ข้ามกาลบันดาลรัก

ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 022 ตอนที่ 22

#22Chapter 022

ตอนที่ 22 ซื้อที่ก่อสร้าง

ข่าวได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เพียงไม่นานก็มีคนมาสอบถามเรื่องการขุดมันฝรั่งถึงบ้าน เมิ่งชื่อกลัวว่ามันฝรั่งในบ้านจะถูกขโมยไป จึงเอาแต่เฝ้าอยู่ในบ้านไม่กล้าออกไปไหน แผนจะกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นจึงต้องถูกเลื่อนออกไป

เมิ่งเชี่ยนโยวเห็นท่าทางอกสั่นขวัญแขวนของเมิ่งชื่อแล้วก็เสนอแนะให้สร้างบ้านใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเข้ามาขโมยแล้ว

เมิ่งเอ้ออิ๋นและเมิ่งชื่อก็รู้สึกว่าบ้านผุพังถึงขั้นนี้ เก็บตั๋วแลกเงินและมันฝรั่งไว้ในบ้านก็ไม่ปลอดภัย เช่นนั้นจึงพยักหน้าพร้อมกัน

ทั้งครอบครัวล้อมวงปรึกษาหารือ คิดว่าตอนนี้บ้านเล็กเกินไป หากต้องการสร้างบ้านหลังใหญ่ จะต้องบอกผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอซื้อที่ก่อสร้างโดยรอบเพิ่ม แต่หลายวันก่อนตอนที่ภรรยาผู้ใหญ่มาขอมันฝรั่งที่บ้าน เมิ่งเชี่ยนโยวก็ยืนหยัดให้นางเอาแป้งสาลีมาแลก ภรรยาผู้ใหญ่บ้านถึงกับหน้าเปลี่ยนสีดูไม่ได้ หากตอนนี้จะไปขอซื้อที่ก่อสร้างกับผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่รู้จะโดนรังแกอย่างไรบ้าง

ตอนที่ทุกคนกำลังลำบากใจอยู่นั้น ดวงตาของเมิ่งเชี่ยนโยวก็กลอกไปมา พูดว่า “เราก็ให้ลุงใหญ่ช่วยไปซื้อให้แทนสิเจ้าคะ”

เมิ่งเอ้ออิ๋นตกตะลึงไป “หากลุงใหญ่ของเจ้ายอมช่วยย่อมเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ว่าเขาจะยินยอมหรือ”

“ข้ากับพี่ใหญ่จะไปพูดกับลุงใหญ่ แน่นอนว่าลุงใหญ่จะต้องรับปากพวกเราเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นอย่างเชื่อมั่น

เมิ่งชื่อมองลูกสาวด้วยความประหลาดใจแวบหนึ่ง ลูกคนนี้ ตั้งแต่ครั้งก่อนที่เอาไก่ไปให้ หลังจากนั้นเมื่อเอ่ยถึงลุงใหญ่ ดวงตาก็สะท้อนแววขบขันออกมา

เมื่อตกลงกันได้แล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวและเมิ่งเสียนก็ไปหาเมิ่งต้าจินที่บ้านใหญ่พร้อมกัน

เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูบ้านใหญ่ เสียงของเมิ่งต้าจินก็ดังลอยออกมา “ท่านพ่อ ท่านแม่ ตอนนี้บ้านน้องรองมีเงินแล้ว ซื้อของดีๆ มาไม่น้อย แต่กลับส่งของเพียงเล็กน้อยพวกนี้มาให้พวกท่าน ช่างอกตัญญูยิ่งนัก!”

“พวกท่านไปบอกเขาเถอะว่าต่อไปนี้พวกท่านก็ไม่ต้องการอะไร ให้พวกเขาให้เงินเลี้ยงดูพวกท่านปีละห้าสิบตำลึงก็พอ”

“ดูท่าลุงใหญ่จะลืมสัญญาของพวกเราไปเสียแล้ว” เมิ่งเชี่ยนโยวก้าวพ้นประตูเข้ามาก็เอ่ยปากพูดขึ้น “ในเมื่อลุงใหญ่ไม่อยากมีเนื้อให้กินทุกเดือน เช่นนั้นจากนี้ไปก็ให้ท่านปู่ ท่านย่าไปอยู่กับพวกเราเถอะเจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นเมิ่งเชี่ยนโยวเดินเข้ามา เมิ่งต้าจินก็เกร็งเท้าถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว ปากกลับพูดขึ้นว่า “ข้าไม่ได้ระบายอารมณ์ใส่พวกเขา ข้าเพียงแต่ปรึกษากับพวกเขาเท่านั้น”

