ยอดพธูจ้าวดวงใจ

ยอดพธูจ้าวดวงใจ: บทที่ 3 ตอนที่ 3

#3บทที่ 3

ทันใดนั้นโถงเฟิงอวิ๋นเงียบสงัดลง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ร่างอรชรชุดสีฟ้าหน้าประตู

ซือถูหันอีหุบยิ้ม หันไปมองอวิ๋นเชียนอวี่ด้วยสีหน้ารังเกียจ

ทันใดนั้น  ดวงตาทั้งสองข้างของเขาพลันชะงัก นางคืออวิ๋นเชียนอวี่คนที่เสียโฉม ซ้ำยังผอมแห้งจนดูไม่ได้คนนั้นน่ะหรือ ไม่เจอกันสามปี ไม่คิดเลยว่ารูปร่างจะมีส่วนเว้าโค้งเช่นนี้ได้

แต่พลังอันน่าเกรงขามของนางนี้มาได้อย่างไร เหตุใดถึงมีความรู้สึกว่านางต่างหากที่เป็นผู้นำ ดูเหมือนว่าแม้นางจะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ชวนให้รู้สึกถึงความอหังการที่ทำให้ใต้หล้าสวามิภักดิ์โดยไม่รู้ตัว!

สายตาของซือถูหันอีหยุดอยู่ที่ใบหน้าที่ปกปิดอยู่ของอวิ๋นเชียนอวี่ เมื่อคิดถึงรอยแผลเป็นที่ทำให้เขารังเกียจ ก็รู้สึกเอือมระอาอยู่ในใจ

“ใครก็ได้ นำเครื่องเขียนเข้ามา!” ซื่อถูหันอีนั้นแม้แต่ใจจะทักทายอวิ๋นเชียนอวี่ก็ไม่มี ออกคำสั่งอย่างเย็นชา

ฝ่ายเซียงเหอหลังจากที่เข้าประตูมาก็มายืนอยู่ด้านหลังซือถูหันอี รีบยกเครื่องเขียนที่เตรียมไว้นานแล้วออกมาวางไว้บนโต๊ะ และฝนหมึกอย่างตั้งใจ

ซือถูหันอีจับแขนเสื้อที่ปักลายมังกร มือหนึ่งหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนลงไป ไม่นานใบหย่าก็เขียนเสร็จ เขาโยนพู่กันในมือ ให้คนหยิบใบหย่าให้อวิ๋นเชียนอวี่

“คุณหนูอวิ๋น ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคู่หมั้นกันตั้งแต่ในท้อง แต่ระหว่างเราสองคนไม่มีความรู้สึกรักใคร่ต่อกัน  และหมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นก็ไม่อาจมีฮูหยินที่เสียโฉมได้ หมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นเก็บเจ้าไว้สามปี เจ้าต้องรู้จักสำนึกบุญคุณ ดังนั้นเก็บใบหย่าไว้ให้ดี นับตั้งแต่นี้ การหมั้นหมายของเจ้าและข้าไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก! เพื่อเป็นการชดเชย ข้าจะให้เงินแก่เจ้าจำนวนหนึ่ง  เจ้าจะได้ใช้ชีวิตโดยไม่ลำบาก! “

หลังจากความเงียบผ่านไป ทุกคนต่างทอดถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม นี่เป็นละครแสดงการถอนหมั้นแล้ว!

ลูกสาวของผู้นำหุบเขาอวิ๋นที่สง่างามน่าเกรงขามตกต่ำถึงจุดนี้ ไม่รู้ว่าอวิ๋นเทียนจะโกรธเขาจนลุกขึ้นจากสุสานมาฆ่าซือถูหันอีให้ตายหรือไม่

อวิ๋นเชียนอวี่ยื่นมือเรียวสวยออกไปรับใบหย่า มองด้วยสายตาเย็นชา หลังจากนั้นฉีกใบหย่าออกเป็นริ้วๆ ร่วงลงสู่พื้น

ทันใดนั้นซือถูหันอีก็พูดขึ้นมาด้วยความโกรธว่า “อวิ๋นเชียนอวี่ เจ้าอย่านึกว่าฉีกใบหย่าแล้ว ข้าจะแต่งกับเจ้า อย่าฝันไปหน่อยเลย คนที่ข้าชอบคือสวี่เอ๋อร์ ข้าจะแต่งนางเป็นเมียเท่านั้น “

