พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 028 ตอนที่ 28
ตอนที่ 28 ประทานมุกปกปักด้วยความเสียดาย
“พี่สิบสาม!” มั่วสิบสี่ตะคอกเสียงดัง
หลังจากนั้น เสียงในห้องค่อยๆ ต่ำลงไป
“คุณหนู” อวิ๋นจือเรียกเบาๆ ทีหนึ่ง
“พี่อวิ๋นจือ อย่าพูดมาก เรารีบไปเถอะ” มั่วชิงเฉินเอ่ย
อวิ๋นจือเกี่ยวแขนมั่วชิงเฉิน ภายในสวนนายบ่าวทั้งสองเดินอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ครั้งนี้ไม่กล้าเดินทางลัดอีกแล้ว เดินไปทางสวนหย่างอี๋แต่โดยดี
“นางหนู พวกเจ้าไปไหนมา” เพิ่งก้าวเข้าประตูก็เห็นมั่วต้าเหนียนพุ่งออกมา
“พี่อวิ๋นจือ พี่ไปพักผ่อนก่อนเถอะ” มั่วชิงเฉินบอกกล่าวอวิ๋นจือเสร็จถึงพูดกับมั่วต้าเหนียนว่า “ท่านปู่ ข้าไปหาท่านอาสิบสี่มาเจ้าค่ะ”
“ไปหาสิบสี่ มีอันใดหรือ” มั่วต้าเหนียนถามอย่างสงสัย
มั่วชิงเฉินบอกที่มาที่ไปตามความจริงให้ฟัง ระหว่างทางกลับมานางก็คิดไว้แล้ว หากอยากฝึกเข็มกล้วยไม้ปัดจุดให้สำเร็จ จำเป็นต้องขอให้ท่านปู่ช่วยทำหุ่นมนุษย์ให้นางตัวหนึ่ง ข้างบนระบุจุดชีพจรออกมา มิเช่นนั้นตนคิดจะฝึกให้สำเร็จในไม่กี่เดือนนี้ก็คือฝันลมๆ แล้งๆ!
“เช่นนี้เอง มิน่านางหนูเจ้านี่ดื่มสุราแล้วยังจะวิ่งไปหาสิบสี่อีก สองวันนี้ปู่จะทำสิ่งที่เจ้าต้องการออกมาให้” มั่วต้าเหนียนลูบหนวดพลางเอ่ย
มั่วชิงเฉินรู้สึกซาบซึ้งบางเบาในใจ ตนเพียงบอกว่าต้องการหุ่นมนุษย์เพื่อฝึกวิชาแขนงหนึ่ง ท่านปู่ก็เช่นกันไม่ถามสักคำก็รับปากแล้ว
“ขอบคุณท่านปูเจ้าค่ะ” มั่วชิงเฉินเอ่ยอย่างจริงใจ
มั่วต้าเหนียนใช้ฝ่ามืออันใหญ่โตตบศีรษะมั่วชิงเฉินเบาๆ ว่า “เอาล่ะ นางหนู เจ้ารีบไปพักผ่อนเถอะ”
มั่วชิงเฉินกล่าวลามั่วต้าเหนียนจากนั้นถึงไปชำระร่างกายแล้วคลานขึ้นเตียงไป
“เฮ้อ ในที่สุดก็ทำสำเร็จเรื่องหนึ่ง” มั่วชิงเฉินมองดูท้องฟ้านอกหน้าต่างไปเรื่อยเปื่อยแล้วถอนใจ
ท่านอาสิบสามผู้นั้นดูแล้วเป็นหญิงสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเองมากทีเดียว บิดาของนางคือท่านปู่ท่านไหนนะ คนที่จะให้นางแต่งงานด้วยที่แท้คือญาติผู้พี่ของหู่โถวหรือ
ฮวาเชียนซู่ ชื่อนี้ฟังแล้วก็เป็นชื่อที่ดีนี่นา ยังมีพี่หกผู้นั้นอีก ตกลงมีจุดจบอะไรกันแน่ เวลานี้เป็นเช่นไรแล้วนะ มั่วชิงเฉินคิดเหลวไหลไปเรื่อย จู่ๆ นึกถึงเสียงร้องไห้ของหญิงสาวในป่านั่น เกิดตระหนกในใจ หรือว่า...หญิงสาวผู้นั้นก็คือพี่หกที่ท่านอาสิบสามพูดถึง?
