พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 041 ตอนที่ 41

#41Chapter 041

ตอนที่ 41 ยากจะเอาไข่กระทบหิน

“หึ พวกเขานี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว ข้ายังไม่ตายเลยนะ ก็รังแกหลานสาวน้อยๆ ของข้าเช่นนี้” มั่วต้าเหนียนตอบทางจิตอย่างโมโหเช่นกัน

“พอแล้ว ตาเฒ่าห้า เจ้าควรแอบหัวเราะได้แล้ว หลานสาวเจ้าคนนี้ไม่ธรรมดาเลย มีความกล้า มีปัญญา มีแผนการ” มั่วต้าซานเอ่ยต่อ ในใจกลับแอบถอนใจว่าน่าเสียดาย รากวิญญาณด้อยไปหน่อยจริงๆ...

“แน่นอน ก็ไม่ดูเสียหน่อยว่าหลานสาวใคร!” ต่อให้เป็นการส่งเสียงทางจิต มั่วต้าซานก็สัมผัสได้ถึงความได้ใจของมั่วต้าเหนียน

มั่วสิบสี่มุมปากอมยิ้ม มองนิ่งเรียบไปทางมั่วชิงเฉิน เห็นมั่วชิงเฉินมองมาจึงพยักหน้าแผ่วเบาให้

มั่วชิงเฉินเกิดอบอุ่นในใจ นางมาตระกูลมั่วเพียงระยะเวลาสั้นๆ ยิ่งนานวันกลับยิ่งสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของผู้คน

“ชิงเฉิน เจ้าร้ายกาจจริงๆ เลย!” หู่โถวกุลีกุจอวิ่งเข้ามา สองมือกอดแขนมั่วชิงเฉินเขย่าอย่างแรงพลางเอ่ย

เห็นใบหน้าดีใจของหู่โถว ตากลมโตของมั่วชิงเฉินยิ้มจนเป็นแนวโค้งว่า “ข้าบอกแล้วอย่างไรล่ะว่าจะต้องร้ายกาจกว่าเจ้า!”

หู่โถวสีหน้าเหมือนแมวถูกเหยียบหางทันที เอ่ยอย่างฉุนเฉียวว่า “ไม่ใช่เสียหน่อย ข้าต้องร้ายกาจกว่าเจ้าแน่ ไม่เชื่อมาประลองดู!”

มั่วชิงเฉินชะงัก เหตุใดตนถึงหยอกล้อเด็กโง่คนนี้ที่นี่นะ หรือว่าสองคนต้องมาประลองกันที่นี่สักยกจริงๆ?

จากนั้นก็เห็นมั่วหนิงโหรวลากหู่โถวอย่างลนลานว่า “น้องสิบห้า!”

หู่โถวถลึงตาใส่มั่วหนิงโหรวทีหนึ่งด้วยความรำคาญ จากนั้นราวกับคิดอะไรขึ้นได้อีก จึงเกาศีรษะว่า “รอวันหยุดค่อยประลอง ถึงเวลาหากเจ้าแพ้แล้วต้องย่างนกกระจอกให้ข้ากิน!”

“ได้” มั่วชิงเฉินอมยิ้ม จากนั้นมองดูมั่วหนิงโหรว คิดในใจว่าพี่สิบสี่ผู้นี้ ปกติแม้จะดูใจเสาะอ่อนแอ ความจริงกลับฉลาดมาก จิตใจก็ดี นับว่าเป็นสหายที่ดีคนหนึ่ง

ฟังเด็กๆ คุยกันภาษาเด็ก ทุกคนต่างก็เบาใจลง หน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ส่วนมั่วอวี้ฉี ถูกสาวใช้สองสามคนพาลงไปแล้ว พลังวิญญาณในร่างกายนางปั่นป่วน เพียงแต่ต้องสงบจิตใจปรับลมหายใจสักสองสามวันก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว

บิดามารดาของมั่วอวี้ฉียังคงอยู่ในลานประลอง เพราะว่าหลังจากนี้ยังมีการประลองของพวกเขา

พวกเขาก็เช่นเดียวกับเด็กๆ ในโถงเฉาหยาง ต้องผ่านการประลองอันดุเดือดเช่นกันเพื่อช่วงชิงสิ่งที่ต้องใช้ในการบำเพ็ญเพียรปีหน้า ดังนั้นทุกคนต่างไม่กล้าชะล่าใจ

เห็นความสนใจของทุกคนถูกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นติดต่อกันดึงไปถึงไหนแล้วก็มิอาจรู้ได้ ชายชุดเขียวกระแอมหนึ่งทีว่า “แค่กๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นการประลองย่อยในครั้งนี้โถงเฉาหยาง...”

ยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “ช้าก่อน...”

