แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 2 โรคย้ำคิดย้ำทำของเสี่ยวเชี่ยน ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 โรคย้ำคิดย้ำทำของเสี่ยวเชี่ยน
นับตั้งแต่ลูกสาวตายในอ้อมกอด เสี่ยวเชี่ยนก็เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำในเรื่องการล้างมืออย่างหนัก
โรคย้ำคิดย้ำทำเป็นความวิตกกังวลเกินเหตุจนเป็นอุปสรรค แไม้่ว่าจะเกิดความรู้สึกจิตใต้สำนึกจะต่อต้านมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจควบคุมได้ จึงต้องทำในเรื่องที่ไม่อยากทำ
ไม่ว่าจะล้างมือสักกี่ครั้งก็ยังคงรู้สึกว่าเลือดของลูกสาวยังติดมืออยู่ ยามที่มีคนทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนหรือมาทำร้ายเด็กต่อหน้า โรคย้ำคิดย้ำทำก็จะกำเริบ บีบบังคับให้เธอต้องไปล้างมือครั้งแล้วครั้งเล่า
ถ้าไม่ล้างมือก็จะเหมือนกับตอนนี้ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง รู้สึกเหมือนถูกดูดวิญญาณออกจากร่าง
จิตแพทย์หลายคนก็เป็นผู้ป่วยในเวลาเดียวกัน พอได้สัมผัสกับผู้ป่วยมากๆ ตัวเองก็เป็นโรคทางจิตเวชได้ง่ายเช่นกัน จะรักษาให้ตัวเองก็ยาก
เบื้องหน้าเฉินเสี่ยวเชี่ยนห่างออกไปประมาณ 5 เมตร มีชายวัยกลางคนๆ หนึ่งกำลังถือด้ามไม้กวาดตีเด็กผู้หญิงอายุสิบกว่าอย่างแรง
“ใครสั่งใครสอนให้เป็นขโมย!”
เหตุการณ์นี้ได้กระตุ้นประสาทของเสี่ยวเชี่ยนอย่างรุนแรง ตอนนี้เซลล์ในร่างกายกำลังตื่นตัวอย่างบ้าคลั่ง เธออยากล้างมือมาก......
ใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นได้ซ้อนทับกับใบหน้าของเสี่ยวเหวยลูกสาวที่อยู่ในความทรงจำ ตอนที่ลูกเธอตายก็อายุประมาณเท่านี้
เวลานี้เจี่ยซิ่วฟางได้ตามมาทันจนคว้าแขนของเสี่ยวเชี่ยนไว้
“ยังจะกล้าหนีอีกนะ!”
“ปล่อยหนู!” เสี่ยวเชี่ยนผลักแม่ แล้วรีบเดินไปยังผู้ชายที่กำลังตีเด็ก
เจี่ยซิ่วฟางตกใจที่ลูกสาวตะโกนใส่ เธอรู้สึกว่าอยู่ๆ ลูกสาวก็เหมือนกลายเป็นคนละคน สายตาที่มองมาเมื่อครู่ น่ากลัวมาก!
“พ่อบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้ขโมยของ ยังจะกล้าขโมยอีก พ่อจะตีแก!”
“หยุดนะ!” เสี่ยวเชี่ยนจับไม้กวาดที่อยู่ในมือผู้ชายคนนั้น มองไปที่เนื้อตัวของเด็กผู้หญิงที่มีแต่รอยแผลจากการถูกตี เธอรู้สึกว่าอาการที่อยากล้างมือกำเริบหนักขึ้นกว่าเดิม
เธอกัดฟันจนแน่น เพื่อให้ความเจ็บช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง
หลายคนคิดว่าหากเป็นโรคทางจิตเวช ขอแค่มีความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ก็สามารถเอาชนะโรคได้ แต่กลับไม่รู้เลยว่า จุดที่น่ากลัวที่สุดของโรคทางจิตเวชอยู่ที่การไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้ คนที่ไม่เคยเป็น ไม่มีทางเข้าใจถึงความสิ้นหวังว่ามันเป็นอย่างไร
“เด็กคนนี้มันกล้าขโมยของ เธอน้องอย่ามายุ่ง ฉันพี่จะสั่งสอนลูก!” ผู้ชายคนนั้นพอเห็นหน้าเสี่ยวเชี่ยนก็อึ้งไปกับสีหน้าของเธอ สักพักก็ได้สติ
ปกติเสี่ยวเชี่ยนไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน เธอเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาตัวท็อปของวงการ ลูกค้าล้วนแต่เป็นคนไฮโซมีเงินมีหน้าที่การงานดี ค่าบริการคิดเป็นชั่วโมง ซึ่งก็เป็นตัวเลขห้าหลัก ราคาขนาดนี้ก็ยังคงจองคิวยาก
เธอยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่เย็นชามาก คนที่ไม่มีเงินมาหาเธอ ต่อให้ตายตรงหน้าเธอก็ไม่กระพริบตาสักนิด ใจแข็งเหมือนหิน
แต่หลังจากที่เสี่ยวเหวยลูกสาวของเธอตายไป เสี่ยวเชี่ยนก็เปลี่ยนไป แค่เห็นคนทำร้ายเด็ก เธอก็จะยื่นมือเข้าไปยุ่งโดยที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ นี่ก็เป็นการแสดงออกของอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำอย่างหนึ่ง
เสี่ยวเชี่ยนมองดูเด็กผู้หญิงที่มาหลบอยู่ข้างหลังด้วยอาการเนื้อตัวสั่นเทา บนแขนมีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด แววตามีแต่ความหวาดกลัว สายตาแบบนั้นยิ่งทำให้เสี่ยวเชี่ยนนึกถึงเสี่ยวเหวย ยิ่งอยากล้างมือมากขึ้นไปอีก
“คุณพี่เป็นพ่อเด็กน้องคนนี้เหรอ?” เสี่ยวเชี่ยนถาม
“ใช่! เด็กคนนี้ในหนึ่งสัปดาห์ขโมยของไปสามครั้งแล้ว ครั้งนี้ถึงกับขโมยเบียร์ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ต้องตีให้มือหัก ไม่งั้นไม่รู้จักจำ!”
