แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 38 จิตใจชินชา เพราะใคร ตอนที่ 38
ตอนที่ 38 จิตใจชินชา เพราะใคร
“หย่า! ผู้ชายที่ไม่ดูแลครอบครัวไม่ช่วยหาเงิน ขี้งกไม่รู้จักเป็นห่วงคนอื่น มีชู้ไปทั่ว ชอบตีแม่ แม่ยังอยากได้ไว้ทำไมอีก?”
เสี่ยวเชี่ยนเห็นแม่คิดอยู่นานก็ยังคิดไม่ได้จึงช่วยสรุปให้
“พูดจาเพ้อเจ้ออะไรกัน!” เจี่ยซิ่วฟางตกใจ เธออายุขนาดนี้ ลูกโตขนาดนี้ ยังจะหย่าได้ยังไง?
“แม่รั้งพ่อไว้จะมีประโยชน์อะไร? พ่อหาเงินมาให้แม่หรือเปล่า? ร้านซักรีดผ้านี่ใครเป็นคนประคับประคองเอาไว้พยุงมา? ก็แม่ทั้งนั้น! พ่อเคยให้ความมั่นคงในชีวิตแม่บ้างไหม? เรื่องพ่อกับฉวีเสวี่ยแม่ไม่รู้เลยจริงๆ เหรอ? พ่อดีกับผู้หญิงคนนั้น ทำตัวแย่กับแม่ คนที่เสียสละมีแต่แม่ แต่คนที่ได้เสวยสุขไปเต็มๆ คือฉวีเสวี่ย แม่ทำใจได้เหรอ?”
“ลูกคนนี้ ทำไมแกพูดแบบนั้น บ้านนี้จะแตกแยกไม่ได้! ถ้าฉันหย่าแล้วแกกับน้องจะทำยังไง!”
เจี่ยซิ่วฟางได้ฟังลูกสาววิเคราะห์ ปฏิกิริยาแรกที่มีคือความโกรธ
เธอเคยกลับไปร้องไห้ที่บ้านตัวเอง แต่พวกพี่ชายก็บอกว่าให้ทนเพื่อลูก ซึ่งมันก็ตรงกับใจของเจี่ยซิ่วฟางที่ชอบพึ่งพาสามีพอดี
“หนูโตแล้วนะ ลูกชายที่ไม่เอาไหนของแม่ก็โตแล้ว พวกเราไม่ทำตัวแย่เพราะแค่พ่อแม่หย่ากันหรอก ---แน่นอนว่าลูกชายที่ไม่เอาไหนของแม่ต่อให้พ่อแม่ไม่เลิกกัน มันก็ไม่ได้ดีขึ้นมาหรอก”
ครอบครัวดูผิวเผินปกติดีแต่แท้จริงแล้วมีปัญหา ไม่ยอมหย่าร้างเพราะกลัวเสียหน้า ลูกๆ เห็นพ่อแม่เป็นแบบนี้ก็มักจะทำตัวเหลวแหลก
เฉินหลินไม่สนใจครอบครัว มีผู้หญิงคนอื่นนอกบ้าน ไม่เคยถามไถ่เรื่องลูก เจี่ยซิ่วฟางจงรักภักดีต่อสามี ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง จนไม่มีเวลาดูแลลูก
ที่เฉินจื่อหลงนิสัยเกเรติดเกมคอมพิวเตอร์ไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เหรอ? ชาติก่อนที่เสี่ยวเชี่ยนรับปากแต่งงานไปแบบไร้สติไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้หรือไง?
ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่แข็งแรงทำร้ายลูกได้น่ากลัวยิ่งกว่าที่พ่อแม่หย่าร้างกันเสียอีก
คำพูดของเสี่ยวเชี่ยนทำให้เจี่ยซิ่วฟางไม่รู้จะตอบยังไง ในใจยังคงไม่เปิดรับสิ่งที่ลูกสาวพูด
สำหรับผู้หญิงในวัยแบบเธอ ชีวิตสมรสสำคัญกว่าชีวิตตัวเองเสียอีก มีผู้ชายอยู่ด้วยก็คือครอบครัวที่สมบูรณ์ ต่อให้เป็นผู้ชายที่ไม่มีประโยชน์เลยก็ตาม
“ตอนเย็นเวลาที่แม่อยู่คนเดียวลองคิดดูให้ดีๆ มีพ่อกับไม่มีชีวิตแม่ต่างกันยังไง? ถ้าแม่หย่า มันจะแตกต่างยังไงกับชีวิตในตอนนี้? ไม่ต้องกลัว กล้าๆ คิดหน่อย! อนาคตไม่อาจหยั่งรู้ แต่ไม่มีทางแย่ไปกว่านี้หรอก”
“ถ้าพูดอีกฉันจะตบแก! พ่อแกเหมือนเป็นเสาหลักของบ้านนี้ บ้านนี้จะแตกไม่ได้!”
