ยอดพธูจ้าวดวงใจ: บทที่ 2 ตอนที่ 2

#2บทที่ 2

กงซังมั่วมองกระดานหมากรุกบนโต๊ะหินอ่อน

แผนการบนกระดานหมากรุกของนางแสดงให้เห็นถึงสติปัญญาและความเฉลียวฉลาด ที่สำคัญคือแผนการการจัดตำแหน่งนั่น คล้ายกับการเข่นฆ่าจริงๆในสงคราม

หมากรุกเช่นนี้แม้แต่เขาที่เริ่มทุ่มเทมาตั้งแต่สิบขวบ และร่างกายที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอย่างเขาก็ยังศรัทธา!

สายตาของมู่หรงชางจ้องไปที่กระดานหมากรุกตามกงซังมั่ว เข้าใจทันทีว่ากงซังมั่วพูดถึงใคร

ดวงตาชราทอประกายออกมา พูดขึ้นอย่างเสียดายว่า“น่าเสียดายที่นางเป็นแค่สตรี”

กงซังมั่วยกยิ้มบางๆ “เพราะนางเป็นสตรีจึงเหมาะสม หรือฝ่าบาทเคยพบสตรีเช่นนาง”

มู่หรงชางส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็น หลังจากนี้ก็ไม่มี!”

“ในเมื่อไม่มีวิธีอื่น แล้วจะไม่ลองเสี่ยงดูหรือ หากไม่ทำลายสิ่งเดิมก็สร้างสิ่งใหม่ไม่ได้!” สีหน้าท่าทางของกงซังมั่วยังคงนิ่งสงบเหมือนน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรจะโจมตีเขาได้

มู่หรงชางตกอยู่ในห้วงความคิด

กงซังมั่วรู้ดีว่าฝ่าบาทจะต้องยอมรับวิธีของเขาแน่ นี่เป็นจุดประสงค์ที่เขามาวันนี้

กงซังมั่วกวักมือเรียกมู่หรงอวี้เจี้ยน “อวี้เจี้ยน มานี่ การเล่นหมากรุกของพี่สาวเชียนอวี่ของเจ้ามีแผนการและกลอุบายอยู่หลายสิบอย่าง“

อวี้เจี้ยนปล่อยชุดของมู่หรงชางทันที มายืนข้างกายกงซังมั่วแล้วตั้งใจฟังเขาอธิบาย

ณ หมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋น สถานที่สร้างอาวุธที่องค์จักพรรดิประทานให้แก่บ้านขุนนางสืบทอดกันมาเป็นร้อยปีแล้ว!

ในหมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋น ผู้หญิงอายุสี่สิบกว่าคนหนึ่งสวมชุดสีฟ้าลายอักษรมงคลงามหรูหรา เดินเข้าไปในห้องนอนก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงนอน ด้วยต้องการจะพักสักครู่หนึ่ง

ไว้ทุกข์ให้ผู้นำหมู่บ้านคนเก่ามาสามปี วันนี้เป็นวันที่ซือถูหันอีลูกชายของนางได้รับช่วงเป็นผู้นำหมู่บ้านต่อ เลือดเนื้อตลอดยี่สิบปีของนางไม่สูญเปล่า ต่อสู้กับบรรดาอนุภรรยาของผู้นำหมู่บ้านคนเดิม แม้แต่ลูกชายลูกสาวของอนุภรรยาก็ไม่เหลือสักคนเดียว

ในที่สุดวันนี้ลูกชายก็ได้เป็นผู้นำหมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นแล้ว!

