ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว

ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 014 ตอนที่ 14

#14Chapter 014

ตอนที่ 14 ดอกเดย์ลิลลี่ที่เขาร่ำลือกันก็คือดอกไม้จีนอย่างนั้นเหรอ

อี้ซินถูกเสียงนาฬิกาปลุกแต่เช้าตรู่ วันนี้เขามีพรีเซ้นต์งาน จึงต้องไปเตรียมสไลด์ล่วงหน้าก่อนหนึ่งชั่วโมง ต่อให้เพิ่งนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องลุกขึ้นมา

เจิ้งทั่นกับอี้ซินออกจากบ้านพร้อมกัน

อี้ซินวิ่งไปซื้อเสี่ยวหลงเปาสองชุดที่โรงอาหารทิศตะวันออก เขาคิดสักพักก็ซื้อน้ำเต้าหู้เพิ่มอีกสองแก้ว แล้วนำไปที่สวนเล็กๆ ข้างที่พักบุคลากร โดยมีเจิ้งทั่นกำลังนั่งรออยู่บนโต๊ะหินในนั้น

อี้ซินเอาเสี่ยวหลงเปากับน้ำเต้าหู้ที่อยู่ในมือวางลงบนโต๊ะหนึ่งชุด เขาไม่รู้ว่าแมวดื่มน้ำเต้าหู้ได้หรือเปล่า แต่เท่าที่เถ้าแก่เจียวบอกทางโทรศัพท์ แมวของเขาตัวนี้กระเพาะแข็งแรงมาก แตกต่างจากแมวทั่วไป อี้ซินรู้สึกว่าถ้ากินแต่เสี่ยวหลงเปาจะฝืดคอไป จึงซื้อน้ำเต้าหู้เพิ่มมาให้หนึ่งแก้ว

จนกระทั่งเขาเอาหลอดเสียบลงไปในแก้วน้ำเต้าหู้ถึงได้คิดออกว่า แมวคงใช้หลอดดูดไม่เป็น

ขณะที่อี้ซินกำลังกลุ้ม เจิ้งทั่นก็กินเสี่ยวหลงเปาหมดพอดี เขาเขี่ยมืออี้ซินออก แล้วงับหลอดดูดน้ำเต้าหู้ขึ้นมา อี้ซินมองอย่างตะลึง นี่ถ้าไม่ใช่ว่ารีบต้องไปฟังรายงาน เขาคงนั่งอยู่ที่นี่ศึกษาว่าแมวของเถ้าแก่เจียวใช้หลอดยังไงไปแล้ว ใช้ช่องว่างที่อยู่ในปากงับหลอดเหรอ?

เจิ้งทั่นไม่มีอารมณ์มานั่งสนใจว่าอี้ซินกำลังคิดอะไร ตอนนี้เขาหิวมาก รีบกินให้เสร็จแล้วจะได้ไปวิ่ง ถ้าไม่กินอะไรเขาก็จะไม่มีแรง

เสี่ยวหลงเปาหนึ่งชุดมีแปดลูก ขณะที่เจิ้งทั่นกำลังกินลูกที่หก อาหวงกับจ่าก็วิ่งเข้ามาหา อีกสองลูกจึงแบ่งให้ทั้งสองกิน ส่วนเจ้าอ้วนต่อให้มาด้วยก็มีนิสัยเหมือนเจิ้งทั่น คือไม่กินของเหลือจากคนอื่น

เหมือนปกติเช่นเคยที่พออาหวงมาแถวนี้จะต้องร้องทักทายก่อนสองที เป็นการบอกว่าตัวเองมาแล้ว ให้คนอื่นที่ยังมาไม่ถึงรีบมา พอร้องเสร็จก็กางกรงเล็บออกแล้วเกาต้นไม้

เจิ้งทั่นเอาถุงใส่เสี่ยวหลงเปากับแก้วน้ำเต้าหู้ทิ้งลงถังขยะที่อยู่ด้านข้าง แล้วเดินรอบโต๊ะสองรอบเพื่อเป็นการย่อยอาหาร

