บัลลังก์พญาหงส์: บทที่ 17 ตอนที่ 17
บทที่ 17 แรกพบ
ถาวจวินหลันเห็นชิวจื่อมีท่าทีแบบนั้น ในใจก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ ทว่านางก็ไม่กล้าถามออกมาตรงๆ จึงได้แต่ตอบกลับไปว่า "ใช่เสื้อผ้าที่พี่จิ้งหลิงส่งมาคราวก่อนหรือไม่? เดิมทีข้าได้ทำความผิด ถือวิสาสะเย็บซ่อมเสื้อผ้าเอง โชคดีที่องค์ชายรองท่านไม่เอาความ ไม่เช่นนั้นข้าเกรงว่าจะได้รับโทษหนักมหันต์ไปแล้ว"
ต่อมาก็ได้เล่าถึงสาเหตุที่ตัวเองต้องเย็บซ่อมเสื้อผ้าขององค์ชายรองให้ชิวจื่อฟังอย่างละเอียด แน่นอนว่า ขณะที่นางเล่านั้นก็มองดูสีหน้าท่าทางของชิวจื่ออยู่ตลอด
สีหน้าแปลกใจของชิวจื่อนั้นคลายลงไปไม่น้อย แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นราวกับ**ดอกถานฮวา*** ที่เพิ่งบานออกมา "เป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง"
สุดท้ายแล้วชิวจื่อก็ไม่ได้บอกนางว่าทำไมถึงมีสีหน้าแปลกใจเช่นนั้น ถาวจวินหลันเองก็ไม่อาจรู้ได้ ทว่าเดิมทีนี่ก็เป็นเรื่องเล็ก นางจึงไม่เก็บมาใส่ใจ เพียงแต่เรื่องนี้ยังคงติดอยู่ในใจนางอยู่เหมือนกัน
หลังจากชิวจื่อลองให้ถาวจวินหลันทดสอบดูแล้ว ก็ยอมรับในฝีมือการเย็บปักของนางอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงมอบหมายงานเย็บปักที่ไม่ได้สำคัญอะไรนักให้นางเช่น ผ้าม่าน ผ้าคลุมเตียงเป็นต้น ส่วนเสื้อผ้าและของใช้ขององค์ชายรองนั้น ยังไม่ได้มอบหมายให้นางแต่อย่างใด
ถาวจวินหลันเข้าใจว่าเป็นเพราะนางนั้นมาใหม่ ดังนั้นจึงไม่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญเช่นนั้น
แม้ว่าจะผ่านไปหลายวันแล้ว ทว่าถาวจวินหลันก็ยังไม่เคยเห็นองค์ชายรองเสียที ทีแรกยังแปลกใจอยู่บ้าง กระทั่งอดคิดไม่ได้ว่ามันแปลกเกินไป ถึงแม้ว่านางจะเพิ่งมาอยู่ใหม่ ทว่าถึงอย่างไรต่อไปนางก็นับว่าเป็นคนขององค์ชายรองแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไปเข้าเฝ้าเจ้านาย แต่เมื่อมองทุกคนซึ่งไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้และไม่มีท่าทีแปลกใจ นางจึงเก็บเรื่องแปลกพวกนี้ไว้ในใจ คิดแค่ว่านี่คงเป็นกฎระเบียบของวังเต๋ออัน
ทว่าไม่เพียงแต่นางเท่านั้นที่มาอยู่นานขนาดนี้แล้วยังไม่ได้เข้าเฝ้าเจ้านายเลยสักครั้ง แม้แต่เยว่จูที่อยู่ห้องเดียวกันก็ยังยากที่จะได้ไปรับใช้ในแต่ละครั้ง ถาวจวินหลันลองนับดูอย่างละเอียดแล้ว นางมาอยู่ที่นี่เจ็ดวันแล้ว เยว่จูได้ไปรับใช้เพียงแค่สองครั้งเท่านั้น โดยปกตินั้นหากไม่ใช่จิ้งหลิงก็เป็นชิวจื่อที่คอยรับใช้
เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าองค์ชายรองนั้นเป็นคนแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย
ทว่าถาวจวินหลันก็เข้าใจดี นางนั้นเป็นเพียงนางกำนัลขั้นล่าง อย่างไรเรื่องของเจ้านายนั้นก็วนมาไม่ถึงนางอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงสลัดเรื่องนี้ออกไปจากหัว