เมิ่งเชี่ยนโยวไม่ได้สนใจเขา ร้องเรียกพร้อมกับเมิ่งเสียน “ท่านปู่ ท่านย่า”

สองผู้เฒ่ารับคำ บอกให้ทั้งสองขึ้นมานั่งบนเตียง

“ท่านปู่ ข้ากับพี่ใหญ่มาเพื่อบอกท่านเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ พวกเราคิดจะสร้างบ้านใหม่ อยากให้ท่านช่วยพวกเราซื้อที่ก่อสร้างเพิ่ม” เพิ่งจะนั่งลง เมิ่งเชี่ยนโยวก็เอ่ยปากขึ้น

“พวกเจ้าคิดจะสร้างบ้านใหม่หรือ” เมิ่งต้าจินถามขึ้นเสียงดัง

เมิ่งเชี่ยนโยวหันไปมองเขาแวบหนึ่ง เมิ่งต้าจินก็เงียบเสียงลงฉับพลัน เมิ่งเสียนที่เห็นภาพทั้งหมดนั้นก็เกือบจะหัวเราะออกมาแล้ว

“พี่ใหญ่ก็ใกล้จะอายุครบสิบห้าปีแล้ว ถึงวัยที่ควรมีคู่ครองแล้ว พอดีว่าเราขายมันฝรั่งได้เงินมาเล็กน้อย ท่านพ่อท่านแม่ก็เลยคิดจะสร้างบ้านก่อน แต่พื้นที่ก่อสร้างในตอนนี้ของพวกเราก็เล็กมาก เช่นนั้นจึงอยากจะขอให้ท่านปู่ช่วยซื้อที่ก่อสร้างโดยรอบให้พวกเราหน่อยเจ้าค่ะ เราจะได้มีบ้านที่กว้างขวางขึ้น” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดกับชายชรา

“ได้สิๆ” พอได้ยินว่าเมิ่งเอ้ออิ๋นจะสร้างบ้าน ชายชราก็ดีใจ ด้านหนึ่งนั้นดิ้นรนจะลุกขึ้น อีกด้านก็พูดว่า “ข้าจะไปพูดให้ อย่างไรข้าก็เป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ในหมู่บ้านนี้มานานหลายปี ยังพอมีคนนับหน้าถือตาอยู่บ้าง”

“แต่ว่าสุขภาพของท่านจะไหวหรือเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นด้วยความเป็นกังวล

ชายชราถอนหายใจออกมา “ซื้อที่ก่อสร้างเป็นเรื่องใหญ่ จะรอช้าไม่ได้ ข้าจะเตรียมตัว แล้วให้พ่อเจ้าแบกข้าไปก็ได้แล้ว”

“สุขภาพของท่านปู่ไม่เหมาะสมจะเคลื่อนย้ายไปไหน ไม่เช่นนั้นข้าไปหาปู่รองก็ได้เจ้าค่ะ เมื่อเรื่องสำเร็จแล้วค่อยให้เงินพวกเขาเป็นสินน้ำใจ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้น

“ไปหาพวกเขาทำไมกัน ข้าจะไปซื้อให้พวกเจ้าเอง” พอได้ยินว่าเมื่องานสำเร็จจะมีเงินให้ เมิ่งต้าจินก็รีบพูดขึ้นเสียงดัง

เมิ่งเชี่ยนโยวเม้มมุมปาก “ลุงใหญ่ออกหน้าย่อมดีที่สุด แต่ท่านสามารถทำเรื่องนี้สำเร็จได้หรือเจ้าคะ”

เมิ่งต้าจินตบหน้าอก พูดรับประกันว่า “เจ้าวางใจได้ เรื่องนี้จะต้องทำสำเร็จแน่”

“ตกลง หากลุงใหญ่สามารถซื้อที่ก่อสร้างโดยรอบมาได้โดยไม่จ่ายเงินมากเกินควร ข้าจะให้เงินค่าดำเนินการสองตำลึง”

พอได้ยินว่าเงินค่าดำเนินการสองตำลึง เมิ่งต้าจินก็พลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที “ที่ก่อสร้างรอบบ้านพวกเจ้าราคาเท่าไร ข้ารู้แก่ใจดี หากพวกเขาคิดจะกินเงินของพวกเราบ้านเมิ่งเพิ่ม ไม่มีทางเสียหรอก!”

เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะร่วน พูดกับชายชราว่า “ท่านปู่ เช่นนั้นก็ให้ลุงใหญ่ไปเถอะเจ้าค่ะ ท่านดูแลสุขภาพให้ดีนะเจ้าคะ” พูดจบก็กะพริบตาปริบๆ ให้ชายชรา

ชายชราเห็นนางส่งสัญญาณบุ้ยใบ้ให้ ก็เข้าใจความหมายของนางทันที พยักหน้ายิ้มรับ

เมิ่งต้าจิน เมิ่งเชี่ยนโยวและเมิ่งฉีกลับมาที่บ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นพร้อมกัน เมิ่งชื่อเห็นลูกทั้งสองเรียกลุงใหญ่มาได้จริงๆ เช่นนั้นก็รีบรินน้ำวางไว้ตรงหน้าเขา

เมิ่งต้าจินโบกมือ “น้องรอง เจ้าต้องการซื้อที่ก่อสร้างจำนวนเท่าไร”

เมิ่งเอ้ออิ๋นบอกจำนวนที่ก่อสร้างที่ต้องการซื้อให้เมิ่งต้าจิน

เมิ่งต้าจินได้ฟังแล้วก็ถลึงตาโต นี่ก็ซื้อเยอะเกินไปหน่อยแล้ว จะซื้อที่ก่อสร้างเปล่ารอบบ้านทั้งหมด “น้องรอง เจ้าคิดจะสร้างเรือนใหญ่สักเท่าใดกัน ถึงได้ซื้อที่ก่อสร้างเยอะขนาดนี้”

“พวกเราไม่ได้จะสร้างบ้านทั้งหมด โยวเอ๋อร์คิดจะแบ่งที่ก่อสร้างเปล่าส่วนหนึ่งเอาไว้เพาะปลูก” เมิ่งเอ้ออิ๋นตอบ เริ่มแรกเขาก็ไม่เห็นด้วยที่จะซื้อที่ก่อสร้างเปล่าโดยรอบไว้ทั้งหมด แต่ลูกสาวบอกว่านางต้องการทดลองปลูกฉั่งฉิกและมันฝรั่ง หากว่าทำสำเร็จ ต่อไปพวกเขาจะได้ปลูกในปริมาณมาก

เมิ่งต้าจินคำนวณที่ก่อสร้างโดยรอบทั้งหมดว่ามีประมาณเท่าไร พอมีตัวเลขในใจแล้วก็ลุกขึ้นพูดกับเมิ่งเอ้ออิ๋น “ไปเถอะ ไปบ้านผู้ใหญ่บ้านกัน”

เมิ่งเอ้ออิ๋นหยิบขนมกล่องหนึ่งแล้วรีบเดินตามไป เมิ่งเชี่ยนโยวก็เอ่ยปากพูด “ท่านพ่อ ข้ากับพี่ใหญ่ไปกับพวกท่านด้วยนะเจ้าคะ”

เมิ่งเอ้ออิ๋นพยักหน้าลง ทั้งสองก็เดินตามติดไป

...

บ้านของผู้ใหญ่บ้านนั้นอยู่ค่อนข้างไกล เดินอยู่พักใหญ่ก็มาถึง เมิ่งเอ้ออิ๋นเคาะประตูบ้าน

“มาแล้ว” คนในบ้านส่งเสียงตอบรับ ประตูถูกเปิดออก ภรรยาผู้ใหญ่บ้านเดินออกมา พอเห็นว่าเป็นเมิ่งเอ้ออิ๋นจึงพูดว่า “โอ้ นี่เอ้ออิ๋นมิใช่หรือ ลมอะไรหอบคนร่ำรวยอย่างเจ้ามาถึงบ้านข้าได้เล่า”

เมิ่งเอ้ออิ๋นเกาศีรษะด้วยความกระอักกระอ่วน “ท่านอาผู้ใหญ่บ้านอยู่หรือไม่ ข้าต้องการซื้อที่ก่อสร้าง”

เมื่อได้ยินว่าจะมาซื้อที่ก่อสร้าง ดวงตาของหลิวชื่อก็สะท้อนแสงวาววับ พร้อมกับมองขนมในมือของเมิ่งเอ้ออิ๋น แล้วผลักประตูออก “ท่านอาผู้ใหญ่บ้านของเจ้าอยู่ด้านใน เข้ามาสิ”

