ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 015 ตอนที่ 15
ตอนที่ 15 เศรษฐีชั่วข้ามวัน
ซีเหมินจินเหลียนเห็นดังนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าราคาที่ประธานเฉินเสนอนั้นยังต่ำเกินไป เธอยังสามารถเรียกราคาที่สูงกว่านี้อีก เพียงแต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลินเสวียนหลานจึงไม่ยอมเสนอราคา เพียงแค่เขาเสนอราคามา แม้จะได้แค่เพียงสามสิบล้านเธอก็ยินดีที่จะขายให้เขา เธอไม่อยากเอาปัญหานี้มาคิดมากให้วุ่นวาย อย่างไรเสียสามสิบล้านก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
ขณะที่ซีเหมินจินเหลียนกำลังจะอ้าปากพูดนั้น เสียงๆ หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน “ผมให้สามสิบสองล้าน!”
ซีเหมินจินเหลียนหันมองไปทางที่มาของเสียงนั้นแล้วต้องประหลาดใจ เพราะคนที่เสนอราคาครั้งนี้คือตาหวังที่เพิ่งผ่าหินหยกพลาดและยอมขายหินหยกให้เธอในราคาหนึ่งหมื่นหยวนนั่นเอง หลังจากที่ตาหวังเสนอราคาแล้ว เดิมทีใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นอยู่แล้ว ตอนนี้กล้ามเนื้อบนใบหน้ายังกระตุกอีกต่างหาก เธอเห็นแล้วก็อดไม่ได้ต้องแอบขำอยู่ในใจ
ประธานเฉินได้ยินดังนั้นก็ตวัดสายตามองค้อนตาหวัง เขารู้ว่าตาหวังทำธุรกิจค้าขายหยกจีน และคงไม่คิดที่จะเปลี่ยนอาชีพมาค้าขายหยกพม่าตอนนี้แน่ ตาหวังเสนอราคาโพล่งขึ้นมาในเวลาแบบนี้ ดูก็รู้ว่าเป็นการท้าทายและก่อกวนมากกว่า หรือบางทีตาหวังอาจจะเสนอราคาสูงเพื่อจะได้ซื้อก้อนหยกนี้กลับไปเก็บไว้ดูเล่นๆ ก็ได้
สมัยนี้ หยกเนื้อแก้วสีเขียวสดหายากแบบนี้ ราคามีแต่จะสูงขึ้นๆ ซื้อเก็บไว้ราคาก็ไม่ตก ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะกลายเป็นสมบัติประจำตระกูลก็ได้
“สามสิบห้าล้าน!” ประธานเฉินเสนอราคาอีกครั้ง
ผู้คนที่มามุงดูกันอยู่นั้นต่างก็อยากได้ก้อนหยกนี้มาไว้ในครอบครองทั้งนั้น เพียงแต่เงินในกระเป๋าไม่เอื้ออำนวย ทำได้เพียงมองมันด้วยความเสียดายและหนึ่งในนั้นก็คือหลินเสวียนหลานนั่นเอง
“สามสิบหกล้าน!” ตาหวังเสนอราคาสู้อีกครั้ง แม้อายุจะมากแล้วแต่น้ำเสียงยังดังกังวาน ตาหวังตวัดสายตามองประธานเฉินราวโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน
“สี่สิบล้าน!” ครั้งนี้ประธานเฉินแทบจะกัดฟันพูดออกมา เดิมทีเขาคำนวณแล้วว่า ต่อให้ซีเหมินจินเหลียนเรียกราคาสูงขึ้น แต่เขาคงได้ก้อนหยกนี้มาครอบครองในราคาสามสิบห้าล้านอย่างแน่นอน ไม่คิดเลยว่าตาหวังจะเข้ามาก่อกวนและปั่นราคาจนบีบให้เขาต้องเสนอราคาสูงขึ้นถึงสิบล้านจากที่คำนวณไว้ นี่เห็นว่าสิบล้านไม่ใช่เงินกันใช่ไหม
ครั้งนี้ตาหวังไม่ส่งเสียงเลยสักนิด เขาเองก็เสียใจมาก ก้อนหยกนี้มันเป็นของเขาตั้งแต่แรก ถ้าเพียงเขายืนกรานที่จะผ่าอีกครั้ง......