มั่วชิงเฉินพบว่าตนดื่มสุราตอนกลางวันจากนั้นยังยุ่งวุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่เพียงนอนไม่หลับ สติกลับยิ่งแจ่มใสขึ้นมาอีก จึงยื่นมือล้วงเคล็ดวิชาเข็มกล้วยไม้ปัดจุดเล่มนั้นออกมา ยืมแสงจันทร์อันผ่องแผ้วเริ่มพลิกดูขึ้นมา
“ลมปราณและโลหิต เป็นแหล่งให้ชีวิต หมุนเวียนทั่วร่าง ไม่มีหยุดนิ่ง ร่างกายมนุษย์สิบสองทางเดินชีพจรสามร้อยหกสิบห้าจุดชีพจร...ฝึกวิชากล้วยไม้ปัดจุด จำต้องรู้ตำแหน่งจุดชีพจรทั้งหมด จากนั้นแยกแยะจุดเริ่มต้นจุดสิ้นสุดเส้นทางผ่าน ทั้งยังต้องรู้ถึงความสัมพันธ์ของแต่ละจุดชีพจรและอวัยวะภายใน ศีรษะ เลือดลม ธาตุทั้งห้า หยินหยางพึ่งพาอาศัย ส่งเสริมและหักล้าง จำกัดกันเช่นไร จึงจะเรียนรู้ไปตามทางค่อยๆ คุ้นเคย...”
อ่านไปอ่านไป หนังตาค่อยๆ ตกลงมา คัมภีร์เคล็ดวิชาที่ส่งกลิ่นหอมหมึกจางๆ ปิดอยู่บนใบหน้านางทั้งเล่ม
วันต่อมา มั่วชิงเฉินตื่นแต่เช้าเช่นเคย ตามอวิ๋นจือไปโถงเฉาหยาง
“ท่านปู่รองอรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ” มั่วชิงเฉินกล่าวทักทายผู้เฒ่าที่อยู่ในโถงเล็ก
ผู้เฒ่าชื่อเดิมว่ามั่วต้าเหอ เพราะพรสวรรค์มีจำกัด อีกทั้งไม่ค่อยมีโอกาสและวาสนา ทั้งชีวิตก็หยุดอยู่ที่ระดับหลอมลมปราณระยะต้น ดังนั้นแม้เด็กๆ ในโถงเฉาหยางอายุไม่มาก กลับไม่ค่อยเคารพนับถือเขาสักเท่าไร มีเพียงเจ้าสิบหกผู้นี้ที่กล่าวทักทายเขาทุกวันอย่างรู้ระเบียบ ด้วยเหตุนี้เขาจึงประทับใจในตัวมั่วชิงเฉินไม่เลวทีเดียว เห็นนางไม่เข้าสู่ระดับหลอมลมปราณขั้นหนึ่งเสียที บวกกับทั้งสองหัวอกเดียวกัน บัดนี้เห็นนางยังทักทายอย่างยิ้มแย้มเฉกเช่นทุกวันจึงเกิดเห็นอกเห็นใจขึ้นมา
“เจ้าสิบหก มานี่สิ” จู่ๆ มั่วต้าเหอเอ่ยขึ้น
มั่วชิงเฉินตกใจ มาโถงเฉาหยางทุกวัน นอกจากกล่าวทักทายปู่รองท่านนี้แล้วก็ไม่เคยคุยกันอีก ส่วนท่านปู่บางเวลาก็ตอบกลับสักประโยคหนึ่ง บางเวลาเพียงแค่พยักหน้ายิ้ม วันนี้เหตุใดจู่ๆ ถึงเรียกตนเองล่ะ
“ท่านปู่รอง?” มั่วชิงเฉินเดินไปข้างกายมั่วต้าเหอ แหงนหน้าเรียก
เห็นมั่วต้าเหอยื่นมือเข้าไปในถุงที่เอว สวบๆ สาบๆ ลูบคลำอยู่นาน ก็ล้วงเอาสร้อยข้อมือลูกปัดสีแดงออกมาพวงหนึ่ง แล้วว่า “เจ้าสิบหก ปู่รองยังไม่ได้ให้ของขวัญรับขวัญเจ้าเลย วันนี้ชดเชยให้เจ้าแล้ว”
มั่วชิงเฉินมองสร้อยลูกปัดที่เหมือนหินโมราสีแดงพวงนั้นอย่างคาดไม่ถึง จากนั้นดูสีหน้าของมั่วต้าเหอ สุดท้ายก็รับไว้แล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณท่านปู่รอง”
“เจ้าสิบหก ลูกปัดสีแดงนี้เรียกว่ามุกปกปัก ปู่รองได้มาเมื่อครั้งออกไปข้างนอกเมื่อนานมาแล้ว ไม่ใช่ของมีค่าอะไร ข้อดีเพียงข้อเดียวก็คือ ต่อให้เป็นคนสามัญที่ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิญญาณ เมื่อพบอันตรายลูกปัดนี้จะระเบิดตัวเองโดยต้านความเสียหายให้ส่วนหนึ่ง” มั่วต้าเหอเอ่ยเสียงต่ำ
