ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 032 ตอนที่ 32
ตอนที่ 32 ทำงานในที่เพาะปลูก
เมิ่งเชี่ยนโยวเดินมาถึงข้างที่เพาะปลูกของครอบครัวตัวเองด้วยการนำทางของเมิ่งเจี๋ย เห็นว่าเมิ่งเสียนและเมิ่งฉีกำลังหักฝักข้าวโพด สองสามีภรรยาแซ่เมิ่งก็กำลังปอกฝักข้าวโพดเช่นกัน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าเอาน้ำมาให้พวกท่านเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวร้องตะโกนขึ้นเสียงดัง
ทั้งครอบครัวก็พลันหยุดงานในมือ มองเมิ่งเชี่ยนโยวที่เดินเข้ามา
เมิ่งเชี่ยนโยววางตะกร้าสะพายลง แล้วหยิบถ้วยออกมาวางเรียงบนพื้น จากนั้นก็หยิบขวดออกมารินน้ำจนเต็ม พูดกับทุกคนว่า “ข้าวางผึ่งลมไว้ครู่หนึ่งแล้ว ความร้อนกำลังพอเหมาะ พวกท่านรีบดื่มเถอะเจ้าค่ะ”
เมิ่งเอ้ออิ๋นยกถ้วยขึ้น ดื่มน้ำอึกใหญ่จนหมด เมิ่งเชี่ยนโยวก็เทให้เขาอีกเต็มถ้วย
เมิ่งชื่อค่อยๆ ดื่มคำเล็กๆ เมื่อเห็นรอยแผลบนหน้าเมิ่งเจี๋ยก็ถามขึ้นว่า “เจี๋ยเอ๋อร์ไปเล่นซุกซนที่ไหนมาอีกแล้ว ทำไมหน้าถึงกลายเป็นเช่นนี้ล่ะ”
“เจี๋ยเอ๋อร์ไม่ได้ซุกซนหรอกเจ้าค่ะ ทว่าเมื่อครู่นี้ระหว่างทางที่มานั้นไม่ระวังเลยถูกข้าใช้ของกระแทกเข้าเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวรีบพูดขึ้น
เมิ่งเจี๋ยไม่โวยวาย เมื่อครู่พี่สาวกำชับเขาแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ให้บอกท่านพ่อกับท่านแม่ เพื่อเลี่ยงไม่ให้พวกเขาเป็นกังวล
เมิ่งชื่อเองก็ไม่ได้ถามอะไรอีก ค่อยๆ ดื่มน้ำในถ้วยจนหมด
“น้องสาว ข้าให้เจ้า หวานมากเลยนะ” เมิ่งเสียนหยิบฝักข้าวโพดที่ปอกเปลือกแล้วฝักหนึ่งส่งให้เมิ่งเชี่ยนโยว
เมิ่งเชี่ยนโยวรับมา แล้วใช้ปากกัดคำหนึ่ง รสสัมผัสหวานนั้นแผ่ซ่านออกมาภายในปาก
“หวานหรือไม่” เมิ่งเสียนมองนางอย่างคาดหวัง
“อืม” เมิ่งเชี่ยนโยวพยักหน้าลง แล้วกัดเข้าไปอีกคำ ถามขึ้นว่า “ข้าวโพดพวกนี้หวานเช่นนี้หมดเลยหรือเจ้าคะ”
เมิ่งชื่อหัวเราะขึ้น “เด็กโง่ มีแต่ข้าวโพดที่ยังไม่สุกดีถึงจะหวาน หากสุกก็จะไม่หวานแล้วล่ะ”
“ยังมีข้าวโพดที่ยังไม่สุกอีกหรือไม่เจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวถามอีก
“พวกที่โตช้าล้วนยังไม่สุก ยังสามารถเค้นเป็นน้ำออกมาได้เลย” เมิ่งชื่อพูดทอดถอนใจ ในที่เพาะปลูกทุกปีจะมีข้าวโพดที่ยังไม่สุก ทำให้ได้ผลผลิตน้อยลง
