ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 005 ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 ขึ้นเขา
เมิ่งเชี่ยนโยวตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงพูดคุย นางลืมตาขึ้นในบ้านเก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง รู้สึกเลือนรางอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็พลันได้สติว่านางไม่เคยไร้ความรู้สึกระแวดระวังและป้องกันตัวแบบนี้มานานมากแล้ว เช่นนั้นก็อดมุ่นหัวคิ้วไม่ได้ เพิ่งจะมาวันแรกก็นอนหลับลึกขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีกันแน่
“พ่อ ของแห้งสองชิ้นนี้เป็นของพี่กับลูกคนละชิ้น เอาไว้กินระหว่างทางนะ” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นในลานบ้าน
“ข้ารู้แล้ว รีบเข้าบ้านไปเถอะ กลางคืนอากาศเย็นเดี๋ยวจะไม่สบาย” ชายหนุ่มตอบเสียงเบา
“เสียนเอ๋อร์ เข้าไปในเมืองแล้วต้องเชื่อฟังท่านพ่อนะ อะไรทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็พัก อย่าฝืนเด็ดขาด ตอนกลางคืนรีบกลับมากับพ่อ” เสียงกำชับดังขึ้นอีก
“รู้แล้วขอรับ ท่านแม่”
เสียงฝีเท้าค่อยๆ ไกลออกไป หญิงสาวปิดประตูแล้วถอนหายใจ คลำทางเดินกลับไปยังห้องฝั่งตะวันออก
ตอนที่เมิ่งเชี่ยนโยวตื่นขึ้นมาอีกครั้งนั้น ฟ้าก็สว่างจ้าแล้ว ในบ้านเงียบสนิท เธอลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปจากห้อง เด็กตัวน้อยที่ไม่รู้ว่านั่งทำอะไรอยู่ในลานบ้าน เมื่อได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น เห็นเมิ่งเชี่ยนโยววิ่งสาวเท้าตรงมาหาเขา จึงแหงนหน้าพูดว่า “พี่ ตื่นแล้วหรือ”
เธอลูบหัวเด็กตัวน้อยอย่างเอ็นดู “เหตุใดเหลือแค่เจ้า ท่านแม่กับพี่รองเล่า”
“ท่านแม่กับพี่รองไปทำงานที่นาแต่เช้าแล้วขอรับ ข้าอยู่บ้านคอยดูแลพี่ แม่เก็บข้าวไว้ให้พี่ในกระทะ เดี๋ยวข้าไปยกมาให้นะ” พูดจบก็หันหลังไปยกข้าว
เธอจึงดึงเด็กตัวน้อยไว้ “เดี๋ยวพี่ทำเอง เจี๋ยเอ๋อร์กินแล้วหรือยัง”
“กินแล้วขอรับ”
“ถ้าอย่างเจี๋ยเอ๋อร์เล่นไปคนเดียวก่อนนะ เดี๋ยวพี่กินข้าวเสร็จ แล้วเราออกไปเดินเล่นกัน”
“ขอรับ”
เมื่อเธอล้างหน้าเสร็จ ก็เปิดกระทะ นอกจากข้าวต้มหนึ่งถ้วยและของดำๆ กระด่างพวกนั้นแล้ว ยังมีไข่ไก่อีกฟองวางอยู่ข้างๆ
เมิ่งเชี่ยนโยวหยิบข้าวต้มและของแห้งออกมา ทิ้งไข่ไก่เอาไว้ในกระทะ แล้วก็หยิบ “ผักดอง” ที่เหลือติดก้นถ้วย ตักเข้าปากคำโต
กินไปได้สองคำ เธอก็มุ่นหัวคิ้ว ไม่อร่อยเลยสักนิด เธอกลืนไม่ลงจริงๆ เช่นนั้นจึงฝืนดื่มน้ำข้าวต้มสองสามคำ ถึงได้รู้สึกดีขึ้น กินไปก็คิดไป เธอจะต้องรีบปรับปรุงความเป็นอยู่ของครอบครัว ถ้าหากต้องกินอาหารแบบนี้ทุกวัน ร่างกายของตัวเองอย่าหวังจะฟื้นตัวมีระดับเดียวกับชาติก่อนได้เลย