“ลักษณะของผู้หญิงที่ชอบพึ่งพาคนอื่นมีสิบสอง12ข้อ อย่างน้อยแม่ก็มีแล้วสี่ข้อ มากกว่านี้อีกแค่ข้อเดียวก็ต้องไปพบจิตแพทย์แล้ว”
คนที่ชอบพึ่งพาคนอื่นเป็นการแสดงออกของคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ตัดสินใจเองไม่ได้ ชอบขอความช่วยเหลือคนอื่น ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไร ก็จะยอมรับความคิดโดยไม่มีเงื่อนไข เชื่อคนนอก แต่กลับไม่เชื่อตัวเอง
“แกบ่นอะไรอีก?”
“หนูบอกว่า แม่คลอดลูกสาวเก่งๆ ออกมาได้ ไม่ต้องไปหาหมอหรอก แม่ ชีวิตนี้ความสุขยังรอแม่อยู่นะ” เสี่ยวเชี่ยนตบบ่าเจี่ยซิ่วฟาง
“จะไปทำอะไรก็ไป เป็นเด็กเป็นเล็กชอบมายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่!”
เสี่ยวเชี่ยนไม่ได้คาดหวังว่าคำพูดไม่กี่ประโยคจะทำให้แม่ผู้ที่ชอบพึ่งพาคนอื่นคิดได้ แต่เธอได้ปลูกต้นอ่อนหย่าขึ้นในใจของแม่แล้ว ได้ชี้ทางออกให้แม่กลายๆ ต่อไปเธอจะลงมือเอง ผลักดันให้แม่อยู่ได้ด้วยตัวเอง เหยียบพ่อที่ไม่เอาไหนให้จมดิน
รอจนเย็นเฉินหลินก็ไม่กลับมา
เจี่ยซิ่วฟางไปหาตามบ้านที่เขาชอบไปเล่นไพ่นกกระจอก แต่ก็หาไม่เจอ
“เชี่ยนเอ๋อร์ พ่อแกจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?” เจี่ยซิ่วฟางร้อนใจ
“จะเกิดเรื่องอะไรได้ล่ะ ผู้ชายแก่หอบเอาเงินหนีไป มีกินมีดื่มมีผู้หญิง อย่าเป็นห่วงเลย”
“อย่าพูดจาไร้สาระ ผู้หญิงอะไรกัน!” เจี่ยซิ่วฟางเริ่มจิตใจว้าวุ่นเพราะคำพูดของเสี่ยวเชี่ยน
ตกดึก เจี่ยซิ่วฟางนอนอยู่คนเดียวบนเตียงสำหรับสองคน ข้างกายว่างเปล่า
อันที่จริงนี่ก็กลายเป็นเรื่องปกติแล้ว ต่อให้ไม่ทะเลาะกัน เฉินหลินก็มักจะกลับมาดึกๆ บางครั้งสองสามีภรรยาวันหนึ่งคุยกันอยู่ไม่กี่ประโยค
มาคิดดูดีๆ ตอนที่เขาอยู่บ้าน กลับคุยกับฉวีเสวี่ยมากกว่าเธอด้วยซ้ำ
เมื่อหลับตาลง คำพูดของเสี่ยวเชี่ยนวนเวียนอยู่ในหัว ‘มีพ่อกับไม่มีชีวิตแม่ต่างกันยังไง?’
ต่างกันยังไง? ถ้าหย่า ทุกวันก็ยังคงต้องตื่นแต่เช้าทำงานจนถึงเย็นนอนตอนดึกอยู่ดี ไม่ได้เจอเฉินหลิน… ---แต่ตอนนี้เธอก็ไม่ได้เจอเขาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?
ถ้าไม่มีเขา มันจะต่างจากตอนนี้ยังไง? ก็คงไม่ต้องถูกตบตี เงินที่หามาก็ไม่ต้องถูกใครเอาไป ดูเหมือนจะดีกว่าด้วยซ้ำ...
ไม่ๆๆ คิดแบบนั้นไม่ได้ ลูกๆ ยังต้องการพ่อนะ… ---เจี่ยซิ่วฟางพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง แต่กลับพบว่า เหตุผลของการไม่ยอมหย่าที่เธอคิดได้มันช่างว่างเปล่าเหลือเกิน
ที่แท้ครอบครัวนี้ มีหรือไม่มีเฉินหลินมันก็เหมือนกันทั้งนั้น...
