ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 035 ตอนที่ 35

#35Chapter 035

ตอนที่ 35 รักษา

หลายวันต่อมา นอกจากออกกำลังกายอยู่บนท่อนไม้ในลานบ้านแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวก็คิดค้นว่าจะแยกเมล็ดสนอย่างง่ายดายได้อย่างไร นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว นางก็ยังคงหาวิธีไม่ได้ เมิ่งเชี่ยนโยวก็ไม่ได้รีบร้อน ทดลองทำครั้งแล้วครั้งเล่า เมิ่งชื่อก็ไม่ได้รบกวนนาง เพียงให้เมิ่งเอ้ออิ๋นบังคับรถเทียมเกวียนรีดนุ่นให้เป็นแผ่น จะได้ทำผ้าห่มนวมให้ทุกคนคนละผืน

วันนี้เมิ่งเชี่ยนโยวก็คิดวิธีหนึ่งออกอีกแล้ว นางกำลังเตรียมจะทดลองทำ ทว่าภรรยาของเมิ่งต้าจินก็วิ่งเข้ามาอย่างลนลานเสียก่อน พูดขึ้นด้วยความร้อนรนว่า “น้องรอง เจ้าช่วยรีบไปดูหน่อยเถอะ วันนี้ร่างกายของท่านพ่อก็เจ็บปวดรุนแรงมาก”

เมิ่งเอ้ออิ๋นวางงานในมือลง แล้วรีบวิ่งออกไปทันที ภรรยาเมิ่งต้าจินและเมิ่งชื่อเองก็รีบตามออกไปอย่างกระวนกระวายด้วยเช่นกัน

เมิ่งเชี่ยนโยวและพี่น้องทั้งสี่นั้นคนใส่กุญแจบ้าน แล้ววิ่งตามไปที่บ้านใหญ่ด้วย

ตอนที่ทั้งหมดวิ่งมาถึงบ้านใหญ่นั้น เมิ่งเอ้ออิ๋นก็ประคองชายชราบนเตียง กำลังร้อนรนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

เมิ่งจงจวี่นอนอยู่บนเตียง เหงื่อกาฬซึมไปทั้งตัวแล้ว เส้นเลือดเขียวบนใบหน้าโป่งพองเพราะฝืนกลั้นความเจ็บปวด

“ท่านพ่อ ท่านปู่อดทนต่อไปเช่นนี้ไม่ดีแน่ ท่านรีบไปบังคับรถมาเถิดเจ้าค่ะ พวกเราพาท่านปู่ไปหาหมอที่ร้านยาในเมืองกัน” เมิ่งเชี่ยนโยวมองดูทุกคนที่ลนลานทำอะไรไม่ถูกก็พลันพูดขึ้น

“ใช่แล้วๆๆ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เมิ่งเอ้ออิ๋นค่อยๆ มอบชายชราส่งให้เมิ่งต้าจิน แล้วรีบร้อนวิ่งออกไป

“ท่านพ่อ!” เมิ่งเชี่ยนโยวตะโกนเรียก แต่เมิ่งเอ้ออิ๋นก็วิ่งออกไปไกลแล้ว

เมิ่งเชี่ยนโยวรีบพูดกับเมิ่งเสียนว่า “พี่ใหญ่ พี่รีบเอากุญแจไปให้พ่อ บอกพ่อว่าอย่าลืมเอาเงินมาด้วย”

เมิ่งเสียนพยักหน้าลง รีบวิ่งตามออกไปทันที

เมิ่งเชี่ยนโยวเดินไปที่ข้างเตียง จับแขนชายชรา แล้วแอบจับชีพจรของเขา

รอจนเมิ่งเอ้ออิ๋นบังคับรถเทียมเกวียนมาถึง ทั้งครอบครัวก็แบกเมิ่งจงจวี่ขึ้นรถอย่างระวัง เมิ่งต้าจิน เมิ่งเสียน เมิ่งฉีและเมิ่งเชี่ยนโยวก็ขึ้นไปบนรถ เมิ่งเอ้ออิ๋นบังคับรถมุ่งหน้าตรงเข้าเมือง เมิ่งต้าจินกอดชายชราในท่านั่งไว้ในอ้อมกอดแน่นตลอดทาง คอยเช็ดเหงื่อเม็ดโตที่ผุดขึ้นบนหน้าผากของชายชราไม่หยุด เมิ่งเชี่ยนโยวที่เห็นทั้งหมดนี้ ก็ถึงกับกะพริบตาปริบๆ ก้มหน้าเผยรอยยิ้มที่แฝงเลศนัยบางอย่าง

