สืบรักคดีร้าย

สืบรักคดีร้าย: ตอนที่ 019 ตอนที่ 19

#19ตอนที่ 019

ตอนที่ 19 การมีอยู่ที่เป็นไปไม่ได้ (2)

ทันใดนั้นสีหน้าของหยางปินเปลี่ยนไปอย่างมาก

เขาเข้าใจความหมายของเย่หนิงโดยทันที ถ้าผู้ตายเหล่านี้ตายเพราะติดเชื้อจริง ๆ เป็นไปได้มากที่นักศึกษาคนอื่นบนรถจะได้รับเชื้อแบบเดียวกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าเชื้อโรคชนิดนี้นั้นแพร่ระบาดมาจากที่ไหน ถ้าพวกเขาติดเชื้อก่อนที่จะกลับเมืองตงไห่แล้วล่ะก็ ก็ไม่แน่ว่าที่มหาวิทยาลัยซีอวิ๋นนั้นอาจจะมีผู้ติดเชื้ออยู่จำนวนมากด้วย แต่ถ้าพวกเขาได้รับเชื้อมาจากหมู่บ้านว่างยาชุน คนที่ติดเชื้อคงมีจำนวนไม่น้อยเหมือนกัน

นอกจากนักศึกษากลุ่มนี้แล้ว อาจจะมีชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่ติดเชื้อด้วยหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้

ถึงแม้ว่าผลจากห้องแล็บจะยังไม่ออกมา แต่หยางปินก็ยังไม่ที่จะกล้านิ่งนอนใจอะไร เขาจึงรีบโทรศัพท์ไปหาองค์กรอนามัยป้องกันโรค ให้ทางนั้นส่งคนมาช่วยตรวจสอบทันที นอกจากนี้แล้ว นักศึกษาเหล่านี้รวมทั้งคนที่เคยพูดคุยติดต่อไปแล้วก็ต้องแยกย้ายให้เข้ารับการตรวจโรคด้วยเช่นเดียวกัน

เชื้อโรคตัวนี้อันตรายมากเกินไปจริง ๆ เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องรีบใช้มาตรการ ไม่ให้มีผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้นอีก

สถานการณ์เปลี่ยนเป็นเลวร้ายโดยฉับพลัน

ถ้าเป็นแค่คดีฆาตกรรม พวกเขายังคงสามารถคิดหาวิธีตามตัวฆาตกรให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ถ้าหากเป็นเชื้อโรคแล้วล่ะก็ พวกเขาก็คงจะทำอะไรไม่ได้มากนัก

เมื่อเทียบกับคดีที่คนเป็นผู้ก่อเหตุแล้วนั้น เชื้อโรคชนิดนี้ถ้าหากขยายเป็นวงกว้างออกไป คงสร้างผลกระทบที่เลวร้ายมากยิ่งกว่า

เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงต้องประกาศไปยังผู้ใหญ่บ้านและนักศึกษาทุกคนโดยเร็วที่สุด ให้พวกเขาไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องทันที อีกทั้งต้องรีบนำเรื่องนี้ตีพิมพ์ลงทางหนังสือพิมพ์ ก่อนหน้าที่จะยืนยันสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตเหล่านั้นได้ พวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพื่อที่จะได้ไม่ก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ตามมา

เพื่อความรอบคอบ หยางปินจึงสั่งการให้ปิดกั้นร้านกาแฟแห่งนี้ชั่วคราว เพื่อให้คนจากองค์กรอนามัยรีบเข้าไปใช้มาตรการกำจัดโรค

ส่วนผู้ตายรายนี้ ต้องพากลับไปชันสูตรศพเสียก่อน ดูจากภายนอกนั้นไม่สามารถมองออกเลยว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ถึงแม้จะดูแล้วสาเหตุการตายจะคล้ายคลึงกับศพก่อนหน้า แต่ก็ไม่สามารถฟันธงถึงสาเหตุการตายของพวกเขาเหล่านั้นว่ามีลักษณะเดียวกันได้

เพียงแต่ระหว่างที่เคลื่อนย้ายศพนั้นก็กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้ง ลู่เว่ยยกศพขึ้นมา ด้วยความช่วยเหลือจากตำรวจอาชญากรรมสองนาย จางลี่ไม่อยากเห็นใบหน้าของผู้ตายก็ได้แต่ส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ คนอื่นอาจจะไม่ได้สังเกตเห็นอะไร แต่เย่หนิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอกลับได้ยินเสียงนั่น

“ผู้ช่วยจางเป็นอะไรไปคะ ?” เย่หนิงลดเสียงถาม

สีหน้าของจางลี่ไม่ค่อยดีนัก “เธอคือเด็กผู้หญิงคนนั้น...คนที่ฉันพูดกับพวกคุณเมื่อกี้นี้ ซุนเจี้ยนหลานสาขาภาษาต่างประเทศ ตอนที่กลับมาเธอยังพูดคุยสนิทสนมกับจางหลิงคุนอยู่เลย ทำไมเธอถึงอยู่ด้วยกันกับเฉินเฉินที่ร้านกาแฟได้......”

