จารใจรัก

จารใจรัก: ส่วนที่ 1 บทที่ 009 ขอพระราชโองการ ตอนที่ 10

#10ส่วนที่ 1 บทที่ 009 ขอพระราชโองการ

บทที่ 9 ขอพระราชโองการ

คืนนั้น จงหย่งโหวถูกฮ่องเต้กักตัวไว้ที่วังหลวงและไม่ได้กลับมาที่จวน

วันที่สอง เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาเก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อย พร้อมออกจากจวนจงหย่งโหว

เซี่ยม่อหานตรวจสอบเช็คของขวัญที่จะส่งกลับไปให้จวนของแม่ทัพนายพลอู่เว่ยแห่งพรมแดนม่อเป่ยเสร็จแล้ว ก็ออกมาส่งเซี่ยซูฟางฮว๋าหวาที่หน้าประตูด้วยตัวเองพลางกำชับว่า "แม้ระยะทางสามร้อยลี้จะไม่ไกล แต่เจ้ากลับมาเมืองหลวงเพื่อส่งจดหมายลับเพียงลำพัง ฮ่องเต้ทรงปิดบังเรื่องเขาไร้นามถูกทำลาย แม้แต่เสนาบดีฝ่ายซ้ายและขวาก็ไม่ได้เรียกเข้ามาหารือราชการ ดังนั้น เจ้าออกจากกเมืองหลวงครานี้ต้องมีคนจ้องจะสืบข่าวอย่างแน่นอน ต้องระวังตัวให้มากขึ้น”

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาพยักหน้า

“มิเช่นฉะนั้นก็ให้ข้าจะส่งคนไปคุ้มกันเจ้าตลอดการเดินทางเถอะ!” เซี่ยม่อหานปรึกษากับเซี่ยฟางซูฮว๋าหวา

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาหัวเราะ “อาศัยรออยู่ที่เขาไร้นามร่วมแปดปีข้าก็กลับมาเองได้ ท่านพี่ยังมีอะไรต้องกังวลใจอีก”

เซี่ยม่อหานถอนหายใจ ก็เพราะว่าน้องสาวคนนี้ทำให้คนสบายใจเกินไป ดังนั้นจึงทำให้พี่ชายอย่างเขาไร้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด

“ท่านพี่ไม่ต้องคิดมาก คนโบราณกล่าวไว้ ยิ่งคิดมากก็ยิ่งทำร้ายร่างกายมากขึ้น อาการป่วยของท่านเป็นเพราะคิดมากกังวลมากจึงทำให้ต่อให้กินยาจนหมดอาการก็ไม่ค่อยทุเลาลง ตอนนี้ข้ากลับมาแล้วและจะไม่ไปไหนอีก ท่านไม่ต้องทุกข์ใจแล้ว หากท่านดูแลร่างกายอย่างดีตามใบสั่งยาที่ข้าให้ท่านเมื่อวาน วันหนึ่งท่านจะต้องหายดีแน่ๆ” เซี่ยฟางซูฮว๋าหวากำชับเขา

เซี่ยม่อหานพยักหน้า ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้น คิดอยากยื่นมือไปลูบผมนาง แต่เพราะสายตาของผู้คนมากมายที่หน้าประตูใหญ่จึงทำได้แค่คิด

เซี่ยฟางซูฮว๋าหวาหันหลังพลิกกายไปขึ้นรถม้า นั่งข้างหน้ารถ หวดโบกแส้ฟาดที่ตัวคราั้งหนึ่ง จากนั้นรถม้าที่บรรทุกสินค้าเต็มคันก็ออกไปจากจวนจงหย่งโหว

รอจนรถม้าแล่นไปไกลจนไม่เห็นเหงา เซี่ยม่อหานถึงได้หันหลังกลับเข้าจวน

เพิ่งกลับมาถึงสวนจือหลัน ซื่อซูก็รีบเข้ามารายงานทันที “คุณชาย แย่แล้วขอรับ คุณหนูต้องมีปัญหาแล้วขอรับแน่”

“หืม เกิดอะไรขึ้นหรือ” เซี่ยม่อหานประหลาดใจ

ซือซูรีบตอบว่า “ข้าเพิ่งจะได้ยินมาว่าคุณชายรสองไปยังประตูเมืองทางเหนือ ท่าทางจะตามไปม่อเป่ยกับคุณหนูขอรับ”

เซี่ยม่อหานตกใจ “ฉินเจิงหรือ สิ้นปีใกล้เข้ามาแล้ว ระยะทางไปม่อเป่ยก็ไกลมาก เขาจะไปทำอะไรที่ม่อเป่ย”