เมิ่งเอ้ออิ๋นบังคับรถด้วยความเร็ว เพียงชั่วยามกว่าก็มาถึงหน้าประตูร้านยาเต๋อเหริน

เมิ่งเอ้ออิ๋นจอดรถ ทั้งหมดก็ช่วยกันแบกเมิ่งจงจวี่เข้าไปในร้านยาเต๋อเหรินทันที

ในร้านยาเต๋อเหรินนั้นยังคงเป็นหมอชราที่คอยให้การวินิจฉัย เมื่อเมิ่งเอ้ออิ๋นก้าวพ้นประตูเข้ามาก็ร้องเรียกหมอชราขึ้น “ท่านหมอ รีบมาดูพ่อข้าหน่อยเถิด ท่านพ่อข้าเจ็บเจียนตายแล้ว”

เมื่อเห็นคนทั้งหมดแบกคนเข้ามาในร้าน หมอชราก็รีบลุกขึ้นจากที่นั่ง พูดกับพวกเขาว่า “วางเขาไว้บนเตียงด้านข้างนี้”

ทั้งหมดรีบวางเมิ่งจงจวี่ไว้บนเตียง หมอชราก็เดินเข้ามาถามขึ้นว่า “ไม่สบายตรงไหน”

“ประมาณสองเดือนก่อนท่านพ่อของข้าหกล้ม หลังจากนั้นก็นอนบนเตียงเคลื่อนไหวไม่ได้อีก ท่านหมอในหมู่บ้านบอกว่านอนพักฟื้นบนเตียงระยะหนึ่งอาจจะดีขึ้น แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด วันนี้อยู่ๆ ถึงได้ปวดหนักเช่นนี้” เมิ่งต้าจินเช็ดเหงื่อให้ท่านพ่อของตนไปพลาง บอกอาการไปพลาง

หมอชราตรวจชีพจรให้กับเมิ่งจงจวี่ หัวคิ้วก็พลันย่นย่อ พูดกับเมิ่งเอ้ออิ๋นว่า “ถลกเสื้อผ้าบริเวณเอวของคนป่วยขึ้น”

เมิ่งเอ้ออิ๋นถลกเสื้อของชายชราขึ้น ทุกคนต่างก็สูดลมหายใจเย็นเข้าปาก เห็นบริเวณเอวของเมิ่งจงจวี่นั้นมีตุ่มขนาดใหญ่โป่งพอง

“เหลวไหลยิ่งนัก!” เมื่อเห็นตุ่มขนาดใหญ่ของชายชรา ท่านหมอก็พูดขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว “พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่ คนป่วยเป็นถึงขนาดนี้แล้วพวกเจ้าถึงได้มากัน”

เมิ่งเชี่ยนโยวเมื่อเห็นตุ่มขนาดใหญ่ก็โล่งอก ชายชราไม่บาดเจ็บถึงแก่ชีวิตก็พอแล้ว

ทว่าเมิ่งต้าจินและเมิ่งเอ้ออิ๋นกลับตกใจอย่างสุดขีด จนเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว พวกเขาถามขึ้นเสียงสั่นว่า “ท่านหมอ นี่คือ...เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“ตอนที่คนป่วยล้มกระแทกแล้วเส้นพลิกนั้น เดิมทีพวกเจ้ามานวดคลายเส้นสองสามครั้งก็จะหายดี แต่ตอนนี้ไม่เพียงเส้นพลิกไปกองรวมกัน แต่ต่อมด้านในยังสร้างเม็ดตุ่มขึ้นมาอีก” หมอชราพูดขึ้น

เมิ่งเอ้ออิ๋นยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่ “เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี ท่านหมอ ท่านต้องช่วยพ่อข้านะ!”

หมอชรากดตุ่มขนาดใหญ่นั้น ก็เห็นว่าตุ่มมีการเคลื่อนไหว หมอชราจึงถลกแขนเสื้อใช้สองมือกดลงบนตุ่มนั้นแล้วออกแรงเค้น “อ๊า!” เมิ่งจงจวี่ร้องเสียงดังออกมาด้วยความเจ็บปวด

“กดเขาไว้!” หมอชราสั่งการ ออกแรงบีบเค้นตุ่มขนาดใหญ่นั้น ชั่วพริบตาทั้งร้านยาก็ดังกึกก้องไปด้วยเสียงร้องเจ็บปวดของเมิ่งจงจวี่

