บัลลังก์พญาหงส์: บทที่ 16 ตอนที่ 16
บทที่ 16 วังเต๋ออัน
เรื่องที่ถาวจวินหลันไปทำงานที่วังองค์ชายรองนั้น แพร่กระจายไปทั่วหน่วยงานซักล้างอย่างรวดเร็ว
ครั้นเดินมาถึงหน่วยงานซักล้าง อย่างแรกที่รอต้อนรับถาวจวินหลันเลยก็คือ สายตาของผู้คนที่มองมาอย่างอิจฉาริษยา แม้ถาวจวินหลันจะทำใจสงบนิ่งเป็นน้ำ ทว่าก็ช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ครั้นถาวซินหลันเห็นถาวจวินหลันก็ได้ยิ้มออกมาอย่างดีใจ พร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาเกาะนางไว้ "ท่านพี่!"
ถาวจวินหลันมองถาวซินหลันที่ยิ้มปริ่ม ก็รู้สึกว่าความครึ้มอกครึ้มใจนั้นถูกปัดเป่าออกไปในทันที แล้วจึงเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว "พอแล้ว เจ้าโตเป็นสาวแล้วนะ ยังจะทำเช่นนี้อีกหรือ? อีกอย่าง อย่าลืมสิว่าเราอยู่ที่ใด"
ถาวซินหลันกระพริบตาไปมาทำท่าทางซุกซน "เวลานี้ท่านพี่ได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว ใครจะมาประจบประแจงตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว"
ถาวจวินหลันตกใจกับคำพูดของน้องสาว แล้วจึงยื่นมือออกมาดีดที่หน้าผากของน้องสาวเบาๆ "ห้ามพูดเรื่องเหลวไหลนะ!" คิดแล้วก็มีท่าทางที่แข็งกร้าวขึ้น "ไปอยู่ที่ไหนก็เป็นเพียงแค่นางกำนัลมิใช่หรือ? มีอะไรน่าโอ้อวดกัน? หากใครมาได้ยินเข้า จะรู้สึกว่าพวกเราได้ใจเอา" นางเองนั้นไม่เป็นไร ถึงอย่างไรก็ออกจากหน่วยงานซักล้างแล้ว แต่ถาวซินหลันนั้น...
"ท่านพี่กลับมาเก็บของใช่หรือไม่?" ถาวซินหลันยิ้มอย่างไม่สนใจ ขณะเดียวกันก็เกาะแขนของถาวจวินหลันเอาไว้แน่น
ท่าทางอาลัยอาวรณ์โดยไม่รู้ตัวของถาวซินหลันนั้น ทำให้ถาวจวินหลันใจอ่อน จึงเอามือออกมากุมมือน้องสาวไว้ นางไม่อยากปล่อยมือนี้ไปเลย เพียงแต่... "ใช่ ข้ากลับมาเอาของน่ะ อีกประเดี๋ยวก็ต้องกลับไปแล้ว ย้ายไปวันแรก ยังมีเรื่องต้องทำความคุ้นเคยอีกมากมาย"
เมื่อกลับมาถึงห้อง นางกลับต้องตกตะลึง เนื่องจากข้าวของของนางนั้นได้จัดเก็บไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว นางจึงหันไปมองถาวซินหลันโดยไม่รู้ตัว
ถาวซินหลันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วยิ้มออกมา "เห็นว่าท่านพี่ได้ไปทำงานที่อื่น ข้าจึงเก็บของไว้ให้เรียบร้อยแล้ว"
ท่าทางเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่านางยินดีเป็นอย่างมาก
ถาวจวินหลันยื่นมือออกไปจิ้มแก้มนุ่มๆ ของน้องสาว "เด็กน้อยของข้านับวันจะยิ่งรู้ความขึ้นเรื่อยๆ แล้ว"
