พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 030 ตอนที่ 30
ตอนที่ 30 ดีใจได้หุ่นเชิดไม้
มั่วชิงเฉินค่อยๆ เดินไปสู่ที่พำนักของตนภายใต้การส่งของเฉินเฟิง แต่ในใจกลับไม่สงบ
ท่านอาสิบสามผู้นั้นช่างเป็นคนใช้อารมณ์จริงๆ เพียงแต่การทุบของขวัญหมั้นหมายดูแล้วเป็นเรื่องร้ายแรงทีเดียว ถึงกับต้องใช้กฎตระกูล ไม่รู้ว่าเป็นกฎตระกูลเช่นไรกัน เมื่อคิดแบบนี้แล้วก็ออกจะไร้เหตุผลสักหน่อย
ฟังจากบทสนทนาของท่านอาและอาสะใภ้สิบเอ็ด แล้วยังคำพูดของหู่โถวนั่นอีก ฮวาเชียนซู่ผู้นั้นน่าจะเป็นผู้ชายที่ไม่เลวเลย หากเป็นนาง ต่อให้อย่างไรก็ตามก็ต้องรอให้พบตัวจริงก่อนค่อยตัดสินใจ
จากนั้นมั่วชิงเฉินก็หัวเราะ ข้าวอย่างเดียวกันเลี้ยงคนออกมาได้ร้อยแบบ ตนจะมัวคิดมากไปทำอะไรกัน เพียงแต่พี่หกที่พวกเขาพูดถึงคือผู้ใดกันแน่ อยากรู้อยากเห็นจริงๆ เลย
คิดเรื่อยเปื่อยไปเช่นนี้จนเดินมาถึงสวนหย่างอี๋อย่างไม่รู้ตัว
“คุณหนูสิบหก เฉินเฟิงขอตัวขอรับ” บ่าวรับใช้เฉินเฟิงกอบหมัดคำนับ
มั่วชิงเฉินคิดในใจเฉินเฟิงผู้นี้ก็สุขุมดี จึงพยักหน้าว่า “อืม รบกวนเจ้าแล้ว”
ยังมิทันเคาะประตู ประตูลานบ้านก็เปิดออก อวิ๋นจือเดินออกมาอย่างรีบร้อนว่า “คุณหนู ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว”
“เป็นอะไรไป มีเรื่องอันใดหรือ” มั่วชิงเฉินชะงัก
“ไม่มีเจ้าค่ะ เพียงแต่ท่านไม่กลับมาเสียที อวิ๋นจือเป็นห่วงเจ้าค่ะ” พูดถึงนี่อวิ๋นจือถึงเห็นเฉินเฟิง หน้าแดงว่า “พี่เฉินเฟิง ขอบคุณที่ส่งคุณหนูข้ากลับมา”
“สมควรแล้ว สมควรแล้ว...” เฉินเฟิงพูดพลางรีบคำนับมั่วชิงเฉินอีกครั้งจากนั้นลุกลี้ลุกลนหนีไป
มั่วชิงเฉินมองดูเฉินเฟิงที่จากไปไกลแล้วมองดูอวิ๋นจือที่หน้าแดงเรื่อ ในใจคิดว่าเด็กในยุคโบราณนี่โตไวจริง ปากก็หยอกว่า “พี่อวิ๋นจือ พี่เป็นเสือหรือ”
“เสืออะไรเจ้าคะ” อวิ๋นจือคิดไม่ทันชั่วเวลาหนึ่ง
มั่วชิงเฉินยิ้มว่า “ไม่ใช่เสือ เหตุใดเฉินเฟิงเห็นพี่แล้วถึงตกใจหนีไปล่ะ”
“คุณหนู!” อวิ๋นจือโมโหกระทืบเท้า
มั่วชิงเฉินกลับไม่สนใจนาง ก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน
“เหตุใดท่านปู่ยังไม่กลับมาอีก” มั่วชิงเฉินเห็นในลานบ้านเงียบเชียบเชียวจึงออกปากถาม
อวิ๋นจือรีบว่า “อวิ๋นจือก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ ตั้งแต่อวิ๋นจือกลับมายังไม่เห็นนายท่านห้าเลยเจ้าค่ะ”
มั่วชิงเฉินขมวดคิ้วจากนั้นคิดได้ว่า หรือว่าพวกหัวหน้าตระกูลจะใช้กฎตระกูลกับท่านอาสิบสาม ท่านปู่ก็ไปอยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อคิดเช่นนี้จึงเบาใจลงพูดกับอวิ๋นจือว่า “พี่อวิ๋นจือ ข้ากลับห้องไปบำเพ็ญเพียรสักครู่ รอท่านปู่กลับมาแล้วพี่ไปเรียกข้านะ”
