ข้ามกาลบันดาลรัก

ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 039 ตอนที่ 39

#39Chapter 039

ตอนที่ 39 ถูกคนพบเข้า

วันที่สองเมิ่งต้าจินและเมิ่งซานถงพร้อมด้วยภรรยาก็มาถึงบ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นแต่เช้าตรู่ เมิ่งเอ้ออิ๋นนำพวกเขามายังพื้นที่ขุดฉั่งฉิก เห็นฉั่งฉิกที่วันก่อนเมิ่งเอ้ออิ๋นและลูกๆ ขุดออกมาไว้แล้วบางส่วน วางเป็นระเบียบอยู่อีกด้านหนึ่ง

ทั้งหมดเตรียมลงมือขุด เมิ่งเชี่ยนโยวก็กลับบอกให้พวกเขารอก่อน ชี้ไปที่ลำต้นที่โตเต็มวัยแล้วพูดกับเมิ่งชื่อและพี่สะใภ้น้องสะใภ้ของนาง “ท่านแม่ ท่าน ป้าใหญ่และอาสะใภ้สามเด็ดลำต้นออกมาก่อนเถอะเจ้าค่ะ”

เมิ่งชื่อเข้าใจในทันที หยิบตะกร้าขึ้นตรงไปเด็ดลำต้นก่อน อีกสองคนก็ทำตาม ส่วนคนที่เหลือขุดฉั่กฉิกที่พวกนางเด็ดลำต้นไปแล้ว

ทุกคนทำงานอย่างขมีขมัน แม้แต่เมิ่งเจี๋ยเองก็เด็ดลำต้นฉั่งฉิกมากองไว้อีกด้านพร้อมกับเมิ่งเชี่ยนโยว

ครึ่งวันเช้าผ่านพ้นไป ความเร็วของทุกคนก็เริ่มลดลง

เมิ่งเชี่ยนโยวนำน้ำออกมาจากตะกร้าแล้วรินใส่ถ้วยให้ทุกคน พร้อมพูดขึ้นว่า “พวกเราดื่มน้ำ พักผ่อนก่อนเถอะ”

ทุกคนเดินมาข้างนาง แต่ละคนยกถ้วยน้ำขึ้นดื่ม มีเพียงเมิ่งต้าจินที่นั่งรากงอกไม่ขยับเขยื้อนอยู่ใต้ร่มไม้

เมิ่งเชี่ยนโยวยกถ้วยน้ำส่งให้เมิ่งต้าจิน “ลุงใหญ่ ดื่มน้ำก่อนเถอะเจ้าค่ะ”

เมิ่งต้าจินมองนางแวบหนึ่ง แล้วรับน้ำมาดื่มพรวดๆ จนหมด

“ลุงใหญ่ อยากล้มเลิกหรือไม่เจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวจ้องมองเขาแล้วถาม

นัยน์ตาของเมิ่งต้าจินส่องประกาย

“ทางที่ดีลุงใหญ่อย่าได้มีความคิดเช่นนี้เลย เมื่อลุงใหญ่เป็นคนพูดเองว่าไม่กลัวความลำบาก ก็จะต้องอดทนจนกว่าจะขุดเสร็จทั้งหมด ไม่เช่นนั้นท่านคงรู้วิธีของข้าดีนะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดเตือนเสียงเบา

“ข้าก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ขุด ข้าแค่อยากจะพักก่อนก็เท่านั้น!” เมิ่งต้าจินตวาดขึ้น

ทุกคนต่างหันมองมา ภรรยาเมิ่งต้าจินจึงคิดจะเดินเข้าไปหา เมิ่งชื่อดึงมือนางเอาไว้ แล้วส่ายหน้าอมยิ้ม

“เช่นนี้ก็ดีเจ้าค่ะ ลุงใหญ่อาจจะยังไม่ชินกับงาน เช่นนั้นก็ทำช้าๆ ก็ได้ หากเหนื่อยก็พักได้ ไม่มีใครบังคับ แต่ท่านห้ามแอบอู้และห้ามเล่นตุกติกนะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นต่อ

