ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 023 ตอนที่ 23
ตอนที่ 23 ปรึกษา
หลังจากผู้ใหญ่บ้านกลับไปแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวก็พูดกับเมิ่งชื่อว่า “ท่านแม่ เอาเนื้อที่พวกเราซื้อออกมาเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะทำอาหารสองสามอย่าง ให้ท่านลุงใหญ่กินข้าวกับพวกเรา”
เมิ่งเอ้ออิ๋นเดิมทีก็คิดจะให้เมิ่งต้าจินอยู่กินข้าวด้วยกันพอดี เมื่อได้ยินลูกสาวพูดเช่นนี้ เขาก็รีบพูดสมทบขึ้น “ใช่แล้วๆ และก็ให้เสียนเอ๋อร์ไปซื้อเหล้ามาด้วย พ่อกับพี่ใหญ่จะได้ดื่มกันนิดหน่อย”
เมื่อได้ยินว่ามีอาหารให้กินมีเหล้าให้ดื่ม เมิ่งต้าจินก็นั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนทันที
เพียงไม่นานเมิ่งชื่อและเมิ่งเชี่ยนโยวก็ทำอาหารสองสามอย่างออกมา เมื่อมองดูอาหารคาวที่นำมาวางบนโต๊ะก่อนเหล่านั้น เมิ่งต้าจินก็ขยับมือเล็กน้อย มองตะหลิวในมือของเมิ่งเชี่ยนโยว แล้วก็วางมือลง
เมิ่งเชี่ยนโยวที่เห็นภาพทั้งหมดนั้น ก็เม้มมุมปาก
เมื่ออาหารทำเสร็จจนหมดแล้ว ทั้งครอบครัวก็นั่งล้อมวงลงมือกินข้าว เมิ่งเอ้ออิ๋นยกเหล้าแก้วหนึ่งขึ้นพูดกับเมิ่งต้าจินว่า “พี่ใหญ่ วันนี้ขอบคุณท่านมาก” เมิ่งต้าจินยกแก้วเหล้าขึ้นแล้วดื่มจนหมดแก้ว เมื่อดื่มเสร็จก็รีบหยิบตะเกียบคีบอาหารกิน
เมิ่งเชี่ยนโยวมองท่าทีที่ตะกละมูมมามของเขาแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร การจะเปลี่ยนคนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ต้องค่อยเป็นค่อยไป
รอจนกระทั่งทุกคนกินกันได้พอประมาณแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวถึงเอ่ยปากขึ้น “ท่านลุงใหญ่ พรุ่งนี้พอซื้อที่ก่อสร้างได้ พวกเราก็จะสร้างบ้านได้แล้ว ช่วงนี้หากท่านมีเวลาก็มาช่วยพวกเราหน่อยเถอะนะเจ้าคะ ข้าให้ท่านวันละสามสิบอีแปะ”
“เวลาน่ะก็พอมีอยู่บ้าง แต่เจ้าจะให้ข้าทำอะไรหรือ” พอได้ยินว่าได้เงินสามสิบอีแปะ เมิ่งต้าจินก็ถามเมิ่งเชี่ยนโยวอย่างระวังตัว “ข้าทำงานหนักไม่ไหวแล้ว”
“ท่านไม่ต้องทำงานหนักเจ้าค่ะ ท่านก็คุ้นเคยกับคนในหมู่บ้านดี ท่านเพียงแค่มาช่วยท่านพ่อของข้าดูหน่อยว่ารับใครมาทำงานถึงจะเหมาะสม อีกอย่างท่านต้องไปช่วยเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างกับท่านพ่อข้า หากมีอะไรที่ท่านพ่อข้าแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านก็ช่วยออกหน้าจัดการให้ก็พอ แต่ว่าท่านจะต้องมาเข้างานแต่เช้าทุกวันนะเจ้าคะ”
“เพียงเท่านี้หรือ” เมิ่งต้าจินถามอย่างระแวง
“เพียงเท่านี้เจ้าค่ะ พวกเราวางแผนจะให้เงินคนงานวันละยี่สิบอีแปะ ท่านลุงใหญ่มีภาระรับผิดชอบมาก เช่นนั้นจึงให้ท่านสามสิบอีแปะ”
