จารใจรัก

จารใจรัก: ส่วนที่ 1 บทที่ 002 ห้องของหญิงสาว ตอนที่ 3

#3ส่วนที่ 1 บทที่ 002 ห้องของหญิงสาว

บทที่ 2 ห้องของหญิงสาว

บุตรของตระกูลที่ร่ำรวยแม้จะชอบเที่ยวเล่นไปทั่ว แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมากลับดำเนินการอย่างว่องไวและตรงไปตรงมา

ไม่นานก็ลากม้าขึ้นมาจากพื้นหิมะ โดยมีคนช่วยลากประคองรถให้มั่นคงไปยังจวนจงหย่งโหว

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวา เด็กรับใช้ที่มาส่งสินค้าฉลองเทศกาลของขวัญปีใหม่คนนี้ไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด เพียงแค่เดินตามอยู่ข้างหลัง

แต่ไหนแต่ไรเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมก็ทำตัวเป็นน้ำกลิ้งบนใบบอนเข้ากับทุกฝ่ายไปทั่วอยู่แล้ว วันนี้เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าประตูทางเข้าโรงเตี๊ยมของตนเองขนาดนี้ก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ จำต้องติดตามอยู่ข้างหลังไปยังจวนจงหย่งโหวเพื่ออธิบาย

บุรุษผู้ชายสามสี่คนที่กำลังลากรถม้าพูดพลางเดินพลาง หัวข้อสนทนาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเรื่องพี่จื่อกุยซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนฉินเจิงที่เดินอยู่ตรงกลางกลุ่มคนกลับไม่พูดอะไรเลยสักคำ

ตามที่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมคิด เป็นเพราะสุนัขสุดที่รักของคุณชายสองคุณชายรองผู้สูงส่งแท้ๆ คนที่บังเอิญทับสุนัขของเขาตายดันเป็นคนของจวนเซี่ยม่อหานผู้สืบทอด*ของจวนจงหย่งโหว คุณชายของจวนจงหย่งโหวที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเขา หากต้องชดใช้คงอึดอัดใจไม่น้อยที่จะตีเด็กรับใช้ในตระกูลจนตาย จะตีสุนัขยังต้องดูเจ้าของหรือรือ? โดยทั่วไนั่นปยิ่งทำไม่ได้ใหญ่ ทำได้แค่เพียงให้คนรับเคราะห์กรรมไป นั่นจึงทำให้เขาเงียบสงบอย่างคนคร้านจะพูดลงได้

กลุ่มผู้คนเดินไประยะหนึ่ง ฉินเจิงก็หยุดเดินกะทันหัน

คนที่อยู่ข้างๆ เห็นเขาหยุดเดินก็ไม่ยอมหยุดตาม ต่างตั้งคำถามด้วยสายตา

“พวกเจ้าเดินไปก่อนไป!อนเถอะ” ฉินเจิงกล่าวกับสองคนที่อยู่ข้างๆ พลางกวาดสายตามองร่างเซี่ยฟางซูฮว๋าหวาที่อยู่ข้างหลัง

สองคนข้างๆ สังเกตสีหน้าของเขาแล้วจึงหันไปมองเด็กรับใช้ที่เดินอยู่ข้างหลังด้วยท่าทางไม่มีกระจิตกระใจจะเดินจนรู้สึกได้นั้น จากนั้นก็เดินต่อไป

เถ้าแก่เดินผ่านร่างของฉินเจิงแล้วแอบคิดในใจ แม้คุณชายสองคุณชายรองผู้สูงส่งจะไม่โกรธคุณชายซื่อจื่อของจวนจงหย่งโหว แต่เห็นดูจากสีใบหน้าของเขาแล้วก็ทำให้เด็กรับใช้ลำบากใจคงต้องการทำให้เด็กรับใช้ผู้นั้นลำบากแน่แล้ว เด็กรับใช้คนนี้เกรงว่าจะต้องเจอเรื่องยากลำบากในภายหลัง

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาเดินก้มหน้ามาข้างๆ ฉินเจิง ลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง นางจึงก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นงอย่างอดไม่ได้ึกๆ

ฉินเจิงมองนางแล้วเอ่ยขึ้น “เจ้ารู้หรือไม่ สุนัขที่ถูกเจ้าทับตายในวันนี้เป็นผู้ใดประทานให้แก่ข้า?”

