ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว

ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 021 ตอนที่ 21

#21Chapter 021

ตอนที่ 21 มนุษย์เราแบ่งออกเป็นห้าเพศ

สีหน้าของแม่เจียวหย่วนดีขึ้นบ้างแล้ว ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาหน่อย ดูสดชื่นขึ้น

แต่หลังจากที่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ถ้าไม่ได้พ่อเจียวหย่วนห้ามไว้ ท่านเกือบจะหอบร่างที่ป่วยกลับบ้านแล้ว ต่อให้น้าหลิงและคนอื่นไม่ได้บอกคนทางนี้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในที่พักบุคลากรฝั่งตะวันออกถูกพูดถึงกันไปในวงกว้าง รอบๆ โรงพยาบาลมีแต่บุคลากรของโรงเรียนและญาติๆ แค่ฟังพวกเขาคุยกันก็รู้เรื่องแล้ว

หลังจากที่เจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อตอบคำถามของแม่อยู่หลายข้อแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก คนที่พูดมากที่สุดคือชิวเซี่ยงหยาง เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างออกอรรถรส

“หลังจากเกิดคดีลักทรัพย์ก่อนหน้านี้ คนที่อยู่ชั้นหนึ่งชั้นสองก็ป้องกันกันอย่างดี บางบ้านถึงกับเพิ่มกลอนประตู ส่วนคนที่อยู่ชั้นสี่ชั้นห้าเดิมทีคิดว่าจะปลอดภัย แต่ดูจากตอนนี้แล้วคนพวกนั้นคงจะเดาทางออก ยิ่งเราคิดว่ายิ่งอยู่สูงยิ่งปลอดภัย พวกมันก็จะยิ่งเลือกลงมือกับบ้านที่อยู่ชั้นสูงๆ แรงจูงใจของเมื่อคืนผมได้ยินมาว่าเพราะพวกมันเห็นป้ายแสดงความยินดีที่แขวนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพ พอรู้ว่าพี่เจียวได้รับเงินสนับสนุนงานวิจัยมาล้านกว่า บวกกับในครอบครัวเกิดเรื่องขึ้นพอดี แล้วในบ้านเหลือแค่เด็กสองคน พวกมันจึงพุ่งเป้าหมายไปที่บ้านของพวกพี่น่ะครับ”

“เงินสนับสนุนที่ได้ก็ใช่ว่าจะเอามาใช้ส่วนตัว มันต้องเอาไปใช้ในงานวิจัยทั้งนั้น” แม่เจียวหย่วนพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ

“แต่คนพวกนั้นไม่คิดแบบนั้นน่ะสิครับ พวกที่หวังรวยจากเงินทุนสนับสนุนมีอยู่เยอะแยะไป” ชิวเซี่ยงหยางยืดไหล่ อยู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงเล่าด้วยความตื่นเต้น “ได้ยินมาว่าจากการสอบสวนคนเก่าแก่ที่อยู่ที่นั่นได้ผลสรุปบางอย่างออกมาด้วยครับ คดีลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน ตอนนั้นที่ตรวจสอบไม่พบอะไรก็เพราะว่ามีคนมาขวางไว้ แต่ครั้งนี้ขวางไม่ได้แล้ว คนที่วางแผนคือคนที่อาศัยอยู่ตึก A ลุงของเขาเป็นรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัย คนที่ดูแลเรื่องการรับสมัครนักเรียนน่ะครับ”

ชิวเซี่ยงหยางชอบพูดเรื่องซุบซิบของคนใหญ่คนโตเป็นที่สุด เขาเองก็ไม่ได้กลัวว่าจะถูกคนพวกนั้นมารังแก ทำอย่างกับเขาไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน อีกอย่างเขาก็เรียนจบแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัว

“ปกติทุกคนก็พอจะไว้หน้าอยู่บ้าง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้ทุกคนทนไม่ไหวอีกต่อไป คนที่โดนต่างก็คือคนที่ได้รับเงินสนับสนุนวิจัยกันทั้งนั้น มีป้ายแขวนแสดงความยินดีอยู่ที่คณะกันหมด พอคนพวกนี้เห็นเข้าก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ เมื่อคืนมีคุณตาท่านหนึ่งโทรหารองอธิการบดีคนนั้น ผมคิดว่าพอจัดการเรื่องเมื่อคืนเสร็จแล้ว พวกเขาคงจะมาขอโทษพวกพี่ที่โรงพยาบาลนี่แน่ๆ เลยครับ”

เจิ้งทั่นนั่งฟังอยู่บนเครื่องนอนที่อยู่ปลายเตียงของแม่เจียวหย่วนอย่างเงียบๆ เครื่องนอนพวกนี้พ่อเจียวหย่วนนำมาจากบ้าน สบายกว่าของทางโรงพยาบาล มองแล้วสบายตา ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงโรงพยาบาล นางพยาบาลเพิ่งมาเปลี่ยนยาให้แม่เจียวหย่วนได้ไม่นาน ดังนั้นจึงจะไม่มีคนมารบกวนไปสักพัก

พอฟังคำพูดของชิวเซี่ยงหยางแล้ว เจิ้งทั่นก็นั่งคิด มันก็จริงนะ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับแต่ละตึกแต่กลับมีคีย์การ์ดเข้าตึก แม้แต่คีย์การ์ดของตึกที่พักบุคลากรฝั่งตะวันตกก็ยังมี หลังเกิดเรื่องครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะใช้มาตรการไหนมาป้องกันเหตุในลักษณะนี้อีก ต่อให้เปลี่ยนระบบคีย์การ์ดเข้าตึกใหม่ เขาให้พ่อเจียวหย่วนทำบัตรอันใหม่ให้ก็ได้แล้ว เรื่องนี้เขาไม่กังวล

“อ้อ พี่เจียว ได้ยินมาว่าโจรนั่นยังไม่ทันจะได้เข้าบ้านพี่ก็ถูกแมวข่วนหน้าแล้ว มันยังคิดว่ามีคนอยู่บ้านเลย วิ่งหนีแทบไม่ทัน ขนาดเพื่อนที่พามาด้วยยังทิ้งเลย แต่ดูท่าจะรีบหนีไปหน่อย ตอนเลี้ยวถึงได้สะดุดล้มเข้าไปในสวนดอกไม้ หัวไปกระแทกกับขอบกระถางปูนซีเมนต์จนหัวแตก ซ้ำยังถูกหมาบูลเทอร์เรียของคุณตาเหยียนกัดเนื้อหลุด ครั้งนี้หมาของคุณตาโด่งดังข้ามคืนเลยครับ พี่ไม่เห็นตอน...”

หลังจากพ่อเจียวหย่วนฟังชิวเซี่ยงหยางเล่าเรื่องจบก็หันไปมองเจิ้งทั่นที่กำลังนั่งหรี่ตาอยู่บนเครื่องนอน เจิ้งทั่นทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว บางครั้งก็ไม่เห็นจะต้องโอ้อวดตัวเอง

พวกเขาต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทำให้บรรยากาศดูดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แม่เจียวหย่วนก็ดูไม่ได้ร้อนใจเหมือนตอนที่เพิ่งได้ยินเรื่องเมื่อคืนแล้ว

ชิวเซี่ยงหยางบอกว่าช่วงนี้จะช่วยดูแลเด็กทั้งสองให้ แต่ถูกพ่อเจียวหย่วนปฏิเสธอย่างอ้อมๆ

หลังจากที่ชิวเซี่ยงหยางไปแล้ว แม่เจียวหย่วนก็ถามถึงสาเหตุที่ปฏิเสธไม่ให้ชิวเซี่ยงหยางช่วยดูเด็กๆ