เมิ่งต้าจินมองเมิ่งเอ้ออิ๋น เห็นเขาพยักหน้า เช่นนั้นถึงได้ตอบรับอย่างยินดี “ตกลง ข้าทำ พวกเจ้าพูดแล้วห้ามคืนคำนะ เมื่อบ้านสร้างเสร็จแล้ว เงินที่จะให้ข้าสักแดงเดียวก็ห้ามขาด”
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้เจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวลุงใหญ่ค่อยหารือกับพ่อข้า ว่าจะเรียกใครมาทำงานดี” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้น
เมิ่งต้าจินกระอ้อมกระแอ้มออกมา ครู่หนึ่งถึงได้ลองหยั่งเชิงพูดขึ้น “ความจริงเรื่องการสร้างบ้าน เจ้าเรียกอาสามมาร่วมงานด้วยน่าจะเหมาะสมที่สุด อาสามของเจ้าตามไปสร้างบ้านให้คนอื่นมานานหลายปี เขาน่าจะเข้าใจด้านนี้มากกว่าพวกเรา”
เมิ่งเอ้ออิ๋นตบหน้าขาดังฉาด “จริงด้วยสิ ทำไมข้าคิดไม่ถึงนะ หลายปีมานี้น้องสามคอยตามพรรคพวกไปรับสร้างบ้านให้คนอื่น ข้าจะไปเรียกเขา”
เมิ่งต้าจินมองเขาแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “เดี๋ยวกินข้าวอิ่มแล้วให้เมิ่งเสียนไปเรียกเขามาก็ได้ เจ้าจงบอกว่าข้ากับพ่อเจ้ามีเรื่องอยากปรึกษากับเขา ให้เขารีบมา”
เมิ่งเสียนพยักหน้าลง
ทุกคนกินข้าวอิ่มแล้ว เมิ่งเสียนก็ไปเรียกคนมา เมิ่งต้าจินและเมิ่งเอ้ออิ๋นใช้วิธีนี้ตามคนมาหารือด้วย
ไม่นานเท่าไร ชายคนหนึ่งก็ตามเมิ่งเสียนเดินเข้ามา ชายคนนี้แต่งกายด้วยชุดที่ทำจากผ้าดิบ เสื้อผ้ามีแต่รูพรุนไปทั้งตัว บนรูพวกนั้นมีคราบปูนที่ยังไม่แห้งสนิทดี เขาตัวไม่สูงมาก หน้าตาละม้ายกับเมิ่งต้าจินและเมิ่งเอ้ออิ๋นเป็นอย่างมาก ดูท่าทางเป็นคนซื่อตรง
ชายหนุ่มตามเมิ่งเสียนเข้ามาในบ้าน พอเห็นเมิ่งต้าจินและเมิ่งเอ้ออิ๋นแล้วก็ถามขึ้น “พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านเรียกหาข้ามีอะไรหรือ”
เมิ่งต้าจินกระแอมแล้วพูดว่า “พี่รองของเจ้าต้องการจะสร้างบ้าน เจ้าช่วยมาดูหน่อยเถิดว่าควรจะสร้างอย่างไร และต้องใช้วัสดุเท่าไร”
“พี่รองจะสร้างบ้าน!” ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “ยกให้เป็นหน้าที่ข้าเอง ข้าจะคำนวณอย่างคุ้มค่าที่สุด”
เมิ่งเชี่ยนโยวยกเก้าอี้มาวางตรงหน้าชายหนุ่ม
ชายหนุ่มรับเก้าอี้มา ลูบหัวนางแล้วถามขึ้น “อาการป่วยของเจ้าหายดีหรือยัง ก่อนหน้านี้อาสามรับสร้างบ้านอยู่ต่างเมือง วันนี้กลับมาแล้วได้ยินอาสะใภ้สามพูดถึงเจ้า เดิมทีคิดว่าพอกินข้าวเสร็จจะมาดูเจ้าสักหน่อย” พูดจบก็ล้วงลูกอมจำนวนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อให้เมิ่งเชี่ยนโยว “ลูกอมพวกนี้เอาไปกินกับเจี๋ยเอ๋อร์เถอะ”
“ขอบคุณอาสามเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวรับลูกอมมาอย่างดีใจแล้วนั่งลงอีกด้าน
แววตาของเมิ่งต้าจินเปล่งประกาย “เจ้าเด็กคนนี้ก็มีเงินแล้ว ยังมาทำท่าดีใจกับลูกอมไม่กี่เม็ดถึงขนาดนี้ คิดจะมาไม้ไหนอีกกัน”
“พี่รอง พี่คิดจะสร้างบ้านแบบใดหรือ” เมิ่งซานถงถาม
