พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 043 ตอนที่ 43

#43Chapter 043

ตอนที่ 43 พัดร่วงดุจฝนดารา

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด มั่วชิงเฉินค่อยๆ รู้สึกตัว รู้สึกเพียงว่าร่างกายเหมือนหลุดเป็นชิ้นๆ นางออกแรงอยากลืมตากลับรู้สึกว่าหนังตาหนักพันชั่ง

มั่วชิงเฉินขยับนิ้วมือแผ่วเบา พยายามดิ้นรนในที่สุดก็ลืมตาอย่างสะลึมสะลือ

เอ๋?

มั่วชิงเฉินออกแรงกะพริบตา ภาพที่เข้ามาในม่านตาคือใบหน้าแดงก่ำขยายใหญ่ของมั่วต้าเหนียน

“ท่าน...ท่านปู่?” มั่วชิงเฉินพูดออกไม่กี่คำถึงพบว่าคอแหบแห้ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรง

“นางหนู ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว!” ใบหน้ามั่วต้าเหนียนเต็มไปด้วยความยินดี หน้าทั้งใบเต็มไปด้วยความอิ่มเอิบ

มั่วชิงเฉินยิ้มเบาๆ

“ว้าย คุณหนูท่านฟื้นแล้ว” อวิ๋นจือได้ยินความเคลื่อนไหวรีบร้อนวิ่งเข้ามา สีหน้าตื่นเต้นเมื่อเห็นมั่วชิงเฉินลืมตา

“อวิ๋นจือ รีบไปหาอะไรมาให้คุณหนูกิน อย่าให้มีรสมันเลี่ยนเกินไปนะ” มั่วต้าเหนียนเอ่ย

“เจ้าค่ะ” อวิ๋นจือพลางตอบพลางวิ่งออกไป

“นางหนู เจ้ารู้สึกเช่นไรบ้าง” มั่วต้าเหนียนถาม

มั่วชิงเฉินหน้าตูมว่า “เจ็บจังเลย” พูดจบมองมั่วต้าเหนียนด้วยตากลมโตรื้นน้ำตา

ใครจะคิดว่ามั่วต้าเหนียนฟังแล้วกลับยื่นนิ้วมือออก ปาดจมูกมั่วชิงเฉินอย่างแรงทีหนึ่ง “สมน้ำหน้า ใครให้นางหนูน้อยเจ้าอวดเก่ง โชคดีที่ในเวลานั้นเจ้าบรรลุเข้าระดับหลอมลมปราณพอดี มิเช่นนั้นอาการบาดเจ็บเช่นนี้มีให้เจ้าทนไปอีกนาน”

มั่วชิงเฉินฟังแล้วยิ้มแผ่วเบาทีหนึ่ง ขยิบตาว่า “ท่านปู่ แต่ก็คุ้มแล้วนะเจ้าคะ”

มั่วต้าเหนียนกำลังจะลูบหนวดพยักหน้า จู่ๆ หยุดลงกะทันหัน จากนั้นเพ่งพิศมั่วชิงเฉินจากบนลงล่างปราดหนึ่ง “ยายเด็กบ้า อย่าบอกนะว่าเจ้ารู้ตั้งแต่...”

จากนั้นนึกถึงคำพูดของมั่วต้าซานในการประลองย่อยท้ายปี ‘ข้านึกว่านางหนูชิงเฉินนั่นใช้แต่กำลังไม่ใช้สมองเสียอีก ไม่คิดว่าจะดูผิดเสียแล้ว’

“ท่านปู่ ข้ารู้อะไรหรือเจ้าคะ” มั่วชิงเฉินกะพริบตาเหมือนไม่รู้เรื่อง

“หึ เอาเป็นว่าต่อไปห้ามเจ้าอวดเก่งอีก ไม่ว่าอะไรก็สำคัญไม่สู้ความปลอดภัย” มั่วต้าเหนียนเอ่ยด้วยความโมโห

“เจ้าค่ะ ทราบแล้วเจ้าค่ะ” มั่วชิงเฉินแกล้งทำเป็นงอน

มั่วต้าเหนียนเห็นท่าทางทะลึ่งตึงตังของมั่วชิงเฉินแล้วได้แต่ส่ายศีรษะอย่างทำอะไรไม่ได้

“ใช่แล้ว ท่านปู่ เวลานั้นข้าสลบไปแล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ข้าสลบไปนานเท่าใด” มั่วชิงเฉินถามอย่างอยากรู้ นางจำภาพสุดท้ายได้มาตลอด อยากรู้ว่าผู้ชายที่สูงส่งนั่นเป็นใครกันแน่ หรือนั่นเป็นเพียงภาพลวงตา