“ผมจะไปหาเว่ยเหลิง แบบนี้ทั้งคุณกับผมจะได้สบายใจ เสี่ยวชิวเอาแต่เล่นเกม ผมกลัวว่าเขาจะสอนเจียวหย่วนเล่นเกมมากกว่า”

เจิ้งทั่นแอบพยักหน้าอยู่ในใจ มีความเป็นไปได้สูง อีกทั้งเจ้านั่นพอเล่นเกมขึ้นมาก็ไม่สนอะไรรอบตัวทั้งนั้น หากหวังจะให้ช่วยดูแลเด็กๆ ไม่สู้พึ่งตัวเองดีกว่า

เมื่อเทียบกันแล้วเว่ยเหลิงดูน่าจะไว้วางใจได้มากกว่า อย่างไรเสียก็แค่ให้เขามาช่วยดูตอนกลางคืน กลางวันจะไปทำอะไรก็เรื่องของเขา แบบนี้เว่ยเหลิงน่าจะพอมีเวลา แต่ตอนนี้เว่ยเหลิงไปช่วยสืบคดี ไม่รู้ว่าสืบไปถึงไหนแล้ว ใช้เวลานานขนาดนี้ยังคลี่คลายไม่ได้อีกเหรอ

ขณะที่เจิ้งทั่นกำลังคิดถึงเรื่องเว่ยเหลิง เสียงประตูของห้องนี้ก็ดังขึ้น

เจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อรีบเอาเจิ้งทั่นใส่กระเป๋าหนังสือ จากนั้นก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง แกล้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สีหน้าดูเคร่งเครียดเกินไป ทำให้แม่เจียวหย่วนหัวเราะพลางส่ายหน้า

คนที่มาคือเสี่ยวจัว เธอได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจึงมาเยี่ยม

พ่อเจียวหย่วนรีบสละเก้าอี้นอนให้เสี่ยวจัวนั่ง เพราะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแมวตัวเองกับเสี่ยวจัว ทำให้ช่วงนี้เวลาที่เขาไปยืมอุปกรณ์ที่คณะฟิสิกส์อาจารย์ฝูมีท่าทีที่เป็นมิตรขึ้น ถึงจะไม่มีรอยยิ้มให้ แต่ก็ไม่ได้ปั้นหน้ายักษ์แบบเมื่อก่อนแล้ว

พอเห็นเสี่ยวจัว เจิ้งทั่นก็ทนไม่ไหวที่จะอยู่ในกระเป๋าอีกต่อไป เขากระโดดออกมาจากกระเป๋าแล้วขึ้นไปนั่งบนที่นอนนุ่มๆ ต่อ มันสบายกว่าเยอะเลย

“โอ๊ะ ชาร์โคล แอบเข้ามาเหรอ”

เสี่ยวจัวไม่ได้ดูตกใจเท่าไรกับการที่เจิ้งทั่นมาอยู่ที่นี่ อีกทั้งยังยิ้มพลางเอามือลูบหัวของเจิ้งทั่นเล่น

พอพูดถึงเรื่องของเจิ้งทั่น ทำให้เสี่ยวจัวกับแม่เจียวหย่วนได้คุยกันมากขึ้น

แม่เจียวหย่วนรู้สึกสบายใจขึ้น ถ้าไม่ได้คุยเรื่องของเจิ้งทั่น เขาก็ไม่รู้จะคุยอะไรเหมือนกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องของเสี่ยวจัวเท่าไร แต่ก็พอจะเดาได้ และก็รู้สึกเสียดายแทนอาจารย์ฝูที่หนึ่งในลูกศิษย์คนเก่งต้องมาเป็นแบบนี้ ทั้งๆ ที่อนาคตคงไปได้ไกล ช่วงนี้คณะฟิสิกส์กำลังมีโปรเจ็คต์ใหญ่ ถ้าเสี่ยวจัวได้เข้าร่วมล่ะก็ ต่อไปต้องไปได้ไกลแน่ๆ แต่กลับมาเกิดเรื่องนี้ขึ้นเสียก่อน อีกทั้งเสี่ยวจัวยังตัดสินใจเก็บเด็กไว้ในช่วงที่ตัวเองต้องทำการทดลองเกี่ยวกับรังสีอีก สุขภาพของเด็กจะเป็นอย่างไรไม่มีอะไรมารับประกันได้ เฮ้อ วัยรุ่นสมัยนี้นี่นะ