เมิ่งเอ้ออิ๋นพูดขึ้นคร่าวๆ เมิ่งซานถงได้ฟังเสร็จก็สูดลมหายใจเข้าปาก “พี่รองจะสร้างเรือนทีเดียวสามหลัง แต่ละหลังยังมีห้องใหญ่อีกหลายห้อง เช่นนี้ต้องใช้เงินไม่น้อยนะ”
“เสียนเอ๋อร์ถึงวัยต้องมีคู่ครองแล้ว ฉีเอ๋อร์เองก็ไม่เด็กแล้ว อย่างไรช้าเร็วก็ต้องสร้างอยู่ดี สู้กัดฟัน สร้างทั้งหมดในคราเดียวให้จบๆ ไปเถอะ” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูด
เมิ่งซานถงใคร่ครวญเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แต่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้กว่าจะสร้างเสร็จคงต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็ม อีกยี่สิบวันก็จะถึงฤดูทำนาแล้ว ถึงตอนนั้นถ้าสร้างไม่เสร็จจะทำอย่างไรล่ะ”
“ท่านพ่อคิดไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ เราจะเริ่มจากสร้างกำแพงล้อมบ้านโดยรอบก่อน จากนั้นค่อยสร้างเรือนหลังหนึ่งข้างบ้านหลังเก่า พวกเราเข้าไปอยู่เรือนหลังนั้นก่อน รอจนไม่มีงานแล้ว ค่อยสร้างที่เหลืออีกสองหลัง”
เมิ่งเชี่ยนโยวเห็นเมิ่งเอ้ออิ๋นนิ่งอึ้ง จึงรีบพูดแทน
เมิ่งซานถงพยักหน้าลง “ก่อกำแพงเรือนทั้งหมดก่อนก็ดี เช่นนี้วัสดุที่วางไว้ในลานก็ไม่ต้องกลัวคนอื่นจะมาเอาไป”
“อาสามท่านคิดว่าจะต้องใช้วัสดุประมาณเท่าไรหรือเจ้าคะ และต้องใช้คนทั้งหมดกี่คน”
“ก่อกำแพงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แค่จัดเก็บพื้นที่โดยรอบก็เท่านั้น สร้างฐานให้ดี ใครก็สามารถทำได้ เรียกคนใช้แรงงานที่ขยันหน่อยมาก็ได้แล้ว แต่การสร้างบ้านต้องใช้ช่างฝีมือ พวกเราเองก็เพิ่งจะสร้างบ้านเสร็จ ข้าจะช่วยเรียกพวกเขามาให้ แต่ค่าแรงจะสูงสักหน่อย สามสิบอีแปะต่อวันต่อคน”
“ช่างฝีมือที่อาสามรู้จักมีประมาณกี่คนหรือเจ้าคะ”
“มียี่สิบถึงสามสิบคน”
“ถ้าจ้างมาทั้งหมดเรือนหนึ่งหลังต้องใช้เวลาสร้างประมาณเท่าใด”
เมิ่งต้าจินครุ่นคิด “ก็ประมาณสิบสองวัน”
“เช่นนั้นก็เรียกมาทั้งหมดเถอะเจ้าค่ะ ยิ่งสร้างเสร็จเร็วเท่าไรยิ่งดี”
“ตกลง พรุ่งนี้ข้าจะไปหาพวกเขา” เมิ่งซานถงรับคำ
“จริงสิเจ้าคะ อาสาม วานท่านบอกพวกเขาด้วยว่านอกจากเงินวันละสามสิบอีแปะแล้ว เรายังจะดูแลเรื่องข้าวกลางวัน มีทั้งผัดผักรวมหมู และวอโถว[footnoteRef:1]*” [1: วอโถว เป็นอาหารประเภทแป้งของคนจีนทางเหนือ โดยทำจากแป้งข้าวโพดและถั่วเหลือง อุดมด้วยใยอาหาร ซึ่งในอดีตจะเป็นอาหารหลักของคนจน รสชาติจะแห้งกระด้างกว่าก้อนหมั่นโถว]
“เช่นนั้นก็ดี เมื่อก่อนตอนพวกเราทำงานแถวๆ นี้ ต้องพกข้าวเที่ยงไปเอง ให้เจ้าบ้านช่วยอุ่นให้ก็พอ ครั้งนี้เรามีอาหารเลี้ยงดู ค่าแรงก็ไม่น้อย พวกเขาจะต้องยินดีมาทำให้แน่”
“เช่นนั้นต้องรบกวนอาสามแล้วเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดด้วยใจจริง