แต่ว่าก้อนหินหยกถูกผ่ากลางก้อนแบบนั้นยังไม่เห็นสีเขียวแม้แต่นิดเดียว อย่าว่าแต่ตัวเขาที่ผิดหวังเลย ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่ต่างก็ผิดหวังไปตามๆ กัน
ความจริงแล้วเขาไม่ได้โกรธแค้นจนต้องเข้าไปก่อกวนเลยสักนิด แต่เขาคิดที่จะซื้อก้อนหยกชิ้นนี้กลับไปจริงๆ ถึงจะไม่ได้เจียระไนเป็นเครื่องประดับ ขอแค่ขัดเงาและเก็บไว้ดูเล่นๆ ที่บ้านเขาก็อิ่มใจแล้ว
หยกเนื้อแก้วนั้นพอหากันได้ แต่จะหาสีเขียวสดแบบนี้นั้นหายาก แถมก้อนใหญ่ขนาดนี้อีก ถึงแม้สีของหยกสีเขียวจะมีอยู่ไม่กี่เฉด แต่สำหรับคนที่ดูเป็นจริงๆ นั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่าสีของหยกทุกชิ้นนั้นก็เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่ที่มีสีสันแตกต่างกันออกไป สีเขียวสดก็เป็นเพียงแค่คำเรียกหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายแล้วต้องกลับมาดูว่าเป็นสีเขียวสดจริงและไม่มีสีอื่นมาปน ดูแล้วต้องรู้สึกสบายอกสบายใจ
ส่วนก้อนหยกในมือซีเหมินจินเหลียนนั้น เห็นแค่แวบเดียวก็รู้สึกเหมือนสายน้ำบริสุทธิ์ไหลสู่กลางใจ เหมือนความเย็นฉ่ำกลางฤดูร้อน เห็นแล้วรู้สึกสบายตาสบายใจ จิตใจปลอดโปร่งและสุขใจยิ่งนัก
เขารู้สึกว่าราคาสี่สิบล้านไม่แพงเลยสักนิด แต่เขาไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อก้อนหยกนี้ ทำได้แค่เพียงมองมันตาปริบๆ อย่างเสียดายที่สุด
ซีเหมินจินเหลียนเห็นว่าตาหวังไม่สู้ราคาอีก อีกทั้งประธานเฉินรบเร้าเธออีกครั้ง “คุณซีเหมิน ว่าอย่างไรครับ”
ซีเหมินจินเหลียนผงกศีรษะเป็นการตอบรับ ประธานเฉินไม่อ้อมค้อมรีบสอบถามเลขที่บัญชีธนาคารของเธอ จากนั้นก็เขาเดินออกไปโทรศัพท์เพื่อโอนเงินและทุกอย่างก็เรียบร้อยภายในสิบนาที เธอเดินไปเช็คยอดเงินที่ตู้เอทีเอ็มข้างๆ โดยเฉพาะเพื่อความมั่นใจ แต่พอเห็นตัวเลขศูนย์ยาวเป็นพรวนก็ทำให้เธอใจเต้นไม่เป็นส่ำกันเลยทีเดียว
หยกดิบก้อนนั้นตกเป็นของประธานเฉินเรียบร้อย ประธานเฉินไม่ลืมที่จะหยิบนามบัตรยื่นให้ซีเหมินจินเหลียนก่อนกลับ พอเธอดูนามบัตรแล้วถึงได้รู้ว่าเขาเป็นถึงประธานบริหารของบริษัทเซิ่งเต๋อจิวเวลรี่ นามว่าเฉินเฉิน!
ขณะที่ประธานเฉินถือก้อนหยกไว้ในมือเพื่อเตรียมตัวกลับนั้น ซีเหมินจินเหลียนก็เห็นบอดี้การ์ดรูปร่างสูงใหญ่สองคนขับรถสปอร์ตหรูมารับเขา คิดๆ แล้ว มีก้อนหยกสีเขียวมูลค่าสูงขนาดนั้นอยู่กับตัว เรื่องความปลอดภัยก็เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน
ผู้คนที่มาดูการผ่าหินหยก เมื่อไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้นให้ดูแล้วก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันไป ส่วนตาหวังก็ได้แต่ทอดถอนใจและกลับไปพร้อมความผิดหวัง เพียงชั่วพริบตาเดียว ในร้านของเถ้าแก่โจวก็เหลือแค่เถ้าแก่โจว พนักงานในร้านสองคน ซีเหมินจินเหลียนและหลินเสวียนหลานเท่านั้น
“จินเหลียน คุณจะผ่าหินหยกก้อนเล็กนั่นหรือเปล่า” หลินเสวียนหลานถามยิ้มๆ
ซีเหมินจินเหลียนมองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังสาดแสงร้อนแรงอยู่ด้านนอกแล้วก็รู้สึกหิวจนท้องร้องจ๊อกๆ ขึ้นมาทันที เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แถมเมื่อคืนก็เพิ่งจะผ่านเรื่องเลวร้ายมา ดูเหมือนยังไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยซ้ำ ถ้าไม่เป็นเพราะมีลาภลอยอยู่ตรงหน้าจนทำให้มีกำลังวังชาแล้วละก็ ป่านนี้เธอคงหิวตายไปแล้ว