ขณะที่เจ้าอ้วนค่อยๆ เยื้องย่างเดินเข้ามานั้น อาหวงกำลังเกาต้นไม้ต้นที่สาม

เจิ้งทั่นพอรู้สึกโอเคแล้วก็ส่งเสียงร้องไปหนึ่งที จากนั้นจึงวิ่งไปทางนอกสวน อาหวงไม่เกาต้นไม้อีกต่อไป มันรีบวิ่งตาม วิ่งไปได้สองก้าวก็งับหญ้าข้างทางที

เดิมทีเจิ้งทั่นคิดไว้ว่า ถ้าไม่เจอเว่ยเหลิงก็วิ่งเอง ก็แค่วิ่งออกกำลังไม่ใช่เหรอ อีกอย่างแมวอีกสามตัวก็อยู่ด้วย เรียกมาวิ่งด้วยกันไปเลย

ปรากฏว่าเจิ้งทั่นยังไม่ทันได้ออกนอกโซนตะวันออก เขาก็พบเว่ยเหลิงที่กำลังเล่นบาโหนอยู่ตรงอุปกรณ์ออกกำลังกายสาธารณะข้างสนามหญ้าใหญ่

พอเห็นเว่ยเหลิง อาหวงก็มีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงมาก มันโก่งหลังกระโดดขึ้นเหมือนเห็บ ขนลุกชันทั้งตัว ส่วนหูก็ตั้งเหมือนปีกเครื่องบิน หากจะเทียบกับครั้งที่แล้ว เจ้าอ้วนดูนิ่งมากกว่า ยังคงระแวง แต่ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นศัตรู

เว่ยเหลิงปล่อยมือลงมายืนที่พื้น แล้วมองแมวทั้งสี่ตัว โดยหลักๆ มองไปที่เจ้าอ้วนกับเจิ้งทั่น เขาไม่พูดอะไรมากหมุนตัวเดินไปทางสนามหญ้า “เริ่มวิ่งกันเถอะ วิ่งเหยาะๆ มหาวิทยาลัยฉู่หัวมีลู่วิ่งรอบมหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ วิ่งให้ครบรอบแล้วค่อยว่ากัน”

“......” หนึ่งรอบเลยเหรอ

พื้นที่ของมหาวิทยาลัยฉู่หัวกว้างมาก นับตั้งแต่เจิ้งทั่นมาที่นี่ ส่วนใหญ่ก็อยู่แต่โซนตะวันออก นอกเหนือจากนี้ก็คือไปรับเจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อที่โรงเรียน ถูกพาไปที่คณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพ แล้วก็ไปสวนเพาะชำของศาสตราจารย์หลัน ในเขตมหาวิทยาลัยยังมีอีกหลายที่ที่เขายังไม่เคยไป

วิ่งรอบมหาวิทยาลัยก็ดี อย่างน้อยก็ได้ทำความรู้จักกับสถานที่แห่งนี้หน่อย

เจิ้งทั่นวิ่งไปได้ประมาณยี่สิบเมตร ก็หันกลับไปดู เจ้าอ้วนนั่งอยู่ที่เดิมทำตาพริ้มพลางอ้าปากหาว อาหวงวิ่งไปที่สนามหญ้ากำลังฝังกลบก้อนอึของตัวเอง ส่วนจ่ากำลังมองนกกระจอกที่อยู่บนต้นไม้พลางเลียปาก

เจ้าพวกนี้นี่ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ต่อไปมาวิ่งคนเดียวก็ได้!

เว่ยเหลิงไม่รอเจิ้งทั่น เขาวิ่งด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอกัน แต่ก็ไม่ได้เร็ว เจิ้งทั่นวิ่งตามหลังไปติดๆ

เวลาเช้าตรู่บรรดานักศึกษาถ้าไม่ขี่จักรยานก็ออกเดินกัน ต่างก็ออกจากโรงอาหาร หอพัก ลานกว้าง มุ่งหน้าไปยังตึกเรียน บริเวณสวนต้นพีชมีการซ้อมการแสดงละครเพลงหรือดนตรีของนักศึกษาจากชมรมต่างๆ

ช่วงนี้ดอกหอมหมื่นลี้ในโรงเรียนได้เบ่งบานมาช่วงระยะหนึ่งแล้ว กลิ่นหอมของมันไม่อวบอวลเท่ากับก่อนหน้านี้ อาจเป็นเพราะใกล้จะร่วงโรยแล้ว