“เจ้าค่ะ” อวิ๋นจือขานรับ
มั่วชิงเฉินกลับถึงห้องตนก็ยื่นมือจุดตะเกียงเขาขาว ตะเกียงเขาขาวนี้ทำจากเขาของสัตว์อสูรชนิดหนึ่งบดละเอียดจากนั้นวางไว้ในตะเกียงรูปร่างต่างๆ กัน ทุกครั้งที่จุดตะเกียงจุดเพียงเล็กน้อยก็จะติดได้ยาวนาน หนำซ้ำยังสว่างเป็นพิเศษ เป็นที่นิยมชมชอบของผู้บำเพ็ญเพียรยิ่งนัก
นางสะบัดรองเท้าปักลายดอกไม้สีชมพูอ่อนทิ้งนั่งลงบนเตียง หลังพิงผ้าห่ม แล้วล้วงเอาเคล็ดวิชาเข็มกล้วยไม้ปัดจุดที่ทับอยู่ใต้ผ้าปูเตียง เริ่มอ่านอย่างละเอียดลออ
มั่วชิงเฉินคำนวณไว้แล้ว กลางวันอยู่ในโถงเฉาหยางก็บำเพ็ญเพียรอย่างเต็มที่ พยายามเข้าสู่ระดับหลอมลมปราณขั้นแรกในเร็ววัน กลางคืนกลับถึงบ้านก็ศึกษาเข็มกล้วยไม้ปัดจุดเพื่อเพิ่มหลักประกันให้ตนเองในการประลองย่อยปลายปี
มั่วชิงเฉินท่องจำเคล็ดวิชาทีละประโยคแล้วดูตำแหน่งจุดชีพจรในร่างกายคนที่ระบุในเคล็ดวิชาและผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อจู่โจมตามจุดอย่างละเอียด เวลาล่วงเลยไปหนึ่งช่วงยามโดยไม่รู้ตัว
มั่วต้าเหนียนผลักประตูบ้านเดินเข้ามา
“ว้าย นายท่านห้า ท่านกลับมาแล้ว บ่าวไปเรียกคุณหนูเจ้าค่ะ” อวิ๋นจือเห็นมั่วต้าเหนียนที่ผลักประตูเข้ามา สะดุ้งทีหนึ่งก่อนจะกล่าว
“อวิ๋นจือ นางหนูคงนอนแล้ว ไม่ต้องเรียกนางแล้ว” มั่วต้าเหนียนโบกมือ
อวิ๋นจือตอบว่า “นายท่านห้า คุณหนูบอกไว้แล้ว หากท่านกลับมาก็ให้บ่าวไปเรียกนาง” พูดพลางหันหลังเข้าข้างใน
มั่วชิงเฉินเดิมก็ไม่ได้นอนอยู่แล้ว แต่อ่านเคล็ดวิชาอย่างตั้งใจ ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในลานบ้านจึงลุกขึ้นแล้วลงจากเตียง เมื่ออวิ๋นจือเคาะประตูนางกำลังใส่รองเท้าพอดี
“คุณหนู นอนหรือยังเจ้าคะ นายท่านห้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ” อวิ๋นจือเรียกเมื่อเคาะประตูเสร็จ
มั่วชิงเฉินเปิดประตูดังเอี๊ยดแล้ววิ่งออกไป
อวิ๋นจือรีบหยิบเสื้อขึ้นตัวหนึ่งคลุมให้มั่วชิงเฉิน
“ท่านปู่” มั่วชิงเฉินแหงนหน้ามองมั่วต้าเหนียนเห็นเขาสีหน้าเหนื่อยล้าแต่กลับปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด จึงเรียกขึ้น
มั่วต้าเหนียนหัวเราะหึๆ “นางหนู ทายสิปู่เอาสิ่งใดมาให้เจ้า”
มั่วชิงเฉินกะพริบๆ ตาถี่ๆ “ใช่หุ่นไม้ที่ชิงเฉินบอกเมื่อวานหรือไม่เจ้าคะ”
มั่วต้าเหนียนเบ้ปากว่า “นางหนูเจ้านี่ไม่สนุกเอาเสียเลย เหตุใดทายทีเดียวก็ถูกเลยล่ะนี่”
“ท่านปู่” มั่วชิงเฉินส่งเสียงเรียกด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองไปคำหนึ่ง
มั่วต้าเหนียนยื่นมือหยิกแก้มของหลานสาวตัวน้อย มืออีกข้างหนึ่งพลิกเพียงทีหนึ่งก็เห็นตุ๊กตุ่นรูปร่างเหมือนมนุษย์ขนาดเท่าฝ่ามืออยู่กลางฝ่ามือ