เมื่อได้ฟังคำพูดของเมิ่งชื่อ สมองของเมิ่งเชี่ยนโยวก็พลันสว่างวาบ ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นในสมองนางทันที “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราเก็บข้าวโพดที่ยังไม่สุกพวกนี้กลับบ้านก่อน ข้ามีวิธีหนึ่งเจ้าค่ะ หากทำสำเร็จ ไม่แน่ว่าบ้านเราจะได้เงินเพิ่มขึ้นอีก”
“จริงหรือ วิธีอะไร” พอได้ยินว่าจะได้เงินอีก เมิ่งชื่อก็ถามขึ้นอย่างยินดี
“ตอนนี้ยังไม่แน่ใจ ข้าต้องกลับไปลองทำที่บ้านก่อนเจ้าค่ะ พวกเราเด็ดข้าวโพดพวกนั้นกลับบ้านก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ”
“เชื่อลูกเถอะนะ เด็ดข้าวโพดที่ยังไม่สุกกลับบ้านก่อน” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูดขึ้นอย่างตัดสินใจ ตั้งแต่ที่เห็นเมิ่งเชี่ยนโยวขายฉั่งฉิกและมันฝรั่งได้นั้น ตอนนี้เมิ่งเอ้ออิ๋นก็เชื่อมั่นในตัวเมิ่งเชี่ยนโยวอย่างไร้ข้อกังขาแล้ว
คนทั้งหมดลุกขึ้นแล้วช่วยกันหักข้าวโพด เมิ่งเชี่ยนโยวเองก็ตามมาด้วย
“โยวเอ๋อร์ เจ้าไปต้องไปหรอก เดี๋ยวใบข้าวโพดจะบาดผิวของเจ้าเอาได้” เมิ่งชื่อมองลูกสาวที่คิดจะไปหักข้าวโพดด้วย
“ใช่แล้ว น้องสาว ข้าวโพดที่ยังไม่สุกไม่ได้โตอยู่ด้วยกัน ต้องมุดเข้ามุดออกหาในไร่ ให้พวกเราทำก็พอแล้ว เจ้ากับน้องเล็กรออยู่ข้างนอกเถอะ” เมิ่งเสียนก็พูดขึ้นบ้าง
เมิ่งเชี่ยนโยวรู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่พัดผ่าน พยักหน้าลงหงึกๆ
เมิ่งชื่อและสามี อีกทั้งมิ่งเสียน เมิ่งฉีก็เข้าไปหาข้าวโพด เมิ่งเชี่ยนโยวจึงพาเมิ่งเจี๋ยมานั่งรอเงียบๆ อยู่ข้างที่เพาะปลูก
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อได้ ทั้งหมดก็สะพายข้าวโพดออกมาเต็มตะกร้า จากนั้นก็เทข้าวโพดลงบนรถเทียมเกวียน แล้วทั้งหมดก็กลับเข้าไปในที่เพาะปลูกอีกครั้ง
ทำแบบนี้กลับไปกลับมาสามครั้ง เมิ่งเอ้ออิ๋นถึงได้วางตะกร้าลง “ทั้งหมดก็มีเท่านี้ หักออกมาทั้งหมดแล้ว”
“เช่นนั้นข้ารบกวนท่านพ่อลากรถกลับไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะกลับไปทำเดี๋ยวนี้” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้น
เมิ่งเอ้ออิ๋นบังคับรถเทียมเกวียน นำข้าวโพดและเมิ่งเชี่ยนโยวกับน้องชายกลับบ้าน จากนั้นก็รีบร้อนกลับมายังที่เพาะปลูกข้าวโพดอีกครั้ง
เมิ่งเชี่ยนโยวเลือกข้าวโพดที่หัวใหญ่หน่อย ค่อยๆ เลาะเมล็ดข้าวโพดออกมา เททั้งหมดลงในหม้อ เติมน้ำแล้วทำการต้ม รอจนรู้สึกว่าใช้ได้แล้วถึงได้เปิดฝาออก ตักขึ้นมาชิมเล็กน้อย เม็ดข้าวโพดอิ่มน้ำ ให้รสชาติหวานหอม เมิ่งเชี่ยนโยวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตักขึ้นมาทั้งหมด แล้ววางตากแดดไว้ด้านล่าง
...
