ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 036 ตอนที่ 36
ตอนที่ 36 ขอร้อง
หลังจากให้เมิ่งจงจวี่ดื่มยาแล้ว ทั้งครอบครัวก็ยืนรออยู่ข้างเตียง
เสี่ยวเอ้อร์คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมา แล้วกระซิบกระซาบข้างหูหมอชราสองสามคำ หมอชราจึงลุกพรวดขึ้น รีบวิ่งไปหลังร้าน คนที่มารอรับการรักษาในร้านยาเห็นหมอชราจากไปแล้วก็เกิดเป็นความโกลาหล เสี่ยวเอ้อร์จำนวนหนึ่งจำต้องออกมาควบคุมความเรียบร้อย บอกให้ทุกคนรอครู่หนึ่ง อีกประเดี๋ยวหมอก็กลับมา
เมิ่งเชี่ยนโยวที่เห็นทุกอย่างนี้ก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ นั่งรออย่างสงบอยู่อีกด้านต่อไป
เพียงไม่นานหมอชราก็กลับเข้ามา สาวเท้าเดินมาพูดเสียงเบาข้างเมิ่งเชี่ยนโยวว่า “แม่หนู ข้าขอคุยอะไรด้วยหน่อย”
เมิ่งเชี่ยนโยวมองดูชายแขนเสื้อของเขา ก็มุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย แล้วจึงเดินไปกระซิบข้างเมิ่งเอ้ออิ๋นว่า “ท่านพ่อ เจ้าของร้านยาอยากปรึกษาข้าเรื่องเก็บฉั่งฉิก ข้าจะไปครู่หนึ่ง หากท่านปู่ตื่นขึ้นมาแล้ว พวกท่านรอข้าก่อนนะเจ้าคะ”
เช่นนั้นเมิ่งเอ้ออิ๋นถึงจะนึกถึงเรื่องวันเก็บฉั่งฉิกที่รับปากไว้ใกล้ว่าจะถึงวันแล้วขึ้นมาได้ จึงพยักหน้าหงึกๆ พูดกำชับเสียงเบาว่า “หารือกันเสร็จแล้วเจ้าก็รีบออกมา คนที่บ้านคงร้อนใจกันหมดแล้ว”
เมิ่งเชี่ยนโยวพยักหน้ารับ พูดกับหมอชราว่า “ไปกันเถอะเจ้าค่ะ”
หมอชรานำทางนางไป เพิ่งจะเดินมาถึงหลังร้านเมิ่งเชี่ยนโยวก็พูดขึ้นว่า “ข้าจะไปดู หากช่วยได้ข้าจะช่วย แต่หากช่วยไม่ได้ ท่านหมอก็อย่าได้ตำหนิโทษข้า”
หมอชราตกตะลึงไป
“แขนเสื้อของท่านเปื้อนเลือดแล้วเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวอธิบาย
หมอชรายกแขนเสื้อขึ้นดู เห็นว่าที่ชายแขนเสื้อของตนมีรอยเลือดแต้มเล็กน้อย กำลังจะพูดขึ้น ในห้องก็พลันมีเสียงคำรามดังลอยออกมา “เหล่าอวี๋ เจ้าคลานมาหรืออย่างไร”
หมอชรากลืนคำพูดลงไป แล้วรีบพาเมิ่งเชี่ยนโยวเดินตรงไปยังห้องนั้น
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็ลอยมากระทบจมูก
“เหล่าอวี๋ ที่เจ้าบอกว่า...” เมื่อเห็นเมิ่งเชี่ยนโยว ชายหนุ่มก็ตะลึงเล็กน้อย มองไปที่ด้านหลังของนางแวบหนึ่งก็ไม่เห็นคนอื่นอีก จึงส่งเสียงตวาดดังลั่น “เหล่าอวี๋ อย่าบอกข้านะว่าหมอเก่งที่เจ้าว่านั้นก็คือนาง”
เมิ่งเชี่ยนโยวจำได้ว่าคนผู้นี้ก็คือเจ้าของร้านยา ในตอนนี้เขามีเหงื่อซึมไปทั่วกาย ใบหน้าร้อนรน ไม่มีมาดของคุณชายสำรวยก่อนหน้านี้อีกแล้ว