“ส่วนเรื่องคนใช้แรงงาน ท่านพ่อหาคนในหมู่บ้านเราก็แล้วกัน ให้วันละยี่สิบอีแปะ เอาที่ตั้งใจทำงาน ไม่กินแรงอู้งานก็พอ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดกับเมิ่งเอ้ออิ๋น
“ตกลง” เมิ่งเอ้ออิ๋นตอบรับ
“เรื่องนี้มอบให้ท่านลุงใหญ่ดีกว่า ท่านลุงใหญ่รู้ว่าคนแบบไหนควรใช้ แบบไหนใช้ไม่ได้” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดอีกครั้ง
“คนในหมู่บ้านเป็นอย่างไรข้าก็รู้จักดีที่สุด มอบให้ข้าจัดการเจ้าก็สบายใจได้” เมิ่งต้าจินพอได้ยินว่าให้ตัวเองไปหาคน เช่นนั้นก็รีบพูดรับประกันขึ้น
“นอกจากคนงานผู้ชายแล้ว เรายังต้องจ้างคนมาทำอาหารด้วย อาหารทำให้คนเยอะขนาดนี้ ข้ากับท่านแม่คงทำไม่ไหว อีกประเดี๋ยวลุงใหญ่กับอาสามกลับไป ลองถามท่านป้าใหญ่กับอาสะใภ้สามว่ายินดีมาช่วยหรือไม่ ส่วนคนดูแลอาหารให้วันละยี่สิบอีแปะเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดอีก
“ครอบครัวเดียวกันจะมาให้เงินอะไรอีก ประเดี๋ยวข้ากลับไปจะบอกให้อาสะใภ้สามมาหาพวกเจ้า ดูสิว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือบ้าง” เมิ่งซานถงพูด
“ขอบพระคุณอาสามเจ้าค่ะ ไม่เพียงอาสะใภ้สามได้เงินค่าแรง ท่านก็ต้องได้ด้วย สร้างบ้านไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันวันสองวัน จะให้ท่านกับอาสะใภ้มาช่วยงานเปล่าๆ ทุกวันได้อย่างไรกันเจ้าคะ”
“นั่นน่ะสิ จะมาช่วยงานเปล่าๆ ทุกวันได้อย่างไร” ไม่รอให้เมิ่งซานถงพูด เมิ่งต้าจินก็รีบร้อนพูดขึ้น เจ้าน้องสามโง่เขลาเอ๊ย! วันละหลายสิบอีแปะนะ เจ้าจะไม่เอาได้อย่างไร
เมิ่งซานถงกำลังจะพูด ทว่าเมิ่งเชี่ยนโยวก็พูดขู่ขึ้นเสียก่อน “หากท่านไม่รับเงินค่าแรง ก็ไม่ต้องมาสร้างบ้านแล้วเจ้าค่ะ อย่างไรท่านพ่อข้าก็ไม่รู้เรื่อง ถึงตอนนั้นหากสร้างไม่ดีก็ถือเป็นเคราะห์กรรมของครอบครัวเราก็แล้วกัน”
“เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ ปากคอเราะร้ายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ข้าจะรับเงินค่าแรง เจ้าพอใจหรือยัง” เมิ่งซานถงพูดอย่างแหนงหน่าย เมื่อพูดจบ ก็หันไปพูดกับเมิ่งเอ้ออิ๋นและภรรยา “พี่รอง พี่สะใภ้รอง ไม่เจอไม่กี่วัน แม่หนูโยวก็เหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว นางรู้ความมากขึ้น ต่อไปพวกท่านคงไม่ต้องเป็นกังวลแล้วล่ะ”
“ใช่ ลูกคนนี้ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาจากล้มหัวกระแทกคราวก่อน นางก็กลายเป็นเด็กร่าเริง มีความคิดความอ่านมากขึ้น ตอนนี้เรื่องราวในบ้านนางก็เป็นคนตัดสินใจแทบจะทั้งหมด ข้ากับพี่รองของเจ้าทำตามที่นางบอกก็พอ” เมิ่งชื่อพูดด้วยรอยยิ้ม
“ข้ากลายเป็นเช่นนี้ท่านแม่ไม่ดีใจหรือเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวคลอเคลียเมิ่งชื่อ แล้วถามขึ้นอย่างกระเง้ากระงอด
“ดีใจสิ เจ้าเปลี่ยนเป็นแบบไหนแม่ก็ดีใจทั้งนั้น” เมิ่งชื่อพูดอย่างเอ็นดู