เมิ่งต้าจินเหล่มองมาที่นางแวบหนึ่ง แล้วส่งถ้วยให้นางต่อ

เมิ่งเชี่ยนโยวก็ไม่ได้ถือสาอะไร เทน้ำให้เขาอีกถ้วย

“โยวเอ๋อร์ ไม่อย่างนั้นให้ข้าเปลี่ยนหน้าที่กับลุงใหญ่ เขาไม่ได้ทำงานพวกนี้มาหลายปี คงขุดไม่ไหวแล้วจริงๆ” ภรรยาเมิ่งต้าจินพูดขึ้น

“ที่ลุงใหญ่เกียจคร้านเช่นนี้ เหตุผลหลักก็เป็นเพราะพวกท่านทั้งนั้นนะเจ้าคะ เขาเป็นผู้ชายเหตุใดถึงจะขุดไม่ไหว” เมิ่งเชี่ยนโยวถามกลับ

“ลุงใหญ่เจ้าเดิมทีร่ำเรียนแต่ตำรับตำรา เคยทำงานหนักเสียที่ไหนกัน” ภรรยาเมิ่งต้าจินพูดด้วยท่าทีเต็มไปด้วยเหตุและผล

“แล้วพอไม่ได้เรียนหนังสือล่ะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวถามต่อ

“พอไม่ได้เรียนหนังสือ ลุงใหญ่ก็อารมณ์ไม่ดีแล้ว ไหนเลยจะยอมมาทำงานหนักได้”

“เช่นนั้นท่านก็เลยทำงานทั้งในบ้านนอกบ้านเองทั้งหมด ให้ลุงใหญ่ขี้เกียจสันหลังยาวมาจนถึงตอนนี้น่ะหรือเจ้าคะ”

“ขะ ขะ ข้า...” ภรรยาเมิ่งต้าจินพูดอะไรไม่ออก

“ลุงใหญ่เป็นเสาหลักของครอบครัว หากว่าเขายังเป็นผู้นำไม่ได้ แล้วเมื่อไรครอบครัวของพวกท่านถึงจะมีชีวิตสุขสบาย ลูกชายคนโตและคนรองของพวกท่านจะทำอย่างไร มีท่านพ่อที่ไม่เป็นโล้เป็นพายเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของพวกเขาหรือไม่เจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวถามขึ้นอีก

พอเอ่ยถึงลูกชายสองคน ภรรยาเมิ่งต้าจินก็ยิ่งไม่มีความมั่นใจจะพูดอะไรอีก

เมิ่งต้าจินลุกขึ้นยืนด้วยความฉุนเฉียว ตวาดใส่ภรรยาของตัวเอง “ใครบอกว่าข้าขุดไม่ไหว งานที่ผู้หญิงเช่นพวกเจ้ายังทำได้ แล้วทำไมข้าจะทำไม่ได้! เจ้าไม่ต้องมาเปลี่ยนงานกับข้า!” พูดจบก็รู้สึกโมโห จนน้ำก็ไม่ดื่มกลับไปขุดฉั่งฉิกต่อ

ภรรยาเมิ่งต้าจินรีบเดินตามไป เมิ่งเชี่ยนโยวจึงแลบลิ้นเล่นหูเล่นตาใส่เมิ่งชื่อและคนที่เหลือ ทั้งหมดหัวเราะเดินตามไป

กระทั่งเวลาเที่ยงวัน เมิ่งต้าจินก็ไม่หยุดพัก

เห็นเมิ่งต้าจินขุดฉั่งฉิกอย่างฉุนเฉียว เมิ่งเชี่ยนโยวก็รู้สึกขบขัน ไม่คิดว่าลุงใหญ่ที่ต้องได้รับการปรับปรุง จะมีอารมณ์เหมือนเด็กเช่นนี้ด้วย