เมื่อได้ฟังจางลี่พูดอย่างนี้แล้ว เย่หนิงก็มองเฉินเฉินด้วยความรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก คนแรกคือแฟนเก่าของเธอ อีกคนคือผู้หญิงที่พึ่งมีความสัมพันธ์กับแฟนเก่าของเธอ เรื่องนี้มันไม่บังเอิญเกินไปหน่อยหรือ ? อีกทั้งทำไมเฉินเฉินถึงชวนซุนเจี้ยนหลานไปดื่มกาแฟด้วยกันได้ ? มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ถ้าหากเป็นไปตามที่จางลี่พูดมานั้น พวกเธอสองคนก็เหมือนจะเป็นศัตรูกันด้านความรัก แต่ทำไมถึงไปดื่มกาแฟด้วยกันได้ล่ะ

แม้ว่าตอนนี้เธอจะสงสัยเรื่องการตายของพวกจางหลินคุนว่าอาจจะเป็นเพราะได้รับเชื้อโรคอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถตัดความน่าจะเป็นที่เขาจะถูกฆ่าออกไปได้ โดยเฉพาะเฉินเฉินคนนั้น......ที่น่าสงสัยที่สุด

ถ้าเฉินเฉินเป็นฆาตกรจริง ๆ แล้วล่ะก็......

สายตาของเย่หนิงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่จางลี่ ผู้ช่วยจางที่เคยช่วยเหลือจางหลิงคุนจีบรุ่นน้อง เกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับเธอได้

ระหว่างทางที่กลับมายังกรมตำรวจ เย่หนิงอดไม่ได้ที่จะพูดถึงสถานะของซุนเจี้ยนหลานและข้อสันนิษฐานที่อยู่ในใจออกมา

หลังจากที่เงียบไปสักพัก หยางปินก็พูดขี้นมาว่า “ตามที่เสี่ยวเย่ว่ามานี่ เฉินเฉินคนนั้นก็น่าสงสัยจริง ๆ นั่นแหละ ศาสตราจารย์เสิ่น คุณว่าอย่างไรครับ ?”

“มันก็น่าสงสัยนะ” เสิ่นอี้พูดขึ้นอย่างเรียบ ๆ “เมื่อถึงกรมตำรวจแล้ว เราก็รีบชันสูตรศพก็แล้วกัน ส่วนเรื่องเฉินเฉินนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมกับหัวหน้าหยางก็พอ”

พอกลับมาถึงกรมตำรวจเย่หนิงก็ไม่รอช้า หลังจากที่ได้พบญาติผู้ตายแล้ว เธอก็เตรียมทำการชันสูตรศพทันที การตรวจสอบขั้นแรก บนร่างของซุนเจี้ยนหลานไม่พบบาดแผลอะไรอย่างที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตรงกับข้อสันนิษฐานของเธอ หลังจากชันสูตรเสร็จ ผลสรุปก็ออกมาเหมือนกัน แต่ก็ไม่ทั้งหมด

จุดที่ไม่เหมือนกันก็คือตอนที่ชันสูตรศพของซุนเจี้ยนหลานนั้นยังคงมีรอยเลือดบ้าง และไม่มีสภาวะแห้งเหือดโดยสมบูรณ์ นอกจากนั้นแล้ว อวัยวะภายในของหล่อนก็ไม่ได้แข็งตัวโดยสมบูรณ์ มีเพียงแค่ส่อแววของอาการแข็งตัวเท่านั้นเอง ตามข้อสันนิษฐานของเย่หนิงนั้น เนื่องจากซุนเจี้ยนหลานเพิ่งจะเสียชีวิตได้ไม่นาน ดังนั้นอาการบางอย่างจึงไม่ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนนัก ถ้าหากซุนเจี้ยนหลานเสียชีวิตไปแล้วในช่วงระยะเวลาหนึ่ง คาดว่าผลสุดท้ายศพก็คงมีสภาพเดียวกัน

เมื่ออกมาจากห้องชันสูตรศพ ก็เห็นหยางปินกับเสิ่นอี้กำลังนั่งรอผลชันสูตรศพอยู่ด้วยกัน หลังจากที่พวกเขาฟังเย่หนิงพูดจบ หยางปินก็ตกอยู่ในห้วงความคิด สักพักก็เอ่ยออกมาว่า “บางทีซุนเจี้ยนหลาน อาจจะไม่ใช่รายสุดท้าย”

เสิ่นอี้พยักหน้า “วางแผนให้คนที่เหลือทั้งสามสิบสองคนเข้ารับการตรวจก่อนดีกว่าครับ ก่อนที่ผลตรวจจะออกมาแน่ชัด ทางที่ดีอย่าให้พวกเขาติดต่อกันโดยลำพังเด็ดขาด”

เย่หนิงอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะถามขึ้นมา “เมื่อสักครู่พวกคุณคุยกับเฉินเฉิน เธอว่าอย่างไรบ้างคะ ?”