เวลาผ่านไปหลายวัน นางรู้สึกว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องไปคอยดูแลข้างกายเจ้านาย ช่างอิสระเสียจริง ในตอนแรกนางค่อนข้างเกร็งเวลาอยู่ต่อหน้าจิ้งหลิงและชิวจื่อ แม้แต่นางกำนัลที่อยู่ในขั้นเดียวกันกับนางอย่างเยว่จูและคนอื่นๆ นั้น นางเองยังรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยกว่า ถึงอย่างไรพวกนั้นก็มาอยู่ก่อนนาง นางนั้นมาอยู่ที่หลัง อย่างไรก็ต้องให้ความเคารพบ้าง แต่พอเริ่มสนิทสนมกันแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ก็ค่อยๆ หายไป เริ่มรู้สึกสบายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
วันเวลาเช่นนี้กลับสุขสบาย ทุกวันก็ทำงานเย็บปักไป ไม่เหนื่อย และก็มีเวลาว่างไม่น้อย
ถาวจวินหลันถือโอกาสนี้ขอผ้าฝ้ายจากชิวจื่อ จะเอามาทำเสื้อชั้นในให้ถาวซินหลัน ถาวซินหลันอายุก็ไม่น้อยแล้ว กำลังถึงวัยเจริญเติบโต นางสังเกตเห็นถาวซินหลันงอหลังบังหน้าอกหลายครั้งแล้ว คิดว่าเริ่มมีหน้าอกแล้วอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงต้องเริ่มใส่เสื้อชั้นในได้แล้ว เมื่อก่อนนั้นไม่มีโอกาสได้ทำให้ แต่ตอนนี้มีเวลาแล้ว จึงไม่อยากให้ถาวซินหลันต้องรู้สึกอึดอัดใจอีก
เนื่องจากสงสารน้องสาว ถาวจวินหลันจึงอดหลับอดนอนทำอยู่หลายคืน ในที่สุดก็เย็บเสื้อชั้นในตัวนั้นเสร็จเสียที
แล้วในเวลานี้ นางก็ออกจากหน่วยงานซักล้างมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มพอดี
วันนี้วังเต๋ออันจะต้องส่งเสื้อผ้าที่สกปรกไปยังหน่วยงานซักล้างแล้ว ถาวจวินหลันจึงไปหาชิวจื่อด้วยตัวเอง แล้วออกตัวขอให้มอบหมายงานนี้ให้กับนาง
ชิวจื่อได้ยินเช่นนั้น ก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มออกมา "จริงสิ เจ้ามาจากที่นั่นนี่ จะต้องมีเพื่อนที่สนิทสนมกันอยู่ที่นั่น อยากจะกลับไปพูดคุยกันล่ะสิ"
ถาวจวินหลันรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง จึงรีบอธิบายเหตุผลให้ชิวจื่อเข้าใจ "ไม่ใช่เพื่อนที่สนิทสนมกันอะไรหรอก น้องสาวแท้ๆ ของข้าต่างหาก เกิดเหตุการณ์บางอย่างกับครอบครัวข้า ทำให้ข้าและน้องสาวต้องเข้าวังมาพร้อมกัน แล้วก็ถูกส่งไปหน่วยงานซักล้างเหมือนกันอีก ข้าอยากจะกลับไปเยี่ยมนาง นางนั้นยังเด็กมากนัก ข้ากลัวว่าหากนางไม่มีข้าคอยตักเตือนจะทำอะไรผิดขึ้นมา"
หน้าของชิวจื่อยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แล้วรับคำนางอย่างสบายใจ "นี่ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด ถึงอย่างไรงานที่ต้องวิ่งวุ่นก็ไม่มีใครอยากทำทั้งนั้น เจ้าไปเถอะ อยู่ที่นั่นนานหน่อยก็ไม่เป็นไร ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ กลับมาให้ทันเวลาอาหารเย็นก็พอแล้ว"
ถาวจวินหลันดีใจเป็นอย่างมาก ตอบรับคำของชิวจื่อด้วยความดีอกดีใจ แล้วจึงกล่าวขอบคุณชิวจื่อ
