจี๋ยรู้ว่าตนไม่ควรที่จะยึดติดในความคิดของตัวเอง ดังนั้นจึงเล่าเรื่องราวของตน เพื่อให้จางจื่ออันช่วยตัดสินใจว่าควรซื้อพันธุ์ไหนดี

"ฉันอยากจะซื้อแมวสักตัว ได้เห็นแมวบริติชขนสั้นของร้านคุณจากเว็บมันน่ารักมาก ทุกคนล้วนชมว่ามีลักษณะดี ฉันค่อนข้างถูกใจแมวบริติชขนสั้น แต่ว่ายังอยากขอให้เถ้าแก่ช่วยแนะนำสักหน่อย พูดแบบไม่อายเลยนะคะ ฉันกับสามียังไม่มีลูก ฉันเป็นคนเลี้ยงแมวเองค่ะ เพื่อคลายเหงา ถ้าไม่ต้องคิดถึงผลกระทบของเรื่องเด็ก จากเรื่องที่ฉันเล่ามา คุณคิดว่าถ้าเลี้ยงเจ้าแมวบริติชขนสั้นจะดีไหมคะ?”

ดูจากลักษณะแล้วจางจื่ออันคิดว่าเติ้งเจี๋ยน่าจะอายุเกินสามสิบปี ขณะที่เธอพูดว่าตนเองยังไม่มีลูก สีหน้าของเธอดูเศร้าสลดเล็กน้อย คงจะเป็นเรื่องที่ยากจะพูดออกมา

"ไม่ทราบว่างบประมาณของคุณมีเท่าไหร่ครับ?” เขาถาม

"เรื่องนี้...ห้าหกพันค่ะ ถ้าถูกลงกว่านี้ได้ก็ดีค่ะ..." เติ้งเจี๋ยพูดแบบไม่ชัดเจนนัก

"เจ้าแมวบริติชขนสั้นที่ร้านของผมก็หกัพน ถ้าหากคุณอยากจะซื้อพวกอาหารแมวและทรายของแมวด้วย งบก็อาจจะไม่พอ คุณจะพิจารณาดูตัวอื่นก็ได้นะครับ" จางจื่ออันแนะนำด้วยคำพูดที่นิ่มนวล

เสื้อผ้าที่เติ้งเจี๋ยใส่ค่อนจะธรรมดา กระเป๋าก็ไม่ใช่ยี่ห้อแบรนด์เนมอะไร ฐานะครอบครัวก็คงจะธรรมดามาก เป็นเพราะฐานะทางบ้านธรรมดานี่เองเธอจึงต้องเปรียบเทียบราคากันหลายร้าน

"หกพัน?” หน้าผากของเติ้งเจี๋ยเลิกขึ้นเป็นเส้นตรงและหายไปอย่างรวดเร็ว "หกพันมัน...แพงเกินไปค่ะ"

เธอได้เห็นแมวของจ้าวฉีในเว็บหอดูทะเลแล้ว แต่ไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่ ฟังจากบทสนทนาของหลิวเหวินอิงที่เพิ่งซื้อแมวไปเธอจึงรู้ว่าแมวสยามราคาสี่พันหยวน เธอจึงคิดว่าเจ้าแมวบริติชขนสั้นน่าจะประมาณเท่าๆ กัน ก็อยู่ในงบประมาณพอดี ไม่คิดเลยว่าจะหกพัน!

เธอคงจะจ่ายไม่ไหวแน่ๆ ต้องยึดมั่นในหลักการของการขยันทำงานและประหยัดอดออมอะไรที่ลดได้ก็ลด

"เถ้าแก่ ฉันพูดจากใจจริง ราคาหกพันมันแพงเกินไป" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นทำนองว่าจะต่อรองราคา ถึงอย่างไรแมวของร้านนี้ก็ดีมากเลยทีเดียว ถ้าหากว่าสามารถต่อราคาลงได้ เธอก็ยินยอมที่จะซื้อของที่นี่

เธอพูดน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิด "ฉันเห็นจากอินเทอร์เน็ตก่อนที่ฉันจะมาที่นี่ หากซื้อในอินเทอร์เน็ตเงินหกพันหยวนสามารถซื้อได้ถึงสองตัว ถึงแม้จะเป็นร้านขายสัตว์เลี้ยงร้านอื่น ก็ไม่แพงขนาดนี้!”

จางจื่ออันฟังเธอพูดจนจบอย่างเงียบๆ จึงชี้ไปที่เสื้อเชิ้ตของตน "คุณดูเสื้อเชิ้ตตัวนี้ของผม ก็ซื้อบนอินเทอร์เน็ตเช่นกัน ราคาเท่าไหร่ก็ถือว่าเป็นยี่ห้อ ปัญหาคือตอนที่ผมซื้อก็เห็นอยู่ว่าในรูปภาพเป็นสีส้มเหลือง หลังจากที่ส่งมาถึงบ้านแล้วถึงเห็นว่าเป็นสีเหลืองเเดง ทางร้านยังบอกว่าบนหน้าจอได้แสดงความแตกต่างของสีไว้ชัดเจนแล้วจะไม่รับคืน ได้ ไม่ให้คืนก็ไม่เป็นไร จึงใส่ต่อไป ในเมื่อราคาก็ถูก ถ้าไม่ชอบจริงๆ จะโยนทิ้งไปก็ได้ แต่ว่าถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ราคาแพงมากๆ คุณจะทิ้งมันลงไหม?”