คนทั้งหมดนั้นเดินผ่านประตูเข้ามา ผู้ใหญ่บ้านเมื่อได้ยินเสียงก็เดินออกมาจากในบ้านพอดี เห็นทุกคนที่เดินเข้ามาแล้วก็รีบส่งเสียงทักทาย “ต้าจินกับเอ้ออิ๋นเองหรือ เข้ามานั่งในบ้านก่อนสิ มาหาข้ามีเรื่องอันใดกัน”

พอเข้ามาในบ้านแล้ว เมิ่งเอ้ออิ๋นก็นำขนมในมือวางไว้บนโต๊ะ “ท่านอาผู้ใหญ่ ข้าต้องการซื้อที่ปลูกสร้างบ้านนะขอรับ”

ผู้ใหญ่คิดในใจ ข่าวที่ได้ยินมาจากข้างนอกนั้นไม่ใช่ข่าวลือ เมิ่งเอ้ออิ๋นคนนี้ก็ร่ำรวยแล้วจริงๆ ถึงกับจะซื้อที่ปลูกสร้างบ้าน เช่นนั้นใบหน้ากลับยิ้มแย้มพูดขึ้นว่า “ได้สิ ต้องการซื้อแปลงไหนล่ะ”

“ข้าต้องการซื้อที่ก่อสร้างรอบบ้านข้าทั้งหมด” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูด

“ซื้อทั้งหมดหรือ” ผู้ใหญ่บ้านถามอย่างตกตะลึง

เมิ่งเอ้ออิ๋นพยักหน้า

“โอ้ เอ้ออิ๋นร่ำรวยถึงขั้นไหนกัน ถึงกับคิดจะซื้อที่ก่อสร้างโดยรอบบ้านทั้งหมดในคราเดียว” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านเข้าบ้านมาได้ยินพอดี จึงพูดจาเหน็บแนมถากถาง

“พวกเราคุยเรื่องการงาน อย่ามาสอดแทรก ไปรินน้ำมา” ไม่รอให้เมิ่งเอ้ออิ๋นตอบกลับ ผู้ใหญ่บ้านก็ตำหนิไปก่อน

ภรรยาผู้ใหญ่บ้านเบ้ปากออก หันหลังไปรินน้ำมาให้

“ที่ก่อสร้างโดยรอบบ้านพวกเจ้ามีจำนวนไม่น้อย เจ้าจะซื้อมาปลูกเรือนใหญ่หรือ” ผู้ใหญ่บ้านหยั่งเชิงถามขึ้น

“ไม่ใช่ขอรับ ข้าต้องการสร้างเรือนอาศัยส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือนั้นจะเก็บเป็นพื้นที่เปล่า ลูกๆ ต้องการเก็บไว้เป็นลานเพาะปลูกขอรับ” เมิ่งเอ้ออิ๋นตอบตามตรง

“จะเพาะปลูกซื้อก็ที่ดินธรรมดาก็ได้ หากปลูกไม่สำเร็จก็ทำเป็นแปลงสวนไร่นา ซื้อที่ก่อสร้างมาเพาะปลูกหากไม่สำเร็จจะน่าเสียดาย เสียดายเงินพวกเจ้าเปล่าๆ” ผู้ใหญ่บ้านพูดโน้มน้าว

“ขอบคุณท่านตาผู้ใหญ่บ้านที่แนะนำเจ้าค่ะ แต่ว่าพวกเรายังต้องการจะซื้อที่ปลูกสร้าง” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นเสียงหวาน

ผู้ใหญ่บ้านมองนางอยู่แวบหนึ่ง ไม่เข้าใจว่าเมิ่งเอ้ออิ๋นมาขอซื้อที่ปลูกสร้างแล้วจะพาเด็กสาวมาด้วยทำไมกัน “ก็ได้ เมื่อพวกเจ้ายืนยันเช่นนี้ ข้าก็จะไม่พูดอะไรอีก พื้นที่ก่อสร้างรอบบ้านพวกเจ้าแปลงละหกตำลึง เราไปวัดดูว่ามีจำนวนเท่าไร แล้วเขียนเป็นสัญญาขึ้นมาก็ได้แล้ว”

“แปลงละหกตำลึง” เมิ่งเอ้ออิ๋นถามอย่างตกตะลึง “ปกติหนึ่งหมู่[footnoteRef:1]สามตำลึงไม่ใช่หรือ” [1: หมู่(亩) หน่วยวัดพื้นที่ของจีน 2.4 หมู่เท่ากับ 1 ไร่]