ผู้ชายคนนี้เป็นคนดูแลในออฟฟิศของตลาด ไม่เกรงกลัวใคร ลูกสาวทำเรื่องแบบนี้จึงรู้สึกขายหน้ามาก
เสี่ยวเชี่ยนมองเด็กผู้หญิงคนนั้น แล้วมองผู้ชาย จากนั้นจึงพูดอย่างเยือกเย็น
“ต่อให้ตีหมื่นครั้งก็แก้ไม่หายหรอก เว้นเสียแต่น้องเขาจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง”
ถ้าเธอวิเคราะห์ไม่ผิด เด็กคนนี้เป็นโรคชอบหยิบฉวย[footnoteRef:1]* [1: โรคชอบหยิบฉวย หรือ โรคชอบขโมย เป็นโรคทางจิตเวชแบบหนึ่ง ที่ไม่สามารถยับยั้งใจต่อแรงกระตุ้นที่จะลักขโมยได้]
ขโมยของที่ไม่เป็นประโยชน์กับตัวเอง เห็นชัดๆว่าเอาไปก็ใช้ไม่ได้ แต่ก็เพื่อเติมเต็มความต้องการภายในใจ นี่เป็นโรคทางจิตเวชที่พบเจอได้บ่อย
แต่พ่อของเด็กคนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ยอมรับในคำพูดของเสี่ยวเชี่ยน เอาไม้กวาดชี้หน้าเธอด้วยความโมโห
“หลบไป!”
เจี่ยซิ่วฟางเดินเข้ามาลากเสี่ยวเชี่ยนไปด้านหลัง แล้วชี้หน้าด่าผู้ชายคนนั้น
“ถ้ากล้าแตะต้องลูกสาวฉันแม้แต่เส้นขน ได้เห็นดีแน่!”
ตัวเองตีลูกเป็นหมื่นครั้งได้ แต่คนอื่นห้ามแตะแม้แต่ปลายผม นี่ก็คือความรักของพ่อแม่ที่ปกป้องลูกตัวเอง
เจี่ยซิ่วฟางยกกะละมังขึ้นมา ชายคนนั้นก็ยกด้ามไม้กวาดขึ้นมา เหมือนศัตรูที่เจอกันในสนามรบ กลิ่นดินปืนลอยคละคลุ้ง ดูๆ แล้วก็น่าตลก
เสี่ยวเชี่ยนคว้ามือของเด็กผู้หญิงคนนั้น “ถึงแม้พี่พี่จะไม่รู้ว่าปมในใจของหนูน้องคืออะไร แต่ตอนนี้หนูน้องควบคุมความอยากขโมยของไม่ได้แล้ว พี่พูดถูกไหม?”