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาชะงักเท้า เขาพูดคำว่าประทาน นั่นหมายความว่าเป็นสุนัขที่มาจากวังหลวง นางเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้งแล้วส่ายหน้า นางไม่ได้กลับเมืองหลวงมาแปดปี! ใครจะไปรู้ ตอนที่นางจากไปครานั้นก็ไม่เคยได้ยินเรื่องสุนัขสุดที่รักตัวนี้ของฉินเจิงเลย

“เป็นเต๋อฉือไทเฮาผู้ล่วงลับไปแล้ว” ฉินเจิงตอบ

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาพยักหน้าน้อยๆ ทำนองว่าเข้าใจแล้ว เต๋อฉือไทเฮา มารดาผู้ให้กำเนิดฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน สวรรคตไปเมื่อสามปีก่อน

“พี่ใหญ่ของข้ากลัวสุนัขตัวนี้ที่สุด” ฉินเจิงกล่าวอีก

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาอดไม่ได้ที่จะกลอกตาอยู่ในใจไม่ได้ พี่ใหญ่ของเขากลัวสุนัขแล้วเกี่ยวข้องกับนางตรงไหน เขาจำเป็นต้องพูดเช่นนี้กับเด็กรับใช้เช่นนางหรือ หากจำเป็นต้องพูด ก็ควรพูดกับซื่อจื่อคุณชายของจวนจงหย่งโหวหรือไม่ก็จงหย่งโหวจึงจะถูกมิใช่หรือ

“เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ข้าไม่เอาความก็ได้ แต่ถึงอย่างไรจวนจงหย่งโหวก็ต้องชดใช้สุนัขตัวหนึ่งให้ข้าอยู่ดี” ฉินเจิงมองเซี่ยฟางซูฮว๋าหวาผู้ซื่อตรงและเคารพนบนอบแวบหนึ่ง ทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วหันหลังเดินไป

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวามองแผ่นหลังของเขา รู้สึกมวนในท้องวูบหนึ่ง เขากำลังจะบอกนางว่า ไม่ว่าจวนจงหย่งโหวจะชดใช้อย่างไร ก็ทดแทนสุนัขตัวนั้นที่ไทเฮาผู้ล่วงลับประทานให้ไม่ได้ใช่หรือไม่ อย่างไรเสียใต้หล้าจะมีผู้ใดชดใช้เกียรติอันสูงศักดิ์ของไทเฮาผู้ล่วงลับได้

สุนัขตั้วนั้นตายใต้รถม้าของนาง เขาไม่ต้องการการชดใช้ แต่จากนี้จวนจงหย่งโหวก็จะติดหนี้เขาครั้งใหญ่!

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาขบฟันกรามกรอด ใช้ปลายเท้าบดหิมะข้างใต้แล้วเดินตามเขาไป

มิน่าล่ะผู้คนถึงได้กลัวคุณชายสองคุณชายรองผู้สูงส่งนัก แท้จริงแล้วเขามันโหดเหี้ยม!

ระยะห่างระหว่างโรงเตี๊ยมกับจวนจงหย่งโหวเพียงแค่ถนนสองสายกั้น ดังนั้นกลุ่มคนที่ติดตามรถม้าจึงมาถึงจวนจงหย่งโหวในเวลาอันสั้น

ประตูสีแดงสดบานใหญ่ของจวนจงหย่งโหวปิดสนิท หน้าประตูมีหินรูปหัวสิงโตหินสองตัวที่ศีรษะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนา

เยี่ยนถิงเดินไปเคาะประตู

มีคนชะโงกหน้าออกมาจากประตูอย่างรวดเร็ว มองแวบหนึ่งแล้วก็รีบร้อนหดหัวกลับเข้าไป “ที่แท้เป็นคุณชายสองคุณชายรองผู้สูงส่ง คุณชายเล็กเยี่ยนแห่งตระกูลโหว คุณชายหลี่ คุณชายเฉิง คุณชายซ่ง พวกท่าน…”

“พูดไร้สาระอะไรอยู่ พวกเรามาส่งสินค้าฉลองของขวัญปีใหม่ให้กับพี่จื่อกุย ยังไม่รีบเปิดประตูอีก” เยี่ยนถิงถลึงตาใส่เด็กรับใช้ที่เฝ้าประตู