เขาพูดต่อ "ซื้อในอินเทอร์เน็ตราคาถูกก็จริง แต่ว่าจะเห็นได้จากรูปภาพและวิดีโอ คุณก็จะดูความมันวาวของขน ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ระดับความใสสะอาดของนัยน์ตาของสัตว์เลี้ยงไม่ออก และก็จะดูไม่ออกว่าหูและจมูกของสัตว์เลี้ยงมีปัญหาหรือไม่ ไม่รู้ว่าสัตว์เลี้ยงแข็งแรงหรือเปล่า แล้วก็ดูไม่ออกว่าสัตว์เลี้ยงตัวนั้นจะคุ้นเคยกับคนหรือไม่ มีอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายหรือเปล่า แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่โชว์ให้คุณดูนั้นก็อาจจะไม่ใช่ตัวที่ส่งมาให้คุณก็เป็นได้"

เขาชี้ไปที่เจ้าซามอยด์ที่มีท่าทีอดอาลัยตายอยาก "สัตว์เลี้ยงคอกใหม่ของโรงเพาะพันธุ์ หากมีร้านขายสัตว์เลี้ยงหน้าร้านใกล้ๆ ได้เลือกก่อนไปแล้วหนึ่งรอบ เลือกเอาตัวที่สวยๆ ไปหมด แล้วตัวเหลือ คุณคิดว่าโรงเพาะพันธุ์สัตว์จะทิ้งไหมครับ? ไม่ครับ จะทิ้งลงได้อย่างไร แน่นอนว่าการวางขายบนอินเทอร์เน็ตจะขายได้ราคาถูกหรืออาจจะถูกร้านที่ขายสัตว์เลี้ยงหน้าร้านซื้อไปในราคาถูกจากนั้นก็นำมาขายในราคาที่แพง ราคาถูกก็สมเหตุสมผลกับของราคาถูก ราคาแพงก็สมเหตุสมผลกับของราคาแพง สิ่งมีชีวิตนะครับ ผมแนะนำว่าอย่าซื้อจากอินเทอร์เน็ตเด็ดขาด "

เติ้งเจี๋ยก็ไม่เคยซื้อของออนไลน์ แน่นอนว่ามีคนมากมายที่ถูกหลอกจากการซื้อของออนไลน์ เธอเพลิดเพลินไปกับคำพูดของจางจื่ออัน ซึ่งจริงๆ แล้วก็พูดได้ตรงประเด็น เธอก็เคยได้ยินว่าถึงแม้จะเป็นเสื้อผ้าและถุงเท้า ก็แบ่งออกเป็นสินค้าสำหรับร้านขายหน้าร้านและสินค้าร้านค้าออนไลน์ คุณภาพก็แตกต่างกัน

"แต่ว่าฉันก็เคยเห็นร้านขายสัตว์เลี้ยงร้านอื่น ถึงแม้จะแพงกว่าบนอินเทอร์เน็ต แต่อย่างน้อยก็ถูกกว่าร้านของคุณเยอะมาก...แม้กระทั่งร้านขายสัตว์เลี้ยงสาขาย่อยฝานซิง ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ยังราคาถูกกว่าของคุณเลย!” เธอพูดด้วยความดื้อรั้น

ขณะที่เธอพูดถึงร้านขายสัตว์เลี้ยงสาขาย่อยฝานซิง ชายหนุ่มลึกลับที่เดินอยู่แถวส่วนของใช้สัตว์เลี้ยงอยู่ตลอดก็หยุดฝีเท้าลง หูผึ่งหันมาทางนี้

ไม่ใช่ครั้งแรกที่จางจื่ออันได้ยินชื่อของร้านขายสัตว์เลี้ยงสาขาย่อยฝานซิง เขาเกิดความอึดอัดใจเล็กน้อย ร้านของเขาเป็นร้านเล็กๆ ทำไมต้องเอาไปเปรียบเทียบกับร้านฝานซิงที่เป็นร้านใหญ่ขนาดนั้น เส้นทางการค้าก็ไม่เหมือนกัน

เขาหัวเราะพูดว่า “ร้านฝานซิงจะขายราคาถูกเช่นนั้นได้อย่างไร ผมก็ไม่ทราบ และก็ไม่เคยไป ถ้าจะพูดกันตามเหตุผลแล้วธุรกิจที่ใหญ่ขนาดนั้นราคาต้นทุนควรจะสูงกว่าของผมจึงจะถูก...ผมยกตัวอย่าง คุณจะซื้อของโบราณ ก็ต้องเชิญผู้ที่เชี่ยวชาญด้านของโบราณมาดูคุณดู คุณจะซื้อตึกสักตึก ก็ต้องเชิญบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านสิ่งปลูกสร้างหรือกลุ่มคนที่อยู่ในวงการนี้มาช่วยคุณดู ถ้าคุณอยากจะซื้อสัตว์เลี้ยง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการเสียใจในภายหลัง แน่นอนว่าจะหลับหูหลับตาซื้อไม่ได้ ผมก็คือคนที่จะช่วยคุณดู ช่วยคุณคัดกรองสัตว์เลี้ยงสุขภาพไม่ดีและอารมณ์ไม่ดีก่อนล่วงหน้า ราคาที่แพงกว่าร้านอื่นๆ ก็เป็นค่าดูสัตว์เลี้ยงของผม ส่วนจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ ก็ต้องให้คุณพิจารณาเองแล้วครับ”