ขณะที่วิ่งผ่านลานกว้างเจิ้งทั่นก็เห็นคุณยายจ๋ายกำลังถือพัดขนนกสีแดงสดเต้นอยู่กับเพื่อนๆ ดูเหมือนว่าใกล้จะจบลงแล้ว พวกเขาจะเลิกก่อนเวลาเข้าเรียนครึ่งชั่วโมง จะได้ไม่รบกวนเวลาเรียนของนักศึกษา

คุณยายจ๋ายกำลังทำท่าทางสะบัดพัด พอหมุนตัวหันมาก็เห็นเจิ้งทั่นที่กำลังวิ่งพลางอ้าปากหอบไปด้วย จนเกือบจะสะบัดพัดตก คุณยายจ๋ายมาเต้นรำพัดตรงนี้หลายครั้งก็ยังไม่เคยเห็นเจิ้งทั่นแถวนี้ในเวลานี้เลยสักครั้ง ท่านนึกไม่ถึงว่าเจิ้งทั่นจะออกมาวิ่งไกลขนาดนี้ อย่างไรเสียแถวนี้เป็นโซนตึกเรียน ปกติไม่ค่อยมีแมวมาวิ่งเล่นเท่าไร

เจิ้งทั่นไม่มีอารมณ์จะสนใจสีหน้าของคุณยายจ๋ายเท่าไร ถึงจะเป็นการวิ่งเหยาะๆ แต่วิ่งมาถึงตรงนี้ก็เหนื่อยพอตัวแล้ว เขาไม่เคยวิ่งแบบนี้มาก่อน อยู่ๆ พอมาวิ่งมันทรมานเสียจนไม่รู้จะว่ายังไง ทางช่วงแรกที่วิ่งผ่านมายังโอเค รอบๆ พอจะมีอะไรให้ดูบ้าง แต่พอถึงทางช่วงหลังเริ่มรู้สึกยิ่งวิ่งยิ่งท้อ

เว่ยเหลิงผ่อนความเร็วลง เจิ้งทั่นยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ

พูดแล้วว่าจะออกกำลัง ก็ต้องอดทน อยากจะไปในที่ที่ไกลขึ้น ก็ต้องยืนหยัดต่อไป

ทั้งหมดนี่ก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น!

พอวิ่งครบรอบเจิ้งทั่นก็ไปนอนกลิ้งพักผ่อนที่สนามหญ้า เขารู้ว่าที่สนามหญ้าใหญ่มีก๊อกน้ำอยู่ ไปดื่มน้ำก่อนแล้วค่อยว่ากัน

เว่ยเหลิงไม่ได้พัก เขาไปเล่นบาโหน จากนั้นก็พาเจิ้งทั่นออกวิ่งต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอครบรอบก็ไปเล่นบาโหนอีก

เจิ้งทั่นนั่งพักที่ข้างๆ ก๊อกน้ำ เขาดื่มน้ำแล้วหันไปมองก็พบว่าเว่ยเหลิงออกวิ่งอีกแล้ว แถมยังเร็วกว่าเดิมด้วย

เจิ้งทั่นหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง แล้วก้าวเท้าออกวิ่งตาม แต่ความเร็วแตกต่างกันมาก ไม่นานเงาของเว่ยเหลิงก็หายไป เขาจึงไม่คิดจะวิ่งต่อ เดินอ้อมทางแยกแล้วมุ่งหน้าไปทางสวนเพาะชำของศาสตราจารย์หลัน

เจิ้งทั่นทำเหมือนเช่นเคยคือการวิ่งข้ามกำแพง เพราะที่นี่อยู่ห่างจากประตูสวนเพาะชำค่อนข้างไกล เขาขี้เกียจเดินอ้อม ผลจากการวิ่งเมื่อครู่ทำให้ทำให้ขาอ่อนแรงนิดหน่อย จนเกือบจะกระโดดไม่ขึ้น

ถึงจะบอกว่าที่นี่คือสวนเพาะชำ แต่ขนาดไม่เล็กเลย ที่นี่มีแปลงพืชที่คลุมด้วยหลังคาโปร่งแสงอยู่หลายแปลง ต่างก็มีพืชพรรณปกคลุมอยู่ทุกพื้นที่จนหาที่ว่างแทบจะไม่ได้