ทุกคนต่างชะงักงันมองไปตามเสียง ก็เห็นมั่วหร่านอีในชุดสีแดงสดเดินออกจากฝูงชน เดินทีละก้าวๆ สู่กลางลานประลอง แหงนหน้ามองชายชุดเขียวว่า “หลานสิบคิดอยากแลกเปลี่ยนศึกษาวิชากับเจ้าสิบหกสักครา”

มั่วชิงเฉินคิดในใจว่ามาจนได้นะ!

นางยกตามองไปเห็นมั่วหร่านอีกำลังทำสีหน้าเจ้ากล้ารับคำท้าของข้าหรือไม่พอดี

ชายชุดเขียวอดหันไปมองท่านหัวหน้าตระกูลไม่ได้ หากเป็นปีก่อนๆ มีคนยื่นคำขอเช่นนี้เขาต้องอนุญาตทันทีตามกฎระเบียบเป็นธรรมดา ทว่าปีนี้มันช่างพิเศษเหลือเกิน

เจ้าสิบหกผู้นี้มาตระกูลมั่วยังไม่ถึงครึ่งปีดี ไม่พูดถึงว่าอายุน้อย แม้ถึงบัดนี้ยังเป็นแค่คนสามัญคนหนึ่ง ส่วนมั่วหร่านอีนั่นอยู่ระดับหลอมลมปราณขั้นสี่แล้วนะ!

ความจริงชายชุดเขียวผู้นี้ก็ไม่รู้ตนเอง เพราะเรื่องที่มั่วชิงเฉินสู้ชนะมั่วอวี้ฉีเมื่อครู่ เขาได้รู้สึกชื่นชมมั่วชิงเฉินไปสามส่วนอย่างไม่รู้ตัว อย่างไรเสียหลายปีมานี้การประลองย่อยปลายปีของตระกูลมั่ว ตัวอย่างที่ผู้มีอายุน้อยสู้ชนะผู้ที่อายุมากกว่ามีให้เห็นอยู่ทั่วไป แต่ผู้มีตบะต่ำสู้ชนะผู้มีตบะสูงนั้นกลับไม่ได้มีให้เห็นนัก การใช้กำลังของคนสามัญเช่นมั่วชิงเฉินสู้ชนะผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมลมปราณนั้นยิ่งไม่เคยปรากฏแน่นอน

มั่วต้าซานวางท่าทางเป็นพระเฒ่าเข้าฌาน ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของชายชุดเขียว

“ท่านหัวหน้าตระกูล นางหนูสิบหกนั่นเพิ่งมาถึงตระกูลมั่วเราได้ไม่กี่เดือน แม้ระดับหลอมลมปราณขั้นหนึ่งก็ยังไม่ถึง...” มั่วต้าเหอที่อยู่ข้างๆ ทนไม่ได้จึงเอ่ยขึ้น

“พี่รอง กฎระเบียบละเมิดไม่ได้” ท่านหัวหน้าตระกูลมั่วต้าซานสีหน้าไม่เปลี่ยน เพียงแต่เหวี่ยงประโยคหนึ่งออกมาอย่างนิ่งเรียบ

มั่วต้าเหอจึงหุบปากอย่างกระดากกระเดื่อง

“พี่สาม นี่ท่านไม่ใช่ผลักหลานสาวตัวน้อยของข้าเข้าสู่กองไฟหรอกหรือ!” มั่วต้าเหนียนรีบส่งเสียงทางจิตทันที หากคนรอบข้างมองมาจะเห็นว่าหน้าของเขาแดงขึ้นหลายส่วน

“ตาเฒ่าห้า เจ้าพูดอะไรออกมา นี่คือกฎระเบียบตระกูลมั่วที่ถูกกำหนดไว้มาหลายร้อยปี” มั่วต้าซานส่งเสียงทางจิตอย่างไม่ผลีผลามเช่นกัน

มั่วต้าเหนียนลนลานว่า “กฎระเบียบตดหมาอะไรกัน หลานสาวตัวน้อยของข้าไม่ได้เติบโตในตระกูลมั่วเสียหน่อย นางเพิ่งมาได้นานแค่ไหนกันเชียว ทำเกินกว่าเหตุแล้วอย่าได้พูดถึงความรู้สึกของคนเลย!”

