ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 012 ตอนที่ 12
ตอนที่ 12 สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดก็คือติดเห็บ
หลังจากที่สะบัดน้ำออกจากตัวเสร็จ เจิ้งทั่นก็คว้าก้อนหินขึ้นมาหนึ่งก้อนแล้วปาไล่นกแก้วที่ส่งเสียงหนวกหูอยู่ เขาไปหยิบคีย์การ์ดกับกุญแจบ้านที่ซ่อนไว้ จากนั้นก็ลื่นลงมาจากต้นไม้ วิ่งเหยาะๆ ไปยังตึกที่พัก
เจิ้งทั่นกระโดดขึ้นไปสแกนบัตรเปิดประตู แล้ววิ่งตรงขึ้นไปยังบ้านของตัวเอง
เนื่องจากว่าที่นี่เป็นตึกเก่า หลายห้องยังคงมีประตูลูกกรงสำหรับกันขโมยติดอยู่ บ้านของครอบครัวเจียวก็เช่นกัน แต่ว่ากลอนประตูของบ้านนี้เสียแล้ว ประกอบกับระบบรักษาความปลอดภัยของตึกค่อนข้างแน่นหนาและบ้านก็อยู่ชั้น 5 ไม่ค่อยมีคนขึ้นมา ดังนั้นจึงไม่ได้ซ่อมกลอนให้ดี เพียงแค่ประตูไม้ชั้นเดียวก็เพียงพอแล้ว
ประตูลูกกรงถูกเปิดคาไว้ชิดกับกำแพงเพื่อที่จะได้ไม่เกะกะเวลาคนเข้าออก กาลเวลาที่ผ่านไปทำให้มีสนิมเกาะอยู่หลายจุด
เจิ้งทั่นกระโดดขึ้นไปเกาะประตูลูกกรงบริเวณที่ใกล้กับกลอนประตู เขาเกาะแน่น จากนั้นก็ออกแรงถีบกำแพงให้ประตูดีดเข้าไปใกล้ๆ กับประตูไม้ บานพับที่ขึ้นสนิมส่งเสียงเสียดสีจนแสบแก้วหู
เมื่อประตูลูกกรงเข้าไปใกล้ประตูไม้แล้ว ขณะที่เจิ้งทั่นกำลังเตรียมจะไขประตูอยู่นั้น อยู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกจากทางด้านใน
เมื่อคืนอี้ซินมายืมคอมพิวเตอร์ของรองศาสตราจารย์เจียวเขียนรายงานจนถึงเวลาฟ้าใกล้สางเขาถึงนอนหลับไปบนโซฟา จนกระทั่งต้องตื่นเพราะอั้นปัสสาวะไม่ไหวอีกต่อไป ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่กำลังนอนสะลึมสะลืออยู่บนโซฟาก็ได้ยินเสียงก๊อกแก็กที่ประตู จึงเด้งตัวลุกขึ้นมา แล้วรีบวิ่งไปที่ประตูทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ใส่รองเท้า เถ้าแก่เจียวเคยบอกว่า ถ้าแมวเขากลับมาประตูลูกกรงจะส่งเสียงดัง
อี้ซินไม่เข้าใจว่าถ้าแมวกลับมาแล้วจะเกี่ยวอะไรกับเสียงประตูลูกกรง แต่พอเปิดประตูออกดูเขาก็เข้าใจ อีกทั้งยังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ภาพเบื้องหน้าของเขาคือ แมวดำตัวหนึ่งใช้เท้าและกรงเล็บเกี่ยวซี่ประตูลูกกรงไว้ ส่วนปากก็คาบลูกกุญแจ มันค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาหาประตูท่ามกลางเสียงเอี๊ยดอ๊าด
เจิ้งทั่นนึกไม่ถึงว่าในบ้านจะมีคนอยู่ แถมยังเป็นคนที่เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา
เจิ้งทั่นกำลังนึกย้อนว่าคนตรงหน้านี้คือใคร ส่วนอี้ซินยังอยู่ในสภาวะตกตะลึง จังหวะนั้นคือ หนึ่งคนกับหนึ่งแมวกำลังจ้องหน้าใส่กันอย่างอึ้งๆ