เสิ่นอี้เหลือบไปมองเธอ แล้วพูดขึ้นอย่างเรียบ ๆ ว่า “เธอบอกว่าที่เธอนัดซุนเจี้ยนหลานออกมา ก็เพื่อที่จะเตือนซุนเจี้ยนหลานด้วยความหวังดี ว่าจางหลิงคุนคนนั้นไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่”

ดวงตาของเย่หนิงเบิกกว้างขึ้นมา “เตือนซุนเจี้ยนหลานงั้นเหรอ ? บ้าไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย ทั้ง ๆ ที่จางหลิงคุนก็ตายไปแล้ว จะมาเตือนด้วยความหวังดีเพื่ออะไรกัน”

เสิ่นอี้กลับไม่ปฏิเสธอะไร “ใช่แล้ว พวกเราก็รู้สึกว่าคำให้การของเธอนั้นมีจุดที่น่าสงสัยหลายอย่าง ดูแล้วแรงจูงใจที่เธอจะฆ่าคนได้นั้นมีมากทีเดียว โดยเฉพาะจางหลิงคุนกับซุนเจี้ยนหลานนั้นโอกาสที่เป็นไปได้นั้นมีสูงมาก ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่ซุนเจี้ยนหลานจะเสียชีวิต คนที่ติดต่อกับผู้ตายก็มีแค่เธอคนเดียว ดูเธอจะมีพิรุธมากจริง ๆ ถึงต่อให้เธอจะไม่ใช่ฆาตกร แต่ก็มั่นใจได้ว่ามีเรื่องบางอย่างที่ปิดบังอยู่ ไม่กล้าที่จะบอกพวกเรา ตอนสอบปากคำก็เอาแต่พูดเบี่ยงประเด็น ผมมั่นใจว่าเธอกำลังปิดบังอะไรบางอย่างที่สำคัญมากกับพวกเรา”

เย่หนิงพูดขึ้นอย่างกระซิบกระซาบ “มันน่าประหลาดจริง ๆ......ฉันคิดว่าก่อนหน้าที่พวกเราจะไปถึงนั้นคงไม่มีใครพบศพของซุนเจี้ยนหลานแน่ เพราะถ้ามีคนพบเข้าเธอก็คงไม่สามารถจัดท่าทางของศพให้นอนคว่ำอยู่บนโต๊ะเช่นนั้นได้ และถ้าไม่มีใครพบศพก่อน เฉินเฉินจะมั่นใจขนาดนี้ได้อย่างไรว่าซุนเจี้ยนหลานนั้นตายไปแล้ว ? เธอไม่แม้แต่จะโทรขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ แต่กลับวิ่งไปแจ้งความเลย แบบนี้มันไม่แปลกเกินไปหน่อยหรือคะ ?”

เสิ่นอี้มองเย่หนิงด้วยความรู้สึกที่คาดไม่ถึง “คุณรู้แล้วใช่ไหม ?”

เย่หนิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “มีพิรุธชัดเจนขนาดนี้ ฉันจะไม่รู้ได้ยังไงกัน ? เพียงแต่เฉินเฉินไม่รู้ตัวเองเท่านั้นเอง”

หยางปินก็พูดขึ้นมา “นี่คงเป็นพิรุธที่ใหญ่นัก อีกทั้งคำบอกเล่าของเฉินเฉินก็มีพิรุธมากเช่นกัน เธอบอกว่าพอกลับมาก็เห็นซุนเจี้ยนหลานนอนตายไปแล้ว ผมถามเธอว่าคุณมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาตายไปแล้ว เธอก็บอกว่าเห็นซุนเจี้ยนหลานไม่ขยับตัว ดังนั้นเลยคิดว่าเขาตายไปแล้ว”

เย่หนิงแสยะยิ้ม “พิลึกชะมัดเลย ถ้าตามหลักแล้วนั้น ถ้าพบว่าเพื่อนตัวเองมีสถานการณ์บางอย่างที่ผิดปกติ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทำอะไรเลย อย่างน้อยก็ต้องรีบไปแจ้งตำรวจสิ แล้วก็แค่ซุนเจี้ยนหลานนอนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับอะไร ถึงจะรู้สึกได้ว่าตัวหล่อนเย็นเฉียบ แต่ก็คงไม่ด่วนสรุปอะไรเร็วขนาดนี้หรอก ทั้ง ๆ ทีตัวของซุนเจี้ยนหลานไม่มีร่องรอบของบาดแผลอะไร แต่กลับมั่นใจว่าเธอตายไปแล้วเนี่ยนะ เว้นเพียงแต่เธอรู้ตั้งนานแล้วว่าซุนเจี้ยนหลานจะต้องตาย”

เมื่อได้ฟังถึงตอนนี้ เย่หนิงก็อดไม่ได้ที่กังวลขึ้นมากว่าเดิม “ถ้าเฉินเฉินเป็นฆาตกรจริง ๆ ฉันเกรงว่าจางลี่จะตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะปล่อยตัวจางลี่ไปอย่างง่าย ๆ แน่”

devc-a3b5dd88-33025สืบรักคดีร้าย: ตอนที่ 019 ตอนที่ 19