มีน้องสาวรู้ความเช่นนี้ จะพูดว่าไม่สุขใจนั่นก็คงจะโกหก ทว่าในขณะเดียวกันก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา ตั้งแต่เข้าวังมา นางก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของถาวซินหลันกับตาตัวเองมาโดยตลอด
"ท่านพี่วางใจได้ ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก" ถาวซินหลันทำท่าเหมือนผู้ใหญ่แล้วกำชับกับนาง "ที่ท่านพี่เคยบอกข้านั้น ข้าจำได้ทั้งหมด ทว่าท่านพี่ไปอยู่ที่ใหม่แล้ว ห้ามทำตัวโดดเด่นกว่าใครเป็นอันขาด พยายามทำดีกับทุกคน ท่านพี่ไม่ชอบพูดคุยกับคนอื่น แต่จะทำเช่นนี้ไปตลอดไม่ได้นะ จะทำให้คนอื่นรู้สึกว่าพวกเราหยิ่งยโส เดิมทีฐานะเราก็ชวนให้อึดอัดอยู่แล้ว ทำเช่นนี้อีกกลัวว่าจะยิ่งไม่เข้าพวกกว่าเดิม"
ถาวจวินหลันได้ยินคำพูดพวกนี้แล้วก็ฝืนยิ้มออกมาไม่ได้ ในใจนั้นรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ดวงตาก็เช่นกัน นางต้องกระพริบตาถี่ๆ ให้น้ำตาที่จะไหลออกมานั้นแห้งไป "อื้อ คำพูดของเจ้า ข้าจำได้หมดแล้ว"
ตั้งแต่เข้าวังมา ถาวซินหลันสูงขึ้นไม่น้อย ในตอนนี้เตี้ยกว่าถาวจวินหลันเพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น หากผ่านไปอีกสองปี เกรงว่าคงจะสูงกว่านางแล้ว ครั้นเวลานั้นมาถึงคงจะได้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเสียที
ถาวจวินหลันคิดแล้วก็เก็บความเจ็บปวดใจเอาไว้ แล้วกุมมือถาวซินหลันไว้แน่น "เวลานี้เจ้าก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี การเย็บปักนั้นก็ต้องเรียนรู้เอาไว้บ้าง ข้าจะมาหาเจ้าบ่อยๆ ที่ซุนกูกูพร่ำบอกนั้น เจ้าก็จะต้องตั้งใจฟัง ห้ามทำอะไรตามใจตัวเองเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?"
ถาวซินหลันหัวเราะคิกคัก รับคำอย่างสดใส พร้อมกันนั้นก็ได้บ่นออกมา "พูดเป็นร้อยเป็นพันครั้งจนข้าท่องได้ขึ้นใจแล้ว"
ถาวจวินหลันจึงไม่ได้พูดอะไรอีก จริงๆ แล้วนางก็รู้สึกว่าบางครั้งตัวเองก็ดูขี้บ่น ถึงอย่างไรก็แค่แยกกันทำงานคนละที่ ไม่ใช่ว่าต่อไปจะไม่ได้เจอกันเสียเมื่อไหร่
สองพี่น้องได้พูดคุยกันไปอีกสักพัก ครั้นเห็นเวลาผ่านไปพักใหญ่แล้ว ถาวจวินหลันก็ไม่กล้าอยู่นานเกินไป จึงรีบร้อนเดินกลับไปวังเต๋ออัน
ตอนที่จะออกจากหน่วยงานซักล้างนั้น ถาวซินหลันก็พูดออกมาอย่างกะทันหันว่า "ที่จริงซุนกูกูก็ไม่เลวเลยทีเดียว ซุนกูกูเป็นคนบอกให้ข้าช่วยเก็บของให้ท่านพี่ จะได้ไม่เสียเวลาท่านพี่"