เสี่ยวจัวไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่นาน หลังจากพูดคุยสักพักก็คลุมเสื้อนอกแล้วขอตัวลา

“เสี่ยวจัวเด็กคนนี้...น่าเสียดายนะ” เพราะมีเด็กๆ อยู่ด้วย แม่เจียวหย่วนจึงไม่พูดอะไรมาก

“น้าจัวกำลังจะมีน้องเหรอครับ?” เจียวหย่วนถาม

“จ้ะ” แม่เจียวหย่วนไม่อยากพูดอะไรมาก เมื่อครู่คุยไปเยอะรู้สึกเหนื่อย แต่ก็นอนไม่หลับ

พ่อเจียวหย่วนนั่งคิดสักพักจึงพูดกับเจียวหย่วน “พูดถึงเรื่องเด็ก มีอยู่เรื่องหนึ่งที่พวกลูกต้องไม่รู้แน่นอน”

“เรื่องอะไรครับ?”

เจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อมองพ่ออย่างสงสัย เจิ้งทั่นเองก็เช่นกัน แต่เขาเตรียมใจพร้อมแล้วที่จะได้ยิน ‘จะบอกให้นะ’

“จะบอกให้นะ...” พ่อเจียวหย่วนหยิบสมุดเปล่าขึ้นมาหนึ่งเล่ม พูดไปก็วาดบางอย่างลงสมุดไป

เป็นอย่างที่คิดไหมล่ะ เจิ้งทั่นเชิ่ดใบหูขึ้น

ถึงแม้ว่าจะเซ็งเล็กน้อยกับการที่ได้ยิน ‘จะบอกให้นะ’ แต่เขาก็ยังคงรู้สึกสนใจในหัวข้อที่พ่อเจียวหย่วนพูด

อยู่กันมานานหลายปี แม่เจียวหย่วนเดาออกว่าสามีตัวเองจะพูดอะไร จึงยิ้มพลางส่ายหน้า เขาอยากจะรอดูปฏิกิริยาของเด็กๆ

“การเจริญเติบโตของมนุษย์ไม่ใช่แค่ก้าวเดียวก็โตเลยนะ ประกอบไปด้วยหลายช่วง ยกตัวอย่างเช่นเด็กที่ลูกเอ่ยถึงเมื่อกี๊ เบบี๋ตอนที่อยู่ในท้องแม่ก็จะมีขั้นตอนการเจริญเติบโตแบบหนึ่ง อย่างเจียวหย่วนเป็นเด็กผู้ชาย ช่วงแรกที่อยู่ในท้องการเจริญเติบโตก็ไม่ได้ต่างจากเด็กผู้หญิงมาก”

เจิ้งทั่น เจียวหย่วน ถึงกับตกใจ

หากจะบรรยายถึงสีหน้าของเจิ้งทั่นกับเจียวหย่วนในตอนนี้ล่ะก็ ก็คงจะประมาณเห็นคนกำลังกินอุจจาระ

พ่อเจียวหย่วนไม่สนใจปฏิกิริยาตอบสนองของพวกเขา พลางพูดต่อ “ถึงแม้ว่าในช่วงแรกจะคล้ายกับของเด็กผู้หญิง แต่ว่าในช่วงที่กำลังเจริญเติบโตอยู่นั้น มีเส้นทางในการเลือกเพศอยู่ห้าเส้นทาง”