เมื่อกินข้าวเสร็จ เก็บล้างเล็กน้อยแล้ว ก็พูดกับเด็กตัวน้อยว่า “เจี๋ยเอ๋อร์ พี่อยากไปเดินบนเขา เจ้าพาพี่ไปได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ”
เมื่อออกจากประตูบ้าน เธอถึงได้มองประเมินหน้าตาของหมู่บ้านแห่งนี้ชัดขึ้น
ทั้งหมู่บ้านนี้น่าจะมีประมาณหลายร้อยครอบครัวที่ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่ราบนี้ พื้นที่รกร้างอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน แค่เพ่งมองก็เห็นแล้ว ไม่ไกลจากตัวหมู่บ้านมีภูเขาใหญ่สองสามลูกทอดตัวติดกัน โดยบ้านของเธออยู่ด้านตะวันตกสุดของหมู่บ้าน อยู่ใกล้ภูเขาใหญ่ที่สุด
“เมิ่งเชี่ยนโยว เจ้าไม่เป็นอะไรนะ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาตรงหน้า ในมือถือจอบเล่มหนึ่ง เมื่อเห็นเธอก็ถามขึ้นอย่างประหลาดใจ
“ไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ ป้าหวัง” ด้วยความทรงจำเมิ่งเชี่ยนโยวรู้ว่าคนนี้คือป้าหวังที่อยู่บ้านข้างๆ สามีเป็นหลงจู๊[footnoteRef:1]ร้านขายขนม ลูกชายคนโตทำงานในโรงเตี๊ยมใหญ่ในเมือง ลูกชายคนเล็กยังเด็ก ร่ำเรียนวิชาอยู่ในหมู่บ้าน ความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้นับว่าเป็นอันดับต้นๆ ของหมู่บ้าน นางเป็นคนมีน้ำใจ ดีกับครอบครัวของเธอมาก ทุกครั้งที่สามีเอาขนมกลับมา ก็มักจะเอามาให้บ้านเธอด้วย [1: ผู้จัดการร้าน]
“นี่เจ้ากำลังจะไปไหนหรือ” ป้าหวังถามขึ้นอีก
“วันนี้อากาศดี ข้ากับน้องชายว่าจะไปเดินเล่นบนเขาเจ้าค่ะ”
“ไปบนเขา” ป้าหวังหน้าเปลี่ยนสี รีบพูด “โยวเอ๋อร์เอ๊ย ยังจะขึ้นเขาไปทำไมอีก เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าหัวแตกได้ยังไง เชื่อป้าเถอะนะ รีบกลับบ้าน พักฟื้นตัวให้ดี”
“ป้าหวัง หมอบอกว่าเดินเยอะๆ แผลจะยิ่งหายเร็วเจ้าค่ะ ไม่ต้องเป็นกังวลนะเจ้าคะ พวกเราแค่เดินเล่นเท่านั้น จะไม่ไปที่อันตรายเด็ดขาด” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มจางๆ
“หมอบอกอย่างนั้นจริงๆ” นางถามขึ้นอย่างแคลงใจ
“อือ!” พยักหน้าอย่างหนัก
“งั้นเจ้าต้องระวังให้ดีนะ ถ้ามีอะไรผิดปกติ ก็รีบลงมาจากเขาแล้วร้องตะโกน ป้าจะทำงานอยู่ที่เนินเขา”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณเจ้าค่ะป้าหวัง”
เมิ่งเชี่ยนโยวส่งยิ้มบอกลาป้าหวัง พาเมิ่งเจี๋ยค่อยๆ เดินมุ่งหน้าไปที่แนวเขา เดินเข้ามาใกล้ถึงได้รู้ว่าภูเขาใหญ่นั้นมาก ต้นไม้หนาทึบ แม้แต่เนินเขาด้านล่างยังเต็มไปด้วยต้นไม้สูงเตี้ยใหญ่เล็กนานาพรรณ โดยพื้นที่ระหว่างกลางของพรรณไม้เหล่านี้ปกคลุมแน่นไปด้วยผักป่านานับชนิด คงเพราะอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน จึงเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกเด็ดถอน