ถาวจวินหลันตกตะลึง แต่ก็ไม่กล้าซักถามอย่างละเอียด จึงได้แต่พยักหน้าแล้วรีบออกไป
ตลอดทางไม่กล้าคิดอะไรไร้สาระอีก ถึงอย่างไรนางก็เคยเดินมาแค่สองครั้ง หากใจลอย กลัวว่าจะเดินผิดทางได้
กลับถึงวังเต๋ออันแล้ว ก็ใกล้ช่วงเวลาอาหารค่ำพอดี
ถาวจวินหลันไปหาชิวจื่อซึ่งยังคงนั่งทำงานอยู่ในห้อง ในขณะเดียวกันก็ยังมีนางกำนัลอีกสองคนอยู่ในห้องด้วย คนหนึ่งใบหน้ารูปไข่ ส่วนอีกคนหนึ่งรูปหน้ายาว อายุอานามประมาณสิบสี่สิบห้าสิบหก
"พี่ชิวจื่อ" ถาวจวินหลันยืนส่งเสียงอยู่หน้าประตู รู้สึกเกรงใจเล็กน้อย นางควรจะกลับมาให้เร็วกว่านี้ เวลานี้ค่อนข้างจะค่ำไปเสียหน่อย
ชิวจื่อได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นถาวจวินหลันก็ยิ้มออกมา แล้วจับนางหันไปทางนางกำนัลอีกสองคนพร้อมแนะนำ "นี่คนที่มาใหม่ ชื่อจวินหลัน ต่อไปพวกเจ้าทำความรู้จักกันไว้นะ" แล้วก็หันมาแนะนำให้ถาวจวินหลันฟังต่อ "สองคนนี้คือสุุ่ยปี้และเยว่จู ยังมีซิ่วหลิงอีกคนซึ่งตอนนี้ไปช่วยจัดเตรียมสำรับแล้ว"
คนที่มีหน้ารูปไข่นั้นชื่อสุ่ยปี้ ส่วนคนที่รูปหน้ายาวนั้นชื่อเยว่จู
ถาวจวินหลันรีบทำความเคารพสองคนนั้น
สุ่ยปี้และเยว่จูพินิจพิจารณานางครู่หนึ่ง ก็ยิ้มพร้อมกับลากนางไป "จากนี้ไปพวกเรามาสนิทกันเถอะ"
ชิวจื่อสั่งให้เยว่จูพาถาวจวินหลันเอาข้าวของไปวางให้เรียบร้อย แต่ก่อนไปก็พูดขึ้นมาว่า "ชุดนางกำนัลของเจ้านั้นใส่ที่หน่วยงานซักล้างได้อยู่ แต่ว่ามาทำงานที่นี่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใส่อีกต่อไป ทุกฤดูพวกเราก็จะได้เสื้อผ้าสองตัว เดี๋ยวข้าจะไปหาให้เจ้าอีกสองสามชุด ใส่สลับกันไปก็เพียงพออยู่"
ถาวจวินหลันเข้าใจความหมายของชิวจื่อ ชุดนางกำนัลของนางนั้นดูต่ำต้อยจนเกินไป นี่เป็นเรื่องปกติ ดูชุดของพวกชิวจื่อแล้ว ถึงแม้ว่าจะเหมือนชุดที่นางใส่อยู่ทุกอย่าง ทว่าสีสันนั้นกลับดูสดใสกว่า เนื้อผ้าก็ดีกว่าเล็กน้อย ถึงอย่างไรก็เป็นคนที่ทำงานอยู่ในวังองค์ชายรอง คงจะดูซอมซ่อไม่ได้เป็นแน่
ถาวจวินหลันขอบคุณชิวจื่ออย่างซึ้งใจ แล้วจึงตามเยว่จูไปที่ห้องพักของตนเอง
แน่นอนว่า ที่พักของนางกำนัลอย่างพวกนางนั้น อยู่มุมด้านไกลที่สุดของวัง อยู่ไกลมากๆ ทว่ามีขนาดใหญ่พอสมควร เทียบกับหน่วยงานซักล้างแล้ว ไม่รู้ดีกว่าตั้งกี่เท่า อีกทั้งเครื่องเรือนภายในห้องนั้นก็มีครบครัน ทั้งมุ้งและผ้าม่าน พร้อมทั้งด้านหน้าเตียงยังมีฉากกั้นที่ทำอย่างง่ายๆ อีกด้วย
เยว่จูนอนเตียงด้านใน ดังนั้นถาวจวินหลันจึงต้องนอนอีกเตียงที่อยู่ด้านนอก