หลังจากนั้นสามวัน นอกจากทำกับข้าวสองมื้อทุกวันแล้ว เวลาที่เหลือเมิ่งเชี่ยนโยวก็เอาแต่ปอกข้าวโพด ต้มข้าวโพด ตากข้าวโพด เมิ่งชื่อเห็นข้าวโพดที่ต้มจนสุกเต็มลานบ้าน ถึงแม้จะเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเห็นท่าทีกระตือรือร้นของเมิ่งเชี่ยนโยวแล้วจึงไม่ได้ห้ามปราบ
กระทั่งย่ำค่ำวันที่สาม ข้าวโพดชุดแรกก็ตากจนแห้งสนิท เมิ่งเชี่ยนโยวหยิบขึ้นมาหนึ่งกำมือ เอาใส่น้ำต้มอีกครู่หนึ่ง เมื่อเห็นข้าวโพดแห้งค่อยๆ กลับมามีสภาพเต็มแน่นเหมือนเดิม ถึงได้ตักออกมาลิ้มรสอย่างพิจารณา รสชาติก็เหมือนกับตอนที่เพิ่งปอกแล้วนำไปต้มไม่มีผิดเพี้ยน เมิ่งเชี่ยนโยวก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ เก็บข้าวโพดที่แห้งสนิทแล้วอย่างพิถีพิถัน
งานในท้องนาค่อนข้างยุ่ง นอกจากเก็บเกี่ยวพืชผลทั้งหมดกลับมา ก็ยังต้องพรวนดิน ปลูกข้าวสาลี เมิ่งชื่อและสามีพาลูกชายทั้งสองออกไปทำงานหามรุ่งหามค่ำ ลืมเรื่องที่เมิ่งเชี่ยนโยวทำข้าวโพดไปจนหมดสิ้น
เมิ่งเชี่ยนโยวเองก็ไม่พูดอะไรมาก คอยเก็บข้าวโพดที่ตากจนแห้งดีเก็บขึ้นอย่างพิถีพิถันทุกวัน
วันนี้หลังจากเมิ่งเชี่ยนโยวทำอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อย ก็เห็นว่าครอบครัวแซ่เมิ่งทั้งหมดนั้นยังไม่กลับมา เช่นนั้นจึงได้พาเมิ่งเจี๋ยออกไปเดินเล่นข้างนอก
เพิ่งจะก้าวพ้นประตูมา ก็ได้เจอกับป้าหวังที่เพิ่งจะกลับมาจากท้องนา ด้านหลังนั้นมีหูจื่อตามมาด้วย
“โยวเอ๋อร์ ทำกับข้าวเสร็จแล้วหรือ” เมื่อเห็นนาง ป้าหวังก็ถามขึ้นอย่างยินดี
“เพิ่งจะทำเสร็จเจ้าค่ะ เลยออกมาดูว่าทำไมท่านพ่อกับท่านแม่ยังไม่กลับมาอีก ป้าหวังก็เพิ่งกลับมาจากที่เพาะปลูกใช่หรือไม่เจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวตอบ
“อือ วันนี้พี่หูจื่อเจ้ากลับมาช่วย ทำได้เร็วขึ้น ก็เลยกลับมาได้เร็ว”
เมิ่งเชี่ยนโยวร้องเรียกหูจื่อที่อยู่ด้านหลัง “พี่หูจื่อ”
หูจื่อเกาหัว รับคำอย่างเก้อเขิน
“โยวเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้อะไร ตอนนี้พี่หูจื่อของเจ้าก้าวหน้าแล้วนะ ไม่เพียงได้ค่าแรงเพิ่ม แต่ทุกเดือนยังได้หยุดอีกสองวันด้วย” ป้าหวังพูดอย่างยินดีอีก
“ยินดีด้วยพี่หูจื่อ” เมิ่งเชี่ยนโยวเองก็พูดขึ้นด้วยความยินดี
“เรื่องนี้ก็เป็นเพราะน้องเชี่ยนโยว ครั้งก่อนหลังจากที่น้องเชี่ยนโยวขายมันฝรั่งเสร็จกลับไปแล้ว หลงจู๊ก็เรียกข้าไป บอกว่าข้าทำความชอบใหญ่ ถึงได้เพิ่มค่าแรงให้ข้า” หูจื่อพูดอย่างซาบซึ้งใจ
“ต้องเป็นพวกเราขอบคุณพี่หูจื่อมากกว่า หากพี่หูจื่อไม่ช่วย มันฝรั่งของพวกเราวันนั้นคงไม่ขายได้ราบรื่นเช่นนี้ ท่านพ่อท่านแม่ข้าก็บอกว่าจะต้องขอบใจพี่หูจื่ออย่างดีเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด
“ขอบใจเขาทำไมกัน นั่นเป็นสิ่งที่เขาสมควรทำแล้ว หากเขาไม่ช่วย กลับมาข้าก็ไม่มีวันให้อภัยลูกชายคนนี้แน่! พวกเจ้าต่างหากเล่าที่ทำประโยชน์ให้หูจื่อมากเช่นนี้ ป้าหวังต้องขอบใจพวกเจ้าให้มากๆ “ ป้าหวังพูดอย่างชื่นมื่น