สุดท้ายเป็นเจิ้งทั่นที่นึกออกก่อนว่าคนตรงหน้านี้คือใคร เมื่อก่อนตอนที่เจียวหย่วนแอบพาเขาไปที่ห้องทำงานของพ่อ พ่อเจียวหย่วนเคยเล่าถึงอี้ซินให้ฟัง ตอนนั้นอี้ซินกำลังสอนรุ่นน้องทำการทดลอง เขาและเพื่อนนักเรียนปริญญาโทกำลังถือตัวอย่างเดินไปทางห้องทดลองรวม พ่อเจียวหย่วนยืนอยู่ที่ปากประตูชี้ให้เจิ้งทั่นดูว่าคือคนไหน
ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าคนตรงหน้าคือใคร เจิ้งทั่นก็ไม่สนใจอีกต่อไป ถ้าเข้ามาในบ้านได้ก็แสดงว่าได้รับอนุญาตจากพ่อเจียวหย่วนแล้วแน่นอน และก็แสดงว่าเป็นบุคคลที่ไว้ใจได้
เจิ้งทั่นกระโดดลงจากประตูลูกกรงวิ่งไปที่โซฟา
ขนมที่อยู่บนโซฟาถูกอี้ซินเอาไปกองไว้บนเก้าอี้เพื่อที่จะได้นอนสบายๆ
เจิ้งทั่นนับดูขนมที่ถูกย้ายที่ ไม่ลดลง ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย
อี้ซินยังคงยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ถึงแม้ว่าเขาจะเรียกสติกลับมาได้แล้ว แต่ก็ถูกภาพเหตุการณ์ตรงเก้าอี้ทำให้อึ้งไปอีกรอบ เมื่อวานตอนที่โทรหาเถ้าแก่เจียว เถ้าแก่บอกว่าห้ามกินขนมที่อยู่บนโซฟา ถ้าอยากกินให้ไปหยิบในตู้เย็นช่องที่สอง แต่ขนมบนโซฟาห้ามแตะเด็ดขาด
ตอนนั้นอี้ซินไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เมื่อครู่ที่แมวตัวนั้นจ้องขนมที่อยู่บนเก้าอี้พลางพยักหน้า มันคงกำลังนับอยู่แน่ๆ
เจิ้งทั่นไม่สนใจอี้ซินที่กำลังตะลึง ตอนนี้เขาหิวมาก เขากัดเปิดถ้วยพุดดิ้งแล้วลงมือกิน
อี้ซินมองแมวดำที่กำลังกินพุดดิ้งอยู่บนโซฟาพลางเอามือถูหน้า จากนั้นก็เดินไปยังห้องนอน แล้วโทรศัพท์หาเถ้าแก่เจียว
เจิ้งทั่นเชิดหูขึ้นเพื่อฟังเสียงคุยจากในห้องนอน
อี้ซินหยิบโทรศัพท์แล้วกระแอม “แฮ่ม แฮ่ม” สองครั้ง จากนั้นก็กดเปิดลำโพง มีเสียงพ่อเจียวหย่วนดังออกมา “ชาร์โคล ส่งเสียงหน่อย”
เจิ้งทั่นเงยหน้า “ง้าววว~“
“......” อี้ซินได้แต่ตกตะลึง เสียงร้องยังดูแปลกเป็นพิเศษอีกด้วย
“ดูท่าจะอารมณ์ดี” พ่อเจียวหย่วนพูด จากนั้นก็ให้อี้ซินปิดลำโพง เพราะยังมีเรื่องที่ต้องกำชับอี้ซินอีก
อี้ซินถือหูโทรศัพท์พลางพูดด้วยคำสุภาพ แต่สีหน้านั้นดูเหนื่อยหน่าย พอวางสายเขาก็เดินเข้าครัวไปต้มน้ำ แล้วหยิบกะละมังพลาสติคสีขาวออกมาล้าง
ก่อนหน้าที่อี้ซินจะมาเรียนปริญญาโทเคยได้ยินคนพูดว่า ถ้าจะเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาให้เลือกคนที่มีลูกโตแล้วและไม่มีสัตว์เลี้ยง จะได้ไม่ต้องไปช่วยดูแล ตอนนั้นอี้ซินนึกว่าคุยกันเล่นๆ คิดไม่ถึงว่า ตอนนี้จะมาเจอกับตัวเองเข้าจริงๆ ถึงจะไม่ต้องช่วยเลี้ยงลูก แต่เรื่องสัตว์เลี้ยงนั้น...
อี้ซินคอยดูอุณหภูมิของน้ำพลางคิดไปด้วยว่า ต่อไปคงไม่ต้องมาช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงบ่อยๆ หรอกนะ? รอเถ้าแก่เจียวกลับมาเขาจะทำเรื่องขอเพิ่มเงินเดือน!