เขาเดาว่าการเจรจาการขายครั้งนี้คงจะไม่สำเร็จแล้ว ผู้บริโภคที่มีความรู้สึกไวต่อเรื่องราคา อีกทั้งไม่ได้นำเอาสัตว์เลี้ยงมาปฏิบัติเป็นของฟุ่มเฟือย แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนี้เขาก็ไม่คิดที่จะลดราคา จะทำเหมือนความรู้ไม่มีค่างั้นหรือ? ตนก็ยินดีที่จะดูถูกยางไม้หอม!

เติ้งเจี๋ยคิดไตร่ตรองไปมา ยังคงตัดสินใจไม่ได้

"งั้นก็ยังก่อนนะคะ ให้ฉันกลับไปพิจารณาดูอีกสักรอบ" เธอไม่ได้พูดตัดไปเสียทีเดียว เตรียมตัวกลับไปปรึกษากับสามีแล้วค่อยว่ากัน

"ไม่เป็นไรครับ คุณจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ และผมก็จะนำสัตว์เลี้ยงคอกใหม่เข้าร้านเร็วๆ นี้ ถ้าหากคุณมาครั้งหน้าก็สามารถชมได้แล้ว"

จางจื่ออันดูแลร้านขายสัตว์เลี้ยงด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก จึงเกรงว่าหากก้าวเท้าใหญ่เกินไปจะฉุดลงไปถึงจุดตกต่ำ แต่ว่าจากการขายสัตว์เลี้ยงออกได้สำเร็จ คำชมก็ค่อยๆ แพร่กระจายออกไป นับวันเขาก็ยิ่งมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ครั้งหน้าเขาจึงเตรียมจะนำเข้าเพิ่มอีกสักหน่อย

หลังจากที่เติ้งเจี๋ยออกไป จางจื่ออันก็คิดขึ้นมาได้ว่าจะทักทายชายหนุ่มลึกลับคนนั้นพอดี แต่กลับเห็นเขารีบเดินออกไปตามเติ้งเจี๋ย เพียงแต่เดินแยกไปคนละทาง

เขาเกาหัวด้วยความงุนงง "สรุปคนนั้นเข้ามาทำอะไรกันแน่?”

"หงิงๆ..." เจ้าซามอยด์ใช้ขาทั้งสี่หมอบอยู่ในชั้นโชว์สัตว์เลี้ยง ส่งเสียงร้องออกมาเบาเบา ใบหูสั่นไหวไปมา เหมือนกับว่าต้องการการปลอบใจ

เดิมทีจางจื่ออันตั้งใจจะนำแมวเรียกทรัพย์ออกมาดูเมื่อไม่มีใครอยู่ แต่เมื่อเห็นเจ้าซามอยด์ทำหน้าน่าสงสารเช่นนี้ จึงเปิดที่ปิดชั้นโชว์ออก แล้วอุ้มมันออกมา ให้มันเดินเล่นอยู่ภายในร้าน แต่ว่าเขาต้องคอยจับตาดูมัน เพื่อป้องกันไม่ให้มันอุจจาระปัสสาวะไปทั่ว ถ้าลูกค้าเข้าร้านมาเหยียบอุจจาระสุนัข เขาคงไม่มีชีวิตรอดเป็นแน่!

ตอนนี้เป็นเวลาสิบหกนาฬิกากว่าๆ แล้ว เขาเห็นว่าไม่มีลูกค้าแล้ว จึงจะปิดร้านก่อนเวลา

ขณะที่เขาเดินไปถึงหน้าประตู ก็ได้เจอกับลูกค้าอีกสองคน คนหนึ่งอายุประมาณสี่สิบปี อีกคนหนึ่งอายุประมาณสิบขวบ ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นสองพ่อลูก

ลูกชายสวมชุดนักเรียน อ้วนเล็กน้อย ท่าทางเหมือนไจแอนท์ หน้าแดง เดินไปด้วยเช็ดน้ำตาไปด้วย จมูกกับตาก็ร้องไห้จนแดงก่ำ สีหน้าของผู้เป็นพ่อก็ไม่ต่างกันมาก แต่มีสีหน้าจนปัญญาอยู่ด้วย

"คุณคือเถ้าแก่ของที่นี่?” ชายผู้ใหญ่ถาม

"ใช่ครับ" จางจื่ออันพยักหน้า

devc-52435f55-33144นักล่าสัตว์เลี้ยง: ตอนที่ 032 ตอนที่ 16