เยว่จูยิ้มแล้วพูดกับนาง "โดยปกติแล้วการทำความสะอาดห้องพวกเราก็ต้องขยันช่วยกันทำหน่อย เก็บกวาดเช็ดถูให้สะอาด พวกเราเองก็จะได้อยู่กันอย่างสบาย"
ถาวจวินหลันพยักหน้า "เจ้าพูดมีเหตุผลจริงๆ" นางเคยอยู่ที่หน่วยงานซักล้างนางรู้ดี ห้องที่อยู่รวมกันหลายคน หากไม่คอยทำความสะอาดบ่อยครั้ง ก็จะมีกลิ่นเหม็นสกปรก หากได้อยู่กับคนที่สกปรกขี้เกียจก็เลิกพูดไปได้เลย
เยว่จูพูดกับนางอีกสองสามประโยค สุดท้ายแล้วก็พูดเรื่องลึกซึ้งออกมา "องค์ชายรองของพวกเรานั้นอ่อนโยนและนิสัยดี ทว่าจิ้งหลิงนั้นนิสัยไม่ค่อยดีเท่าไรนัก พวกเราอยู่ที่นี่ ห้ามทำผิดกฎโดยเด็ดขาด"
ถาวจวินหลันไม่ค่อยเข้าใจ ได้แต่รับคำอย่างตั้งใจ แล้วก็ขอบคุณเยว่จูที่ตักเตือนให้ระวัง ไม่ว่าอย่างไร นางเองก็เพิ่งจะมาใหม่ เยว่จูตักเตือนนางนั้น ถือว่ามีเจตนาดี ถ้าหากนางไม่ขอบคุณ ก็ดูจะเสียมารยาทอย่างยิ่ง
หลังจากวางของเสร็จแล้ว ก็ยังเป็นเยว่จูที่พานางไปกินข้าว
ตอนที่กินข้าวอยู่นั้น ถาวจวินหลันก็ยังไม่เห็นนางกำนัลอีกคนที่ชื่อซิ่วหลิง แต่กลับได้รู้จักกับนางกำนัลอาวุโสชิงที่ดูแลห้องครัวในวัง
ฝีมือของนางกำนัลอาวุโสชิงนั้นไม่เลวเลยทีเดียว แม้อาหารจะดูง่ายๆ แต่เปรียบกับหน่วยงานซักล้างแล้ว ไม่รู้ว่าดีกว่าตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า ถาวจวินหลันรู้สึกว่าตั้งแต่เข้าวังมา นี่เป็นอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา
ตอนที่กินข้าวนั้น ทุกคนต่างก็พูดถึงเรื่องที่วังเต๋ออันจะมีองค์ชายน้อยย้ายเข้ามาอีกองค์ ถาวจวินหลันเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่า เดิมทีไม่ใช่ว่าองค์ชายทุกองค์จะมีวังเป็นของตัวเองหมด
แต่คิดไปแล้วก็ใช่อยู่ องค์ชายมีมากมายขนาดนั้น หนึ่งองค์ต่อหนึ่งวังก็ต้องใช้ที่มากมายจริงๆ ในที่นี้ก็ไม่ได้มีวังมากมาย แล้วก็ไม่สามารถไปอยู่ที่วังหลวงได้ จึงทำได้เพียงแค่มาอัดรวมอยู่ด้วยกัน แต่อย่างไรก็ไม่นับว่าอัดกันอยู่ดี แค่วังเดียวนั้นก็เพียงพอสำหรับองค์ชายรององค์ พร้อมทั้งคนรับใช้ข้างกายเข้ามาอยู่แล้ว
แต่ก็ไม่รู้ว่า องค์ชายที่จะย้ายเข้ามาใหม่นั้นจะมีนิสัยเป็นอย่างไร คนข้างกายขององค์ชายจะน่าคบหาหรือไม่ ถึงอย่างไรต่อไปทุกคนก็ต้องอยู่ร่วมวังเดียวกัน หันไปทางไหนก็เห็นกันอยู่ดี
หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ชิวจื่อก็ให้ถาวจวินหลันไปช่วยงานเย็บปัก "ให้ข้าดูหน่อยว่าฝีมือการเย็บปักของเจ้าเป็นอย่างไร"