เด็กรับใช้คนนั้นสังเกตอยู่ชั่วขณะถึงรู้ว่าแขกผู้สูงส่งมิอาจมีความผิดล่วงเกินได้ จึงขานรับอย่างรีบร้อนแล้วเปิดประตูทันที

ทุกผู้คนรอประตูใหญ่เปิดออกแล้วทยอยกันเข้าไป

เด็กรับใช้เฝ้าประตูรีบเข้ามารับช่วงต่อรถม้าทันที จากนั้นยิ้มสู้กล่าวว่า “ทุกท่านเชิญ ซื่อจื่อคุณชายของพวกเราชมหิมะอยู่ที่ศาลาไห่ถัง ตอนนี้มีเด็กไปรายงานแล้ว อีกสักครู่ท่านคุณชายคงออกมาขอรับ”

“อ้อ แล้วพี่จื่อกุยดีขึ้นหรือยัง” เยี่ยนถิงถาม

“ยังต้องทานยาอยู่แต่สีหน้าดีขึ้นแล้วขอรับ ซื่อจื่อคุณชายของพวกเราป่วยบ่อยเป็นโรคคนแก่ ฤดูหนาวทุกปีมักมีโรครุมเร้า สองเดือนมานี้ได้แค่นั่งๆ นอนๆ อยู่ในจวนไม่ได้ออกไปไหนเลยขอรับ” เด็กรับใช้รีบตอบทันที

เยี่ยนถิงพยักหน้า พูดกับทุกคนว่า “ไป พวกเราไปดูเขาสักหน่อย ได้ยินว่าศาลาไห่ถังของจวนจงหย่งโหวสวยงามมาก ยิ่งนัก ดอกไห่ถังใต้หล้าต่างผลิบานในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง แต่ดอกไห่ถังของศาลาไห่ถังแห่งจวนจงหย่งโหวกลับผลิบานในฤดูหนาว งดงามยิ่งกว่าดอกเหมยเสียอีก”

“ข้าก็ได้ยินมาเช่นกัน แต่ว่าปีที่แล้วๆ มาพี่จื่อกุยห้ามไม่ให้ชม ข้าจึงได้แต่อดทนรอ ไม่แน่ว่าปีนี้จะให้ชมได้หรือไม่” คุณชายหลี่กล่าวต่อ

“คาดว่าจะไม่ให้ชม แต่พวกเราไปเร็วหน่อยเถอะ ขวางเขาไว้ที่ศาลาไห่ถังไม่นับว่าได้ชมหรือ ถึงเวลานั้นให้เหตุผลว่าเด็กรับใช้ของตระกูลตัวเองทับสุนัขของพี่ฉินเจิงตาย ยังไม่ละอายใจจะกล้าไม่จะให้พวกเราเข้าไปอีกหรือ? ” เยี่ยนถิงรีบกล่าวทันที

“ความคิดดี!” คุณชายเฉิงและคุณชายซ่งคล้อยตาม

เด็กรับใช้เฝ้าประตูได้ยินก็กลัวจนขึ้นสมอง มองไปยังฉินเจิง คิดอยู่ว่าเด็กรับใช้ในจวนไปทับสุนัขของเขาตายตั้งแต่เมื่อไหร่

ใบหน้าของฉินเจิงเงียบสงบ หันไปพูดกับเซี่ยฟางซูฮว๋าหวาที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตูไม่ได้เดินเข้ามาว่า “เจ้ายังไม่เดินตามเข้ามาอีก หรือว่าไม่รู้จักประตูของจวนจงหย่งโหว”

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวากำลังทอดถอนใจ จากมาแปดปี หินหัวสิงโตหินสองตัอัวนที่หน้าประตูต่างก็ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ได้ยินคำพูดเขาก็รีบเดินผ่านประตูเข้ามาทันที

“นี่คือ…” เด็กรับใช้เฝ้าประตูมองเซี่ยฟางซูฮว๋าหวา

“นำทางสิ พาพวกเราไปศาลาไห่ถัง!” ฉินเจิงออกคำสั่ง ไม่ยอมให้เด็กรับใช้เฝ้าประตูคนนั้นได้มีโอกาสถาม

เด็กรับใช้คนนั้นเห็นสีหน้าเย็นชาของคุณชายสองคุณชายรองผู้สูงส่งก็รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนทันที ไม่กล้าที่จะชักช้า รีบนำทางอย่างรวดเร็ว