ทันใดนั้นเอง หญิงชราคนหนึ่งก็เดินสวบสาบก้าวเข้ามา

“ฮูหยินใหญ่ นายน้อยเขา ไม่สิ ท่านผู้นำหมู่บ้านส่งคนไปเชิญคุณหนูอวิ๋นแล้ว บ่าวได้ยินมาว่าท่านผู้นำหมู่บ้านต้องการจะถอนหมั้น และรับไป๋เฟยสวี่ลูกสาวรองเสนาบดีกระทรวงโยธามาเป็นภรรยาเจ้าค่ะ”

ใบหน้าอิ่มอกอิ่มใจของฮูหยินใหญ่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ กวาดข้าวของที่อยู่ข้างกายจนหล่นลงเสียงดัง

“เจ้าลูกไม่รักดี ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามให้เขาถอนหมั้น ทำไมเขาถึงถูกไป๋เฟยสวี่นั่นทำให้ลุ่มหลงเสียได้! ถ้าชอบนางมากจริงๆ วันหลังค่อยหาวิธีรับนางมาก็ได้ เร็วเข้า พวกเรารีบไปโถงเฟิงอวิ๋น อย่าให้เขาทำเสียเรื่อง“

ขณะที่พูดนางก็ลุกขึ้นเดินออกไปแล้ว

แท้จริงแล้วนางเพิ่งจะกลับมาจากการร่วมพิธีรับตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านของลูกชายที่โถงเฟิงอวิ๋น เดิมทีคิดว่าเมื่อลูกชายรับช่วงตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านแล้วคงจะไม่มีอะไรมารบกวนได้อีก แต่นางเพิ่งจะกลับมาไม่ทันไร ลูกชายตนก็สร้างเรื่องใหญ่อีกแล้ว นางเคยพูดกับเขาหลายครั้งแล้วว่า อย่างไรก็ต้องแต่งกับอวิ๋นเชียนอวี่ให้ได้ ไฉนเขาถึงไม่ฟังบ้างเลย

สาวใช้คนหนึ่งที่อยู่ข้างกายก็รีบตามไปทันที แต่เมื่อออกนอกประตูไป ทั้งนายบ่าวได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในลานบ้านตัวเอง ทำอย่างไรก็ออกไปไม่ได้

ฮูหยินใหญ่ร้อนรนจนนางโวยวายขึ้นมา แต่ด้านนอกก็ไม่มีใครเข้ามาอยู่ดี

หญิงสาวชุดชมพูที่ซ่อนตัวอยู่คนหนึ่งยกยิ้มมุมปาก ค่ายกลของข้าหมั่นเอ๋อร์ พวกเจ้าคิดจะทำลายรึ  ข้าจะทำให้สิ่งที่นายหญิงสอนมาสูญเปล่าได้อย่างไรกัน

นายหญิงเก่งกาจจริงๆ เดาได้ว่าฮูหยินใหญ่ที่ขี้ประจบและคดโกงผู้นี้จะต้องไปขัดขวางการถอนหมั้นของซือถูหันอี เมื่อภารกิจลุล่วง หญิงชุดชมพูก็หายไป และปรากฏกายขึ้นที่มุมหนึ่งในลานบ้าน

“นายหญิง ข้ากลับมาแล้ว” เมื่อหมั่นเอ๋อร์เห็นร่างที่สวมชุดสีฟ้าก็รีบก้าวเข้าไปหาอย่างดีใจ

สายตาสงบนิ่งดุจสายน้ำของอวิ๋นเชียนอวี่มองไปที่ร่างของนาง “ทำเสร็จแล้วหรือ“

หมั่นเอ๋อร์พยักหน้าด้วยความภูมิใจแล้วพูดว่า “ข้าจัดการแล้ว นายหญิงวางใจได้ ภายในหนึ่งชั่วโมง ฮูหยินใหญ่นั่นออกมาไม่ได้แน่” หมั่นเอ๋อร์มั่นใจกับค่ายกลของตัวเองมาก

เฉินเซียงมองหมั่นเอ๋อร์ที่มีท่าทีภูมิใจแล้วพูดว่า“เก็บอาการหน่อย“แล้วพูดกับหญิงสาวด้านข้างอีกสองคนว่า“อวี่นั่ว อิ๋งอวี้ เก็บของเสร็จแล้วหรือ“

ทั้งสองยิ้มพราวเสน่ห์ อวี่นั่วพูดว่า “ข้าวของของนายหญิงเก็บหมดแล้ว เมื่อวานท่านไฉซูให้คนมากรับไปแล้ว ที่เหลืออยู่ล้วนเป็นของหมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋น พวกเราไม่ได้แตะต้อง“