“แค่กๆ” ผู้ใหญ่บ้านแสร้งกระแอมเล็กน้อย “นั่นเป็นราคาของเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้ขึ้นราคาแล้ว”

“ขึ้นราคาอะไรกัน บ้านอู๋ต้นหมู่บ้านเพิ่งซื้อที่ก่อสร้างไปเมื่อเดือนก่อน ก็ราคาสามตำลึงนี่นา เหตุใดพอเป็นพวกเราถึงเป็นหกตำลึงได้เล่า” เมิ่งต้าจินที่ไม่พูดอะไรมาตลอดพูดเสียงดังโผงผาง “เพราะเจ้าได้ยินว่าบ้านน้องรองมีเงินแล้ว ถึงได้เพิ่มราคาใช่หรือไม่!”

“เหลวไหล! ราคาที่ก่อสร้างทางการเป็นคนกำหนด ข้าไม่มีอำนาจที่จะคิดเงินเพิ่มได้” ผู้ใหญ่บ้านพูดขึ้นหน้าแดง

“เจ้าจะโกหกคนอื่นก็ได้ แต่อย่าคิดว่าจะหลอกข้าได้ ราคาที่ทางการกำหนดก็คือแปลงละสามตำลึง เงินที่เกินมาจะต้องเข้าไปอยู่ในกระเป๋าเจ้า!” เมิ่งต้าจินพูดเสียงดังอีก

“เจ้า!” ผู้ใหญ่บ้านหายใจแรง “แปลงละสามตำลึงนั้นเป็นพื้นที่ไม่ดี แต่ที่ดินโดยรอบบ้านของเอ้ออิ๋นราบเรียบเสมอกัน อย่าว่าแต่สร้างบ้านเรือนเลย ให้เอามาเพาะปลูกยังขายเป็นที่ดินดีอุดมสมบูรณ์ได้ ราคาหกตำลึงคิดเกินราคาพวกเจ้าตรงไหน”

“พื้นที่ดีแค่ไหนก็ต้องขายในราคาที่ปลูกสร้าง ข้าไม่สน วันนี้ท่านต้องขายในราคาแปลงละสามตำลึง ไม่เช่นนั้นข้าจะมาก่อกวนเรียกร้องความยุติธรรมทุกวัน!” เมิ่งต้าจินโวยวายไม่เลิก

ผู้ใหญ่บ้านโมโหจนไอออกมาจริงๆ แล้ว เป็นอย่างที่เมิ่งต้าจินพูดไว้ทุกอย่าง ทางการกำหนดที่ดินแปลงละสามตำลึง หากขายได้ราคามากกว่านั้นส่วนต่างจะเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่คนในหมู่บ้านนั้นยากจน แต่ละหลังเขาก็เก็บเกินเพียงหนึ่งถึงสองตำลึงเท่านั้น หลายปีที่ผ่านมานี้จึงได้เงินมาไม่กี่มากน้อย ตอนนี้ได้ยินว่าเมิ่งเอ้ออิ๋นร่ำรวยแล้ว ก็อยากจะได้เพิ่มอีกนิดไม่น่ามีปัญหา ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวปัญหาพูดจาไม่รู้เรื่องอย่างเมิ่งต้าจิน คอยตอแยไม่เลิกรา หากเขามาก่อกวนทุกวันจริงๆ ชีวิตเขาไม่มีวันสงบสุขแน่ แต่ราคาหกตำลึงเขาพูดออกไปแล้ว จะกลับคำได้อย่างไรกัน

“ท่านตาผู้ใหญ่บ้าน” เห็นผู้ใหญ่บ้านกำลังลำบากใจ เมิ่งเชี่ยนโยวก็เอ่ยปากหวานหยดย้อย ผู้ใหญ่บ้านหยุดไอ มองมาที่นาง “ท่านพูดจามีเหตุผล ที่ดินโดยรอบบ้านพวกเรานั้นพื้นที่เรียบเสมอกันจริงๆ ได้เปรียบกว่าที่อยู่อาศัยของคนอื่นมาก แต่ว่าราคาหกตำลึงก็แพงเกินไป บ้านเราไม่ได้มีเงินมากมายถึงเพียงนั้น ท่านว่าสี่ตำลึงพอได้หรือไม่เจ้าคะ”