“เจ้าสลบไปสองวันแล้ว เวลาที่สลบคนตระกูลฮวามาพอดี เจ้าเลือดเต็มตัวไปหมด ไม่เพียงแต่ทำให้ปู่ตกใจ แม้แต่คนตระกูลฮวาก็ตกใจ ได้แต่พูดว่าการประลองย่อยปลายปีของตระกูลมั่วเราไม่ธรรมดา กับนางหนูเจ้าก็ต้องมองเสียใหม่” มั่วต้าเหนียนเมื่อพูดแล้วก็เกิดได้ใจขึ้นมาอีก

มั่วชิงเฉินคิดในใจว่า หรือว่า ผู้ชายคนนั้นก็คือบุคคลในหัวข้อที่ตระกูลมั่วพูดถึงเร็วๆ นี้ ญาติผู้พี่คนนั้นของหูโถวที่เล่าลือกัน ฮวาเชียนซู่?

“นายท่านห้า คุณหนู อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ” เวลานี้เอง อวิ๋นจือพลันตวัดม่านเข้ามา ส่งเสียงเรียก

“รีบยกมาให้นางหนูเร็ว” มั่วต้าเหนียนเอ่ยอย่างรีบร้อน

อวิ๋นจือยกสำรับอาหารขึ้นมา มั่วต้าเหนียนรับชามเล็กในนั้นใบหนึ่งมา ข้างในเต็มไปด้วยข้าวต้มสีเหลืองทอง เขาตักขึ้นมาหนึ่งช้อนเป่าข้างปากก่อนจะป้อนให้มั่วชิงเฉิน

มั่วชิงเฉินรู้สึกเขินอาย เอ่ยว่า “ท่านปู่ ข้ากินเองได้เจ้าค่ะ”

มั่วต้าเหนียนถลึงตาใส่นางหนึ่งทีว่า “เวลานี้เจ้าขยับตัวได้หรือ”

มั่วชิงเฉินแลบลิ้นอย่างขุ่นเคือง จากนั้นเริ่มกินทีละคำ

“นางหนูเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ตอนที่เจ้าสลบอยู่ปู่ป้อนโอสถย้อนอายุให้เจ้ากินแล้ว อีกไม่กี่วันเจ้าก็กระโดดโลดเต้นได้แล้ว โชคดีที่เวลานั้นเจ้าเข้าสู่ระดับหลอมลมปราณแล้ว มิเช่นนั้นจะทนฤทธิ์ยาของโอสถย้อนอายุไม่ไหว ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าต้องลำบากอีกมากทีเดียว” มั่วต้าเหนียนพูดแล้วก็ยื่นมือใหญ่โตลูบผมเผ้ายุ่งเหยิงของมั่วชิงเฉิน

มั่วชิงเฉินยิ้มให้มั่วต้าเหนียนอย่างไร้เดียงสา จากนั้นก้มลงดู ถึงพบว่าข้อมือสะอาดขาวดุจหยกพลันอดสะดุ้งไม่ได้ จำได้ว่าเวลานั้นตนเหม็นไปทั้งตัวนี่นา

“อวิ๋นจือทำความสะอาดกายให้เจ้าไปครั้งหนึ่ง นางหนู ไม่คิดว่าเจ้าขับของเสียออกมาไม่น้อย กลับเป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรของเจ้าในภายภาคหน้าแล้ว” มั่วต้าเหนียนเอ่ย ในใจคิดว่านี่ก็คือข้อดีที่ดื่มสุราทิพย์ที่มีหญ้าคืนโลกีย์สินะ ก็นับว่าเสียเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นได้เมื่ออาทิตย์อัสดง[footnoteRef:1]แล้ว [1: เสียเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นได้เมื่ออาทิตย์อัสดง หมายถึง เสียอย่างหนึ่งแต่ก็ได้รับอีกอย่างหนึ่ง]

“พี่อวิ๋นจือ ต้องขอบคุณพี่แล้ว” มั่วชิงเฉินได้ฟังแล้วก็แหงนหน้ายิ้มให้อวิ๋นจือ

อวิ๋นจือรีบตอบ “คุณหนูพูดอะไรเจ้าคะ ขอเพียงคุณหนูไม่เป็นไรก็พอแล้ว”

“เอาล่ะ นางหนู ปู่ยังมีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย เจ้านอนพักผ่อนอยู่บนเตียงเสียดีๆ อวิ๋นจือ ดูคุณหนูให้ดี อย่าให้นางทำอะไรเหลวไหล” มั่วต้าเหนียนพูดจบวางชามเล็กที่ว่างเปล่าลง หันหลังเดินออกไป