“นายท่าน วิชาการแพทย์ของแม่หนูคนนี้ล้ำเลิศ ท่านให้นางลองดูก่อนเถิดนะ” หมอชราพูดโน้มน้าวเขา
“เด็กสาวตัวเล็กๆ จะมีวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน ข้าว่าเจ้าไม่เพียงแต่แก่แล้ว สายตายังฝ้าฟางอีกต่างหาก!” ชายหนุ่มยังคงพูดตวาดขึ้น
ไม่ต้องรอให้หมอชราพูด เมิ่งเชี่ยนโยวก็หันหลังเดินออกจากประตู เดินกลับไปที่ลานหลังร้านทันที
หมอชราก็รีบตามออกมา วิ่งไปขวางตรงหน้าเมิ่งเชี่ยนโยวแล้วพูดว่า “แม่หนูอย่าได้ถือสาเลย คนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นสหายเพื่อนยากของนายท่าน ตอนนี้ไม่ได้สติแล้ว เพราะร้อนใจ นายท่านถึงได้พลั้งปากพูดออกไปเช่นนั้น”
“เหล่าอวี๋ ปล่อยนางไป แค่เด็กสาวตัวเล็กๆ ทำเป็นอวดเก่ง ข้าก็ไม่เชื่อว่านางจะมีปัญญารักษาพี่ฉู่ได้จริง” ชายหนุ่มบันดาลโทสะกล่าวออกมาเสียงดังลั่น
“พี่ฉู่” เมิ่งเชี่ยนโยวคิดถึงชายที่ไม่สันทัดเรื่องการพูด ใบหน้าสุขุม ก็อดถามขึ้นไม่ได้ “คนที่ได้รับบาดเจ็บคือชายที่นั่งอยู่กับนายท่านของพวกท่านตอนที่ข้ามาขายยาครั้งก่อน”
“ก็คือเขา” หมอชราตอบ
เมิ่งเชี่ยนโยวหันหลังเดินกลับมา ก้าวข้ามประตูเดินตรงไปยังคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงทันที
ชายหนุ่มเมื่อเห็นว่านางกลับมา ก็คิดจะพูดอะไรต่อ เมิ่งเชี่ยนโยวจึงตวาดเสียงดัง “หุบปาก!”
ชายหนุ่มพลันเผยอปากอย่างไม่อยากเชื่อ ชี้ไปที่นางพูดไม่ออกสักคำ
เมิ่งเชี่ยนโยวไม่ได้สนใจเขาอีก เพียงแต่ยื่นมือออกไปฉีกผ้าโดยรอบบาดแผลของชายคนนั้นออก
“จะ..เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงแต่กล้าฉีกเสื้อผ้าของผู้ชาย เจ้ารู้จักละอายหรือไม่!” ชายหนุ่มในที่สุดก็หาเสียงเจอ พูดเสียงดัง
เมิ่งเชี่ยนโยวมองเขาอย่างดุดันครู่หนึ่ง ชายหนุ่มที่รับรู้ได้ถึงพลังสังหารที่ส่งผ่านมาฉับพลัน ก็หดหัวเก็บคอโดยไม่รู้ตัว
“บาดแผลของเขาไม่เพียงแต่ติดเชื้อ อีกทั้งยังได้รับพิษ หากเจ้ายังพูดมากอีกก็รอเก็บศพเขาได้เลย” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นเสียงเย็น
“เขาแค่ถูกธนูยิงใส่เท่านั้น เหตุใดถึงได้รับพิษได้” พอได้ยินว่าชายคนนั้นได้รับพิษ ชายหนุ่มก็รีบก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดขึ้น แต่เมื่อเห็นบาดแผลของชายหนุ่มแล้ว เขาก็พลันตาค้าง เห็นเพียงบริเวณโดยรอบที่ได้รับบาดเจ็บของชายคนนั้นกลายเป็นสีดำไปทั้งหมดแล้ว
หมอชราเองก็ตามเข้ามาดูด้วย ก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้เช่นกัน เมื่อครู่ตอนที่เขาตรวจอาการ บาดแผลยังเป็นสีแดงอยู่เลย ช่วงเวลาเพียงแค่อึดใจเดียว ก็แผ่กระจายถึงขั้นนี้แล้ว นี่ก็เป็นพิษที่รุนแรงยิ่งนัก