เที่ยงแล้ว เมิ่งเอ้ออิ๋นเรียกทุกคนกลับบ้าน

ทุกคนต่างเก็บข้าวของ เมิ่งชื่อและสามีแบกลำต้นกลับบ้าน

เพิ่งจะถึงหน้าบ้าน ก็เห็นจางจู้เดินวนอยู่หน้าประตูบ้านเสียแล้ว

“พี่ใหญ่ ท่านมาตั้งแต่เมื่อไรกัน” เมิ่งชื่อถามขึ้นอย่างยินดี

“พอรู้เรื่องข้าก็มาทันที ไม่คิดว่าพวกเจ้าจะไม่อยู่บ้าน” จางจู้ตอบ

เมิ่งเอ้ออิ๋นเปิดประตูใหญ่ ทั้งหมดจึงได้เดินเข้ามา เมิ่งเอ้ออิ๋นถึงพูดขึ้นว่า “พี่ใหญ่นั่งลงก่อนเถิด พอดีพวกเราเพิ่งไปขุดของบนเขามา”

จางจู้ก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ

กระทั่งล้างมือเสร็จ เมิ่งเชี่ยนโยวถึงถามขึ้น “ลุงใหญ่ ลอกเมล็ดสนออกหมดแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ ทั้งหมดประมาณกี่จินเจ้าคะ”

“ลอกและผึ่งลมเสร็จนานแล้ว ขอข้าคำนวณก่อนนะ...คงมีห้าถึงหกร้อยจินได้” จางจูตอบ

เมิ่งเชี่ยนโยวพยักหน้า พอๆ กับที่ตนเองคาดการไว้ “ข้าพบวิธีทำให้เมล็ดสนแตกออกได้แล้วเจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จ ข้าจะสอนลุงใหญ่ ท่านกลับไปรีบจัดการทำให้เมล็ดสนแตกออกแล้วเก็บไว้ให้ดีนะเจ้าคะ”

จางจู้รับคำ “ได้ ลุงใหญ่จะทำตามที่เจ้าบอก”

เพียงไม่นานเมิ่งชื่อก็ทำอาหารเสร็จ ทั้งหมดกินอาหารและพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง คนอื่นๆ ก็ขึ้นไปขุดฉั่งฉิกบนเขาต่อ เมิ่งเชี่ยนโยวกลับอยู่ที่บ้านสอนจางจู้ว่าต้องคั่วเมล็ดสนอย่างไร

เมิ่งเชี่ยนโยวทำทุกขั้นตอนอีกรอบอย่างละเอียด ทำไปก็บอกจางจู้ไปถึงจุดที่ต้องระวังใส่ใจ

จางจู้ก็ตั้งใจฟังโดยดี หลังจากที่เมิ่งเชี่ยนโยวทำทั้งหมดเสร็จแล้ว เขาก็ลองทำดูครั้งหนึ่ง ทว่าเมล็ดสนที่คั่วออกมากลับไหม้เสียหมด ทำเอาเขาร้อนรนกระวนกระวาย

เมิ่งเชี่ยนโยวบอกเขาว่าไม่ต้องใจร้อน การแช่น้ำและตากแดดนั้นไม่มีปัญหา เพียงแค่ตอนคั่วใช้ไฟแรงเกินไปหน่อย ให้รักษาไฟอ่อนไว้ตลอดการคั่วก็จะไม่ไหม้แล้ว

จางจู้ลองทำดูอีกหลายครั้ง ในที่สุดเขาก็สามารถจับหลักได้ คั่วเมล็ดสนที่ทั้งหอมและกรอบออกมาได้หนึ่งกระทะ

เมิ่งเชี่ยนโยวกินดูเม็ดหนึ่ง ก็พยักหน้าพอใจ “รสสัมผัสดีมาก ลุงใหญ่กลับไปทำตามวิธีนี้ก็ได้แล้วเจ้าค่ะ”

จางจู้ถอนหายใจยาวออกมาโล่งอก “ถือว่าทำสำเร็จสียที ข้าก็รู้สึกเสียใจที่ข้ามาเองยิ่งนัก หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้ ให้ป้าสะใภ้ใหญ่เจ้ามาก็ดีหรอก”

เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะร่วน “งานนี้จำเป็นต้องให้ลุงใหญ่มาทำเจ้าค่ะ หากน้าสะใภ้ใหญ่เป็นคนคั่ว เมล็ดสนตั้งห้าหกจินนี้ได้ทำนางเหนื่อยตายแน่”