เห็นสีหน้าของผู้ใหญ่บ้าน เมิ่งเชี่ยนโยวก็รู้ว่าที่เมิ่งต้าจินพูดเป็นความจริง ผู้ใหญ่บ้านคิดจะโก่งราคาเพิ่มจริงๆ หากให้เงินตามที่เขาบอก เขาจะต้องคิดว่าพวกเขาเป็นคนซื่อ รังแกง่าย ต่อไปมีเรื่องอะไรก็จะยิ่งได้คืบเอาศอก แต่ถ้ายืนยันจะให้เพียงแปลงละสามตำลึง ต่อให้ซื้อได้สำเร็จ ขึ้นเสาลงคานเรียบร้อย ต่อไปหากมีเรื่องให้ต้องพึ่งพาอีก คงพูดคุยกันยากเสียแล้ว นางไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เมิ่งเชี่ยนโยวก็คิดวิธีนี้ขึ้นได้ ตัวเองได้ซื้อที่ดิน ผู้ใหญ่บ้านก็ได้ประโยชน์ไปด้วย

“คือ...” ผู้ใหญ่บ้านใคร่ครวญเล็กน้อย

ภรรยาผู้ใหญ่บ้านยกน้ำกลับมา พอได้ยินว่าหมู่ละสี่ตำลึงก็ดีใจเสียยกใหญ่ ส่งสายตาพยักพเยิดให้ผู้ใหญ่บ้านไม่หยุด

“ก็ได้” เมื่อเห็นสายตาภรรยา ผู้ใหญ่บ้านก็เอ่ยปาก “เช่นนั้นก็แปลงละสี่ตำลึง ข้าเห็นแก่ที่เหล่าเมิ่งเป็นอาจารย์สอนหนังสือให้หมู่บ้านเรามานานหลายปี ถึงให้ราคานี้กับพวกเจ้า หากเป็นคนอื่น หกตำลึงก็ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว”

“ขอบพระคุณอาผู้ใหญ่บ้านขอรับ”

“ขอบคุณท่านตาผู้ใหญ่บ้านเจ้าค่ะ” ทุกคนรีบพูด มีเพียงเมิ่งต้าจินที่ยังพูดว่า

“เหตุใดต้องให้สี่ตำลึง ข้าให้สามตำลึงเท่านั้น เห็นพวกเราไม่มีใครเลยคิดจะรังแกหรืออย่างไร...”

“ท่านลุงใหญ่” เมิ่งเชี่ยนโยวรีบตัดคำพูดเขา “ท่านตาผู้ใหญ่ดีกับพวกเรามากแล้ว บุญคุณนี้เราต้องระลึกไว้ ท่านไม่ต้องพูดอีกแล้วเจ้าค่ะ”

เมิ่งต้าจินหุบปากในทันที

“ไปเถอะ ข้าจะไปวัดที่พร้อมพวกเจ้า แล้วจดรายละเอียดส่งมอบให้ทางการเก็บบันทึกไว้” ผู้ใหญ่บ้านพูดขึ้น จากนั้นก็ชี้ขนมบนโต๊ะ “เอาขนมกล่องนี้กลับไปเถอะ คนหมู่บ้านเดียวกัน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ยังต้องรับของพวกเจ้าอีก”

“ขนมกล่องนี้ซื้อมาจากร้านขนมที่ดีที่สุดในเมือง ท่านอาผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือมากเช่นนี้ เป็นเรื่องที่สมควรแล้วขอรับ” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูด

พอได้ยินว่าเป็นขนมร้านที่ดีที่สุดในเมือง ภรรยาผู้ใหญ่บ้านก็รีบยกกล่องขึ้น “เอ้ออิ๋นก็รู้งานยิ่งนัก ขนมนี้พวกเรารับไว้แล้ว ต่อไปมีเรื่องอะไรก็ขอให้รีบมาที่นี่เถอะ”

ผู้ใหญ่บ้านไม่พูดอะไรอีก เดินออกไปด้านนอก คนทั้งหมดทยอยเดินตามออกไป

เมื่อมาถึงบ้านเมิ่งเอ้ออิ๋น ทั้งหมดก็วัดที่ดินโดยรอบตลอดทั้งสี่ด้าน ทั้งหมดนั้นเป็นเงินสิบหกตำลึง

ผู้ใหญ่บ้านกำชับพวกเขาว่าให้เตรียมเงินให้พร้อม พรุ่งนี้ไปลงบันทึกกับทางการ จากนั้นก็กลับบ้านไป

devc-0d0a274d-33119ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 022 ตอนที่ 22