อวิ๋นเชียนอวี่มองไปยังที่พักที่เคยอยู่มาสามปี เมื่อเทียบกับบ้านอื่นที่หรูหราและมั่นคงแล้ว ที่นี่เรียบง่ายจนไม่รู้จะเรียบง่ายอย่างไร เปลี่ยวจนไม่รู้จะเปลี่ยวอย่างไร ริมฝีปากบางสีชมพูหลังผ้าคลุมหน้ายกยิ้มขึ้น

“คุณหนูอวิ๋นอยู่หรือไม่” น้ำเสียงดูแคลนดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน

เฉินเซียงมองอวิ๋นเชียนอวี่ หลังจากนั้นก็ไปเปิดประตู

ที่ประตูมีสาวใช้สวมอาภรณ์งามหยาดเยิ้มยืนอยู่ ใบหน้าฉายแววเย่อหยิ่งและลำพองใจ มองเฉินเซียงด้วยสายตาเหยียดหยาม พูดขึ้นอย่างหยิ่งยโสว่า “ท่านผู้นำเชิญคุณหนูไปโถงเฟิงอวิ๋น“

ดวงตารูปผลซิ่ง*ของเฉินเซียงหรี่ลงทันใด พูดเสียงกระด้างว่า “รอเดี๋ยว!” แล้วปิดประตูลง

สาวใช้นามเซียงเหอที่อยู่นอกประตูมองประตูที่ปิดลงก็กระทืบเท้า พูดพึมพำด้วยความโกรธแค้นว่า“ยึดมั่นในคุณธรรมอะไร ก็แค่หญิงกำพร้าอัปลักษณ์ที่พึ่งพาอาศัยคนอื่นเท่านั้น อาศัยว่าเป็นว่าที่ภรรยาของท่านผู้นำน่ะหรือ หึ อีกไม่นานเจ้าก็ไม่ใช่แล้ว ต่อไปแม้แต่ข้าเจ้าก็เทียบไม่ได้“

ในลานบ้าน แน่นอนว่าอวิ๋นเชียนอวี่ได้ยินเซียงเหอพูดอย่างชัดเจน

“อวี่นั่ว ชา!“

คำพูดที่สั้นและกระชับนั้นทั้งสี่คนเข้าใจในทันที

มุมปากของอวี่นั่วยกขึ้นสูง รีบไปต้มน้ำต้มชาทันที

เซียงเหอที่อยู่ด้านนอกรอจนธูปหมดไปสองดอกก็ไม่เห็นคนออกมา เคาะจนประตูสั่นด้วยความโกรธ! บ่นในใจว่านางคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน กล้าให้ท่านผู้นำรอนานมากขนาดนี้! ถ้าไม่มีการคุ้มครองจากหมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋น อีกไม่นานนางก็ต้องไปเป็นขอทานแล้ว!

ใต้ต้นกุ้ยเพียงต้นเดียวในลานบ้าน อวิ๋นเชียนอวี่ค่อยๆ หยุดโยกเก้าอี้โยกเบาๆ นำถ้วยชาวางไว้ข้างหนึ่งบนโต๊ะหินอ่อน ค่อยๆลุกขึ้น เดินไปทางประตูอย่างไม่รีบร้อน

“ไปเถอะ ที่นี่ไม่มีอะไรต้องอาลัยอาวรณ์แล้ว!“

หลังจากที่อวิ๋นเชียนอวี่ลุกขึ้น เฉินเซียงก็แอบกระซิบว่า “เอาเก้าอี้โยกไม้ดำพันปีที่เฟิ่งหร่านหามาตัวนี้นำกลับไปด้วย!“

เมื่อมีเสียงตอบรับขึ้นอย่างลับๆ แค่พริบตาเดียวเก้าอี้โยกใต้ต้นกุ้ยก็หายไปแล้ว

เฉินเซียง หมั่นเอ๋อร์ อวี่นั่วและอิ๋งอวี้ทั้งสี่คนเดินตามหลังอวิ๋นเชียนอวี่ไปทางประตูของลานเล็ก