พ่อเจียวหย่วนเขียน ‘y’ ลงบนกระดาษ “โครโมโซมที่เป็นตัวกำหนดเพศจะส่งสัญญาณในเวลาที่เหมาะสม หลังจากที่มันตัดสินใจว่าจะเจริญเติบโตไปทางไหนได้แล้ว ขั้นตอนที่เหลือจะมีเรื่องฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในแต่ละขั้นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องจะส่งสัญญาณการเปลี่ยนเพศออกมา ให้ตัวอ่อนเปลี่ยนเส้นทางจากเพศหญิงไปสู่เพศชาย ขณะที่ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงของด่านทั้งห้า ถ้ามีด่านใดด่านหนึ่งผิดพลาดขึ้นมา ก็มีความเป็นไปได้ที่ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตเป็นเพศหญิง...”

พ่อเจียวหย่วนยังคงอธิบายต่อไป แต่ตอนนี้เด็กทั้งสองและอีกหนึ่งแมวได้เข้าสู่สภาวะงุนงงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เด็กผู้ชายที่ถูกบอกให้ทราบว่าแท้จริงแล้วตัวเองเคยเป็นผู้หญิงมาก่อน จะรู้สึกยังไง?

อึ้งสิ มันไม่ใช่เรื่องจริง...ใช่ไหม?

“ผมเป็นผู้ชาย ไม่จริงหรอกครับ ผมไม่เชื่อ” เจียวหย่วนเถียงขึ้นมาขาดใจ จนเกือบจะถอดกางเกงโชว์น้องชายแล้ว

“ใช่ ลูกเป็นผู้ชาย เรื่องนี้ลูกต้องรู้ดีอยู่แล้ว พ่อแค่อธิบายความจริงเท่านั้นเอง มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องปกติ ใครๆ ต่างก็ต้องผ่านกันมาทั้งนั้น” พ่อเจียวหย่วนพูดอย่างจริงจัง

เจียวหย่วนทำหน้าเหมือนท้องผูก อันที่จริงเจิ้งทั่นก็ไม่ได้ต่าง เพียงแค่สีหน้าของแมวไม่ได้ทำได้มากเหมือนอย่างสีหน้าของคน อีกทั้งยังมีขนสีดำอีก คนอื่นคงสังเกตเห็นได้แค่แมวตัวนี้ดูแปลกไป โดยที่ไม่รู้ว่าในใจของเขานั้นมันเริ่มที่จะมีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว

“เด็กผู้ชายก็คือเด็กผู้ชาย เด็กผู้หญิงก็คือเด็กผู้หญิง แบ่งแยกชัดเจน จะมีเรื่องแบบนี้ได้ยังไงครับ” เจียวหย่วนเถียง เรื่องของการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตมักจะเป็นหัวข้อที่ลึกลับและเหนือความคาดหมายอยู่เสมอ

“หากจะพูดให้ถูก อันที่จริงตอนนี้นักวิจัยหลายคนต่างก็คิดว่า เพศไม่ได้มีแค่ชายกับหญิง แต่อย่างน้อยอาจจะมีถึงห้า คือ เพศชาย เพศคล้ายผู้ชาย สองเพศ เพศคล้ายผู้หญิง แล้วก็เพศหญิง”

“......” เจิ้งทั่นในใจยังคงคุกรุ่นต่อไป

“ดังนั้นบางครั้งในการวินิจฉัยเพศ ในสถานการณ์ที่ไม่ได้มีการผ่าตัด คนที่มีโครโมโซม y ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเพศชาย ถึงแม้ว่าความเป็นไปได้จะน้อยมาก แต่มันก็มีความเป็นไปได้ ลูกจะปฏิเสธไม่ได้ เราต้องเคารพต่อกระบวนการทางวิทยาศาสตร์”

ประโยคหลังของพ่อเจียวหย่วน ทำให้เจิ้งทั่นถึงกับชะงัก

อยู่ดีๆ ก็นึกถึงเรื่องเรื่องหนึ่ง...

devc-af530e87-33711ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 021 ตอนที่ 21