ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 027 ตอนที่ 27

#27Chapter 027

ตอนที่ 27 สมใจสาวงาม

ฮว่าซั่นตกใจ จึงแนบหน้ามองผ่านช่องประตู

เห็นในห้องนอน ชายหนึ่งหญิงหนึ่งกำลังพัวพันกันบนโต๊ะกลมซึ่งปกติใช้รับประทานอาหาร ร่างขาวๆ รวมกันเป็นหนึ่ง จนกาน้ำชาดินเผาหล่นแตก เศษดินเผาหมุนอยู่บนพื้น

ฮว่าซั่นรู้สึกอายจนใบหน้าปริแตกโลหิตซึม ทั้งริษยาทั้งเกลียดชังสลับไปมา ส่วนเหล่าคุณชายซึ่งนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็คล้ายตื่นตระหนกกับเสียงของหล่นแตกเช่นกัน จึงรีบสาวเท้าเข้าไปถาม

“ฮว่าซั่น คุณชายรองตื่นแล้วหรือ...”

ฮว่าซั่นน้ำตารื้น ก่อนเปลี่ยนสีหน้า ตะโกนเข้าไปในห้องนอนด้วยน้ำเสียงตกใจ “คุณชายเป็นอะไรเจ้าคะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า...”

เหล่าคุณชายหันมาสบตากัน คิดว่าเสียงเมื่อครู่น่าจะเป็นเสียงกระเบื้องดินเผาหล่นแตก ด้วยเกรงว่ามู่หรงไท่อาจจะเป็นอันตราย คนบุ่มบ่าม มือเท้าไว อย่างคุณชายจย่าตัดสินใจผลักประตูเข้าไป เหล่าคุณชายที่อยู่ด้านหลังจึงกรูกันก้าวตาม

ทั้งมู่หรงไท่และอวิ๋นหว่านเฟยกำลังกอดกันกลมในสภาพเปลือยเปล่า ไหนเลยจะหลบซ่อนทัน และเพราะกำลัง** จึงไม่มีกระทั่งผ้าห่มปิดร่าง

แม้ตายอวิ๋นหว่านเฟยก็นึกไม่ถึงว่า วันหนึ่งจะมีบุรุษกลุ่มหนึ่งมายืนออกันที่ประตูแล้วจ้องมองรูปร่างตน จึงรีบยกมือขึ้นปิดส่วนบน แต่ก็เห็นส่วนล่าง เมื่อรู้ตัวว่าถูกกลุ่มบุรุษเห็นจนหมดเปลือก ก็ตกใจเสียขวัญกลิ้งหนี จนร่วงหล่นจากโต๊ะ ลงมาร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ทำลายความเงียบของเรือนตะวันตก

ขณะนั้น อวิ๋นหว่านชิ่นกำลังยืนคุยกับคุณหนูของจวนต่างๆ อยู่

พอแยกทางกับฮว่าซั่น อวิ๋นหว่านชิ่นก็รู้สึกแน่นหน้าอก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใช้พลังมากไปในการเล่นละครหรือเปล่า ชาขาวดอกเก๊กฮวยผสมยาที่คิดว่าเอาอยู่ กลับออกฤทธิ์ขึ้นมาอีก ไป๋เสวี่ยฮุ่ยมือหนักจริงๆ ไม่รู้ว่าผสมยาแรงอะไรมั่วซั่ว ชิมนิดเดียวก็รู้สึกหายใจไม่ออก

กะทันหันเช่นนี้จะไปหายาถอนพิษจากไหน แต่อวิ๋นหว่านชิ่นคิดขึ้นได้ว่า งานเลี้ยงแบบนี้ ห้องครัวน่าจะมีถั่วเขียวอยู่บ้าง ถ้าเอามาผสมกับน้ำเปล่า คงพอจะดับร้อนและล้างพิษแก้ขัดไปก่อน ขณะจะบอกให้ชูซย่าไปดู ก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง

“คุณหนูอวิ๋นอยู่นี่เอง ข้าหาอยู่ตั้งนาน!”

หญิงสาวกลุ่มหนึ่งเข้ามาล้อมรอบ ขวางทางอวิ๋นหว่านชิ่นไว้

ที่แท้ คุณหนูบ้านสมุหกลาโหมที่ถูกอวิ๋นหว่านชิ่นทิ้งไปเมื่อครู่ พากลุ่มสหายคุณหนูมาหา

คุณหนูบ้านสมุหกลาโหมหันไปบอกกลุ่มสหาย “คุณหนูอวิ๋นร้ายกาจมาก เมื่อครู่เพิ่งคุยกับข้าเรื่องการแต่งหน้าที่กำลังได้รับความนิยม อย่างการแต้มดอกเหมยบนหน้าผาก การเขียนคิ้วแบบนกนางแอ่นเหินบิน ร้าน