เด็กกำลังตกใจ สั่นหัวไม่หยุด อายุแค่11-12 สิบเอ็ดสอบสอง แต่สีหน้าดูจนตรอกใบหน้าเล็กดูจนตรอก
เสี่ยวเชี่ยนมองเด็กคนนี้ก็เหมือนเห็นลูกสาวตัวเอง ชาติก่อนหน้าที่การงานเธอประสบความสำเร็จ แต่ลูกสาวกลับถูกอดีตสามีลักพาตัว ตอนที่เธอไปถึงลูกก็กระโดดตึกไปแล้ว
เสี่ยวเหวยรักแม่ เป็นห่วงแม่ แม่ก็รักทะนุถนอมเสี่ยวเหวยเช่นกัน เสี่ยวเชี่ยนที่รักลูกสาวมาก ถึงแม้ได้ล้างแค้นผู้ชายเลวๆ ที่รังแกลูกสาวเธอไปแล้ว แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า
“ถ้าวันหนึ่งหนูน้องอยากรักษาอาการชอบขโมยของแบบนี้ก็ไปหาพี่ที่ร้านซักผ้าของหมู่บ้านเขาเจดีย์ขาวได้” เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกเสียดแทงใจ
ปีศาจสาวเลือดเย็นอย่างเธอ จะมีแค่กับเด็กที่เธอหักห้ามตัวเองไม่ได้ ต่อให้มีสติดี ไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่ร่างกายกลับไม่ฟัง นี่ก็เป็นความน่ากลัวของโรคย้ำคิดย้ำทำเช่นกัน
การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะจิตใจอันเมตตาของหมอ แต่เป็นเพราะโรคย้ำคิดย้ำทำสั่งการ
นับตั้งแต่ลูกสาวตาย เธอก็ได้สูญเสียความสามารถที่จะรักโลกใบนี้ไปแล้ว
“ทั้งสองคนเลิกทะเลาะกันได้แล้ว” เสี่ยวเชี่ยนไปลากแม่ออกมา
เจี่ยซิ่วฟางไม่เคยได้รับการศึกษา วาจาหยาบคายพอได้ด่าก็รัวยาว ทั้งปกป้องลูกทั้งคำพูดที่ด่าแบบไร้เหตุผล ผู้ชายตรงหน้าถูกด่าจนน้ำลายเต็มหน้า เอามือเช็ดหน้าอย่างจนปัญญา
“ปากจัด...”
“ไหนพูดอีกทีซิ!”
“แม่ หยุดพูดก่อน ขอหนูพูดหน่อย ที่ลูกสาวคุณพี่กลายเป็นแบบนี้ คนเป็นพ่ออย่างคุณพี่ก็มีส่วน เด็กคนนี้ต้องมีอะไรไปกระทบจิตใจแน่ๆ ถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ยิ่งคุณพี่ไปตีอาการก็จะยิ่งรุนแรง ถ้ามีโอกาสพี่พาลูกไปพบจิตแพทย์ก็ดีนะ”
“แกน้องหาว่าลูกฉันพี่เป็นบ้าเหรอ?!” คนเป็นพ่อโมโหอย่างรุนแรง
สำหรับยุคสมัยนี้จิตแพทย์คือคนที่รักษาคนบ้า นับเป็นการดูถูก!
พอผู้ชายคนนั้นโมโห แม่เสี่ยวเชี่ยนก็เอาเรื่อง
ขุดเอาพลังมนุษย์ป้าวัยทองที่พร้อมชนทุกสถานการณ์กระหน่ำตีผู้ชายคนนั้นไม่หยุด อาศัยที่ตัวอ้วนกลมแรงเยอะฟาดกะละมังลงไปไม่ยั้ง จนผู้ถูกกระทำได้แต่หลบอย่างจนตรอกงทุลักทุเล
เสี่ยวเชี่ยนยืนอยู่นอกวงมองเด็กผู้หญิงที่ขโมยของวิ่งหนีไป สายตาค่อยๆ กลับมาเย็นชาอีกครั้ง
พอไม่เห็นเด็ก ไม่มีปัจจัยที่กระตุ้นโรคย้ำคิดย้ำทำ เธอที่เป็นคนเย็นชาก็กลับสู่สภาวะปกติ
ชาติก่อนเธอไม่เคยทำตัวแย่กับโลกใบนี้ ใช้หัวใจอันอ่อนโยนรับเอาแต่สิ่งดีๆ แต่โลกเคยอ่อนโยนกับเธอบ้างไหม?
ต้องเจอกับผู้ชายเลวๆ ที่ชอบเพศเดียวกันมาหลอกแต่งงาน แต่งแล้วก็ปฏิบัติอย่างโหดร้ายทารุณ หลังหย่ากว่าเธอจะพยายามด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้นไม่ง่าย แต่กลับต้องชดใช้ด้วยชีวิตของลูกสาว
แม่ตีกับผู้ชาย เสี่ยวเชี่ยนไม่ได้มีท่าทีจะเข้าไปช่วย เธอเป็นผู้ชมที่มองโลกนี้ด้วยความเย็นชา
มีแค่ร่างกายที่อายุสิบแปด 18 จิตวิญญาณเป็นผู้หญิงเย็นชาวัยสามสิบแปด38 นอกจากลูกสาวแล้ว เธอรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่ทำให้เธอเกิดความรู้สึกหวั่นไหวได้
แต่พอผู้ชายคนนั้นรำคาญที่ถูกแม่ของเธอเอาแต่ทุบตี เริ่มเอาคืนด้วยด้ามไม้กวาดจนไปตีโดนหัวแม่ ร่างกายของเสี่ยวเชี่ยนก็เกิดปฏิกิริยาที่เหนือการควบคุมขึ้นอีกครั้ง
*โรคชอบหยิบฉวย หรือ โรคชอบขโมย เป็นโรคทางจิตเวชแบบหนึ่ง ที่ไม่สามารถยับยั้งใจต่อแรงกระตุ้นที่จะลักขโมยได้