แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 3 นักแม่นปืนที่ลอบมองสาวงาม ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 นักแม่นปืนที่ลอบมองสาวงาม
เสี่ยวเชี่ยนจับด้ามไม้กวาดของฝ่ายตรงข้าม แย่งเอากะละมังพลาสติกจากมือของแม่ จากนั้นก็ออกแรงตีไปที่หัวของฝ่ายตรงข้าม แล้วผลักอีกฝ่ายออก
“ถ้ากล้าตีเขาอีกก็ลองดู!”
ผู้ชายคนนั้นช็อคกับการใช้ความรุนแรงของเสี่ยวเชี่ยน สาวน้อยคนนี้ดูท่าทางสุภาพเรียบร้อย แต่เวลาพูดขึ้นมาพลังอำนาจเต็มเปี่ยม
เจี่ยซิ่วฟางในเวลานี้ก็ช็อคกับการกระทำของลูกสาวเช่นกัน
ลูกสาวเป็นคนเรียนหนังสือเก่งมาก ปกติชอบช่วยทำงานในบ้าน ไม่ค่อยพูดจา เป็นคนพูดจาช้าๆเสียงเบาๆ มาแต่ไหนแต่ไร ใครๆ ต่างก็คิดว่าเป็นเด็กที่เก็บเนื้อเก็บตัว
แต่พอเห็นแม่เจอกับอันตราย เด็กที่เรียบร้อยคนนี้กลับลงไม้ลงมือกับผู้ชายวัยฉกรรจ์อย่างไม่เกรงกลัว!
เจี่ยซิ่วฟางในฐานะที่เป็นแม่ ตอนนี้กำลังอยู่ในอารมณ์สับสน
เธอยืนอยู่หลังเสี่ยวเชี่ยนพลางรู้สึกว่าภายในร่างกายที่บอบบางของลูกสาวคล้ายกับว่าได้มีการระเบิดพลังงานอย่างหนึ่งแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนออกมา พอนึกว่าอีกไม่นานเด็กคนนี้จะต้องออกเรือนแล้ว ความอัดอั้นตันใจที่เก็บไว้มานานก็ระเบิดออกมา
เจี่ยซิ่วฟางล้มลงไปนั่งกับพื้น แล้วตบขาร้องไห้ฟูมฟายเสียงดัง
เสี่ยวเชี่ยนกำลังใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองข่มขวัญผู้ชายที่กล้าตีแม่ของเธอ เหงื่อออกท่วมตัว มีอำนาจอยู่เหนือคนอื่นมาทั้งชีวิต ความเผด็จการในตัวมีอยู่สูง ผู้ชายคนนั้นรู้สึกกลัวมากที่ถูกเสี่ยวเชี่ยนจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย
เขารู้สึกว่าเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้ ร่างกายมีบุคลิกที่น่ากลัวกว่าชายวัยฉกรรจ์เสียอีก แล้วยิ่งได้ยินเสียงเจี่ยซิ่วฟางร้องไห้ไปด้วย ยิ่งรู้สึกน่ากลัว
“ถือว่าฉันยอมให้แล้วกัน ซวยจริงมาเจอแม่ลูกประสาทเสีย...” เขาก็แค่สั่งสอนลูกตัวเอง ไหงมาพัวพันกับสองแม่ลูกนี่ได้?
พูดจบก็หันตัวจะเดินออก เสี่ยวเชี่ยนเข้าไปคว้าแขนไว้ แล้วพูดจาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ขอโทษก่อน”
“พวกเธอเข้ามายุ่งก่อนชัดๆ...”
“ขอ-โทษ!” เสี่ยวเชี่ยนพูดซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เน้นย้ำ
อีกฝ่ายไม่มีทางเลือก ทำได้แค่ขอโทษเจี่ยซิ่วฟางที่นั่งร้องไห้อยู่
“ป้า ผมขอโทษนะ เมื่อกี้ผมก็แค่สั่งสอนลูก ไม่ได้ตั้งใจจะตีป้าเลย...” ฮือๆ มันน่าน้อยใจไหม ยัยป้าเสียสตินั่งร้องไห้ทั้งๆ ที่จิกข่วนคนอื่นจนเลือดออกซิบๆ แล้วเขาจะไปอธิบายกับใครได้?