“จะต้องรีบดึงธนูออกมาเดี๋ยวนี้ ถึงจะสามารถถอนพิษให้เขาได้” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดอย่างใจเย็น
“เมื่อครู่ข้าก็ดูแล้ว ธนูมีเงี่ยง ไม่อาจดึงออกมาได้” หมอชรารีบพูด
“ข้ามีวิธี ท่านเพียงเตรียมของที่ข้าต้องใช้มาให้พร้อมเถิดเจ้าค่ะ”
“ได้ๆ แม่หนูเชิญว่ามาเถิด”
เมิ่งเชี่ยนโยวบอกสิ่งของที่ต้องการออกไป หมอชราก็จดจำไว้ทั้งหมด เมิ่งเชี่ยนโยวยังได้บอกถึงวิธีการถอนพิษ แล้วกำชับให้หมอชรารีบให้คนไปต้มยา หลังจากดึงธนูออกได้แล้ว ก็ให้เขาดื่มยาในทันที
หมอชราสั่งการเสี่ยวเอ้อร์ไปต้มยาและออกไปเตรียมสิ่งของที่เมิ่งเชี่ยนโยวต้องการใช้ด้วยตัวเอง เมิ่งเชี่ยนโยวตรวจธนูนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง กำหนดทิศทางในการลงมือ
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งเห็นท่าทีจริงจังของนางแล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
หมอชรากระทำการว่องไว เพียงไม่นานก็เตรียมสิ่งของที่เมิ่งเชี่ยนโยวต้องการเสร็จ
เมิ่งเชี่ยนโยวฉีกเสื้อผ้าท่อนบนของชายคนนั้นออก แล้วหยิบมีดเล็กขึ้นเผากับไฟครู่หนึ่ง
ชายหนุ่มเห็นนางหยิบมีดเล็กเผากับไฟ ก็ร้องเสียงเอะอะโวยวาย “เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ”
“หากอยากให้เขามีชีวิตรอด เจ้าก็ควรออกไปจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเย็บปากของเจ้าก่อน” เมิ่งเชี่ยนโยวด้านหนึ่งพลิกมีดเล็กเผาไฟกลับไปกลับมา อีกด้านพูดข่มขู่ชายหนุ่ม
“เจ้า...”
“นายท่าน ท่านอย่ามาอยู่กีดขวางการรักษาของแม่หนูในห้องนี้เลย หากท่านแม่ทัพฉู่เกิดเป็นอะไรขึ้นมา ท่านจะกลับไปให้คำตอบอย่างไร” หมอชราพูดเกลี้ยกล่อมอย่างอดทน
“หากวันนี้เจ้ารักษาพี่ฉู่ไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เดินออกไปจากร้านยาเต๋อเหริน!” ชายหนุ่มพูดข่มขู่ ผลักประตูเดินฉุนเฉียวออกไป
ข้างหูเงียบสงบแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวก็ลงมือตามทิศทางที่ได้กำหนดไว้แล้วเมื่อครู่ ตัดเนื้อโดยรอบธนูด้วยความเร็ว เพราะปลายธนูเป็นเงี่ยง ไม่รู้ว่ายิงลึกไปถึงตรงไหน เมิ่งเชี่ยนโยวไม่กล้าทำเต็มแรง จำต้องค่อยๆ กรีดลึกลงไปอย่างระวัง ต่อให้เป็นเช่นนี้ ทุกใบมีดที่จรดลงไปก็ล้วนมีแต่เลือดสีดำไหลรินออกมา หากไม่รีบตัดเนื้อโดยรอบออกโดยเร็ว แม้จะดึงธนูออกมาได้ ชายหนุ่มก็จะตายเพราะเสียเลือดมากได้