หูจื่อเองก็พยักหน้าหงึกๆ หลงจู๊ไม่เพียงแต่เพิ่มค่าแรงให้เขา อีกทั้งยังบอกว่าต่อไปหากมีโอกาสก็จะเลื่อนขั้นเขาเป็นหลงจู๊น้อย
“ทั้งหมดนี้ก็แลกมาด้วยการตั้งใจทำงานของพี่หูจื่อเอง ไม่เกี่ยวกับพวกเราเลยเจ้าค่ะ ป้าหวังจะต้องทำของอร่อยเลี้ยงฉลองสักหน่อยนะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดอีก
“ใช่ๆๆ ที่บ้านมีเนื้อ ข้าจะกลับไปทำเดี๋ยวนี้” ป้าหวังพูดจบก็กลับบ้านไปทำกับข้าว
“พี่หูจื่อ ข้าคิดอาหารเลิศรสอีกอย่างได้แล้ว รอให้หมดฤดูทำนาก่อน อาจจะต้องไปหาท่านอีกนะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดกับหูจื่อที่เตรียมจะกลับบ้าน
“ไม่มีปัญหา หลงจู๊ของพวกเราก็บอกไว้แล้วว่า ยินดีต้อนรับเจ้าไปที่เหลาจวี้เสียนของเราเสมอ”
“ขอบคุณพี่หูจื่อเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดเสียงหวาน
หูจื่อหน้าแดง สาวเท้าก้าวฉับๆ กลับบ้านไป
เมิ่งเชี่ยนโยวรอที่หน้าประตูอยู่ครู่หนึ่ง สองสามีภรรยาเมิ่ง เมิ่งเสียนและเมิ่งฉีก็กลับมาพร้อมกัน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมากลับมาดึกเช่นนี้ละเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวยกน้ำมาให้ทุกคนล้างมือพลางเอ่ยถาม
“กลับมาตั้งนานแล้ว พอดีเจอป้าใหญ่พรวนดินในที่ดินคนเดียวระหว่างทาง พวกเราก็เลยไปช่วยพักหนึ่งน่ะ” เมิ่งชื่อพูด
“ป้าใหญ่พรวนดินคนเดียว แล้วคนอื่นล่ะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวถามขึ้นอย่างประหลาดใจ ในความทรงจำของนางนั้น บ้านป้าใหญ่ก็มีลูกชายสองคน
“พี่คนโตของเจ้าก็ไปเรียนที่สำนักวิชาในอำเภอ ไม่มีวันหยุด พี่ชายคนรองเป็นเสี่ยวเอ้อร์ในหอสุราในอำเภอ สามเดือนถึงจะได้กลับมาครั้งหนึ่ง ทุกครั้งจะมานอนแค่คืนเดียว วันรุ่งขึ้นก็รีบจากไปแล้ว หลายวันมานี้เจ้าโรคขี้เกียจของลุงใหญ่เจ้าก็กำเริบขึ้นมาอีกแล้ว นอนอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน งานในที่นาของครอบครัวมีแต่ป้าใหญ่เจ้าทำอยู่คนเดียว กลับบ้านไปยังต้องคอยดูแลปู่และย่าของเจ้าอีก” เมิ่งชื่อพูดขึ้นอย่างปวดใจ ปกติยังพอว่า แต่พอถึงฤดูทำนา ทุกครอบครัวก็ต่างยุ่งจนตัวเป็นเกลียว จะไปมีเวลาที่ไหนไปช่วยคนอื่นกัน
“ข้ากับพ่อของเจ้าปรึกษากันแล้วว่าพรุ่งนี้บ้านเราทั้งหมดจะไปช่วยป้าของเจ้าพรวนดินหนึ่งวัน หากไม่พรวนให้เสร็จ ที่ดินที่เพิ่งจะรดน้ำเสร็จได้แห้งผากก่อนแน่ ถึงตอนนั้นต่อให้หว่านเมล็ดพันธุ์ก็ไม่มีทางได้ผลผลิตดีได้” เมิ่งชื่อพูดต่อ
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะทำอาหารเพิ่ม ส่งไปให้ท่านปู่กับท่านย่า ของพวกท่านอาจจะได้ช้าหน่อยนะเจ้าคะ”
“ตกลง เจ้าทำกับข้าวให้เยอะหน่อยเถอะ” เมิ่งชื่อกำชับ
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”
...