เมิ่งต้าจินปวดใจเหลือจะเอ่ย พูดขึ้นอย่างทนไม่ไหวว่า “ท่านหมอ เบามือหน่อยได้หรือไม่”

“ในตุ่มนี้มีแต่หนอง เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าจะเกาะตัวกันเป็นก้อน ยังดีที่ยามนี้กดแล้วยังมีการเคลื่อนไหวบ้าง ทำให้แค่บีบน้ำหนองออกมาหมดก็ได้แล้ว หากพวกเจ้ามาช้ากว่านี้ ตุ่มแข็งจนกดไม่ลง ข้าคิดจะรักษาให้ก็คงไม่ได้แล้ว คนป่วยมีแต่ต้องทนเจ็บเจียนตายเท่านั้น” หมอชราพูดไปพลางออกแรงบีบเค้นตุ่มไปพลาง

เมิ่งจงจวี่เจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว เขาร้องเสียงโหยหวนออกมา “ข้าไม่รักษา ข้าไม่รักษาแล้ว”

หมอชราทำเป็นไม่ได้ยิน ออกแรงบีบต่อไป

เมิ่งต้าจินและเมิ่งเอ้ออิ๋นไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก ได้แต่กดเมิ่งจงจวี่ไม่ให้เคลื่อนไหว

เมิ่งเชี่ยนโยวเองก็ทนดูต่อไปไม่ไหว พูดกับหมอชราขึ้นว่า “ท่านเปลี่ยนวิธีรักษาได้หรือไม่เจ้าคะ”

หมอชราเหนื่อยจนหายใจหอบออกมาแล้ว พอเงยหน้าก็จำเด็กสาวตรงหน้าได้ เช่นนั้นก็หยุดมือแล้วพูดว่า “แต่ไหนแต่ไรมาก็มีเพียงวิธีนี้ หากมีวิธีอื่น ข้าจะต้องเปลืองแรงเช่นนี้ทำไมกัน”

เมิ่งเชี่ยนโยวมองเมิ่งจงจวี่ที่เจ็บจนไม่ได้สติ ก็ไม่ได้ลังเลอีกต่อไป เดินไปนั่งข้างเก้าอี้ตรวจที่หมอชรานั่งพักครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้ามีวิธีอื่นเจ้าค่ะ”

“เจ้ามีวิธี” หมอชรามองนางอย่างตกตะลึง ถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ

เมิ่งเชี่ยนโยวพยักหน้าลง

เช่นนั้นหมอชราจึงยิ่งตกตะลึงหนัก เด็กสาวคนนี้มีวิธีอื่นในการรักษาโรคนี้หรือ

“ดูท่าชายชราคนนั้นจะเป็นคนในครอบครัวเจ้าใช่หรือไม่ เมื่อเจ้ามีวิธีอื่น เหตุใดถึงไม่รักษาเอง” หลังจากตกตะลึงหมอชราก็ถามขึ้น

“ข้อแรก ที่บ้านไม่มียาไว้ใช้ในการรักษา ข้อสอง ข้าไม่อยากให้คนที่บ้านรู้ว่าข้ารู้วิชาแพทย์ ตอนที่อาจารย์สอนข้านั้นก็ได้สั่งห้ามข้าไว้เด็ดขาด หากไม่ถึงคราวคับขันจริงๆ ก็ห้ามให้ใครรู้ว่าข้ารู้วิชาแพทย์เจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นทีเล่นทีจริง เพียงแค่ตุ่มหนองเล็กๆ ต่อให้แข็งหน่อย ในยุคปัจจุบันใช้มีดหมอก็สามารถจัดการปัญหานี้ได้แล้ว มาถึงจุดนี้นางจึงทำได้เพียงต้องหลอกหมอชราว่าตัวเองรู้วิชาแพทย์ถึงจะทำได้

หมอชราพยักหน้าลงอย่างเข้าใจ หมอประหลาดบางคนชอบรับศิษย์ เด็กสาวคนนี้อายุเพียงเท่านี้ก็มีโชคชะตาที่ดีเช่นนี้แล้ว อนาคตในภายภาคหน้านางจะต้องก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด

“ต้องทำอย่างไรหรือ” หมอถามเสียงต่ำ

“ท่านเพียงแค่เตรียมยาชา ยาสมานแผล ผ้าพันแผลและมีดขนาดเล็กหนึ่งเล่ม พร้อมห้องที่เงียบสงบก็ได้แล้ว ส่วนที่เหลือข้าจะจัดการเอง ท่านคอยดูก็พอเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด

“เตรียมของเหล่านี้มาทำอะไร อีกทั้งยาชาที่เจ้าพูดถึงนั้นคือสิ่งใด” หมอชราถามขึ้น

“อีกเดี๋ยวท่านก็รู้เอง ส่วนยาชานั้น ก็คือยาชนิดหนึ่งที่จะทำให้คนไม่ได้สติไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดไปชั่วขณะหนึ่ง” เมิ่งเชี่ยนโยวอธิบาย

“เจ้าหมายถึงหมาเฟ่ยซ่าน[footnoteRef:1]สินะ เจ้าจะเอาไปทำอะไร” หมอชราเริ่มงุนงง [1: หมาเฟ่ยซ่าน เป็นชื่อยาชาในสมัยโบราณ]

“อืม” เมิ่งเชี่ยนโยวพยักหน้า “ข้าก็ไม่อยากให้ท่านปู่รู้ว่าข้ารู้วิชาแพทย์เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นข้าจะไปสั่งเสี่ยวเอ้อร์ไปต้มมาให้” หมอชราเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาสั่งการสองสามคำ เสี่ยวเอ้อร์ก็พยักหน้ารีบไปต้มยาทันที

“อีกอย่าง ต้องรบกวนท่านช่วยคิดหาวิธีแยกคนในครอบครัวของข้าออกไปด้วยนะเจ้าคะ อีกประเดี๋ยวตอนข้ารักษา ให้มีท่านอยู่ด้วยเพียงคนเดียวก็พอเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวกำชับอีกเล็กน้อย

หมอชราพยักหน้าลงแล้วเดินไปข้างเมิ่งจงจวี่ บอกพวกเขาว่าจะใช้อีกวิธีหนึ่งรักษา แต่คนในครอบครัวห้ามมุงดูเด็ดขาด

เมิ่งต้าจินและเมิ่งเอ้ออิ๋นมองเมิ่งจงจวี่ที่เจ็บจนไม่ได้สติ ก็รู้สึกปวดใจจนทนไม่ได้อยู่นานแล้ว อยากจะเอาตัวเองเข้าแลกความเจ็บปวดนี้แทนชายชรา ยามนี้เมื่อได้ยินว่ามีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถรักษาชายชราได้ ต่างก็พยักหน้ารับคำโดยไม่ต้องคิดทันที เดินออกไปจากร้านยาเต๋อเหรินอย่างเชื่อฟัง

“โยวเอ๋อร์ ไปกันเถอะ ท่านหมอให้พวกเราไปรอข้างนอก” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูดกับเมิ่งเชี่ยนโยวที่ไม่ยอมเคลื่อนไหวในร้านยา

“ท่านพ่อ ข้าก็ปรึกษากับท่านหมอแล้วเจ้าค่ะ เขาอนุญาตให้ข้าอยู่ดูแลท่านปู่ได้” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดโกหก

เมิ่งเอ้ออิ๋นก็รู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง เขาก็ไม่ให้คนในครอบครัวอยู่ในร้านด้วยมิใช่หรือ แต่เมื่อคิดว่ามีลูกสาวอยู่ด้วยก็ดีกว่า มีเรื่องอะไรจะได้รู้ได้ทันท่วงที จึงไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่เดินออกจากร้านยาเต๋อเหรินไป

เสี่ยวเอ้อร์แบกเมิ่งจงจวี่ไปยังห้องเล็กที่เงียบสงบห้องหนึ่ง นำยาหมาเฟ่ยซ่านที่ต้มเสร็จแล้วให้เขาดื่ม เพียงไม่นานเมิ่งจงจวี่ก็ผล็อยหลับไป

เมื่อทุกอย่างเตรียมการไว้พร้อมแล้ว หมอชราจึงไล่เสี่ยวเอ้อร์ในห้องออกไป แล้วเฝ้าดูอย่างเงียบๆ ว่าเมิ่งเชี่ยนโยวจะจัดการหนองในตุ่มนั้นอย่างไร

เห็นเพียงเมิ่งเชี่ยนโยวหยิบมีดเล็กขึ้นเผากับไฟครู่หนึ่ง กรีดลงไปบนตุ่มที่เช็ดสะอาดแล้ว หนองด้านในพลันไหลทะลักออกมา

“นี่...” เมื่อเห็นการกระทำในอึดใจเดียวของเมิ่งเชี่ยนโยว หมอชราก็ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