ชิวจื่อตอบกลับอย่างอ่อนโยน "หายากนะที่พี่สาวน้องสาวจะเข้าวังพร้อมกัน แม้จะไม่ได้ทำงานที่เดียวกัน แต่ยังได้เจอหน้ากันบ้าง อีกทั้งนี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร" พูดมาถึงตรงนี้ นางก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "แต่ว่า พวกเจ้าก็ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้ว อะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด เจ้าก็น่าจะรู้ดี"
ความหมายของชิวจื่อนั้นถาวจวินหลันเข้าใจดี นางรีบหุบยิ้มแล้วตอบรับอย่างนอบน้อม แสดงให้เห็นว่านางจะจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ
"เจ้าเป็นคนรู้ความอยู่แล้ว ข้าก็แค่กำชับเจ้าเพียงเท่านั้น" อาจจะรู้สึกได้ว่าถาวจวินหลันตึงเครียดเกินไป ชิวจื่อจึงยิ้มและพูดเสริมขึ้นมาอีกเช่นนี้ ทำให้บรรยากาศกลับมาอบอุ่นดังเดิม
ถาวจวินหลันได้พูดคุยกับชิวจื่อต่ออีกไม่กี่ประโยค พอเห็นว่าชิวจื่อไม่มีอะไรจะสั่งนางแล้ว จึงได้ยกตระกร้าใส่เสื้อผ้าไปยังหน่วยงานซักล้าง
ก่อนที่จะออกจากวังเต๋ออันนั้น ได้พบเข้ากับจิ้งหลิง จิ้งหลิงจึงถามนางว่าจะไปไหน พอรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่กำชับเล็กน้อยเท่านั้น "อย่าไปเดินเตร็ดเตร่ที่ไหน มิเช่นนั้นหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็จะเดือดร้อนไปกันหมด"
ถาวจวินหลันรับคำอย่างนอบน้อม แล้วหลบทางให้จิ้งหลิงเดินไปก่อน นางถึงได้เดินออกมาจากวังเต๋ออัน
ตลอดทาง นางก็อดคิดถึงท่าทางของจิ้งหลิงที่พูดกับนางไม่ได้ นางรู้สึกว่า ท่าทีที่จิ้งหลิงปฏิบัติกับนางนั้น ดูออกจะเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่านางจะไม่ได้สนิทสนมกับคนอื่นเท่าชิวจื่อ ทว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้ดูเย็นชาและรักษาระยะห่างมากเท่านี้
ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งมามีเอาช่วงนี้ เพียงแต่ยิ่งมาอยู่วังเต๋ออันนานเท่าไร ในใจก็ยิ่งรู้สึกว่ามันชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่า สาเหตุของเรื่องนี้นางคิดให้ตายอย่างไรก็คิดไม่ออก คิดแล้วคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ นางเองก็ไม่เคยทำอะไรให้จิ้งหลิงไม่พอใจ คิดเหตุผลไม่ออกจริงๆ ว่าทำไม
นางเข้าหน่วยงานซักล้างไปด้วยใจหนักอึ้ง แล้วก็ตรงเข้าไปหานางกำนัลอาวุโสซุน
นางกำนัลอาวุโสซุนเห็นนางก็ยิ้มออกมา โดยไม่มีท่าทางเข้มงวดเลยแม้แต่น้อย "วันนี้เจ้าเป็นคนเอาผ้ามาส่งหรือ"
ถึงแม้ว่าจะออกจากหน่วยงานซักล้างไปแล้ว ทว่าถาวซินหลันก็ยังอยู่ที่นี่ อีกทั้งนางกำนัลอาวุโสซุนก็ยังเป็นหัวหน้าเก่าของนาง ถาวจวินหลันจะเสียมารยาทก็คงจะไม่เหมาะ จึงตอบกลับไปอย่างนอบน้อม "ข้าเป็นคนรับหน้าที่นี้เองเจ้าค่ะ เพราะข้าอยากจะกลับมาเยี่ยมกูกูและซินหลัน ไม่รู้ว่าช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ กูกูเป็นอย่างไรบ้าง?"