เมิ่งเชี่ยนโยวไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ เธอเดินลัดเลาะไปตามแนวเขาเล็กๆ มุ่งหน้าขึ้นเขาต่อ ต้นไม้หนาทึบขึ้นเรื่อยๆ ดอกไม้ป่าก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งป่ามีแต่กลิ่นหอมติดจมูก เมื่อดมกลิ่นหอมเต็มภูเขานี้แล้ว ทำให้เธอเริ่มมีแผนในใจ
เธอเดินมุ่งหน้าต่อไป ใบไม้หนาทึบเป็นลานกว้างปรากฎอยู่ตรงหน้า “เอ๋” เมิ่งเชี่ยนโยวส่งเสียงร้องแล้วนั่งย่อตัวลงบนใบไม้ผืนกว้างตรงหน้าอย่างไม่เชื่อ จ้องมองอย่างพิจารณา ยื่นมือออกไปขุดโดยรอบใบไม้
“พี่ ทำอะไรหรือขอรับ” เด็กตัวน้อยถามอย่างประหลาดใจ
“พี่จะลองขุดดูว่าข้างล่างมีอะไรหรือเปล่า เจ้าช่วยหากิ่งไม้ท่อนใหญ่มาให้พี่หน่อย นี่แข็งเกินไป พี่ขุดไม่ไหว”
“ขอรับ” เด็กตัวน้อยรีบไปหากิ่งไม้ใหญ่มาท่อนหนึ่ง
เมิ่งเชี่ยนโยวหักกิ่งใหม่ออกเป็นสองท่อน ใช้ด้านที่ใหญ่ขุดต่อไป นานครู่ใหญ่ ของสีขาวๆ หัวหนึ่งค่อยๆ ปรากฎขึ้น
“พี่ มีของขอรับ!” เด็กตัวน้อยตะโกนอย่างยินดี
รอจนขุดของสีขาวหัวใหญ่นั้นออกมาทั้งหมด เมิ่งเชี่ยนโยวก็หัวเราะอย่างดีใจ เธอมองไม่ผิด นี่คือมันฝรั่ง!
“พี่ นี่คืออะไรหรือขอรับ” เห็นของในมือเมิ่งเชี่ยนโยวแล้ว เด็กตัวน้อยก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เจี๋ยเอ๋อร์ไม่เคยเห็นของสิ่งนี้หรือ” เมิ่งเชี่ยนโยวหยิบมันฝรั่งถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ ในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมนั้นก็ไม่เคยเห็นมันฝรั่ง ไม่รู้ว่าทุกคนในที่นี่ไม่เคยมีใครรู้จักหรือเปล่า หรือว่ามีแต่บ้านตัวเองที่ไม่มี
“ไม่เคย” เด็กตัวน้อยส่ายหน้าตอบ
ดีจังเลย เมิ่งเชี่ยนโยวพลันตื่นเต้นดีใจ ถ้าเจี๋ยเอ๋อร์ก็ไม่เคยเห็น นั่นก็แปลว่าคนที่นี่ไม่เคยมีใครรู้จักมันฝรั่งมาก่อน แบบนี้โอกาสร่ำรวยก็มาถึงแล้ว มันฝรั่งผืนกว้างขนาดนี้ เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น
“เจี๋ยเอ๋อร์ เร็ว ช่วยพี่ขุดอีกสองหัว คืนนี้พี่จะทำของอร่อยให้เจ้ากิน”
“ขอรับ!” พอได้ยินว่าของอร่อย เด็กตัวน้อยก็ออกแรงขุดเต็มที่ทันที
เมิ่งเชี่ยนโยวขุดมาได้อีกสองหัว เหนื่อยหอบหายใจแรง นั่งลงกับพื้น ร่างกายนี้เป็นตัวถ่วงเกินไปแล้ว ทำงานแค่นี้ก็เหนื่อยจนเกือบจะล้มคว่ำแล้ว
“เจี๋ยเอ๋อร์ เราไม่ต้องขุดแล้ว พี่ขอพักหน่อย เจ้าเล่นคนเดียวไปนะ แต่ห้ามไปเล่นไกลๆ เด็ดขาด”
“รู้แล้ว พี่”
เมิ่งเชี่ยนโยวลุกขึ้นมานั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง หัวสมองปรากฎวิธีการทำมันฝรั่งหลากหลายเมนู : มันฝรั่งเส้นผัดเผ็ด มันฝรั่งราดน้ำแดง เนื้อตุ๋นมันฝรั่ง กระดูกหมูตุ๋นมันฝรั่ง เส้นแป้งมันฝรั่ง มันฝรั่งทอด...