เจิ้งทั่นเดินเข้าไปในห้องน้ำมองดูกะละมัง เขาเอามือแตะด้านนอกเพื่อดูอุณหภูมิ ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไปกำลังดี สมกับเป็นพวกนักวิจัย เป๊ะเรื่องอุณหภูมิมาก เขาหันไปมองสบู่อาบน้ำและผ้าขนหนูที่ถูกพับไว้บนเก้าอี้เตี้ยที่วางอยู่ข้างๆ พร้อมทั้งมีไดร์เป่าผมวางอยู่ด้วย เมื่อพอใจแล้วจึงกระโดดลงไปในกะละมัง เขาวักน้ำขึ้นแตะบนหัว จากนั้นก็เอาคางเกยขอบกะละมัง พลางหรี่ตานอนแช่น้ำ
อี้ซินที่ยืนมองอยู่ตรงประตูรู้สึกเหมือนในใจมีแกะนับหมื่นตัววิ่งไปวิ่งมาสักร้อยรอบ เมื่อก่อนเขาเคยเห็นญาติที่เลี้ยงแมวเวลาจับแมวอาบน้ำจะโดนข่วนจนเลือดไหลซิบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นแมวนอนแช่น้ำหลับตาพริ้ม
สมกับเป็น...แมวของเถ้าแก่เจียว
เมื่อเจิ้งทั่นรู้สึกว่าน้ำเริ่มเย็นก็ลุกขึ้นมาเช็ดตัว แต่พอหันกลับไปมองก็พบว่าบนผิวน้ำมีแมลงขนาดเท่าเม็ดงาดำลอยอยู่ ขาเขาถึงกับสั่น
กะละมังมีสีขาวทำให้เจ้าแมลงขนาดเล็กนี่ยิ่งเห็นเด่นชัด
อี้ซินที่อยู่ปากประตูกำลังกะเวลา ไม่ต้องใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิเขาก็พอจะรู้ถึงอุณหภูมิของน้ำในตอนนี้ ยังรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมแมวตัวนั้นถึงยังไม่ออกมา จึงโผล่หน้าเข้าไปดูก็เห็นแมวดำตัวนั้นกำลังจ้องกะละมังเขม็ง
เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ? อี้ซินนึกย้อนไปถึงคำพูดของเถ้าแก่เจียว เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดสักหน่อย แต่ก็ยังไม่วางใจ จึงค่อยๆ ย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่แมลงที่ลอยอยู่ในน้ำ ในฐานะที่เขาเป็นมือเอกในการคัดเชื้อแบคทีเรียแล้ว แมลงตัวเล็กๆ ตัวเดียวไม่มีทางรอดพ้นสายตาของเขาไปได้หรอก
เวรกรรม มีเห็บ!
ทำยังไงดีล่ะ?
ฆ่าให้ตาย!
แล้วหลังจากนั้นล่ะ?
ไม่รู้สิ
อี้ซินคิดไปต่างๆ นานา จากนั้นก็วิ่งไปที่ห้องนอนโทรศัพท์หาเถ้าแก่เจียว ผ่านไปห้านาทีเขาก็ไปที่หน้าตู้เก็บสารเคมีสำหรับใช้ในบ้าน ในนั้นมียาฆ่าแมลงสองขวด ขวดหนึ่งคือยาฆ่าแมลงทั่วไป ส่วนอีกขวดไม่มีชื่อ ขวดที่อี้ซินต้องหยิบก็คือขวดที่ไม่มีชื่อ ซึ่งก็น่าจะเป็นหนึ่งในผลพวงจากการทดลองวิจัยเกี่ยวกับยาฆ่าแมลงที่สาขาชีววิทยาร่วมกับสาขาวิศวกรรมเคมีคิดค้นขึ้นมา ตอนนี้มีแค่คนในเท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้
อี้ซินเอามันพ่นในห้องตามที่เถ้าแก่เจียวบอก ส่วนเจิ้งทั่นพอเปลี่ยนน้ำให้ก็ลงไปแช่ใหม่อีกรอบ
สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดก็คือติดเห็บ สนามหญ้าบริเวณรอบๆ ที่พักถึงจะมีพวกเห็บอยู่บ้าง แต่เจิ้งทั่นก็ไม่เคยติดมาทั้งๆ ที่ก็ไปเล่นแถวนั้นบ่อยๆ นึกไม่ถึงว่าการเดินทางไกลครั้งนี้จะทำให้เขาติดเห็บกลับมา จะต้องเป็นแถวๆ หญ้าสูงๆ แถบชานเมืองแถวนั้นแน่นอน
ทุกครั้งที่เจิ้งทั่นเห็นเห็บลอยอยู่ในน้ำเขาก็จะใช้กรงเล็บลงมือฆ่าทันที ต่อให้เป็นตัวที่เหมือนจะจมน้ำตายไปแล้วเขาก็ไม่เว้น เจิ้งทั่นแช่น้ำครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่สองชั่วโมงจึงออกมากลิ้งไปกลิ้งมาบนผ้าเช็ดตัว