ไป๋เฟยสวี่มองซือถูหันอีที่จับมือนางแน่นจึงยิ้มให้อวิ๋นเชียนอวี่อย่างลำพองใจ

“คุณหนูอวิ๋น ผู้ดีย่อมมีความงามแห่งความเป็นผู้ใหญ่ ขอให้คุณหนูอวิ๋นช่วยให้ข้าและหันอีสมหวังด้วย! เฟยสวี่จะซาบซึ้งใจยิ่งนัก! “

ซือถูหันอีมองไป๋เฟยสวี่ด้วยสายตาอบอุ่น  “สวี่เอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องขอร้องนาง ในเมื่อนางไม่ไว้หน้า ข้าก็จะเขียนจดหมายอีกฉบับ ไล่นางออกไปจากหมู่บ้านกลางเขา “

ไป๋เฟยสวี่รีบพูดขึ้นว่า “หันอี เป็นเช่นนี้ไม่ได้ แท้จริงแล้วพวกเจ้ามีถูกหมั้นหมายกันตั้งแต่ในท้อง แม้ว่าเจ้าจะไม่ชอบนาง แต่ข้าปรารถนาเป็นอย่างมากให้นางช่วยให้เราสมหวัง เช่นนี้แล้วต่อไปเราถึงจะมีความสุข! “

พวกเฉินเซียงทั้งสี่คนยืนอยู่ด้านหลังอวิ๋นเชียนอวี่ อยากจะฉีกหน้าดอกบัวขาวจอมปลอมที่เสแสร้งทำเป็นมิตรนั่นใจจะขาด ไม่เคยเห็นคนที่แย่งคู่หมั้นคนอื่นพูดจาเช่นนี้ได้อย่างเต็มปากเต็มคำมาก่อน

ทุกคนต่างมองอวิ๋นเชียนอวี่ด้วยความรู้สึกเดียวกัน ไม่คิดว่าลูกสาวอวิ๋นเทียนที่หยิ่งยโสจะมาตกที่นั่งลำบากเช่นนี้ ถ้าหากอวิ๋นเทียนยังมีชีวิตอยู่ ซือถูหันอีกคงจะยกนางเป็นพระโพธิสัตว์แน่! จิตใจคนช่างสับปลับนัก!

อวิ๋นเชียนอวี่ก้าวขึ้นมาด้านหน้าช้าๆ พลางพูดว่า “ท่านทั้งสองจะร้อนใจไปไย อย่างที่ผู้นำซือถูพูด ระหว่างเราไม่มีความรัก เขาไม่ชอบข้า ข้าเองก็ไม่มีใจให้เขา ที่ข้าฉีกใบหย่า เพราะซือถูหันอีของเจ้าไม่มีคุณสมบัติจะเขียนใบหย่าให้ข้า”

ในน้ำเสียงของอวิ๋นเชียนอวี่ไม่มีความเสียใจอยู่เลย แต่น้ำเสียงเย็นชาของนางคล้ายกับส่งผลต่อจิตใจทุกคน ทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่ง ทิศทางของเรื่องราวถูกมือเรียวสวยนั้นควบคุมไว้หมดเสียแล้ว

เขาไม่มีคุณสมบัติอย่างนั้นรึ ซือถูกหันอีมองไปทางอวิ๋นเชียนอวี่ด้วยสีหน้าเดือดดาล

“ใบหย่าเป็นสิ่งที่สามีเขียนให้ภรรยา พวกเรามีแค่การหมั้น แต่ยังไม่ได้แต่งงาน ดังนั้นใบหย่าจึงเป็นแค่เรื่องตลก อาจเพราะผู้นำซือถูดีใจกับเรื่องในวันนี้มากไปก็เป็นได้ สะเพร่าโดยแท้! “

เมื่อผู้คนได้ยินก็ได้สติกลับมา ใช่ เจ้ายังไม่ได้แต่งงาน เขียนใบหย่าให้นางทำไม สะเพร่าหรือจงใจ จงใจสิไม่ว่า! เห็นชัดว่ากำลังเอาใจไป๋เฟยสวี่ ทำให้อวิ๋นเชียนอวี่ขายหน้าสินะ!