ตอนที่กำลังคิดอย่างตื่นเต้นอยู่นั้น บรรยากาศโดยรอบก็พลันเงียบจนทำให้เธอรู้สึกตัว ช้อนตามอง ไม่เห็นร่างของเด็กตัวน้อย
“เจี๋ยเอ๋อร์!” เธอร้องเสียงหลง ไม่มีการตอบกลับ
เมิ่งเชี่ยนโยวพลันลนลาน รีบลุกขึ้นยืน ไม่สนใจมันฝรั่งอีกต่อไปแล้ว เธอเที่ยวตะโกนไปทั่ว “เจี๋ยเอ๋อร์ เจี๋ยเอ๋อร์ เจี๋ยเอ๋อร์...”
“พี่ ข้าอยู่นี่!” หลังต้นไม้หนาทึบมีเสียงเด็กตัวน้อยดังลอยมา เมิ่งเชี่ยนโยวรีบวิ่งไปหา กอดเด็กตัวน้อยไว้ในอกทันที “พี่บอกแล้วว่าอย่าไปไหนไกล ทำไมถึงไม่เชื่อฟังพี่เลย!”
“ขออภัยขอรับ พี่ ข้าเห็นดอกไม้ตรงนั้นสวยดี ก็เลยไปเด็ดมา”
“จะไปเด็ดดอกไม้บอกพี่ก่อนไม่ได้หรืออย่างไร พี่...” เธอหยิบดอกไม้ในมือของเด็กตัวน้อยมา ถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “เจี๋ยเอ๋อร์ ดอกไม้นี้เจ้าไปเห็นมันที่ไหน”
“ตรงนั้นขอรับ” เด็กตัวน้อยชี้ไปตรงที่ไม่ไกลออกไป
เธอปล่อยเด็กตัวน้อย แล้วรีบไปทันที พุ่มดอกไม้หนาทึบผืนกว้างปะทะเข้าสู่ม่านตา เธอย่อตัวลง เด็ดขึ้นมาหนึ่งดอก ยกขึ้นมาด แล้วมองที่ลำต้นกับส่วนรากอย่างละเอียด เมิ่งเชี่ยนโยวมั่นใจว่านี่ก็คือต้นฉั่งฉิก[footnoteRef:2] [2: พืชตระกูลเดียวกับโสมคน เป็นตัวยาสำคัญในตำรับยาแก้ช้ำในต่างๆ เพราะมีฤทธิ์ในการสลายเลือดคั่ง มีรสขมอมหวาน]
“เจี๋ยเอ๋อร์ เจ้าเป็นดาวนำโชคของครอบครัวเราจริงๆ!” เมิ่งเชี่ยนโยวหันหลังกลับไปกอดเด็กตัวน้อยแน่น พูดขึ้นอย่างดีใจ
“พี่ สิ่งนี้ก็กินได้หรือขอรับ” เขาถามอย่างยินดี
“สิ่งนี้กินไม่ได้ แต่เอาไปขายได้ พอมีเงินก็เอามาซื้อของอร่อย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้เจี๋ยเอ๋อร์ได้”
“จริงหรือขอรับ” พอได้ยินว่าเสื้อผ้าชุดใหม่ เด็กตัวน้อยก็ยินดีปรีดา “หนูอยากมีชุดใหม่เหมือนกับต้าหนิว” ต้าหนิวเป็นหลานของผู้ใหญ่บ้าน พอถึงปีใหม่ได้ใส่ชุดใหม่ก็จะออกมาโอ้อวด เด็กคนอื่นในหมู่บ้านคอยเดินตามหลัง อิจฉาแทบทนไม่ได้
“ได้สิ แต่เจ้าต้องรับปากพี่ก่อนนะว่าห้ามบอกคนอื่นว่าของที่นี่เอาไปขายได้ พี่จะซื้อซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้เจ้าเยอะๆ เลย”
“ข้าจะไม่บอกคนอื่น มีแต่พี่กับข้าที่รู้” เด็กตัวน้อยรับปากอย่างรู้ความ
“เจี๋ยเอ๋อร์น่ารักมาก ไปเถอะ กลับบ้านกัน พี่จะทำของอร่อยให้กิน”