วันที่สอง สองสามีภรรยาเมิ่งพาเมิ่งเสียน เมิ่งฉีสองพี่น้องไปช่วยงานในที่เพาะปลูก ตอนที่ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงนั้น เมิ่งเชี่ยนโยวก็พาเมิ่งเจี๋ยนำอาหารไปส่งให้สองผู้เฒ่า เห็นเมิ่งต้าจินกำลังนอนไพล่ขาเอ้อระเหยอยู่บนเตียง เมิ่งเชี่ยนโยวก็ไม่ได้สนใจเขา จัดวางอาหาร มองดูสองผู้เฒ่ากินทั้งหมดจนหมด ถึงเก็บถ้วยชามกลับบ้าน ตั้งแต่ต้นจนจบ เมิ่งต้าจินก็ไม่กล้าเสนอหน้าเข้ามาอีกเลย
เมิ่งเชี่ยนโยวรีบนำอาหารไปส่งให้คนทั้งหมดในที่เพาะปลูกต่อ เห็นที่ดินถูกพรวนไปกว่าครึ่งแล้ว คาดว่าฟ้ายังไม่ทันมืดก็น่าจะพรวนดินได้เสร็จทั้งหมด ภรรยาเมิ่งต้าจินกินอาหารที่เมิ่งเชี่ยนโยวนำมาส่งให้ ทั้งได้ยินว่าสองผู้เฒ่าก็กินอิ่มแล้ว นางก็ซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก น้ำตารื้นเอ่อล้นเต็มขอบตา
ต้องทำงานต่ออีกยี่สิบกว่าวัน ถึงจะเพาะปลูกทั้งหมดในที่นาเสร็จ คนในหมู่บ้านทั้งหมดต่างก็โล่งอก รอคอยเพียงสวรรค์โปรยปรายสายฝน เพื่อให้เมล็ดพันธุ์เจริญหยั่งรากโดยไว
ปีนี้บ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นมีวัว ทำให้ปลูกเสร็จนานแล้ว ทั้งครอบครัวนำข้าวโพดที่หักได้มาร้อยเป็นพวง แขวนไว้บนต้นไม้ใหญ่ในลานบ้าน มองดูข้าวโพดเต็มลานบ้าน เมิ่งชื่อก็รู้สึกพึงพอใจจนพูดไม่ออก
เวลาว่างนั้นเมิ่งเชี่ยนโยวก็จะพาเมิ่งฉีไปขึ้นเดินวนบนภูเขาอีกหลายครั้ง หาต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่กำลังดีจำนวนหนึ่ง ร้องขอให้เมิ่งเอ้ออิ๋นตัดกลับมาบ้าน ตัดเป็นท่อนสั้นยาวต่างกัน ปักไว้ในพื้นที่ว่างที่ตระเตรียมเอาไว้แล้วในลานบ้าน บอกว่าเอาไว้ใช้ออกกำลังกาย
เมิ่งเอ้ออิ๋นแม้จะไม่รู้ว่าลูกสาวจะปักตอไม้พวกนี้ไว้ทำอะไรกันแน่ แต่ก็ปักไม้พวกนี้ตามรูปแบบที่เมิ่งเชี่ยนโยวบอกอย่างพิถีพิถัน เมิ่งเสียนและเมิ่งฉีก็เข้ามาถามอย่างใคร่รู้ว่าเมิ่งเชี่ยนโยวจะปักท่อนไม้พวกนี้ทำอะไร
เมิ่งเชี่ยนโยวให้พวกเขาดูให้ดีๆ นางขึ้นไปยืนบนท่อนไม้ที่เตี้ยที่สุด ค่อยๆ เดินไต่ระดับท่อนไม้ขึ้นไปเรื่อยๆ
เมิ่งเสียนและเมิ่งฉีรู้สึกว่าน่าสนุก จึงขึ้นไปยืนบนท่อนไม้ เลียนแบบเมิ่งเชี่ยนโยวเดินขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ แต่กลับตกลงมากันหมด ทั้งสองไม่ยอมแพ้ เดินขึ้นไปใหม่ สุดท้ายก็ตกลงมาอีก ตกลงมาหลายครั้ง อดเลื่อมใสเมิ่งเชี่ยนโยวที่ยิ่งเดินก็ยิ่งเร็วขึ้นบนนั้นไม่ได้
ตอนแรกเมิ่งเอ้ออิ๋นยังเป็นกังวลว่าเมิ่งเชี่ยนโยวจะตกลงมา คอยจ้องมองไม่วางตาอยู่อีกด้าน ต่อมาเห็นลูกชายทั้งสองตกลงมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ลูกสาวยังคงเดินสบายอยู่ข้างบนถึงได้วางใจ ไปช่วยเมิ่งชื่อเก็บเมล็ดถั่วเหลืองที่ตากเสร็จแล้วใส่เข้ากระสอบ แบกเข้าไปไว้ในบ้าน