ผู้คนไม่ได้มองอวิ๋นเชียนอวี่เหมือนเดิมอีกแล้ว สมกับที่เป็นลูกสาวของอวิ๋นเทียนเสียจริง จิตใจเช่นนี้ไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาจะทำได้

ซือถูหันอีเมื่อได้ยินใบหน้าพลันแข็งค้าง สีหน้าฉายแววอึดอัด

เขาลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ เดิมทีคิดว่าหญิงสาวกำพร้าจะปล่อยให้เขาบดขยี้ได้ตามอำเภอใจ เมื่อสามปีก่อนนั้นตนเองใช้ความเป็นวีรบุรุษช่วยเหลือสามงามจนได้ไป๋เฟยสวี่มาครองอย่างยากลำบาก แต่ก็ติดอยู่ที่คู่หมั้นอย่างอวิ๋นเชียนอวี่ จึงไม่เคยได้สมปรารถนา! วันนี้คิดอยากจะให้ไป๋เฟยสวี่มีความสุขเสียหน่อย ไม่คิดว่าอวิ๋นเชียนอวี่ไม่เพียงเจ้าเล่ห์ แต่ฝีปากยังคมคายอีกด้วย

ครั้นมองร่างเล็กที่เย่อหยิ่งเดินมาอยู่ตรงหน้าตน ดวงตาดำขลับที่โผล่ออกมาคู่นั้นแลดูสว่างสดใส ทำให้หัวใจของเขาพลอยตื่นเต้นไปด้วย ผู้ที่มีดวงตาเช่นนี้จะให้คนคาดคิดได้อย่างไรว่าแท้จริงแล้วเป็นคนอัปลักษณ์!

อวิ๋นเชียนอวี่หยิบพู่กันบนโต๊ะ เขียนข้อตกลงการยกเลิกงานหมั้นออกเป็นสองส่วนอย่างรวดเร็ว และเขียนชื่อตัวเองลงไป

หลังจากนั้นเฉินเซียงก็รีบนำข้อตกลงทั้งสองส่วนไปส่งให้ซือถูหันอีแล้วพูดว่า “ท่านซือถูหันอีได้โปรดเขียนชื่อด้วย “

ซือถูหันอีมองตัวอักษรที่มีพลังยืดหยุ่นและเป็นอิสระ ในใจก็ตกใจขึ้นอีกครั้ง นี่เป็นตัวอักษรของหญิงสาวหรือ หากเขาไม่ได้เห็นกับตา เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่เป็นตัวอักษรที่ออกมาจากมือของอวิ๋นเชียนอวี่

เซียงเฉินพูดขึ้นอย่างหมดความอดทนว่า “ท่านผู้นำได้โปรดเร่งมือ พวกเราอยากรีบไปแล้ว”

ซือถูหันอีได้สติกลับมา มองเซียงเฉินอย่างไม่พอใจ เป็นแค่สาวใช้ กล้าพูดกับเขาเช่นนี้

เซียงเหอที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งรีบตำหนิขึ้นมาเสียงดังว่า “บังอาจ เป็นแค่คนต่ำต้อย กล้าไร้มารยาทต่อหน้าท่านผู้นำ”

เฉินเซียงโบกกระดาษในมือ มองนางด้วยสายตาหยามเหยียดแล้วพูดว่า “ใครเป็นเจ้านายของข้า ข้ารู้อยู่แก่ใจมากกว่าใครบางคนที่ไม่รู้สถานะของตัวเอง ซ้ำยังหักหลังเจ้านายตัวเองเสียอีก”

เมื่อเซียงเหอมองกระดาษแผ่นนั้น ทันใดนั้นหน้าก็ซีด ท่าทางเย่อหยิ่งเมื่อครู่หายไป นั่นเป็นใบขายตัวของนาง นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ในเวลาเดียวกับที่รู้ว่าเฉินเซียงกำลังกระตุ้นเรื่องที่นางหักหลังเจ้านาย และทันใดนั้นก็นึกออก ใบขายตัวของตนเองยังอยู่ที่อวิ๋นเชียนอวี่ รีบมองอวิ๋นเชียนอวี่ด้วยความตกใจ หลังจากนั้นก็มองซือถูหันอีด้วยท่าทางน่าสงสาร

แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ซือถูหันอีไม่มีกะจิตกะใจมองนาง แต่กลับกวาดตามองไปยังไป๋เฟยสวี่ที่อยู่ข้างๆ

ซือถูหันอีรู้สึกว่าเรื่องนี้ชักจะเลยเถิด หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คนที่เสียหน้าคือตัวเอง อีกอย่างตนก็สลัดอวิ๋นเชียนอวี่หญิงอัปลักษณ์ทิ้งได้แล้วด้วย ย่อมสามารถแต่งกับไป๋เฟยสวี่ได้อย่างสง่าผ่าเผย รูปแบบนั้นไม่สำคัญ จึงรีบเขียนชื่อลงบนสัญญาถอนหมั้น และหยิบของหมั้นส่งให้อวิ๋นเชียนอวี่