เมิ่งเชี่ยนโยวเองก็ไม่ได้สนใจเขา ใช้มือจัดการกับก้อนหนองที่เป็นก้อนแข็งที่เหลือติดค้างอยู่ด้านในออกมา กระทั่งมีเลือดซึมออกมา เมิ่งเชี่ยนโยวถึงได้หยุดมือลง โรยยาสมานแผล ใช้ผ้าพันแผลปิดไว้ แล้วพูดกับหมอชราว่า “เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

หมอชราพลันได้สติคืนกลับมา “เยี่ยม วิธีนี้เยี่ยมยอดที่สุด ทั้งช่วยลดความเจ็บปวดให้คนป่วย ยังลดขั้นตอนการรักษาลงด้วย”

เมิ่งเชี่ยนโยวล้างมือเสร็จ ก็เก็บล้างสิ่งของที่ใช้แล้วทั้งหมดให้สะอาด พูดกับหมอชราว่า “ประเดี๋ยวพอฟื้นก็แบกออกไปได้เลยนะเจ้าคะ สำหรับเรื่องต่อจากนี้ ข้าจะบอกคนในครอบครัวว่าท่านเป็นคนบอกให้ข้าทำ”

“ได้ๆๆ ไม่ทราบว่าวิธีของเจ้าเมื่อครู่พอจะสอนข้าได้หรือไม่” หมอชราหยั่งเชิงถาม

เมิ่งเชี่ยนโยวมองหมอชราแวบหนึ่ง “สิ่งสำคัญที่สุดของวิธีนี้ก็คือเวลาลงมีดจะต้องเร็วและมั่นคง เพราะหากไม่ระวังแล้วจะกรีดถูกตุ่มหนองของคนป่วยทั้งหมด หากมีเลือดไหลออกมามากจะกลายเป็นความยุ่งยาก ท่านที่อายุมากขนาดนี้แล้ว เกรงว่าจะยากแล้วเจ้าค่ะ”

หมอชรามองมือของตัวเองแวบหนึ่ง แล้วถอนหายใจออกมา

เมิ่งเชี่ยนโยวไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก รอคอยเมิ่งจงจวี่ฟื้นขึ้นมาเงียบๆ

พอเมิ่งจงจวี่ลืมตาขึ้นก็เห็นว่าเมิ่งเชี่ยนโยวนั่งอยู่ตรงหน้าของตัวเอง ยื่นมือออกไปคลำที่เอวอย่างลืมตัว พบว่าตุ่มใหญ่นั้นหายไปแล้ว ที่เอวมีผ้าพันแผลพันไว้แทน

“นี่ข้า...”

เมิ่งเชี่ยนโยวรีบลุกขึ้นยืนประคองมือที่อยู่ไม่สุกของเขาแล้วพูดขึ้น “ท่านปู่ ท่านฟื้นแล้ว ท่านหมอรักษาอาการให้ท่านเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ท่านแค่พักฟื้นไม่กี่วันก็ลงจากเตียงได้แล้ว”

“จริงหรือ” พอได้ยินว่าลงจากเตียงได้ เมิ่งจงจวี่ดีใจหันไปถามหมอชราทันที

หมอชราพยักหน้า “พักฟื้นสองสามวันก็จะลงจากเตียงได้จริงๆ แต่พอตุ่มหนองหายดีแล้ว เจ้ายังต้องมาบีบนวดที่ร้านยา คลายเส้นที่มาอยู่รวมกันนั้นออก เจ้าถึงจะหายดีเหมือนเดิม”

“ได้ๆๆ” เมิ่งจงจวี่พูดอย่างปิติ

“อีกเดี๋ยวให้เสี่ยวเอ้อร์แบกเจ้าเข้าไปในร้านยา ดื่มยาที่เสี่ยวเอ้อร์ต้มไว้ รอดูอาการพักหนึ่งก็กลับบ้านได้” หมอชราพูดกำชับอีก

เมิ่งจงจวี่กล่าวขอบคุณไม่หยุด

หมอชราเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาแบกเมิ่งจงจวี่เข้ามาในร้านยา เมิ่งต้าจินและเมิ่งเอ้ออิ๋นพลันล้อมเข้ามาดู เห็นเมิ่งจงจวี่นอนสบายดีอยู่บนเตียง ต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ได้ยินว่าอีกเดี๋ยวพอดื่มยาเสร็จ กลับไปพักผ่อนที่บ้านไม่กี่วันก็ลงจาเตียงได้ ต่างก็ดีใจจนเกือบจะคุกเข่าขอบคุณ

devc-af530e87-33711ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 035 ตอนที่ 35