อี้ซินเอาไดร์เป่าผมมาช่วยเป่าขน “ชาร์โคล เถ้าแก่เจียวบอกว่า ยาฆ่าแมลงขวดนั้นใกล้หมดแล้ว ให้นาย...ไปหาเอาเอง แล้วก็ไปขอยามาทาด้วย”
อี้ซินไม่รู้ว่าทำไมเถ้าแก่เจียวถึงได้ให้พูดแบบนี้ แล้วให้เขาตามแมวไปด้วยแค่นั้นพอ
อี้ซินร้องไห้ให้ตัวเองในใจเบาๆ การรับใช้สัตว์เลี้ยงนี้น่าเหนื่อยใจกว่าเขียนรายงานอีก
เมื่อขนเริ่มแห้งแล้ว เจิ้งทั่นก็สะบัดขน แล้วเดินไปที่ประตู จากนั้นก็หันกลับมามองอี้ซิน
อี้ซินนึกถึงคำพูดของเถ้าแก่เจียว จึงรีบวางไดร์เป่าผมในมือลงแล้วเดินตามออกไป หยิบกุญแจ จากนั้นก็เปิดประตู
เจิ้งทั่นเดินนำอยู่ข้างหน้า อี้ซินเดินตามอยู่ข้างหลัง
ในใจของอี้ซินเต็มไปด้วยความสงสัย แต่กับแมวหนึ่งตัว ถึงถามออกไปก็เสียเวลาเปล่า แย่พอๆ กับการเก็บคำถามไว้ในใจ
เจิ้งทั่นเดินลงไปสองชั้น แล้วไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องของบ้านหนึ่งในชั้นสาม
“ที่นี่เหรอ? เดี๋ยวลองถามดูนะ...”
ขณะที่อี้ซินยังไม่ทันจะพูดจบ เจิ้งทั่นก็กระโดดตบไปที่ประตูลูกกรงด้วยแรงดั่งนักกีฬาวอลเล่ย์บอลที่ตบลูกพิฆาตแต้ม
ปัง!
ผมของอี้ซินเกือบจะตั้งขึ้นมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคนที่อาศัยอยู่บ้านนี้คือใคร แต่ก็รู้ดีว่าส่วนใหญ่คนที่อยู่ที่นี่คือบรรดาบุคลากรอาวุโส เขาจะล่วงเกินไม่ได้ ในสมองของอี้ซินมีรายชื่อผุดขึ้นมามากมาย ตอนนี้เขาหวังแค่ว่าบุคคลที่อยู่ในนั้นจะไม่ใช่คนที่มีอยู่ในบัญชีรายชื่อ
เจิ้งทั่นไม่สนใจว่าตอนนี้อี้ซินกำลังคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่ เขาเคาะติดกันสองครั้ง และดังขึ้นเรื่อยๆ
พอเคาะครั้งที่สามจบ ก็มีเสียงขานรับจากด้านใน
“มาแล้วๆ เคาะตั้งสามครั้ง คิดว่าฉันหูตึงหรือไง”
ฟังดูจากเสียงคนข้างในมีอายุแล้ว และเสียงนี้ก็คุ้นๆ อี้ซินเริ่มเครียด
ประตูด้านในถูกเปิดออก ตามมาด้วยประตูลูกกรง แล้วใบหน้าของคนชราก็ปรากฏขึ้น
พอเห็นคนคนนี้ อี้ซินก็เย็นวาบไปทั้งตัว
“สะ สะ สะ...ศาสตราจารย์หลัน!”
พอเห็นใบหน้าเคร่งขรึมของผู้อาวุโส อี้ซินก็เกิดความรู้สึกอยากจะหันหลังวิ่งกลับ
แต่น่าเสียดายที่เจิ้งทั่นไม่สนใจ เขายกเท้าก้าวเดินไปข้างใน เขาไม่กลัวตาแก่นี่หรอก เพราะตานี่ติดหนี้บุญคุณเขาอยู่
ภายในบ้านถูกตกแต่งอย่างเรียบๆ บนพื้นยังมีรอยน้ำอยู่
ถึงแม้ว่าเจิ้งทั่นจะเพิ่งอาบน้ำมา เป่าขนแห้งแล้ว แต่ขนที่เท้ายังแห้งไม่หมด อีกทั้งลงบันไดมาก็มีขี้ฝุ่นติดมาด้วย ตอนนี้ที่พื้นจึงมีรอยเท้าของเขาประทับอยู่
“เจ้าตัวแสบ! ฉันเพิ่งถูพื้นนะ!” ศาสตราจารย์หลันดุ
เจิ้งทั่นเชิดหูขึ้น เขาไม่สนใจ ยังคงเดินเข้าไปต่อ
ศาสตราจารย์หลันจ้องแผ่นหลังของคนที่ค่อยๆ เดินตามเข้าไป จากนั้นก็มองรอยเท้าแมวที่พื้น “เดี๋ยวนายเช็ดพื้นด้วยนะ!”
“......” อี้ซินถึงกับพูดไม่ออก
ดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่สุด โดยเฉพาะแมว!