“ถึงหินหยกจะมีค่าแต่ก็กินแทนข้าวไม่ได้ ตอนนี้ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันเป็นเจ้ามือเอง” ซีเหมินจินเหลียนยิ้มเฝื่อนๆ
“มันก็แน่อยู่แล้ว ผ่านไปแค่ครึ่งวัน ตอนนี้คุณกลายเป็นเศรษฐีนีแล้วนี่” หลินเสวียนหลานหัวเราะล้อเลียน
เถ้าแก่โจวมีน้ำใจรีบหยิบถุงผ้าสีดำมาให้สองใบ และช่วยซีเหมินจินเหลียนใส่หยกเนื้อแก้วเขียวมรกตความหนาสองเซนติเมตรที่มีมูลค่าสูงลงในถุงผ้าใบหนึ่ง และใส่หินหยกขนาดเท่ากำปั้นลงในถุงผ้าอีกใบ เถ้าแก่โจวไม่ลืมที่จะบอกกับซีเหมินจินเหลียนก่อนที่ทั้งสองจะออกจากร้านว่า “คุณซีเหมิน คืนนี้ผมมีหินหยกชุดใหม่เข้าร้าน คุณอย่าลืมมาดูกับคุณชายหลินนะครับ”
ซีเหมินจินเหลียนรีบรับปาก “ต้องมาแน่นอนค่ะ!” ใครจะรู้ว่าเธออาจจะเจอก้อนหินหยกที่มีหยกสีเขียวอีกก็ได้ อีกอย่างตอนนี้เธอก็รวยแล้ว ต่อไปก็สามารถซื้อหินหยกลักษณะดีได้แล้ว
พอออกจากร้านเถ้าแก่โจว ทั้งสองก็เดินตรงมาที่ลานจอดรถบริเวณชั้นใต้ดิน หลินเสวียนหลานถือว่าตัวเองไม่ได้ชวดของดีซะทีเดียว อย่างน้อยเขาก็ได้ก้อนหยกเนื้อน้ำแข็งสีเขียวกรีนแอปเปิ้ลมาไว้ในมือ เขามองดูซีเหมินจินเหลียนที่นั่งอยู่ข้างๆ ตัวเองแล้วถามด้วยความสงสัย “ทำไมคุณถึงเลือกหินหยกก้อนนี้ล่ะครับ” ถามไปมือก็ชี้ไปยังก้อนหยกที่ตัวเองถือไว้ในมือ ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวันพอดี ลานจอดรถชั้นใต้ดินจึงไม่มีคนอื่นอีกนอกจากพวกเขาสองคน เขาจึงกล้าถามในสิ่งที่ยังข้องใจกับเธอ
“ก็มันเป็นหินหยกที่ก้อนใหญ่สุดไงคะ!” ซีเหมินจินเหลียนมองเขาตาแป๋ว “ในเมื่อราคาเท่ากัน เลือกแตงโมยังต้องเลือกที่ลูกใหญ่สุดเลย แล้วทำไมฉันจะไม่เลือกหินหยกก้อนใหญ่สุดละคะ
หลินเสวียนหลานหมดคำพูดกับคำตอบของเธอ ใช้วิธีนี้เลือกหินหยกก็ได้เหรอ
“แล้วก้อนเล็กนี่ล่ะครับ” หลินเสวียนหลานถามอีก
“ก้อนนี้...” ซีเหมินจินเหลียนเตรียมคำตอบไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว “ก็เห็นคุณบอกว่าอยากจะจ่ายเงินสักแสนหยวนซื้อมาผ่าเล่นๆ ในเมื่อเขาขายราคาถูกซะขนาดนั้น ฉันก็คิดซะว่าซื้อมาผ่าดูเล่นๆ แล้วกัน คุณก็รู้นี่คะว่าผู้หญิงต้านทานพวกของลดราคาไม่ได้”
หลินเสวียนหลานแทบกระอักเลือดกับคำตอบของเธอ แบบนี้ก็ได้เหรอ
“อะ...อันนี้ฉันให้คุณค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนยื่นก้อนหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดให้หลินเสวียนหลาน “เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้ว...”
“หะ...ให้ผมเหรอครับ” สมองของหลินเสวียนหลานมึนงงไปหมด ไม่จริงใช่ไหม
“คุณอย่าเพิ่งดีใจไป ฉันให้คุณแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนอธิบายยิ้มๆ “ส่วนอีกครึ่ง ฉันอยากรบกวนคุณช่วยทำเป็นกำไล แล้วก็พวกเครื่องประดับต่างๆ ให้หน่อย ไหนๆ ฉันก็ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว คุณช่วยเป็นธุระจัดการให้หน่อยได้ไหมคะว่าทำแบบไหนถึงจะดี” หลินซื่อจิวเวลรี่น่าจะมีโรงงานหยกของตัวเอง เพราะฉะนั้น เรื่องเจียระไนหยกคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
__________________________________________