ซื่อซูส่ายศีรษะ

“เตรียมรถ ไม่สิ เตรียมม้า ข้าจะตามไปดูที่ประตูเมืองทางเหนือ” เซี่ยม่อหานสั่งการพลางก้าวไวๆ สาวเท้ารีบออกจากสวนจือหลัน

ซื่อซูรีบวิ่งนำหน้าเขาไปจูงม้าออกจากคอกทันที

พอเซี่ยม่อาหานมาถึงหน้าประตู ซื่อซูก็จูงม้ามาแล้ว เขาขยับตัวขึ้นม้า ทันใดนั้นเกี้ยวคันหนึ่งก็มาขวางทางเขาไว้ จงหย่งโหวยื่นศีรษะออกมาสอบถาม “เจ้าจะไปไหน”

เซี่ยม่อหานมองเข้าไปในเกี้ยว “ท่านปู่ ข้าจะไป…”

“จะที่ไหนข้าก็ไม่อนุญาต ตามข้ากลับเข้าจวน” จงหย่งโหวพูดขัดจังหวะเขาพลางลงจากเกี้ยวแล้วเดินเข้าประตูไป

เซี่ยม่อหานพูดอะไรไม่ออก เห็นแผ่นหลังอันสุขุมของจงหย่งโหวก็ต่อสู้ดิ้นรนขัดขืนไปชั่วขณะ ก่อนจะลงจากม้าตามเขากลับจวน

จงหย่งโหวเดินตรงไปยังห้องโถงหรงฝูโดยไม่หยุดพัก

เซี่ยม่อหานตามเขาเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู ในที่สุดก็ถามอย่างทนไม่ไหวว่า “ท่านปู่รู้อยู่แล้วว่าฉินเจิงต้องตามน้องสาวไปม่อเป่ย?”

จงโหย่วโหวส่งเสียงอืมในลำคอ “เมื่อคืนเขาเข้ามาขอประทานอพระราชโองการที่วังหลวง บอกว่าไม่ได้ไปม่อเป่ยนานแล้วอยากไปดูสักหน่อยแต่ฮ่องเต้ทรงไม่อนุญาต เขาจึงไปขอร้องกับฮองเฮาแทน ตั้งแต่องค์ชายสี่จากเมืองหลวงไปฮองเฮาก็ล้มหมอนนอนเสื่อ ไม่ได้ตรัสพูดกับฮ่องเต้เลยสักประโยค พอได้ยินว่าเขาจะไปม่อเป่ยจึงช่วยขอร้องกับฮ่องเต้ ฝ่าบาทเห็นว่าฮองเฮาไม่ได้คุยกับพระองค์ตนนานแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงอนุญาตให้เขาไป”

เซี่ยม่อหานย่นคิ้ว “ทำไมฮองเฮาถึงช่วยเขา” พูดจบเขาก็พูดต่อทันทีว่า “ใช่แล้ว เป็นเพราะองค์ชายสี่”

จงหย่งโหวพยักหน้า “องค์ชายสี่ไปม่อเป่ยจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ส่งข่าวคราวกลับมา ฮองเฮาได้ยินว่าฉินเจิงจะไปม่อเป่ย ก็หวังว่าเขาจะสามารถตรวจสอบสถานการณ์ของลูกชายของตนได้อย่างสะดวกราบรื่น เพื่อลูกชายแล้วจึงช่วยขอร้องให้ฉินเจิง ฮ่องเต้ทรงรักและเคารพฮองเฮาเช่นนี้ จะไม่ตอบรับคำขอได้อย่างไร”

“ใกล้จะสิ้นปีแล้ว จากเมืองหลวงไปม่อเป่ยใช้เวลาตั้งเดือนครึ่ง ตั้งแต่ตอนนี้นับรวมกับระยะเวลาฉลองปีใหม่ก็ประมาณเดือนเศษ เขาไปแบบนี้คงกลับมาฉลองปีใหม่ในเมืองหลวงไม่ทัน อิงชินอ๋องหวางยอมรับได้อย่างไร” เซี่ยม่อหานไม่เข้าใจ

“ฮ่องเต้และฮองเฮาทรงอนุญาตแล้ว อิงชินอ๋องหวางก็ขวางไม่ได้” จงหย่งโหวดื่มชาอึกหนึ่งแล้วนวดๆ คลึงๆ บริเวณหว่างคิ้ว “ฉินเจิงคนนี้ อิงชินอ๋องหวางประพฤติตัวดีมาตลอดชีวิต คิดไม่ถึงว่าจะมีลูกที่ประพฤติตัวตามอำเภอใจชอบเช่นนี้”

“ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรดี น้องสาวไปแค่สามร้อยลี้ก็กลับมาแล้ว ถ้าหากฉินเจิงตามไปด้วย นางจะเป็นอิสระต่อหน้าเขาได้อย่างไร หลานรู้จักฉินเจิงมานานแล้ว เขาไม่ใช่คนดีขนาดนั้น” เซี่ยม่อหานกล่าวอย่างกังวลใจ

“ถึงแม้ว่าจะตามไปประตูทางเหนือตอนนี้ก็หยุดเขาไม่ได้” จงหย่งโหวตอบ

เซี่ยม่อหานทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลางคิดแผนรับมือ “ต้องทำอะไรสักอย่าง แม้น้องสาวแปลงโฉมได้ยอดเยี่ยม เสียงก็ไม่เหมือนเด็ก หากไม่เห็นถุงเชือกถักที่ท่านแม่ถักทอให้ผูกไว้ตรงเอวของนาง ข้าก็ดูไม่ออกว่าเป็นนาง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้หญิง ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงมานาน ไม่รู้จักนิสัยใจคอของฉินเจิง อยู่ต่อหน้าเขาหากนางมีพิรุธต้องมีปัญหาแน่นอน”

“ไม่ต้องกังวล ถ้าหากไม่ใช้เพราะถุงทอถักของแม่พวกเจ้า ข้าเองก็จำนางไม่ได้เช่นกัน นางรออยู่ที่เขาไร้นามตั้งแปดปีล้วนแล้วแต่ต่างไม่มีใครจำนางได้ ฉินเจิงคนนั้นแม้จะโหดเหี้ยม ก็ไม่โหดเท่าปรมาจารย์สามคนนั้นที่เขาไร้นาม มิใช่ว่าปรมาจารย์สามคนนั้นก็ถูกน้องสาวเจ้าล่อสายฟ้าทำลายทำร้ายไปแล้วหรือ” จงหย่งโหวเยือกเย็นกว่าเซี่ยม่อหาน “ตอนนี้เขาไปม่อเป่ย ไม่ใช่แค่พวกเราที่กังวล ผู้เป็นแม่ที่เห็นเขาเป็นดั่งแก้วตาดวงใจคนนั้นแห่งจวนอิงชินอ๋องก็หวางเกรงว่าจะยิ่งนั่งไม่ติดที่จะคิดวิธีให้เขาอยู่ที่นี่”

สภาพจิตใจของเซี่ยม่อหานมั่นคงขึ้น “พระชายาอิงชินอ๋องหวางเฟยมีฉินเจิงเป็นลูกชายเพียงคนเดียว ม่อเป่ยห่างไกลนัก ระหว่างทางหากเกิดอะไรขึ้น ในจวนอิงชินอ๋องหวางยังมีลูกชายคนโตของนางสนม นางก็คงหมดหวังแล้ว” พูดจบก็ทอดถอนใจว่า “ขอเพียงให้พระชายาอิงชินอ๋องอิงชินหวางเฟยรีบคิดวิธีให้เขากลับไปได้เร็วสักหน่อย น้องสาวจึงจะมีอิสระเต็มที่” พูดจบก็กล่าวอย่างแปลกใจอีกว่า “ทำไมฉินเจิงถึงอยากไปม่อเป่ยนัก”

ดวงตาอาวุโสของจงหย่งโหวลึกซึ้ง “นี่ต้องสิถึงจะคุ้มค่าให้สืบเสาะแล้วที่จะถาม!”

“ตามที่น้องสาวบอกไว้เมื่อวานหลังจากกลับมาว่า หลังจากฝ่าบาทเห็นจดหมายลับตอนนั้นก็ไม่ได้เลี่ยงวาจา ในเมื่อเขาเองก็รู้เหตุการณ์ของเขาไร้นาม ก็ไม่จำเป็นต้องสืบหาข่าวจากนาง หรือว่าน้องสาวจะมีพิรุธจนถูกเขาจับตามอง” เซี่ยม่อหานมึนงง “มิฉะนั้นเวลานี้เขาไม่ควรไปม่อเป่ยถึงจะถูก”

จงหย่งโหวส่งเสียงฮึดฮัดทางจมูก “ถ้าไม่ใช่ถุงเชือกถักทอของแม่พวกเจ้า ทั้งเจ้าและข้าต่างก็จำนางไม่ได้ เขาจะมองออกว่านางเป็นผู้หญิงได้อย่างไร แค่เคยคุยกับนางจึงมีความอยากรู้อยากเห็นเสียมากกว่า” พูดจบก็กล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “เขายังเป็นเด็กหนุ่ม จะสามารถแยกแยะประสบการณ์อะไรได้ ถึงแม้จะถูกจับตามองก็ต้องดูความสามารถของเขา น้องสาวเจ้าไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ”