แน่นอนว่า นางกำนัลอาวุโสซุนไม่ได้คิดจริงจังว่าถาวจวินหลันกลับมาเพื่อเยี่ยมนาง จึงยิ้มออกมาบางๆ "ข้าสบายดี ขอบใจที่เจ้าเป็นห่วง แต่เด็กน้อยซินหลันนั้นคงจะคิดถึงเจ้ามาก เจ้ารีบไปดูนางเถอะ ไปพูดคุยกันตามประสาพี่น้องเสีย"
ถาวจวินหลันคำนับนางกำนัลอาวุโสซุนอย่างซาบซึ้งใจ "ขอบพระคุณกูกูมากเจ้าค่ะ" พูดแล้วก็หยิบขนมที่ตั้งใจเตรียมไว้ออกมา "ข้านำมาให้กูกูเจ้าค่ะ"
ขนมจากวังเต๋ออันนั้นนางกำนัลอาวุโสชิงเป็นคนทำเองทั้งหมด รสชาติอร่อย แม้ว่าวัตถุดิบจะไม่ได้มีมากมายเท่าห้องเครื่อง ทว่ารสชาตินั้นไม่ได้แพ้กันเลย ทุกคนต่างก็ชื่นชอบ ได้ยินมาว่าบางครั้งองค์ชายรองก็รับสั่งให้นางกำนัลอาวุโสชิงทำขนมขึ้น เพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญให้คนอื่น
ขนมพวกนี้จะวางไว้รับรองในห้องขององค์ชายรอง ในทุกๆ วันจะมีการเปลี่ยนขนมอันใหม่ ครั้นมีเยอะแล้วองค์ชายรองยังไม่ได้รับประทาน ปกตินางกำนัลก็จะเอาไปแบ่งกัน
ขนมถุงนี้ ก็เป็นขนมของเมื่อวาน นางตั้งใจเก็บไว้อย่างดี นางยังหอบขนมไว้อีกถุงหนึ่งสำหรับถาวซินหลัน ซึ่งแตกต่างจากของนางกำนัลอาวุโสซุนเล็กน้อย
ทว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น นางกำนัลอาวุโสซุนก็ชื่นชอบเป็นอย่างมาก รับของไปแล้วก็ได้พูดขอบใจนาง จากนั้นก็ให้นางออกมา
ถาวจวินหลันยิ้มออกมา "ต่อไปหากซุนกูกูชอบล่ะก็ ข้าจะเอามาให้อีกเจ้าค่ะ"
นางกำนัลอาวุโสซุนเป็นหัวหน้าของถาวซินหลัน ยอมประจบประแจงนิดหน่อยคงไม่เป็นไร เพียงแค่ขอให้นางกำนัลอาวุโสซุนอย่าหาเรื่องถาวซินหลันก็พอ
ครั้นเจอถาวซินหลัน ถาวจวินหลันก็มองดูน้องสาวอย่างละเอียด "เจ้าผอมลงไปหน่อยนะ อาจเป็นเพราะเจ้ากำลังสูงขึ้น ทว่าดูแล้วก็โตขึ้นไม่น้อยเลย ทั้งยังคล้ำขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน ทุกวันจะต้องโดนแดดไม่น้อยเป็นแน่"
ถาวซินหลันโดนมองจนทำตัวไม่ถูก จึงรีบดึงแขนถาวจวินหลันไว้แล้วออดอ้อน "ท่านพี่ไปนานแค่ไหนกันเชียว ตรงไหนเปลี่ยนไปเยอะขนาดนั้นกัน? ไม่ต้องพูดเรื่องข้าแล้ว มาพูดเรื่องของท่านพี่ดีกว่า ท่านพี่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ไปอยู่ที่ใหม่ท่านเคยชินหรือยัง? ไม่โดนกลั่นแกล้งใช่ไหม?"
