นักล่าสัตว์เลี้ยง

นักล่าสัตว์เลี้ยง: ตอนที่ 033 ตอนที่ 17

#17ตอนที่ 033

ตอนที่ 33 จากกันครั้งแรก

หลังจากที่เข้าร้านมา หนุ่มใหญ่ก็มองไปรอบๆ "ที่ร้านคุณมี..."

เสียงพูดเบาลง เจ้าซามอยด์ก็โผเข้ามาด้วยความตื่นเต้นดีใจ วิ่งไปรอบๆ ขาของลูกค้าคนใหม่ แลบลิ้นออกมาทำหน้าแอ๊บแบ๊วสุดๆ จากการกระทำเช่นนี้ของมันแม้กระทั่งจางจื่ออันยังหมดคำจะพูด

เด็กอ้วนจ้ำม่ำหยุดร้องไห้ แล้วหันมามองเจ้าซามอยด์

หนุ่มใหญ่ชี้ไปที่เจ้าซามอยด์ ถามลูกชายของเขา "ลูกว่าสุนัขตัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

เจ้าหนูก้อนกลมไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่นั่งยองๆ ลงไป ยื่นมือไปหาเจ้าซามอยด์ มันยกสองขาหน้าขึ้นมาทันที

เจ้าหนูก้อนกลมยิ้มเล็กน้อย ใช้มืออีกข้างลูบที่ขนบนท้ายทอยของมัน "เด็กดี! เด็กดี!”

"เฮ้อ!” หนุ่มใหญ่ถอดหายใจเฮือกใหญ่ ล้วงหยิบเอาซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า คาบบุหรี่ไว้ในปากหนึ่งมวน ทั้งยังส่งให้จางจื่ออัน “เถ้าแก่ สูบบุหรี่ไหม?”

"ไม่ครับ" จางจื่ออันปฏิเสธ เขายังไม่เข้าใจว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร ได้ข่าวว่าช่วงนี้มีสารเสพติดแบบมวนบุหรี่ ดูดเข้าไปคำเดียวก็จะเลอะเลือน เขาเป็นหนุ่มหล่อขนาดนี้ถ้าถูกใครปล้นไปทั้งเงินและร่างกายจะทำอย่างไร?

ไม่ต้องรอให้จางจื่ออันถาม หนุ่มใหญ่ก็พูดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติราวกับเปิดเทปวิทยุ

"ปิดเทอมภาคฤดูร้อนทีไรเจ้าลูกคนนี้ก็จะอยู่บ้านเกิดที่ชนบทตลอด วันนี้สุนัขเก่าแก่ของที่บ้านดันมาตายไปแล้ว"

"อ๋อ" จางจื่ออันเข้าใจแล้ว มิน่าล่ะเจ้าเด็กน้อยถึงได้เสียใจขนาดนี้

"ผมกับแม่ของลูกทำงานยุ่งมาก พอปิดเทอมภาคฤดูร้อนก็จะส่งเขากลับไปบ้านเกิดที่ชนบท ให้ปู่เขาช่วยดูแล เพื่อนในห้องก็อยู่ในเมืองกันหมด ที่บ้านเกิดก็ไม่มีคอมพิวเตอร์ เขาจึงทำได้เพียงเล่นกับสุนัขที่บ้าน วิ่งเล่นข้ามเขาข้ามท้องนา แม้แต่การบ้านตอนปิดเทอมก็ไม่ทำ ทุกครั้งที่เปิดเรียนกลับมาในเมืองก็จะร้องไห้งอแง ไม่อยากกลับ เฮ้อ เจ้าสุนัขตัวนั้นก็แก่มากแล้วจริงๆ ฟันก็เหลืออยู่ไม่กี่ซี่แล้ว ปีที่แล้วที่เล่นด้วยกันก็ตามเขาไม่ทันแล้ว ผมน่าจะคิดให้เร็วกว่านี้ ปีนี้..." หนุ่มใหญ่ไม่ได้พูดต่อ

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงพูดขึ้นอีก "ไม่ว่าจะอย่างไรก็ถือว่าผ่านปิดเทอมมาแล้ว นี่ก็เปิดเทอมแล้วไม่ใช่รึ ผลคือวันนี้มีญาติมาจากบ้านเกิด ผมไม่อยู่บ้าน ลูกชายก็ถามว่าสุนัขเป็นอย่างไรบ้าง ญาติก็ตอบว่าวันที่สองที่ลูกชายกลับจากบ้านเกิดก็..."