เมิ่งเชี่ยนโยวทำสัญลักษณ์บริเวณต้นฉั่งฉิก จากนั้นก็จูงมือเจี๋ยเอ๋อร์กลับมาบริเวณต้นมันฝรั่ง เห็นมันลูกใหญ่หลายหัวก็เริ่มกลัดกลุ้ม ตอนออกมาไม่คิดว่าจะเจอ ไม่ได้เอาอุปกรณ์ใส่ของมาด้วย เมื่อครู่ก็เอาแต่ดีใจ ขุดอย่างมันมือจนลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิท ตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะ มองดูเสื้อผ้าของตัวเอง ก็ส่ายหน้า ทิ้งความคิดที่จะใช้เสื้อผ้ามาห่อมันฝรั่ง ยังไม่พูดว่าเสื้อผ้าเก่าที่ใส่มานานหลายปีจะทนรับได้หรือเปล่า แค่ร่างกายนี้ก็รับไม่ไหวแล้ว กระทั่งขุดมันยังเหนื่อยเกือบตาย ระยะทางไกลแบบนี้ ยังต้องหอบมันหัวใหญ่หลายหัวนี้กลับไปอีก เธอได้เหนื่อยจนเป็นลมกลางทางก่อนแน่ อีกอย่างจะเอามันฝรั่งกลับไปอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ไม่ได้ หากระหว่างทางมีคนถามขึ้นมา จะบอกหรือไม่บอกดีล่ะ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เมิ่งเชี่ยนโยวจึงตัดสินใจฝังมันฝรั่งกลับคืนที่เดิม กลับบ้านก่อน รอตอนบ่ายค่อยหาวิธีขึ้นมาเอา
“เจี๋ยเอ๋อร์ มันฝรั่งเยอะเกินไป พี่หอบไม่ไหว พวกเรากลับบ้านกันก่อนเถอะ ตอนบ่ายให้พี่รองมาเอาดีหรือไม่” เธอพูดกับเด็กตัวน้อยอย่างอ่อนโยน
เมิ่งเจี๋ยมองมันฝรั่ง ลังเลอยู่พักใหญ่ แล้วก็พูดอย่างอาวรณ์ “ขอรับ”
เมื่อฝังมันฝรั่งเสร็จแล้ว สองพี่น้องก็ค่อยๆ เดินทางกลับ คงเพราะใกล้เวลาเที่ยงแล้ว ตลอดทางจึงไม่ได้พบใครเข้า ตอนที่ใกล้จะถึงหน้าบ้าน เห็นเมิ่งฉีเดินออกมาจากบ้าน รีบวิ่งตรงมาหาพวกเธอ
“พี่รอง!” เด็กตัวน้อยร้องตะโกน
ได้ยินเสียงร้อง เมิ่งฉีก็รีบวิ่งมาตรงหน้าพวกเธอ มองประเมินอย่างละเอียด เมื่อเห็นทั้งสองคนไม่ได้รับบาดเจ็บ เช่นนั้นจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก “ได้ยินป้าหวังบอกว่าพวกเจ้าขึ้นเขาไปอีกแล้ว พี่กับแม่ร้อนใจแทบแย่ กำลังเตรียมจะไปหาพวกเธอ”
“พี่รองไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราไม่ได้ไปในที่อันตราย แค่ไปเดินเล่นแถวๆ นี้เองเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดอย่างสำนึกผิด
“โยวเอ๋อร์ เจี๋ยเอ๋อร์ พวกลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เมิ่งชื่อเดินออกมาจากบ้านและเห็นพวกเขาแล้ว ร้องถามเสียงหลง
“ท่านแม่ พวกเขาไม่เป็นไรขอรับ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นกังวล” เมิ่งฉีร้องตอบเสียงดัง
เมิ่งชื่อถอนหายใจโล่งอก มองดูลูกๆ ที่เดินใกล้เข้ามา “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ต่อไปอย่าไปเที่ยวเล่นบนเขาอีก”
“เจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวรู้ว่าครั้งก่อนตัวเองขึ้นเขาจนหัวกระแทกทำให้เมิ่งชื่อตกใจมาก รับปากเธออย่างไม่ลังเล