หลังจากที่เขากระโดดขึ้นกำแพงแล้ว ก็ไม่ได้รีบร้อนจะกระโดดลงไป ยังคงเดินเลาะไปเรื่อยๆ จนไปถึงบริเวณใกล้ๆ หลังคาโปร่งแสง เขาจึงกระโดดข้ามไปเกาะจนเกิดเสียงดัง

ศาสตราจารย์หลันที่กำลังถือเสียมขนาดเล็กเงยหน้าขึ้นมอง แล้วด่าออกมา “จะไปกระโดดลงที่อื่นไม่ได้เหรอไง นายกระโดดลงบนนั้นอีกไม่กี่ครั้งหลังคาชั้นได้มีอันเกษียณก่อนอายุแน่”

เจิ้งทั่นไม่สนใจ เขาเดินไปที่กล่องไม้ที่ถูกซ้อนกันเหมือนขั้นบันได แล้วค่อยๆ กระโดดลงมาทีละขั้น

เจิ้งทันหันมองซุ้มหลังคาโปร่งแสงที่ปกคลุมแปลงเกษตรอยู่ ด้วยความที่มันโปร่งแสงเขาจึงมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน

ดอกลิลลี่?

สีเหลืองซะด้วย!

เจิ้งทั่นไม่เคยเห็นดอกลิลลี่สีเหลืองมาก่อน เคยเห็นแต่สีขาว เขามองดอกไม้เหล่านั้นแล้วก็รู้สึกว่ามันคล้ายกับดอกไม้ที่เขาเคยซื้อไปจีบสาว

ตาแก่นั่นปลูกดอกลิลลี่สีเหลืองมากขนาดนี้ไปทำไมนะ? สีขาวน่าจะขายได้ดีกว่าสิ

เจิ้งทั่นเดินเข้าไปอย่างสงสัย ที่บริเวณทางเข้ามีกล่องไม้ที่ภายในบรรจุของสีน้ำตาลวางอยู่ เขาไม่ได้ใส่ใจ ตอนนี้สายตาของเขามุ่งไปที่บรรดาดอกไม้สีเหลืองเหล่านั้น

ศาสตราจารย์หลันที่กำลังทำงานโดยใช้เสียมขนาดเล็กอยู่นั้นหันกลับมามอง “ระวังหน่อย อย่าไปเหยียบดอกไม้จีนเข้าล่ะ”

ดอกไม้จีนเหรอ?

ที่แท้นั่นก็ไม่ใช่ดอกลิลลี่

เจิ้งทั่นเชิดใบหูขึ้น เขาโง่ในเรื่องนี้ ต่อให้เข้าไปจ้องดูอย่างละเอียดเขาก็ไม่เห็นถึงความแตกต่าง ถึงขนาดจำแทบไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าดอกลิลลี่มีลักษณะยังไง แค่รู้สึกว่ามันคล้ายๆ กับภาพที่อยู่ในความทรงจำแค่นั้น

ขณะที่เจิ้งทั่นกำลังคิดอยู่นั้น ก็มีแขกมา

เป็นนักศึกษาหลายคนที่เข้ามาเก็บตัวอย่าง

เป็นเหมือนกันทุกคน ที่เวลาอยู่ต่อหน้าศาสตราจารย์หลันแล้วจะทำท่าทางสงบเสงี่ยม

“ศาสตราจารย์หลันครับ ก่อนหน้านี้พวกเราโทรมานัดแล้วครับ พวกเราทำการวิจัยเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มจำพวกฟลาโวนอยด์ วันนี้จะมาขอเก็บตัวอย่างครับ”

ศาสตราจารย์หลันไม่ได้ลุกขึ้นยืน เขาชี้ไปที่มุมอีกด้าน “ตรงนั้น ฉันทำสัญลักษณ์ส่วนที่เก็บได้ไว้ให้แล้ว บริเวณนอกเหนือจากนั้นห้ามแตะ”

“ได้ครับ พวกเราจะจำไว้” นักศึกษาคนหนึ่งรีบพูดพร้อมกับพยักหน้า

นักศึกษาหลายคนเดินไปยังจุดที่ศาสตราจารย์หลันบอก นักศึกษาคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเพิ่งอยู่มหาวิทยาลัยนี้ได้ไม่นานพูดขึ้น “ที่แท้ก็ดอกเดย์ลิลลี่หรอกเหรอ ทำไมมันเหมือนดอกไม้จีนเลยล่ะ”