เซียงเหอที่รออยู่ด้านนอกอย่างหมดความอดทน เมื่อเห็นประตูลานเปิดก็เห็นร่างของอวิ๋นเชียนอวี่เดินเข้ามาในสายตา

ร่างอ้อนแอ้นอรชร เรือนผมสวยที่ถูกมัดอย่างลวกๆ อวิ๋นเชียนอวี่ที่ใบหน้าถูกผ้าสีฟ้าบดบังไว้ เห็นเพียงดวงตาสวยเป็นประกายคู่หนึ่งเท่านั้น ทว่าความเย็นชาที่แผ่ออกมาแต่ไกล ทำให้ร่างของนางสั่นสะท้าน พาให้หัวใจเย็นยะเยือกตามไปด้วย

แท้จริงแล้วอวิ๋นเชียนอวี่เป็นอดีตเจ้านายของนาง

เซียงเหอตะลึงงัน เมื่อคิดถึงใบหน้าของอวิ๋นเชียนอวี่และสิ่งที่ตนได้รับก็รู้สึกกระหยิ่มใจขึ้นมา ผู้นำหมู่บ้านใกล้ชิดแม้กระทั่งสาวใช้อย่างตน แต่สามปีนี้ไม่เคยเห็นคู่หมั้นอย่างนางอยู่ในสายตาเลยสักครั้ง

และอีกอย่าง อีกไม่นานตนเองก็จะเป็นอนุภรรยาของผู้นำหมู่บ้านแล้ว แต่นางไม่มีที่ไป เหอเซียงลูบท้องของตนพลางยิ้มอย่างลำพองใจ

อวิ๋นเชียนอวี่ ลูกสาวของอวิ๋นเทียนผู้นำหุบเขาอวิ๋น หนุ่มรูปงามที่ขึ้นชื่อไปทั่วทุกทิศและมีทักษะการแพทย์ที่มีชื่อเสียง

สามปีก่อน เจียงอีเมิ่งถูกหญิงอสรพิษแห่งเจียงหนานเสิ่นเยี่ยอู่ที่จ้องสามีของนางตาเป็นมันมาหลายปีวางยาพิษที่ไม่อาจแก้ แม้แต่อวิ๋นเทียนที่ทักษะการแพทย์สูงก็ไม่อาจช่วยได้ เขาโกรธและเสียใจจนฆ่าเสิ่นเยี่ยอู่ หลังจากที่ภรรยาถูกวางยาพิษจนตาย จึงได้ส่งอวิ๋นเชียนอวี่ลูกสาวสุดรักไปหาซือถูจิ่นพี่น้องร่วมสาบานของเขาที่หมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋น  และมีซือถูหันอีลูกชายของเขาเป็นว่าที่สามีของลูกสาวที่ตนรัก ก่อนจะฆ่าตัวตายสละชีพเพื่อภรรยา ชื่อของหุบเขาอวิ๋นจึงค่อยๆ หายสาบสูญไปนับแต่นั้นมา

แต่อวิ๋นเชียนอวี่ตัวจริงที่กำลังเดินทางมาหมู่บ้านเฟิงอวิ๋น ถูกคนเลวที่ต้องการเงินจากตระกูลอวิ๋นลอบฆ่า ไม่เพียงเสียโฉม  แต่ไม่เหลือแม้เเต่ชีวิต!

นาง วิญญาณของนางอีกภพหนึ่งได้เข้าสู่ร่างของนางพอดี กลายเป็นอวิ๋นเชียนอวี่ในตอนนี้!