“ไม่ว่าอย่างไร ขอเพียงนางก้าวเข้าโถงเฉาหยางก็ต้องรักษากฎระเบียบที่สืบทอดมาแต่โบราณนี้ ตาเฒ่าห้า แม้เจ้าจะเข้าข้างคนของตนเอง แต่เมื่อก่อนก็ไม่เป็นเช่นนี้นี่นา เวลานั้นมั่วเจ็ดบ้านเจ้า โดนอัดจนจมูกช้ำหน้าบวมกลับบ้านบ่อยครั้งเลยนะ” มั่วต้าซานยังคงพูดทางจิต

“นั่นจะเหมือนกันได้อย่างไร เด็กผู้ชายซุกซนมีอะไรต้องกลัว แต่หลานสาวตัวน้อยข้านุ่มนิ่มตัวเล็กปานนั้นน่ะ!” มั่วต้าเหนียนเอ่ย

มั่วต้าซานส่ายศีรษะอย่างทำอะไรไม่ได้ “ตาเฒ่าห้า เจ้าไม่ต้องเถียงข้างๆ คูๆ แล้ว หนทางการบำเพ็ญเพียรไม่แยกชายหญิง อีกอย่าง เจ้าไม่อยากเห็นหลานสาวตัวน้อยของเจ้าสำแดงฝีมือต่อไปเช่นนั้นหรือ?”

มั่วต้าเหนียนหยุดชะงัก จากนั้นหยุดการปฏิสัมพันธ์ทางจิต มองไปในลานประลองอีกครั้ง

ชายชุดเขียวเห็นท่านหัวหน้าตระกูลไม่แยแส จึงได้แต่พ่นออกมาสองคำ “อนุญาต!”

มั่วชิงเฉินรู้สึกว่าตนกลายเป็นจุดศูนย์กลางอีกครั้ง สายตาผู้คนที่มองนางล้วนสามารถทำให้นางรู้สึกร้อนเหมือนถูกเผาได้

ได้ยินคำพูดของชายชุดเขียว มั่วชิงเฉินเดินไปทางมั่วหร่านอีทีละก้าวๆ หยุดยืนอยู่ไม่ห่างจากนางว่า “ขอพี่สิบยั้งมือไว้ไมตรีด้วย”

“หึ เจ้าสิบหก วันนี้ฝีมือของเจ้ากลับทำให้ข้าตกใจ ไม่คิดว่าเจ้าจะชนะนางหนูสิบเอ็ดนั่น เวลานี้ข้าอยากรู้อยากเห็นจริงๆ ว่าเจ้าใช้วิชาอะไรกันแน่ มาเถอะ มีอะไรก็แสดงออกมา ข้าก็จะไม่ยั้งมือไว้ไมตรีให้แน่นอน!” มั่วหร่านอียกคางสูงขึ้น หรี่ตาครึ่งหนึ่งกล่าว

“ช้าก่อน เนื่องจากเจ้าสิบหกเพิ่งประลองไปยกหนึ่ง เพื่อความยุติธรรมจึงสามารถพักผ่อนหนึ่งเค่อได้” ชายชุดเขียวเอ่ย

มั่วหร่านอีพยักหน้า ไม่มีความเห็นต่างเพราะการนี้

มั่วชิงเฉินย่อมไม่อวดเก่งปฏิเสธ นางจะได้อาศัยเวลาหนึ่งเค่อนี้รวบรวมกำลัง ขณะเดียวกันก็คิดหาวิธี นางไม่หวังว่าจะชนะมั่วหร่านอี แต่อย่างน้อยอย่าให้แพ้จนน่าเกลียดเกินไป

เวลาหนึ่งเค่อผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งของชายชุดเขียว มั่วหร่านอีและมั่วชิงเฉินโรมรันพันตูอยู่ด้วยกัน

เมื่อได้ประมือกับมั่วหร่านอี มั่วชิงเฉินถึงพบว่าตนไร้เดียงสาเกินไป ตนที่ยังเป็นคนสามัญเทียบกับมั่วหร่านอีที่อยู่ระดับหลอมลมปราณขั้นสี่แล้วไม่ต่างจากการเอาไข่กระทบหิน

การจู่โจมแต่ละครั้งของมั่วหร่านอี มั่วชิงเฉินล้วนหลบหลีกด้วยความทุลักทุเลผิดปรกติ มือเท้านั่นแม้ไม่ถูกตัว แต่แรงลมที่เกิดขึ้นก็ดุจดั่งคมดาบบาดจนผิวหนังเจ็บ

นานๆ ทีมั่วชิงเฉินเล็งโอกาสให้แม่นยำใช้เข็มกล้วยไม้ปัดจุดสกัดจุดของมั่วหร่านอี แต่สำหรับมั่วหรั่นอีกแล้วกลับเหมือนการเกาที่คันผ่านรองเท้า นางไม่แม้แต่จะขมวดหัวคิ้วสักนิด

กำลังในร่างกายมั่วชิงเฉินค่อยๆ หมดไป การก้าวย่างเริ่มช้าลง ในที่สุดก็ถูกหนึ่งฝ่ามือของมั่วหร่านอีซัดเข้าหน้าอก จนล้มลงกับพื้นอย่างแรง

พรวด!

มั่วชิงเฉินรู้สึกเพียงว่าในคอมีกลิ่นคาวเลือด เลือดอุ่นๆ พ่นออกไปเต็มปาก

devc-af530e87-33711พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 041 ตอนที่ 41