ตุ๊กตุ่นตัวนั้นมีรูปร่างเป็นผู้ชาย มีชีวิตชีวาสมจริงราวกับมนุษย์จริงๆ ย่อส่วน
“ท่านปู่ นี่?” มั่วชิงเฉินดูแล้วถูกใจยิ่งนัก เพียงแต่คิดว่าเล็กเช่นนี้ตนจะฝึกจี้จุดอย่างไรล่ะ
“ฮ่าๆๆ นางหนูดูนะ” มั่วต้าเหนียนพูดพลางโยนตุ๊กตุ่นลงพื้น
“ว้าย” มั่วชิงเฉินตกใจร้องออกมา
เดิมทีมั่วชิงเฉินเป็นห่วงว่าตุ๊กตุ่นที่แสนประณีตนั้นจะตกเสียหาย แต่กลับค้นพบอย่างน่าตกใจว่าเมื่อตุ๊กตุ่นนั่นตกถึงพื้นกลับพองเหมือนถูกเป่าลมราวกับถูกเสกด้วยวิชาเซียนก็ไม่ปาน เพียงครู่เดียวก็ตัวโตเท่าผู้ชายวัยผู้ใหญ่
“นี่...นี่...” มั่วชิงเฉินตกใจตาถลนพูดอะไรไม่ออกแล้ว
เห็นชัดว่ามั่วต้าเหนียนพอใจกับการแสดงออกของหลานสาวตัวน้อยมาก เห็นเขายื่นมือกดลงบนตัวหุ่นทีหนึ่ง พูดว่า “ยกน้ำชา”
ก็เห็นหุ่นผู้ชายนั้นเดินไปทางโต๊ะหินทีละก้าวทีละก้าว ยื่นมือยกน้ำชาที่เย็นแล้วบนโต๊ะขึ้นมาก้าวมาทางมั่วต้าเหนียน จากนั้นใช้สองมือยกถ้วยน้ำชาให้เขา
มั่วชิงเฉินตกใจสะดุ้ง พูดติดอ่างว่า “ท่านปู่ เขา เขามีชีวิตแล้ว!”
“ฮ่าๆ นางหนู เจ้ารู้ไหมนี่คือสิ่งใด” มั่วต้าเหนียนหัวเราะจนหนวดสั่นระริก
มั่วชิงเฉินส่ายศีรษะอย่างตรงไปตรงมาว่า “ชิงเฉินไม่ทราบเจ้าค่ะ”
มั่วต้าเหนียนยื่นมือแตะอีกหนึ่งที หุ่นตัวนั้นราวกับถูกเสกคาถาหยุดนิ่ง ไม่กระดุกกระดิกแล้ว เขาถึงได้ว่า “นี่เป็นเพียงหุ่นเชิดระดับต่ำตัวหนึ่ง ฟังคำสั่งง่ายๆ ได้เพียงไม่กี่คำสั่ง หลังจากกดปุ่มกลไกแล้วสามารถเดินและวิ่งได้ เพียงหินวิญญาณระดับต่ำก้อนหนึ่งจะทำให้มันขยับติดต่อกันได้หนึ่งเดือน นางหนู เจ้าต้องใช้ดีๆ นะ ระยะนี้ปู่สิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว”
มั่วชิงเฉินมองใบหน้าที่เหน็ดเหนื่อยของมั่วต้าเหนียน ในใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ที่แท้ท่านปู่ไม่ได้ไปหาท่านหัวหน้าตระกูล แต่ออกไปซื้อหุ่นเชิดนี้มาให้ตน จึงถามว่า “ท่านปู่ หุ่นเชิดนี้แพงมากใช่ไหมเจ้าคะ”
มองดูท่าทางเกรงใจของหลานสาวตัวน้อยแล้วมั่วต้าเหนียนยิ้มว่า “นางหนูนี่ เจ้าจะห่วงเรื่องพวกนี้ไปไย บัดนี้ปู่อายุแปดสิบกว่าแล้ว ของนอกกายเช่นพวกโอสถแก่นผลึกนั้นใช้ไปก็สิ้นเปลืองเปล่าๆ อะไรที่ให้นางหนูใช้ได้ปู่ดีใจจะตาย ทว่าเจ้าพูดไม่ผิด หุ่นเชิดตัวนี้แม้เป็นเพียงระดับต่ำแต่ราคากลับไม่ถูก นักเชิดหุ่นในดินแดนเทียนหยวนของเราช่างน้อยเหลือเกินจริงๆ”
“ท่านปู่ ขอบคุณท่านปู่มากเจ้าค่ะ” ช่วงเวลาหนึ่งมั่วชิงเฉินไม่รู้จะพูดเช่นไรดีแล้ว
มั่วต้าเหนียนมองมั่วชิงเฉินปราดหนึ่งจู่ๆ ก็ถามว่า “นางหนู เจ้าอยากได้สิ่งนี้ตั้งใจจะนำไปฝึกจี้จุดใช่หรือไม่”