จางจื่ออันก็ถอนหายใจเช่นกัน เขานึกถึงพ่อแม่ของตน การจากกันชั่วนิรันดร์ทำให้เป็นทุกข์มากมายถึงเพียงนี้ เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวก็ห่างกันไปไกล เด็กคนนี้จะต้องเสียใจมากอย่างแน่นอน เขาคงจะเสียใจว่าทำไมตนไม่อยู่ต่ออีกสักวัน ทำไมถึงไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนมันในวาระสุดท้าย แต่เจ้าสุนัขตัวนี้คงจะพยายามจนถึงที่สุดแล้ว พยายามจนถึงลมหายใจสุดท้าย เพื่อไม่ให้เจ้านายน้อยของมันมาเห็นในตอนที่มันกำลังจะขาดใจ

หนุ่มใหญ่ตบลงบนศีรษะของลูกชายเบาๆ ด้วยความรักและเมตตา "เด็กคนนี้ร้องไห้มาทั้งวัน ทำเอาญาติๆ ใจเสียร้องไห้ไปด้วยกัน ผมยังไม่ทันกลับถึงบ้านพวกเขาก็กลับกันไปหมดแล้ว อันที่จริงผมบอกว่าจะพาเขามาซื้อสุนัขสักตัว"

สายตาของจางจื่ออันมีภาพปรากฏขึ้นมาหนึ่งภาพ บนทุ่งกว้างชานเมืองที่พระอาทิตย์ร้อนแผดเผา ท่ามกลางเสียงร้องของจักจั่นเรไรที่ดังกึกก้องสนั่นหู มีเด็กอ้วนๆ กลมๆ คนหนึ่งสวมเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นหยอกล้อเล่นกันกับเจ้าสุนัขบ้านสีน้ำตาลเหลืองที่แสนจงรักภักดีตัวหนึ่ง วิ่งปะทะกับลมขึ้นไปบนเนิน เดินลุยในลำธารสายเล็กๆ เหยียบย่ำไปบนหินกรวดขนาดเท่าไข่ห่านอันเกลี้ยงเกลา วิ่งโผเข้าหาแมลงปอ ไล่ตั๊กแตน จับผีเสื้อ จับปลาจับกุ้งขึ้นมาจากน้ำ...รอให้วิ่งจนทั้งเหนื่อยทั้งร้อนแล้ว เจ้าสุนัขก็จะแลบลิ้นหมอบอยู่บนพื้นหญ้า เด็กน้อยจ้ำม่ำก็เอาหัวนอนหนุนสุนัขแก่เช็ดเหงื่ออยู่ไม่หยุด นั่นคงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขขั้นสุดยอดอย่างแน่นอน

ลำต้นของต้นไม้หนาขึ้นทุกวัน แม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำอีกครั้ง เจ้าเด็กจ้ำม่ำโตขึ้นทุกปี เจ้าสุนัขก็แก่ขึ้นทุกปี วันคืนค่อยๆ เปลี่ยนเวียนหมุนไป เจ้าสุนัขก็ตามเด็กน้อยไม่ทันแล้ว สายตาก็เปลี่ยนเป็นขุ่นมัว ขนก็จะร่วงโรยจนบางตา เนื่องจากความต้องการอาหารน้อยลงร่างกายก็เปลี่ยนเป็นผอมแห้ง แต่ว่าทุกวันพวกเขาก็ยังอยู่ด้วยกันจนเบื่อ

ปิดเทอมฤดูร้อนเทอมสุดท้ายนี้ดูเหมือนเกิดเรื่องมากมาย กลายเป็นภาพฉากในหนังที่กดหยุดไว้ตลอดกาล เด็กน้อยจ้ำม่ำคงมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง ดังนั้นเมื่อญาติที่มาจากบ้านเกิดมาถึง จึงได้ถามถึงอาการของเจ้าสุนัข

แต่ว่า เจ้าสุนัขคงไม่ได้นำความรู้สึกเสียใจกับการจากลาไปด้วยแน่นอน ขอให้มันได้อยู่บนสวรรค์

หนุ่มใหญ่สูบบุหรี่เสร็จหนึ่งมวน บดก้านบุหรี่จนแตกละเอียดกล่าวว่า "โอเค ไม่รบกวนเวลาของเถ้าแก่แล้วครับ ผมเอาสุนัขตัวนี้แหละ เท่าไหร่ครับ?”

"สามพัน" จางจื่ออันกล่าว

หนุ่มใหญ่พยักหน้า "แพงไปนิด แต่ว่าในเมื่อเจ้าลูกชายชอบแล้ว จะราคาเท่าไหร่ผมก็ต้องซื้อให้เขา ก็ถือว่าชดเชยที่ปิดเทอมภาคฤดูร้อนนี้ไม่ได้อยู่กับเขาแล้วกัน สุนัขตัวนี้สองคนปู่หลานก็เลี้ยงด้วยกันได้"

จางจื่ออันลูบไปบนหลังของเจ้าซามอยด์ มันหันกลับมา ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย นัยน์ตาก็ไม่ได้แสดงความเสียใจที่ต้องจากร้านขายสัตว์เลี้ยงไปเลยสักนิด หันหน้ากลับไปเอาใจเจ้านายคนใหม่ของมันทันที

จางจื่ออันหัวเราะด่าอยู่ในใจไม่หยุด ‘เจ้าหมาขี้เหร่ชอบประจบประแจงตัวนี้ พอมีเจ้าของ ก็ทิ้งฉันแล้ว โชคดีที่เมื่อครู่ฉันยังเห็นใจมันอยู่! ’

ในจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งสามตัวที่ขายไป ถึงแม้ว่าเจ้าซามอยด์จะขายได้ช้าสุด แต่ในบรรดาพวกมันอาจจะเป็นตัวที่โชคดีที่สุด หลังจากที่สองพ่อลูกได้เคยสัมผัสกับความเสียใจของการจากลาแล้ว ต้องหลงรักมันมากแน่นอน ต่อไปขอเพียงแค่มันรักษาความแอ๊บแบ๊วที่มันถนัดไว้ก็พอแล้ว

เด็กน้อยจ้ำม่ำได้เริ่มเล่นกับเจ้าซามอยด์แล้ว หนุ่มใหญ่และจางจื่ออันมาชำระเงินที่เคาน์เตอร์ด้วยกัน

หนุ่มใหญ่หันหน้าไปมองเจ้าซามอยด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถามว่า "เถ้าแก่ สุขภาพของสุนัขตัวนี้ไม่มีปัญหาใช่ไหม? ผมเองก็ไม่อยากซื้อกลับไปไม่ถึงสองวันแล้วมันก็..."

จางจื่ออันกล่าว "คุณสบายใจได้ครับ ก่อนหน้านี้สุนัขตัวนี้เพิ่งจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคไป นี่คือใบรับรองการฉีดวัคซีนครับ" เขาเอาใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองการฉีดวัคซีนและสัญญาข้อตกลงการซื้อขายสัตว์เลี้ยงส่งให้หนุ่มใหญ่ "บนข้อสัญญาได้เขียนไว้แล้ว ขอเพียงแค่อยู่ในช่วงที่วัคซีนยังมีประสิทธิภาพอยู่ ถ้าหากมันป่วยไม่สบาย ผมรับรองว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ หลังจากที่หมดระยะเวลาของวัคซีนแล้ว คุณจะต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องสุขภาพของมันเอง"

หนุ่มใหญ่พยักหน้าเป็นสัญญาณว่าเข้าใจแล้ว จางจื่ออันกล่าวว่า "ผมมีหลักสูตรสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์มือใหม่ เป็นหลักสูตรที่ผมทำขึ้นมาเอง ถ้าหากว่าคุณต้องการก็สามารถนำกลับไปด้วยได้หนึ่งชุด..."

หนุ่มใหญ่โบกมือ "ไม่ต้องไม่ต้อง พวกเราไม่ใช่เพิ่งจะเคยเลี้ยงสุนัขเป็นครั้งแรก"

"งั้นของใช้อย่างอื่น อย่างเช่นพวกอาหารสุนัข..." จางจื่ออันจะไม่ยอมปล่อยโอกาสทุกอย่างที่สามารถทำเงินได้

"วันนี้ช่างก่อนเถอะ แม่ของลูกคงรอจนกระวนกระวายใจแล้ว ผ่านไปสักสองวันค่อยว่ากันใหม่" หนุ่มใหญ่จูงมือลูกชาย "ไปลูก กลับบ้านไปกินข้าวกัน!”

เด็กน้อยจ้ำม่ำอุ้มเจ้าซามอยด์ขึ้น เดินตามหลังหนุ่มใหญ่ออกไปแล้ว หัวของเจ้าซามอยด์โผล่ขึ้นมาจากหัวไหล่ของเด็กน้อย มันแลบลิ้นออกมามองดูจางจื่ออัน จนกระทั่งพวกเขาเดินเลี้ยวไป

จางจื่ออันเหมือนจะติดเชื้อของความเสียใจมาเสียแล้ว เขายืนอยู่ที่หน้าประตูนานมาก จ้องดูผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่รู้เช่นกันว่าในใจมีความรู้สึกอะไร

"ดีแล้ว! ในที่สุดที่นี่ก็เงียบสงบแล้ว!” เขากลับเข้ามาในร้าน มองดูชั้นโชว์และกรงที่ว่างเปล่า เหลือเพียงเจ้าหนูแฮมสเตอร์ที่ตื่นขึ้นมาจากการนอนกลางวัน เตรียมตัวเริ่มใช้ชีวิตกลางคืนของมันอย่างสะลึมสะลือ ในตอนที่ยังมีสัตว์เลี้ยงทั้งสามตัวอยู่ เขาเป็นทุกข์ว่าเมื่อไหร่จะขายพวกมันได้ พอขายได้หมดจริงๆ แล้ว เขากลับรู้สึกไม่อยากจากพวกมันไปนิดหน่อย

เก่าไปใหม่มา ไหลไปเหมือนสายน้ำ

ในเมื่อเป็นร้านขายสัตว์เลี้ยง ก็ต้องขายสัตว์เลี้ยง ต้องได้กำไร มิฉะนั้นต้องปิดร้านไป

ในธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป มีร้านเปิดใหม่ทุกวัน มีร้านเก่าๆ ปิดไปทุกวัน ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เงินเลวไล่เงินดีออกไปหมด ดังนั้นสภาพการค้าจึงเลวร้ายขึ้นไปอีก

ถึงแม้ว่าขณะนี้ภายในร้านจะเงียบสงบ แต่อีกไม่นานก็จะกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง

จะต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน

devc-0267ee0a-33151นักล่าสัตว์เลี้ยง: ตอนที่ 033 ตอนที่ 17