ลูกสาวของเขารู้จักแต่เรื่องขโมยของ ลูกสาวของป้าเสียสติเก่งขนาดนี้ มันต่างกันลิบลับ
“ชีวิตฉัน ทำไมมันขมขื่นแบบนี้ ลูกสาวฉันเพิ่งอายุเท่าไรกัน อยู่ๆ ก็ต้องมาแต่งงาน!” เจี่ยซิ่วฟางไม่ได้ร้องไห้เพราะถูกตีเลยสักนิด
เธอเห็นเสี่ยวเชี่ยนเป็นคนฉลาด รู้จักปกป้องแม่ พอนึกว่าลูกสาวฉลาดขนาดนี้จะต้องออกเรือนแล้วก็รู้สึกปวดใจและวิธีการระบายความรู้สึกของผู้หญิงวัยทองก็มักจะเรียบง่ายตรงไปตรงมาแบบนี้
เสี่ยวเชี่ยนกลอกตา ถึงแม้จะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่เหตุการณ์นี้กับชาติที่แล้วก็ยังคงน่าตกใจอยู่
ผู้ชายคนนั้นเห็นเจี่ยซิ่วฟางร้องไห้ก็ทำอะไรไม่ถูก รีบยกมือขึ้นมาประนม
“คุณไปเถอะ แม่เขาอยู่ในช่วงวัยทองน่ะ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ไม่ต้องไปสนใจหรอก”
คำพูดของเสี่ยวเชี่ยนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก รีบออกไปทันที
เจี่ยซิ่วฟางพอได้ยินลูกสาวพูดถึงตัวเองแบบนี้ก็ทั้งโกรธทั้งเสียใจ หยิบกะละมังขึ้นมาฟาดลูกสาว “เด็กใจดำ!”
เจ้าของร้านขายกะละมังยืนมองอยู่ด้านข้างนานมากแล้ว ตกใจกับความสามารถในการต่อสู้ของคู่แม่ลูกนี้มาก พอเห็นเหตุการณ์ยุติก็ค่อยๆ เอ่ยปากพูด
“เอ่อ คือว่า กะละมัง สามใบสิบหยวนจ้ะ”
เสี่ยวเชี่ยนหยิบเงินจากกระเป๋ากางเกงของแม่ที่กำลังร้องไห้ออกมาสิบหยวนส่งให้เจ้าของร้าน เจี่ยซิ่วฟางพยุงตัวลุกขึ้นยืน ไม่ได้สนใจเรื่องเช็ดน้ำตา
“ฉันเพิ่งหยิบมาใบเดียวเอง ยังขาดอีกสอง ฉันจะตามกลับไปเลือกต่อ ลูกโง่ กลับไปเจอดีแน่!”
เสี่ยวเชี่ยนยืนอยู่ที่เดิมมองแม่ที่เปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็วแล้วก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
นิสัยไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่นิดเดียวของแม่เป็นตั้งแต่ชาติที่แล้วยาวจนมาถึงชาตินี้
สายตาเหลือบไปเห็นถังน้ำที่อยู่ข้างแผงขายผัก เสี่ยวเชี่ยนจึงเดินเข้าไปถามอย่างสุภาพ
“ขอน้ำล้างมือหน่อยได้ไหมคะ”
เมื่อน้ำไหลผ่านปลายนิ้ว ใจที่ร้อนรุ่มก็สงบลง เธอเอามือถูกันล้างน้ำหลายรอบ พอนึกถึงการกระทำของตัวเองเมื่อครู่แล้วก็รู้สึกปวดหัวนิดๆ
ไปช่วยเด็กเพราะโรคย้ำคิดย้ำทำกำเริบ นี่กลายเป็นเรื่องปกติของเธอไปแล้ว ปีศาจสาวที่แสนเย็นชาจะมีอะไรแปลกๆ หน่อย แต่ตอนหลังทำไมเธอถึงเข้าไปช่วยแม่ได้นะ
เธอเป็นพวกเลือดเย็นไม่ใช่เหรอ เคยพูดกับตัวเองไว้ไม่ใช่เหรอว่าจะไม่สนใจพ่อแม่ที่เอาแต่รักลูกชายมากกว่าอีกแล้ว?
แต่ทำไมพอเกิดเรื่องกลับแสดงปฏิกิริยาแบบนั้นออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว?