กลุ่มผู้คนเดินเข้าไปในจวนตามเขาที่นำทางอย่างรีบร้อน เดินวนลานด้านหน้าอย่างไม่หยุดพักแล้วเดินไปยังลานด้านหลัง

เมื่อเดินมาถึงศาลาพักร้อนทิงหลันที่อยู่ข้างหลัง เด็กรับใช้คนนั้นก็หยุดเดินอย่างลังเลใจเล็กน้อย “คุณชายทั้งหลาย ศาลาพักร้อนที่เดินผ่านไปเมื่อครู่คือสวนจือหลันของคุณชายซื่อจื่อพวกเรา ในอดีตสวนจือหลันของคุณชายซื่อจื่อก็คือสวนไห่ถัง ศาลาไห่ถังอยู่ในสวนไห่ถัง แต่สวนไห่ถังเป็นห้องนอนของคุณหนูของพวกเรา ข้า…เป็นเพียงทาสรับใช้ ไม่กล้าพาพวกท่านเข้าไปโดยพลการ”

“เป็นสวนไห่ถังที่น้องสาวผอมแห้งแทบจะปลิวลมผู้ผอมกะหร่องก่องคนนั้นของพี่จื่อกุยอาศัยอยู่หรือ” เยี่ยนถิงหยุดเดิน

“ขอรับ เป็นสวนไห่ถังของคุณหนู” เด็กรับใช้เฝ้าประตูพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

เยี่ยนถิงขมวดคิ้วราวกับไม่เคยรู้มาว่าที่แท้ศาลาไห่ถังอยู่ในสวนไห่ถัง มิน่าเล่าะทุกครั้งที่พูดถึง เซี่ยม่อหานถึงห้ามไม่ให้ชม เพราะเป็นห้องนอนของน้องสาวนั่นเองในตระกูล พวกเขราที่รออยู่ข้างนอกต่างเป็นผู้ชายเกรงว่าจะไม่ค่อยสะดวกนักหากเดินเข้าไป

คุณชายใหญ่หลี่ คุณชายเฉิงและคุณชายซ่งมองหน้ากันเลิกลั่ก

ฉินเจิงกดเสียงต่ำแค่นเสียงฮึเย็นชาในลำคอ ไม่สนใจกลุ่มคนพวกนั้น ยกเท้าเดินตรงเข้าไปข้างใน

เยี่ยนถิงและคนอื่นๆ มองเขาแวบหนึ่ง มีเขานำหน้าก็ไม่ต้องกลัวอะไร พวกเขาจึงทยอยเดินตามหลังเขาเข้าไป

ไม่นานนัก ผ่านศาลาพักร้อนทิงหลันและสวนจือหลันก็มาถึงทางเข้าสวนไห่ถัง

ลานของสวนไห่ถังเงียบสงบ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไห่ถังโชยออกมาจากข้างใน ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ

เยี่ยนถิงปรบมือชมพลางกล่าวว่า “กลิ่นหอมนี้แหละ ดอกไห่ถังของที่อื่นไม่หอมเช่นนี้ ไม่รู้ว่าตอนที่ดอกผลิบานจะงดงามขนาดไหน”

“เข้าไปก็รู้แล้ว” ฉินเจิงมุ่งตรงเข้าไปยังสวนไห่ถัง

ประตูของสวนไห่ถังเปิดอยู่ คนใช้สองคนกำลังกวาดลานที่เต็มไปด้วยหิมะทับถมสะสม เมื่อเห็นว่ามีคนถลันบุกเข้ามาต่างก็ตกใจจนทำไม้กวาดในมือตกลงบนพื้น เกิดการเคลื่อนไหวไม่น้อย

ฉินเจิงมองข้ามสองคนนั้นและเดินไปยังลานข้างหลังอย่างไม่รู้สึกว่าได้รับการโดยไม่ถูกขัดขวางแม้แต่น้อย

---

*ซื่อจื่อ หรือ ผู้สืบทอด (世子) คือตำแหน่งสำหรับผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของขุนนางยศชินหวาง หวางและโหว ส่วนใหญ่จะเป็นบุตรชายคนโต

devc-af530e87-33711จารใจรัก: ส่วนที่ 1 บทที่ 002 ห้องของหญิงสาว ตอนที่ 3