จางจู้พยักหน้า “ก็จริงของเจ้า”

เมิ่งเชี่ยนโยวกำชับเขาอีกครั้งว่าต้องคั่วเมล็ดสนให้ดี ห้ามใจร้อนเป็นอันขาด เพราะการคั่วแบบนั้นรสสัมผัสของเมล็ดสนจะแตกต่างกันมาก และขายไม่ได้ราคาสูง กระทั่งความพยายามที่ลงแรงมาตลอดหลายวันนี้ก็จะสูญเปล่า

จางจู้บอกให้นางไม่ต้องเป็นกังวล บอกว่าตัวเองจะต้องคั่วเมล็ดสนทั้งหมดให้ได้รสสัมผัสเหมือนในตอนนี้ทุกประการ จากนั้นก็กลับบ้านไปอย่างครึ้มอกครึ้มใจ

เมิ่งเชี่ยนโยวมองดูท้องฟ้า ยังเหลือเวลาก่อนทำอาหารเย็นอีกมาก นางจึงตัดสินใจที่จะขึ้นไปบนเขาต่อ เช่นนั้นจึงใส่กุญแจประตูบ้านแล้วมุ่งหน้าเดินขึ้นไปบนเขาอีกครั้ง

...

อากาศเริ่มเย็นแล้ว ทิวทัศน์บนภูเขาก็อึมครึมลงไม่น้อย เมิ่งเชี่ยนโยวเดินไปสังเกตดูโดยรอบอย่างละเอียดไป เสียงสนทนาไม่ไกลออกไปเสียงหนึ่งก็ดังลอยเข้ามา

“เมื่อตอนเที่ยงข้าเห็นพวกคนบ้านเมิ่งสะพายตะกร้าขึ้นมาบนเขา เจ้าว่าพวกเขาเจอของดีอะไรอีกแล้วหรือเปล่า” เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้น

“คงไม่หรอก หากเจอของดีเข้า บ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นคงเก็บเงียบไปนานแล้ว จะบอกคนอื่นได้อย่างไรกัน ครั้งก่อนก็มีแต่บ้านเขาที่แอบร่ำรวยอยู่คนเดียวมิใช่หรือ” ชายอีกคนพูดขึ้น

“มันก็ไม่แน่นะ ไม่แน่ว่าเมิ่งเอ้ออิ๋นมีเงินแล้วอยากจะช่วยเหลือพี่น้องบ้าง ก็เลยพาพวกเขามาร่ำรวยด้วยกัน” ชายคนแรกพูดขึ้นอีกครั้ง

“เรื่องนี้ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน คนในหมู่บ้านยังบอกกันอีกว่าลูกสาวของบ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นนั้น ตั้งแต่นางล้มหัวกระแทกบนเขา ก็เปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน ครั้งก่อนตอนที่มีเรื่องกับเมิ่งเสียวเถี่ย คนก็ต่างพูดกันว่าที่ตัวของเด็กสาวนั่นแผ่กระจายพลังสังหารออกมาด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือโกหก”

“ไม่ว่าจะจริงหรือโกหก ตอนนี้เด็กนั่นก็ร้ายกาจยิ่งนัก ไม่แน่ว่าครั้งนี้นางอาจจะไปเจอของดีอะไรบนเขาอีก พวกคนบ้านเมิ่งถึงขึ้นไปบนเขากันหมดเช่นนี้” ชายที่พูดก่อนเงียบไปครู่หนึ่งถึงพูดต่อ “ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้พวกเราก็แอบตามหลังพวกเขาไปดูกันเถอะ”

“จะดีหรือ ถ้าถูกจับได้จะทำอย่างไรเล่า พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ต่อไปจะคบหากันอย่างไร” ชายอีกคนพูด

“หากถูกจับได้ก็บอกว่าพวกเราขึ้นไปหาฟืนบนเขา เขาลูกนี้ก็ไม่ใช่ของพวกเขาเสียหน่อย ไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามพวกเราขึ้นไปนี่” ชายคนแรกพูดต่อ

“เอ่อ...” ชายอีกคนลังเล

“ว่าตามนี้แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปหาเจ้า รอพวกเขาขึ้นเขา แล้วพวกเราก็ตามหลังไป” ชายคนแรกพูดอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

“เช่นนั้น...ก็ได้” ชายอีกคนรับคำ

ทั้งสองคนค่อยๆ เดินไกลออกไป เสียงพูดคุยเลือนหายจนไม่ได้ยิน

เมิ่งเชี่ยนโยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หันหลังแล้วเดินกลับบ้านไป

...