เสี่ยวเชี่ยนผายมือออก ปล่อยให้แสงแดดส่องมากระทบหยดน้ำบนมือ เธอพูดพึมพำกับตัวเอง
“ความรักเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่สุดบนโลกใบนี้ ความรักที่มากเกินไปมีแต่จะทำให้ตัวเองกลัดกลุ้ม คนที่ไม่รู้จักจัดการกับปัญหาอย่างมีสติก็จะใช้กำลัง เมื่อกี๊ฉันไม่ควรจะลงมือเลย ดูท่าฉันจะยังเด็กไป”
เธอคิดว่าความผิดปกติของตัวเองนั้นเป็นเพราะยังเด็กเกินไป ใช้เสียงแค่ตัวเองเท่านั้นที่ได้ยินพูดกับตัวเอง
ไม่มีใครได้ยิน แต่ห่างออกไปไกลๆ มีคนเห็น
ที่ชั้นหกของตึกพักอาศัยที่อยู่ข้างตลาดสดมีทหารสวมชุดลายพรางคนหนึ่งกำลังใช้กล้องสไนเปอร์แอบสังเกตเสี่ยวเชี่ยนอยู่
หน่วยรบพิเศษที่อยู่แถวนี้กำลังฝึก อวี๋หมิงหลางที่เป็นหัวหน้าหน่วยได้รับคำสั่งให้ดักซุ่มสังเกตการณ์ แต่ขณะที่กำลังสังเกตพื้นที่ด้วยกล้องสไนเปอร์อยู่นั้น เขาก็เห็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจเข้า
สาวน้อยแสนสวยคนหนึ่งทะเลาะกับแม่ แล้วก็ได้ช่วยเด็กที่กำลังถูกพ่อตี
ผู้หญิงคนนี้สวยเหลือเกิน หน้าตาจิ้มลิ้ม ใส่แว่นกรอบเงิน ดูเป็นเด็กสาวที่เรียบร้อยมาก ทำไมอวี๋หมิงหลางถึงแอบดูคนอื่นเขาแบบนี้น่ะเหรอ
เพราะเด็กสาวคนนี้มีไฝแดงอยู่ที่หว่างคิ้วเม็ดหนึ่งเหมือนกับจิวจี้เยียกในเรื่องดาบมังกรหยก แต่เธอสวยกว่าจิวจี้เยียกเสียอีก
อวี๋หมิงหลางมีความลับอยู่อย่างหนึ่ง เขาดูเรื่องดาบมังกรหยก ไม่ชอบเสี่ยวเจียวที่แสนอ่อนโยน ไม่ชอบเตี๋ยเมี่ยงที่แสนฉลาด แต่กลับชอบจิวจี้เยียกที่ร้ายกาจ แน่นอนว่าความลับนี้เขาไม่ได้เอาไปบอกให้ใครฟัง
ดังนั้นพอเห็นสาวน้อยที่มีไฝคนงามแบบจิวจี้เยียก นักแม่นปืนผู้เคร่งขรึมอย่างเขาจึงแอบใช้กล้องสไนเปอร์ส่องดูสาวอย่างเงียบๆ
พอเห็นสาวน้อยลงไม้ลงมือกับชายหนุ่มวัยกลางคนเพื่อปกป้องแม่ อวี๋หมิงหลางเกือบคิดว่าตัวเองตาฝาด เอาหน้าออกจากกล้องแล้วมองไปที่นั่น ถึงจะเห็นหน้าไม่ชัด แต่ก็แน่ใจว่าฝาแฝดจิวจี้เยียกคนนี้ลงไม้ลงมือจริงๆ
“หัวหน้า เกิดเรื่องเหรอ” ผู้กองถาม
“ดวงตาซ่อนความสวย มือเท้าเปี่ยมด้วยพลัง ท่าทางดึงดูดอย่าบอกใคร เยี่ยม เยี่ยมมาก” อวี๋หมิงหลางบ่นพึมพำ
“หา” ผู้กองงง ได้โปรดเถอะ ตั้งใจหน่อยได้ไหมเนี่ย ทั้งหน่วยรอคำสั่งอยู่นะ!
จะว่าไปถึงแม้ปกติหัวหน้าหน่วยจะไม่ค่อยพูด แต่บางครั้งพูดออกมาสองสามประโยค คนปกติทั่วไปก็ฟังไม่เข้าใจจริงๆ นะ สมกับเป็นนายทหารที่การศึกษาสูงที่สุดของทั้งหน่วยจริงๆ
อวี๋หมิงหลางเห็นเสี่ยวเชี่ยนล้างมือ จึงมองผ่านกล้องสังเกตริมฝีปากของเธอ อวี๋หมิงหลางเป็นนายทหารหน่วยรบพิเศษที่เอาแต่เรียนมาตลอด การสังเกตคำพูดจากรูปปากก็เคยเรียนมา ดังนั้นการที่เสี่ยวเชี่ยนคิดว่าไม่มีคนสังเกตเห็นสิ่งที่ตัวเองพูดนั้น อวี๋หมิงหลางกลับเห็นทุกอย่าง