นักศึกษาคนอื่นมือสั่น ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงของศาสตราจารย์หลันลอยมา

“อาณาจักรพืช พืชใบเลี้ยงเดี่ยว ตระกูลดอกลิลลี่มีตั้งกี่สายพันธุ์ ดอกไม้จีนก็เป็นหนึ่งในนั้น เรื่องพวกนี้อาจารย์ไม่ได้สอนหรือไง มันหน้าตาคล้ายกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”

ศาสตราจารย์หลันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็ทำให้คนฟังรู้สึกได้ว่าเขากำลังโกรธ

นักศึกษาเหล่านั้นเงียบลงทันที ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา เพราะกลัวว่าถ้าพูดอะไรผิดเดี๋ยวจะโดนสั่งสอนอีกหนึ่งยก พวกเขารีบเร่งมือเก็บตัวอย่างจากนั้นก็บอกลาอย่างสุภาพแล้วออกไปทันที

เจิ้งทั่นนั่งอยู่ข้างๆ ในใจของเขายังคงนึกถึงคำพูดของนักศึกษาคนนั้นอยู่ ดอกเดย์ลิลลี่ที่เขาร่ำลือกันก็คือดอกไม้จีนอย่างนั้นเหรอ? ชื่อแรกยังดูไฮโซซะกว่า ทำไมถึงต้องเรียกอีกแบบด้วย เจิ้งทั่นไม่เคยคิดถึงความเกี่ยวข้องของสองชื่อนี้มาก่อน

หลังจากที่นักศึกษาเหล่านั้นกลับไปแล้ว ศาสตราจารย์หลันก็ลุกขึ้นเอามือทุบๆ เอว แล้วเดินออกไป พอไปถึงประตูเขาก็หยิบเอากล่องไม้ตรงนั้นไปด้วย

“วิตามินซีและไขมันที่มีอยู่ในดอกไม้จีนสดมีสูงกว่าแบบแห้ง แต่โปรตีนและสารอื่นๆ กลับมีน้อยกว่าแบบแห้ง ฉันชอบกินแบบแห้งมากกว่า ในแถบบ้านเกิดของฉันของพวกนี้มีเยอะแยะ แต่ในเมืองแบบนี้น่ะหายาก ชาร์โคล จะบอกให้นะ...”

บลา บลา บลา

อาจารย์ที่เกษียณแล้วพวกนี้มีนิสัยที่แก้ไม่หายคือชอบสั่งสอน ต่อให้อยู่ต่อหน้าแมวที่ไม่เข้าใจอะไรก็ยังพูดได้เป็นโล้เป็นพาย พอได้ยินคำว่า ‘จะบอกให้นะ’ เจิ้งทั่นก็รู้แล้วว่า ศาสตราจารย์หลันกำลังจะเข้าสู่โหมดการเรียนการสอนแบบพ่อเจียวหย่วน

เจิ้งทั่นเล่นอยู่ในสวนเพาะชำสักพัก พอถึงเวลาเที่ยงก็ออกไป

แสงแดดแรงกล้า เมื่อเจิ้งทั่นกลับไปถึงบริเวณที่พักก็เห็นอาหวงนอนอยู่บนหญ้า ลำตัวครึ่งหนึ่งอยู่ในที่ร่ม ส่วนอีกครึ่งตากแดด แต่สิ่งที่ทำให้เจิ้งทั่นตกใจก็คือ ข้างๆ อาหวงมีสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งนอนอยู่ พอมันส่งเสียงร้องอาหวงก็จะกอดแล้วเลียขนให้ มันก็จะหยุดร้อง

หืม ตัวหน้าตาประหลาดที่อาหวงกอดอยู่นั่นมันมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร? ทำไมเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยล่ะ?

เจิ้งทั่นยังไม่ทันหายจากอาการตกตะลึง ก็มีอีกตัววิ่งมาอยู่ไม่ไกล

“......”

เจ้าตัวประหลาดพวกนี้ที่ลักษณะเหมือนถูกมนุษย์อัดมาเป็นใครกันล่ะเนี่ย?

devc-af530e87-33711ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 014 ตอนที่ 14