“ถ้าเช่นนั้นงั้นเราจะไม่ทำอะไรเลยหรือ ยอมให้เขาตามนางไป? ถ้าหากพระชายาอิงชินอ๋องหวางเฟยคิดไม่ออกเล่าะ!” เซี่ยม่อหานถาม

“พระชายาอิงชินอ๋องอิงชินหวางเฟยคิดไม่ได้ แต่น้องสาวเจ้าต้องมีวิธีรับมือเขาแน่นอน” จงหย่งโหวโบกมือ “เมื่อวานฮ่องเต้เรียกเพียงแค่ข้ากับอิงชินอ๋องหวางไปหารือราชการในวัง อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายขวา รวมถึงขุนนางราชสำนักต่างไม่ได้ถูกเรียกพบ จวนจงหย่งโหวถูกผู้คนมองว่าเป็นที่โปรดปรานที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่กับจวนอิงชินอ๋องหวางอีกแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย จวนของพวกเราถูกคนอื่นจับตามองไม่ใช่แค่วันสองวันแน่ ช่วงนี้อย่าทำอะไรออกหน้าออกตาจะดีกว่า ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือนางไม่ได้ แต่ยังเป็นการก่อปัญหาให้นาง”

เซี่ยม่อหานพยักหน้า

สมัยที่ฮ่องเต้ยังไม่ได้ราชาภิเษกนั้นมีพี่น้องมากมาย หนึ่งในนั้นมีอิงชินอ๋องหวางที่เมื่อคลอดออกมาก็ขาเป๋ แม้จะเป็นครอบครัวของฮองเฮา มีความสามารถทางการประพันธ์ แต่ก็ถูกลิขิตไว้แล้วว่าไม่มีวาสนาได้เป็นกษัตริย์จึงมีศักดิ์เป็นแค่อ๋อง เดิมทีไม่ว่าใครจะได้รับตำแหน่งกษัตริย์ เขาก็ได้รับความมั่นคงตลอดชีวิต แต่ก็ยังคอยช่วยเหลือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเสมอมา ประคับประคองจนสุดความสามารถจนกว่าจะราชาภิเษก แต่วันที่ต้องปกป้องรักษาอำนาจก็ถูกธนูแทงบาดเจ็บ นับจากนั้นร่างกายก็ป่วยเรื้อรัง ฮ่องเต้ทรงมีไมตรีจิตกับเขาเป็นอย่างมาก ทรงโปรดปรานและไว้วางใจเป็นพิเศษ ดังนั้นในหนานฉินทั่วหล้า ตำแหน่งของจวนอิงชินอ๋องจึงหวางไม่สามารถมีผู้ใดสามารถเทียบเทียมได้

ส่วนจวนจงหย่งโหวมีตำแหน่งบรรดาศักดิ์สูงในหลายปีมานี้ รวมกับสมัยที่จงหย่งโหวยังหนุ่มก็รักษาดินแดนไว้ได้สำเร็จ อีกทั้งยังมอบลูกสาวให้เป็นตัวแทนขององค์หญิงของฮ่องเต้องค์ก่อนที่แต่งงานไปยังฉีเป่ยฉีของฮ่องเต้องค์ก่อน แม้ผลงานยิ่งใหญ่เลื่องลือไปทั่ว แต่ถึงอย่างไรก็ยังทำให้ฮ่องเต้รู้สึกหวาดระแวง แถมยังมีตระกูลเซี่ยที่เจริญรุ่งเรืองมากจนเกินไป ดังนั้น แม้จะสามารถเทียบกับจวนอิงชินอ๋องหวางได้ แต่ก็ไม่สามารถเทียบกันได้ ฮ่องเต้ไม่ได้ไว้วางใจจวนจงหย่งโหวอย่างแท้จริง

ดังนั้น หากพูดถึงบุตรสาวและบุตรชาย จวนอิงชินอ๋องหวางมีฉินเจิงผู้ที่ไม่กลัวฟ้ากลัวดิน และยังมีบุตรสาวที่ถูกฮองเฮานำไปเลี้ยงไม่ห่างกาย ส่วนจวนจงหย่งโหวมีเซี่ยม่อหานที่ประพฤติตนอยู่ในกรอบ ระมัดระวังรอบคอบ ไม่กล้าทำเรื่องผิดพลาดแม้แต่น้อย และยังมีเซี่ยฟางซูฮว๋าหวาที่ออกจากเมืองหลวงไปเรียนรู้ทักษะความสามารถอย่างทุกข์ทรมานที่เขาไร้นามซึ่งเป็นดั่งนรก

นี่คือความแตกต่าง!

devc-3daa7acd-33865จารใจรัก: ส่วนที่ 1 บทที่ 009 ขอพระราชโองการ ตอนที่ 10