เมิ่งเชี่ยนโยวพยายามตั้งสติให้แน่วแน่ แต่ละครั้งที่จรดใบมีดจะแม่นยำและเร็วรวด ทำเอาหมอชราเลื่อมใสอย่างที่สุด ในชั่วชีวิตนี้สามารถได้เห็นวิชาแพทย์ที่สูงส่งเช่นนี้ ถือว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว
เมิ่งเชี่ยนโยวตัดเนื้อโดยรอบเงี่ยงธนูทั้งสี่ด้านออกหมดแล้ว จับก้านธนูมั่น ดึงออกมาพรวดเดียว ตะโกนใส่หมอชรา “ใส่ยา”
หมอชรานำยาสมานแผลในมือเทใส่บาดแผลของชายคนนั้นอย่างไม่ลังเล เลือดหยุดไหลในทันที
“ผ้าพันแผล!” เมิ่งเชี่ยนโยวตะโกนสั่งอีกครั้ง
หมอชรารีบยื่นผ้าพันแผลในมือให้
เมิ่งเชี่ยนโยวรับมารีบพันไปที่แผลของชายคนนั้นอย่างเร็วรี่
“ไปยกยาเข้ามา รีบให้เขาดื่ม” หลังจากพันแผลเสร็จ เมิ่งเชี่ยนโยวกำชับอีกครั้ง
หมอชรารีบเดินไปนอกประตู รับยามาจากเสี่ยวเอ้อร์เดินมาข้างเตียง อยากจะป้อนยากลับเป็นเรื่องยาก ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บที่หลัง ตอนนี้นอนคว่ำอยู่บนเตียง ไม่อาจป้อนยาได้เลย
เมิ่งเชี่ยนโยวทำทั้งหมดนี้เรียบร้อยแล้วก็รู้สึกเหนื่อย ไร้เรี่ยวแรงที่จะเคลื่อนไหวนั่งอยู่บนเก้าอี้อยู่เป็นนาน เมื่อเห็นท่าทีเก้อกังของหมอชรา นางก็พูดขึ้นว่า “เรียกนายท่านของพวกท่านให้เข้ามาช่วยเถอะเจ้าค่ะ”
หมอชราถึงนึกได้ว่ายังมีเจ้าของร้านยาอยู่ด้านนอกอีก เช่นนั้นจึงรีบร้องตะโกนเรียกขึ้นว่า “นายท่าน เข้ามาช่วยหน่อยเถิด”
สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็ถลาเข้ามา ก้าวฉับๆ มาข้างเตียง เห็นชายหนุ่มนอนอยู่บนเตียง ร่างกายถูกพันไว้เรียบร้อย ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“นายท่าน ช่วยทำให้ท่านแม่ทัพฉู่ดื่มยานี้ก่อนเถิดขอรับ ธนูดึงออกมาได้แล้ว แต่ว่าพิษยังไม่ได้ถูกถอน” หมอชราพูดอย่างร้อนรน
ชายหนุ่มที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ขึ้นไปบนเตียง จับชายคนนั้นพลิกตัวกลับอย่างระวัง หมอชราป้อนยาเข้าปากชายคนนั้นอย่างระวังทีละช้อน กระทั่งป้อนเสร็จถึงวางใจถอนหายใจยาวโล่งอก
“ยานี้ให้กินทุกๆ สองชั่วยาม จนกว่าสีดำจะหมดไป” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด “และก็ช่วงค่ำเขาอาจจะไข้ขึ้น ทางที่ดีพวกท่านควรเตรียมยาน้ำลดไข้เอาไว้ พอมีไข้ก็ให้เขาดื่ม หากไข้ไม่ยอมลด ต่อให้เป็นพญามัจจุราชก็คงช่วยไม่ได้แล้ว”
คนหนุ่มเห็นเมิ่งเชี่ยนโยวเหงื่อโทรมกาย นั่งบนเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรงก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ “เจ้าไม่เป็นอะไรนะ”