แต่ไม่ว่ายังไง บ้านนี้ก็แตกแยกไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!
เจี่ยซิ่วฟางนอนไม่หลับ
ถัดขึ้นไปอีกชั้นห่างเพียงผนังกั้น เสี่ยวเชี่ยนกำลังยืนฟังเสียงจิ้งหรีดอยู่ริมหน้าต่าง
พ่อที่ไม่เอาไหนคนนั้นไม่ได้ออกไปจากเมืองคิวQแน่นอน และด้วยสันดานแบบนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะไปหาฉวีเสวี่ย เธอต้องหาวิธีตามหาพ่อให้เจอ แอบหาหลักฐานที่มีชู้ แล้ววางแผนบังคับให้หย่ากับแม่ ถึงตอนนั้นถึงแม่จะเสียใจก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เธอจะหาทางบังคับให้แม่มองไปยังอนาคต วิธีมีเยอะแยะ
เธอเงยหน้ามองดาวบนท้องฟ้า แล้วถามตัวเอง
วางแผนเยอะขนาดนี้ เหนื่อยไหม?
เหนื่อยสิ
แต่ถ้าไม่ทำแล้วจะไม่เหนื่อยงั้นเหรอ?
ก็เหนื่อยอยู่ดี ถ้าเธอไม่วางแผนไว้เยอะๆ ต่อไปคงได้ถูกคนอื่นหลอกใช้
ถ้าจะให้ใช้ชีวิตแบบแม่ที่ ‘ไม่เหนื่อยไม่ต้องคิดอะไร’ ก็มีแต่จะต้องตายอย่างน่าเวทนา
โลกนี้ผู้ชายที่พึ่งพาไม่ได้มีเยอะแยะเหลือเกิน
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางแข็งแกร่งมาก เป็นคนที่พึ่งพาได้ แต่เสี่ยวเชี่ยนก็ไม่เคยคิดจะพึ่งเขา ชาติที่แล้วไม่คิด ชาตินี้ก็ยิ่งไม่คิด
งานของเขายุ่งมาก ชาติก่อนตอนที่อยู่กับเขา ความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามาก มีค่าจนเธอไม่อยากสูญเสียความรู้สึกดีๆ ที่เขามีต่อเธอไป ไม่อยากเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องในแต่ละวันไปรบกวนจิตใจเขา ชีวิตชาตินี้ ทั้งสองคน...
ข้างบ้านดูละครตอนเย็นอีกแล้ว เพลงท้ายละครลอยมาตามสายลม
“ถ้าต้องมีใครสักคนหลั่งน้ำตา คุณว่าจะเป็นใคร?
ถ้าจะบอกว่าใครถูกผิด คุณคิดว่าใครผิด?
คนเรื่อยๆ อย่างคุณไม่จำเป็นต้องมีใครเคียงข้าง แต่สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดคือไร้คนเคียงข้าง
รอคุณมาปลอบ รอจนฟ้ามืด รอจนชินชา
จิตใจชินชา เพราะใคร~”
สายตาเหลือบไปเห็นของมากมายที่กองอยู่ในห้อง
เป็นของที่หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางซื้อให้เธอทั้งนั้น
ตอนนี้ตาทึ่มกำลังทำอะไรอยู่นะ ยังกำลังคิดมากเรื่องที่เธออายุแค่สิบแปด 18 อยู่หรือเปล่า?
โรคย้ำคิดย้ำทำที่ไม่กำเริบตลอดช่วงบ่ายโผล่มาอีกแล้ว เสี่ยวเชี่ยนหยิบน้ำยาล้างมือที่เขาซื้อให้ไปล้างมือ ล้างความหงุดหงิดออกได้ แต่ล้างชุดทหารสีเขียวที่อยู่ในใจออกไปไม่ได้เลย
จิตใจชินชา เพราะใคร
ค่ำคืนนี้ เวลานี้ ไม่มีใครนอนหลับ
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางไม่ได้กลับไปที่หน่วย เขายังมีเวลาพักผ่อนเหลืออีกสิบกว่าชั่วโมง
เขายืนอยู่ริมหน้าต่างมองพระจันทร์ ล้วนเห็นเห็นเป็นหน้าของผู้หญิงคนนั้นหมด เงามืดบนดวงจันทร์คล้ายกับไฝเสน่ห์ที่อยู่บนหน้าผากของเธอ ฝังอยู่ในใจ เป็นตายก็ไม่ยอมออกไป