อวิ๋นจือเดินเข้ามาเก็บจานชาม กลับถูกมั่วชิงเฉินเรียกไว้ “พี่อวิ๋นจือ ยังไม่ต้องรีบเก็บ พี่รีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นให้ข้าฟังเร็วๆ เถอะ”

การประลองย่อยปลายปี บ่าวรับใช้ส่วนตัวของทุกคนได้รับอนุญาตให้อยู่ในลานประลองได้

“คุณหนูอยากทราบเรื่องอะไรเจ้าคะ” อวิ๋นจือมองดูใบหน้าซีดเซียวแต่กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นของมั่วชิงเฉินแล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ

มั่วชิงเฉินหรี่ตาว่า “ก็ฮวาเชียนซู่ผู้นั้นไง เขาได้มาหรือไม่”

นางอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับฮวาเชียนซู่ผู้นี้มานานแล้วจริงๆ

เมื่อมั่วชิงเฉินพูดออกไป อวิ๋นจือก็หน้าแดงทันที

“พี่อวิ๋นจือ พี่เป็นอะไรน่ะ” มั่วชิงเฉินถาม

อวิ๋นจือเอ่ย “มาแล้วเจ้าค่ะ”

“เป็นอย่างไรบ้าง” มั่วชิงเฉินถามต่อ

“คุณหนู เหตุใดท่านจึงสนใจคุณชายฮวาท่านนั้นเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ” อวิ๋นจือที่เป็นวัยรุ่นแล้ว รู้สึกเขินอายอยู่บ้างที่ต้องวิจารณ์ชายหนุ่มวัยผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง

“ข้าอยากรู้นี่นา พี่อวิ๋นจือ พี่ไม่ใช่ไม่รู้นี่ว่าฮวาเชียนซู่ท่านนั้นอาจกลายเป็นสามีในอนาคตของท่านอาสิบสามก็ได้นะ” มั่วชิงเฉินเอ่ย

“ว้าย มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือเจ้าคะ คุณหนู ข้าจะเล่าให้ฟัง คุณชายฮวาท่านนั้นรูปงามมากเจ้าค่ะ เวลานั้นเมื่อเขาเดินเข้ามา คนในโถงต่างถูกดึงดูดเข้าไปแม้แต่ท่านอาสิบสามก็หน้าแดงเจ้าค่ะ” อวิ๋นจือได้ยินเรื่องนี้ก็เกิดตื่นเต้นขึ้นมา

“ถ้าเช่นนั้นก็ดีน่ะสิ” มั่วชิงเฉินได้ยินถึงกับโล่งใจ หลายวันก่อนเพราะเรื่องแต่งงานของท่านอาสิบสาม นางแอบมีความรู้สึกไม่ดีเรื่อยมา บัดนี้ได้ยินว่าท่านอาสิบสามคงจะถูกตาต้องใจฮวาเชียนซู่ผู้นั้นในครั้งแรกที่เห็น รู้สึกว่าในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องน่ายินดีเสียที

ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด เห็นคนสองคนที่ถูกกำหนดให้แต่งงานกันต่างมีความรักให้และกันก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจ

“ใช่แล้ว หลังจากนั้นล่ะ” มั่วชิงเฉินถามต่อ

“หลังจากนั้นก็ประลองต่อเจ้าค่ะ ทว่าคุณหนูท่านบาดเจ็บข้าก็เลยตามท่านกลับมา ได้ยินว่าคุณหนูเก้าเปล่งประกายเจิดจรัสมากในการประลองเจ้าค่ะ เอาชนะท่านสิบสองที่ระดับขั้นสูงกว่านางขั้นหนึ่ง จากนั้นคุณชายฮวาท่านนั้นรับประทานอาหารเย็นในจวนแล้วจึงกลับไป” อวิ๋นจือเอ่ยเนิบๆ

มั่วชิงเฉินฟังแล้วพยักหน้า

“เอาล่ะ คุณหนู ท่านเพิ่งฟื้น อย่าใช้พลังมากเลยเจ้าค่ะ รีบๆ พักผ่อน อวิ๋นจือจะไปเก็บกวาดแล้ว” อวิ๋นจือพูดพลางเก็บถ้วยชามลงบนถาดรองแล้วหันหลังเดินออกไป

มั่วชิงเฉินมองดูแผ่นหลังของอวิ๋นจือ สูดหายใจลึกๆ เข้าทีหนึ่ง จากนั้นยื่นมือล้วงขวดน้ำเต้าสุราออกจากอกเริ่มพิจารณาขึ้นมา

devc-af530e87-33711พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 043 ตอนที่ 43