“เป็นเพราะข้าไตร่ตรองไม่รอบคอบ นี่คือของหมั้น ขอให้คุณหนูอวิ๋นส่งคืนของหมั้นให้ตระกูลซือถูด้วย”

อวิ๋นเชียนอวี่เก็บหยกสีดำที่แกะสลักคำว่าอวิ๋นตัวใหญ่เอาไว้ ริมฝีปากผุดยิ้มเยาะหยันออกมา ถ้าหากซือถูหันอีรู้ดีว่าหยกชิ้นนี้สามารถใช้ทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งของตระกูลอวิ๋นได้ จะเสียใจจนเอาหัวชนกำแพงหรือไม่หนอ!

เมื่ออิ๋งอวี้เห็นอวิ๋นเชียนอวี่เก็บของหมั้นของตระกูลอวิ๋นแล้ว ก็รีบหยิบปิ่นปักผมหยกแกะสลักรูปดอกโบตั๋นออกมา วางไว้ด้านหน้าของซือถูหันอี

ซือถูหันอีหน้าดำคล้ำทันใด นึกไม่ถึงว่าของหมั้นแท้จริงแล้วอยู่บนร่างของสาวใช้ นี่เรียกได้ว่าเหมือนเป็นการตบหน้าเขาฉาดใหญ่

แต่ตอนนี้เขาจะมาคิดเล็กคิดน้อยไม่ได้ ส่งสายตาให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านข้าง บ่าวคนนั้นจึงรีบไปรับแทนเขา

ไป๋เฟยสวี่ที่ถูกอวิ๋นเชียนอวี่มองข้ามตลอด พยายามข่มกลั้นความไม่พอใจไว้ เดินมาหน้าอวิ๋นเชียนอวี่แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มบางว่า “ขอบคุณคุณหนูที่ช่วยเหลือ ใบหน้าของคุณหนูเสียโฉม ต่อไปเกรงว่าจะไม่สามารถ...ถ้าหากมีอะไรลำบาก ก็ให้บอกข้ากับหันอี พวกเราจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่”

อวิ๋นเชียนอวี่มองนาง สายตาเย็นชาทำให้ไป๋เฟยสวี่ไม่เป็นตัวของตัวเอง

ซือถูหันอียืนขึ้น โอบเอวไป่เฟยสวี่ พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “สวี่เอ๋อร์ช่างจิตใจดีเสียจริง”

ไป๋เฟยสวี่ก้มหน้าด้วยความเขินอาย ทำท่าเหมือนนกน้อยออดอ้อนคนอย่างไรอย่างนั้น

หมั่นเอ๋อร์มองทั้งสองด้วยสายตาเหยียดหยาม นางไม่ได้ถูกสั่งสอนมาเหมือนพวกเฉินเซียงทั้งสาม  “ทำตัวเป็นโสเภณียังต้องสร้างภาพอีก รบกวนคุณหนูไป๋ทำให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยพูด ไม่ต้องทำมาเป็นมีเมตตาไปทั่ว คุณหนูของข้าไม่ต้องการ”

ไป๋เฟยสวี่สีหน้าซีดเผือด ทำให้คนรู้ว่าไป๋เฟยสวี่นั้นไม่สนใจว่าซือถูหันอีหมั้นแล้ว ใช้เหตุผลเรื่องบุญคุณมาพักอยู่ที่หมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นบ่อยๆ ในที่สุดก็ยั่วยวนซื่อถูหันอีสำเร็จ

ไป๋เฟยสวี่มองซือถูหันอีด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ซือถูหันอีตำหนิเสียงเกรี้ยวว่า “นางขี้ข้าสามหาว สวี่เอ๋อร์พูดอะไรผิดหรือไร หมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นเลี้ยงดูพวกเจ้านายบ่าวมาสามปี พวกเจ้าไม่มีจิตใจซาบซึ้ง แล้วยังพูดเช่นนี้อีก ไม่ถ่อมตัว หรือว่าคุณหนูของพวกเจ้าไม่ได้สอนเรื่องมารยาทมา”

เพียะ

เสียงตบดังสนั่นจนทำให้ทุกคนตกใจ

devc-10ddca78-32951ยอดพธูจ้าวดวงใจ: บทที่ 3 ตอนที่ 3