“เมื่อครู่ตื่นเต้นเกินไป พักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว รบกวนท่านส่งคนไปแจ้งท่านพ่อข้า บอกว่าอีกเดี๋ยวพวกเราก็กลับได้แล้ว” เมิ่งเชี่ยนโยวตอบกลับ
ชายหนุ่มเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาสั่งการ เสี่ยวเอ้อร์วิ่งถลาออกไป
“ขอโทษด้วย ท่าทีของข้าเมื่อครู่นั้นหยาบกระด้างไปบ้าง หวังว่าเจ้าจะไม่เก็บมาใส่ใจ” หลังจากเสี่ยวเอ้อร์จากไปแล้ว ชายหนุ่มพูดกับเมิ่งเชี่ยนโยวด้วยใจจริง
เมิ่งเชี่ยนโยวโบกมือ “อยากพูดอะไรก็รอให้คนฟื้นขึ้นมาก่อนค่อยพูดเถอะ คืนวันนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ จะต้องเฝ้าดูให้ดี ขอเพียงผ่านคืนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ทุกอย่างก็จะไร้ปัญหา”
ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทำเพียงเช็ดเหงื่อเม็ดโตที่ผุดออกมากลางหน้าผากให้ชายคนนั้น
เมิ่งเชี่ยนโยวพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อรู้สึกว่าเริ่มมีกำลังวังชาแล้ว ถึงได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้พูดกับคนทั้งสองว่า “ข้าต้องกลับแล้ว มาพักใหญ่ไม่กลับไปสักที ท่านพ่อของข้าคงจะร้อนใจแย่”
“ข้าจะไปกับแม่หนูด้วย” หมอชราพูดอย่างนบน้อม
คนหนุ่มเผยอปาก ครู่หนึ่งถึงได้พูดออกมา “ขอเพียงพี่ฉู่ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ข้าจะต้องตอบแทนเจ้าอย่างงาม”
เมิ่งเชี่ยนโยวส่ายหน้าแสดงว่าไม่ต้อง แล้วถึงได้ลากขาอ่อนแรงเดินตามหมอชรามาถึงหน้าร้านยาเต๋อเหริน
เมิ่งจงจวี่ฟื้นขึ้นมานานแล้ว เห็นว่าเมิ่งเชี่ยนโยวยังไม่กลับมา เมิ่งเอ้ออิ๋นก็รู้สึกร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว เมื่อเห็นเมิ่งเชี่ยนโยวเดินกลับเข้ามาในร้านยา ก็รีบร้อนถามความ “โยวเอ๋อร์ หายไปตั้งนานเหตุใดถึงเพิ่งกลับมา พ่อเป็นห่วงเจ้าจะแย่แล้ว”
“ข้ากับเจ้าของร้านปรึกษากันเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยกันต่ออีกเล็กน้อยเจ้าค่ะ เวลาก็ผ่านไปพักใหญ่โดยไม่รู้ตัว ทำให้ท่านพ่อเป็นกังวลแล้ว” เมิ่งเชี่ยนโยวพยายามใช้น้ำเสียงอ่อนหวาน
“เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” เมิ่งเอ้ออิ๋นลูบหัวเมิ่งเชี่ยนโยวพูด
“ท่านพ่อ พวกเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ” เพราะกลัวเมิ่งเอ้ออิ๋นจะพบว่าเส้นผมตัวเองเปียกชื้น เมิ่งเชี่ยนโยวจึงรีบพูดขึ้น
“ได้สิ”
ค่าตรวจและค่ายาของเมิ่งจงจวี่ เมิ่งเอ้ออิ๋นก็ได้ชำระเรียบร้อยแล้ว เขาหยิบยาแล้วแบกคนไว้วางบนรถอย่างระวัง เดินทางมุ่งหน้ากลับบ้าน