รอจนทุกคนกลับมาตอนกลางคืน เมิ่งเชี่ยนโยวจึงบอกเมิ่งเอ้ออิ๋นว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องไปขุดฉั่งฉิกแล้ว

เมิ่งเอ้ออิ๋นไม่เข้าใจ เมิ่งเชี่ยนโยวจึงเล่าเรื่องที่วันนี้ได้ยินมาให้เขาฟัง แน่นอนว่านางปิดบังบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับตัวเองไว้

เมิ่งเอ้ออิ๋นได้ฟังก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา แต่เป็นเมิ่งชื่อที่กลับร้อนใจกระสับกระส่าย

เมิ่งเชี่ยนโยวปลอบใจนางว่าไม่ต้องร้อนรน บอกว่านางคิดหาวิธีไว้แล้ว พรุ่งนี้จะไปหาเจ้าของร้านยาเต๋อเหริน ให้เขาช่วยหาคนมาขุดฉั่งฉิกเพิ่ม ส่วนเจ้าของร้านจะจัดการอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขาอีก เช่นนี้ ทั้งไม่ผิดต่อคนในหมู่บ้าน อีกทั้งยังถือเป็นบุญคุณกับร้านเต๋อเหรินด้วย

เมิ่งชื่อได้ฟังเช่นนั้นก็วางใจลง อีกทั้งยังตำหนิตัวเองที่ประมาทเลินเล่อ ขึ้นเขาถูกคนเห็นเข้ายังไม่รู้ตัว

เมิ่งเชี่ยนโยวปลอบใจนาง บอกว่าคนมากขนาดนี้ขึ้นเขาพร้อมกันการถูกจับได้เป็นเรื่องปกติ เป็นตัวนางเองที่ไม่ได้คิดให้รอบคอบ คิดเพียงแค่ไม่ให้คนในตระกูลนำเรื่องแพร่งพรายออกไป ไม่คิดว่าทุกวันที่มีคนขึ้นเขามากมาย แล้วจะไม่ถูกคนเห็นเข้าได้อย่างไร

เมิ่งชื่อกลับพูดปลอบใจนางว่าไม่เป็นไร เพราะของพวกนี้ก็ให้ร้านยาเต๋อเหรินเปล่าๆ ต่อให้ถูกคนพบเข้าแล้วขุดไป พวกเขาก็ไม่ขาดทุนอะไร

เมิ่งเชี่ยนโยวจึงพยักหน้าลงรู้สึกผิด

หลังจากกินอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมิ่งเอ้ออิ๋นก็ไปเปลี่ยนยาให้เมิ่งจงจวี่ และบอกเมิ่งต้าจินกับเมิ่งซานถงและภรรยาว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องขึ้นเขา ทั้งบอกเรื่องราวที่เมิ่งเชี่ยนโยวได้ยินมาให้ทุกคนฟังอีกรอบ

ทุกคนเงียบไม่พูดไม่จา

เมิ่งต้าจินกลับทิ้งตัวนอนลงบนเตียง พูดขึ้นอย่างยินดี “ในที่สุดก็ไม่ต้องทำงานแล้ว” ขุดฉั่งฉิกมาทั้งวัน เหนื่อยแทบตาย หากไม่เพราะกลัวนางเด็กนั่นจะใช้วิธีการอะไรมาจัดการเขา เขาก็คงโยนเครื่องมือหนีไปนานแล้ว จะอดทนทำมาได้ทั้งวันได้อย่างไรกัน

เมิ่งจงจวี่หยิบหมอนที่ข้างมือขว้างออกไป “เจ้าลูกไม่รักดี!”

devc-3daa7acd-33865ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 039 ตอนที่ 39