บ้านแห่งนี้ที่อวิ๋นเชียนอวี่เข้ามาอาศัยเมื่อสามปีก่อน  มีแค่แม่นมและสาวใช้เซียงเหอคอยติดตามเท่านั้น

สาวใช้เซียงเหอนั้นเป็นสาวใช้ที่แม่นมของนางซื้อตัวมาหลังจากที่อวิ๋นเชียนอวี่ถูกลอบฆ่า ไม่ใช่สาวใช้ที่ติดตามนางในอดีต

ในตอนนั้น ผู้นำหมู่บ้านเฟิงอวิ๋นล้มป่วยอยู่ในช่วงอันตราย เมื่อซื่อถูหันอีเห็นรอยแผลเป็นที่น่ากลัวบนใบหน้าของนางก็รังเกียจ ฮูหยินใหญ่ตระกูลซือถูเห็นแก่ที่หุบเขาอวิ๋นให้เงินหนึ่งล้านตำลึงเงินแก่หมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นทุกปีจึงจัดสรรให้นางเข้ามาอยู่ในเรือนเล็กๆที่ปล่าวเปลี่ยวแห่งนี้ กระนั้นกลับมิได้ตระเตรียมคนรับใช้มาให้เลยสักคนเดียว

มาหมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นแค่ไม่กี่วัน เซียงเหอก็ทิ้งนายหญิงของตน ไปพึ่งพิงซือถูหันอี หลังจากที่แม่นมผ่านเรื่องราวเหล่านี้ก็ล้มป่วยลง ไม่นานนักก็จากโลกนี้ไป

พวกเฉินเซียงทั้งสี่ในตอนนี้ก็เป็นคนที่ไฉซูพ่อบ้านจากหุบเขาอวิ๋นเลือกมาให้อวิ๋นเชียนอวี่ทั้งนั้น

อวิ๋นเชียนอวี่มองไปที่ท้องของเซียงเหอ พลันหรี่ตาน้อยๆ ก่อนจะเดินต่อไป

หมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นตั้งอยู่ที่กลางเขา ภายในหมู่บ้านมีแต่เนินลาดชัน เดินผ่านทางที่มีดอกไม้สดหลากสีขึ้นบนผืนดินอยู่สองข้างทาง เดินผ่านสวนดอกไม้ที่มากมายและหลากสีสัน และแล้วก็มาถึงโถงเฟิงอวิ๋น!

โถงที่ตั้งสูงตระหง่านมีเสียงแห่งความสุขและแสดงความยินดีแว่วมาเป็นระยะ

อวิ๋นเชียนอวี่ก้าวขึ้นบันได ทีละขึ้นทีละขั้นจนมาถึงประตูใหญ่โถงเฟิงอวิ๋น โถงเฟิงอวิ๋นที่นางมาครั้งที่สองในรอบสามปี ครั้งแรกคือเมื่อสามปีก่อนที่นางมาหมู่บ้านกลางเขาเฟิ่งอวิ๋นเป็นครั้งแรก ซือถูจิ่นผู้นำหมู่บ้านกลางเขาเฟิ่งอวิ๋นคนเก่ารอรับนางอยู่ที่นี่

ด้านในโถงเฟิ่งอวิ๋นมีบุคคลมีชื่อเสียงด้านวงการยุทธจักรรวมอยู่มากมาย

ตำแหน่งประธานมีชายหนุ่มชุดสีม่วง หน้าตาหล่อเหลาล้ำเลิศคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาคือซือถูหันอี ผู้ที่ได้รับสืบทอดเป็นผู้นำหมู่บ้านคนใหม่ ปีนี้อายุสิบเก้า

ด้านข้างของเขามีหญิงสาวสวมชุดสีขาว หน้าตางดงามอ่อนโยนนั่งอยู่ เป็นสตรีในดวงใจของซือถูหันอี นางคือไป๋เฟยสวี่ ลูกสาวภรรยาเอกของรองเสนาบดีกระทรวงโยธา นางมองซือถูหันอีด้วยสีหน้าเลื่อมใส

ผู้คนส่งเสียงชื่นชม  ทำให้ซือถูหันอีภูมิใจเป็นอย่างมาก

“เรียนท่านผู้นำหมู่บ้าน คุณหนูอวิ๋นมาแล้วขอรับ” องครักษ์คนหนึ่งเข้ามารายงาน

---

*ผลซิ่ง (杏) คือ ผลแอปริคอต

devc-10ddca78-32951ยอดพธูจ้าวดวงใจ: บทที่ 2 ตอนที่ 2