แน่นอนว่าถาวจวินหลันไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ในใจก็รู้อยู่แล้วว่าต่อไปต้องรับหน้าที่ทำงานพวกนี้ ดังนั้นจึงคิดว่า ต้องแสดงออกมาอย่างสุดฝีมือถึงจะถูก
ชิวจื่อเอาแบบให้ถาวจวินหลันดู แล้วหยิบด้ายสีเขียวอ่อนมาให้ เพียงแค่ให้ถาวจวินหลันลองปักผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กให้ดูเท่านั้น
ลวดลายก็เป็นเพียงต้นไผ่กอหนึ่งเท่านั้น ลวดลายนิดเดียวไม่มีอะไรซับซ้อน ทว่าหากจะปักให้ดีนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ปักลายไม่เพียงแต่ต้องพิถีพิถันในเรื่องลวดลาย แต่ยังต้องดูแล้วให้ความรู้สึกด้วย หากว่าต้นไผ่นั้นไม่มีชีวิตชีวา แน่นอนว่าก็จะดูไม่สวยงาม
ถาวจวินหลันถือผ้าแล้วบ่นพึมพำกับตัวเองครู่หนึ่ง จากนั้นก็เริ่มหาเส้นด้ายที่สีเข้ากันและเข็ม เส้นด้ายนั้นนางเลือกสีเขียวเข้ม เขียวอ่อน สีเขียวมรกตและสีน้ำเงินหมึก
ชิวจื่อมองดูอยู่ข้างๆ เห็นแบบนั้นก็พยักหน้า ทว่าไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร
ผ้าเช็ดหน้าผื่นนี้ไม่สามารถปักให้เสร็จในคืนเดียวได้ ทว่าก่อนจะถึงเวลานอนนั้น ก็พอจะมีเค้าโครงให้เห็นบ้างแล้ว
ชิวจื่อเห็นเช่นนั้นก็พอใจเป็นอย่างมาก ท่าทางดูอบอุ่นยิ่งขึ้น จากที่ถาวจวินหลันรู้สึกหนักใจนั้น ตอนนี้ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงบ้างแล้ว ได้รับการยอมรับจากชิวจื่อ อยู่ที่นี่ต่อไปก็นับว่าพึ่งพาได้ คิดแล้วไม่น่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอะไรอีก
วันถัดมาถาวจวินหลันได้ปักผ้าเช็ดหน้าจนเสร็จแล้ว ครั้นเอาไปให้ชิวจื่อตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ชิวจื่อก็มีสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองถาวจวินหลันตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่หลายครั้ง
แน่นอนว่าสายตาเช่นนี้ทำให้ถาวจวินหลันอึดอัดใจขึ้นมา จึงถามออกไปว่า "มีอะไรหรือ? หรือว่ามีตรงไหนข้าทำไม่ดีหรือไม่?"
นางมองดูชิวจื่ออย่างกระอักกระอ่วนใจ ก่อนหน้านี้นางเองก็ตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ก็ไม่เห็นมีตรงไหนที่ปักไม่ดีเลยแม้แต่น้อย
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดชิวจื่อก็ค่อยๆ เอ่ยปากออกมา "เจ้าเคยเย็บซ่อมเสื้อบางตัวใช่หรือไม่?"
คำพูดนี้ทำให้ถาวจวินหลันเข้าใจถึงท่าทีของชิวจื่อแล้ว เพียงแต่นางไม่เข้าใจว่าทำไมชิวจื่อต้องทำหน้าตาประหลาดใจเช่นนั้น? นี่เป็นเพราะเหตุอันใดกัน?