ถาวจวินหลันเห็นน้องสาวที่เป็นห่วงนางราวกับผู้ใหญ่เป็นห่วงเด็ก ก็หัวเราะออกมาทันที แล้วจิ้มไปที่หน้าผากของถาวซินหลัน พลางบ่นว่า "ข้าพูดไปเพียงไม่กี่ประโยคกลับหาว่าข้าขี้บ่น? แยกกันนานขนาดนี้ เจ้ากลับไม่คิดถึงข้าเลยแม้แต่น้อย ข้าสบายดี ทุกวันก็ไม่ต้องทำงานมากมายอะไรนัก ไม่ค่อยเหนื่อย แล้วก็ยังกินดีอยู่ดี ไม่โดนใครกลั่นแกล้งเลยแม้แต่น้อย เจ้าพอใจหรือยัง?"
พูดไปก็หยิบถุงขนมที่นางตั้งใจเก็บเอาไว้ขึ้นมา "นี่ ของชอบของเจ้า ขนมงากุหลาบ รสชาติอร่อยกว่าที่บ้านเราอีก เจ้าเก็บไว้กินเถอะ เจ้ากำลังโต กลางคืนท้องหิวง่าย กินนี่ไปก็พอประทังความหิวไปได้ แถมยังเก็บเอาไว้ได้นานอีกด้วย" คิดแล้วนางก็พูดเสริมขึ้นมาอีก "แล้วก็อย่าแอบกินคนเดียว เจ้าต้องแบ่งพี่เหวินซิ่งกินด้วยล่ะ"
ถาวซินหลันได้ยินคำว่าขนมงากุหลาบ ก็ดีใจขึ้นมาทันที รีบหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วกัดคำเล็กๆ ค่อยๆ ลิ้มรสชาติ ทั้งประหลาดใจทั้งดีใจ "อร่อยกว่าที่บ้านเราจริงๆ แต่นานมากแล้วที่ไม่ได้สัมผัสกับรสชาติแบบนี้ หอมเหลือเกิน อร่อยเหลือเกิน จากเมื่อก่อนที่ไม่รู้สึก ได้มาชิมอีกในวันนี้ กลับรู้สึกว่ารสชาติเช่นนี้อร่อยที่สุดในใต้หล้า"
ถาวจวินหลันมองดูน้องสาวพูดอย่างดีใจ ได้ยินนางเช่นนี้แล้ว ถาวจวินหลันก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมาทันที แล้วน้ำตาก็เกือบจะไหลออกมา ใช่แล้ว แต่ก่อนนั้นถาวซินหลันไม่เคยต้องทุกข์ใจเรื่องไม่มีขนมกิน อยากกินอะไรก็แค่พูดออกมาคำเดียว ทว่าในตอนนี้...แค่ขนมงากุหลาบชิ้นเดียว กลับทำให้ถาวซินหลันรู้สึกว่านี่คือที่สุดในใต้หล้า!
ทว่าถาวจวินหลันไม่ได้แสดงอาการเสียใจออกมาเลยแม้แต่น้อย กลัวว่าถาวซินหลันเห็นแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เพียงแค่ปัดงาที่ติดอยู่บนริมฝีปากของถาวซินหลันออกอย่างอ่อนโยน แล้วพูดว่า "นางกำนัลที่ดูแลห้องครัวของวังเต๋ออันนั้นฝีมือไม่เลว ครั้งหน้า ข้าจะเอาขนมกลับมาให้เจ้าอีกเยอะๆ"
หากว่าจะเอามามากกว่านี้ไม่กี่ชิ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร อีกทั้งตอนนางกำนัลอาวุโสชิงทำขนม นางจะไปขอให้ทำเยอะขึ้นหน่อยก็ยังได้ อย่างมากก็แค่จ่ายเงินเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะสิ้นเปลืองไปหน่อย แต่เพื่อความสุขของน้องสาว ไม่ว่าวิธีไหนนางก็รู้สึกว่าคุ้มค่า
ถาวซินหลันได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยิ้มแก้มปริ มือถือขนมกินไป คุยกับถาวจวินหลันไป "ท่านพี่ ท่านได้เจอองค์ชายรองแล้วหรือไม่? ท่านหน้าตาเป็นอย่างไร? ไม่เหมือนกับพวกเราใช่หรือไม่?"
*
ดอกถานฮวา
คือดอกไม้ชนิดนี้จะบานเฉพาะเวลากลางคืนแล้วระยะเวลาบานนั้นก็แสนสั้น