“ท่านปู่รอง...” มั่วชิงเฉินมองดูใบหน้าของผู้เฒ่าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ช่วงเวลาหนึ่งไม่รู้จะพูดอะไรดี
“รับไว้เถอะ เจ้าสิบหก รีบเข้าไปบำเพ็ญเพียร” พูดจบมั่วต้าเหอก็หลบตาลงเหมือนปกติ
มั่วชิงเฉินย่อเข่าคำนับมั่วตาเหอที่หลับตาเล็กน้อยอยู่อย่างไร้เสียง ถึงก้าวเข้าประตูบุปผชาติไป
การบำเพ็ญเพียรหนึ่งวันผ่านไปในพริบตา ที่เหนือความคาดหมายคือ วันนี้มั่วหร่านอีไม่มา ด้วยเหตุนี้หูของมั่วชิงเฉินสงบลงไม่น้อย
ทางกลับบ้านมั่วชิงเฉินยังคงกลับพร้อมหู่โถวเช่นเคย เห็นหน้าแดงๆ ของหู่โถวแล้วมั่วชิงเฉินหัวเราะว่า “หู่โถว สุราที่เจ้าดื่มเมื่อวานยังไม่สร่างหรือ”
หู่โถวหัวเสียว่า “ใครยังไม่สร่างล่ะ ข้าไม่เป็นไรเสียหน่อย”
“ถ้าเช่นนั้นทำไมหน้าเจ้าแดงเช่นนี้” มั่วชิงเฉินชี้หน้าหู่โถว
หู่โถวยื่นนิ้วมือนิ้วหนึ่งชี้ไปทางพระอาทิตย์ว่า “เพราะตากแดดต่างหาก!”
“ได้ๆ เพราะตากแดด” มั่วชิงเฉินเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังจะโกรธแล้ว รีบพูดเห็นด้วย จากนั้นคิดเรื่องเรื่องหนึ่งขึ้นได้ ถามเสียงต่ำว่า “หู่โถว เจ้ามีญาติผู้พี่ชื่อฮวาเชียนซู่ใช่หรือไม่?”
หู่โถวเบิกตาโตทันทีว่า “เอ๋ เจ้ารู้ได้อย่างไร”
จากนั้นตบมืออีกว่า “อ้อ ข้ารู้แล้ว ต้องเป็นเพราะญาติผู้พี่ข้าหล่อเหลาเกินไป ดังนั้นแม่นางมากมายล้วนรู้จักเขา!”
มั่วชิงเฉินเหลือกตา “หู่โถว ข้าเพิ่งจะหกขวบตกลงไหม!”
หู่โถวกะพริบตาทีหนึ่งว่า “ถ้าเช่นนั้น ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไร”
“ข้าได้ยินมาด้วยความบังเอิญอย่างไรล่ะ เจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ ญาติผู้พี่เจ้าผู้นั้นเป็นคนเช่นไรกันแน่” มั่วชิงเฉินจู่ๆ ก็รู้สึกว่าตนราวกับหมาป่าที่หลอกหนูน้อยหมวกแดง
หู่โถวกัดริมฝีปากว่า “ความจริงข้าก็ไม่รู้ ญาติผู้พี่เขาออกไปตั้งนานแล้ว ได้ยินว่าไปเข้าร่วมสำนักบำเพ็ญเพียรที่ร้ายกาจมากแห่งหนึ่ง ทว่าก่อนหน้านี้ไม่นานญาติผู้พี่กลับมาแล้ว ดีกับหู่โถวมากเลยนะ หู่โถวชอบเขามากเลย พวกท่านตาก็ชอบเขาเช่นกัน”
“เอ่อ ก็คือวันเวลาที่เจ้าไม่ได้ไปโถงเฉาหยางช่วงนั้นน่ะหรือ” มั่วชิงเฉินถาม
หู่โถวพยักหน้าว่า “ใช่แล้ว ความจริงท่านตาอายุหกสิบกว่าปีแล้ว ฟังท่านพ่อพูดว่า ผู้บำเพ็ญเพียรหากถึงอายุเจ็ดสิบปีแล้วยังไม่สำเร็จระดับสร้างรากฐาน ก็จะไม่มีโอกาสอีก ตระกูลของท่านตาจึงจัดงานฉลองใหญ่โตมากเพื่อฉลองที่ท่านตาเข้าสู่ระดับสร้างรากฐาน เวลานั้นท่านพี่เชียนซู่นั่งอยู่ข้างๆ ท่านตาตลอดเลยล่ะ”
ฮวาเชียนซู่ผู้นั้น จะเกี่ยวข้องกับการที่ท่านตาซึ่งอายุหกสิบกว่าของหู่โถวที่จู่ๆ ก็สำเร็จระดับสร้างรากฐานหรือไม่กันนะ มั่วชิงเฉินนึกถึงอย่างไม่รู้ตัว