ขายเครื่องประทินโฉมในเมืองหลวงร้านไหนขายของคุณภาพดี ร้านไหนขายของคุณภาพด้อย นางล้วนวิเคราะห์ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล พวกเจ้าน่ะ มีอะไรก็รีบขอคำชี้แนะจากนางเสีย”

อวิ๋นหว่านชิ่นโบกมือปฏิเสธ “ก็แค่พูดตามเขามาน่ะ ข้ามีเรื่องที่ต้องทำ ขอตัวก่อน”

ทว่าเหล่าคุณหนูผู้ร่ำเรียนในสถานศึกษาชั้นสูงต่างก็ดึงตัวนางไว้

“เจ้าอย่าถ่อมตนไปเลย ลุงของเจ้าเป็นขุนนางพ่อค้าที่มีชื่อเสียงในเย่จิงมานาน แป้งร่ำน้ำอบที่ทำออกมาขาย สาวๆ ชาววังก็ล้วนนิยมชมชอบ มิหนำซ้ำยังได้รับเลือกจากฝ่าบาทให้เป็นของกำนัลที่ใช้มอบแด่แขกต่างบ้านต่างเมืองอีก เจ้าผิวดีเช่นนี้ ต้องมีความรู้อย่างลึกซึ้งแน่ ไม่ได้พูดตามใครที่ไหนหรอก”

เหล่าคุณหนูต่างจ้องมองอวิ๋นหว่านชิ่น เห็นผิวของนางกระจ่างใสไร้ริ้วรอย แทบไม่เห็นรูขุมขน รวมทั้งเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ผัดแป้งเนื้อเนียนชมพูธรรมชาติเพียงชั้นเดียวก็แลดูผุดผ่องเป็นยองใย โดนใจพวกนางยิ่ง จึงคล้องแขนอวิ๋นหว่านชิ่นให้ไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่อันร่มรื่น แล้วยิงคำถามกันคนละข้อสองข้อ

อวิ๋นหว่านชิ่นจึงได้แต่เดินตามไปและนั่งลง พลางยิ้มขมขื่น

ดีที่ในสมองของนางยังนับว่ามีความรู้อยู่บ้าง หลังเกิดใหม่ พอรู้ตัวว่ามีประสาทสัมผัสไวต่อกลิ่น อวิ๋นหว่านชิ่นก็บอกให้เมี่ยวเอ๋อร์ไปขนหนังสือจากห้องหนังสือของคุณชายสวี่มาไว้ในจวนจำนวนไม่น้อย เทียบกับหนังสือพื้นฐานในชาติก่อน หนังสือที่นางอ่านในชาตินี้ส่วนใหญ่เป็นหนังสือระดับสูงขึ้นมาอีก เช่น หนังสือเกี่ยวกับกลิ่นหอม บันทึกดอกไม้สมุนไพร การแต่งหน้า สมุนไพรระดับตำนาน ฯ

บางครั้ง อวิ๋นหว่านชิ่นยังให้ชูซย่าไปหยิบวัตถุดิบจากห้องครัวที่บ้าน เช่น น้ำมันงา น้ำมันดอกทานตะวันหรือน้ำนม มาผสมกับดอกไม้ที่บดเป็นผง แล้วลองกลั่นออกมาดู

“คุณหนูอวิ๋น ดูข้าสิ” คุณหนูคงแก่เรียนคนหนึ่งเลิกผมด้านข้างขึ้น เห็นแก้มที่มีตุ่มแดงเป็นแถบ

“เป็นแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว ไม่หายสักที ซื้อยาจากร้านขายยามาทาก็ไม่ได้ผล พอจะมีวิธีไหม”

อวิ๋นหว่านชิ่นตรวจดูอย่างละเอียด ตุ่มแดงบนใบหน้าของคุณหนูคงแก่เรียน บ้างก็บวมแดง บ้างก็มีหนอง จึงว่า

“สิ่งนี้เรียกกันเล่นๆ ว่า ตุ่มคิดถึง ส่วนชื่อในหนังสือก็คือ สิว ซึ่งคนในวัยเรามักเป็นกัน แต่คนผิวมันและมีเชื้อทางกรรมพันธุ์จะเป็นมากหน่อย อันที่จริงของบางอย่าง ดูพื้นๆ ก็จริง แต่ใช้ได้ผลกว่ายาแพงๆ บางตัวเสียอีก เจ้าอยู่ในขั้นนี้ น่าจะลองใช้ว่านหางจระเข้ดู เอามาปอกเปลือก ทุบเนื้อให้เหลวเป็นน้ำ แล้วทาในส่วนที่เป็น จะช่วยลดบวมได้ แต่ว่านหางจระเข้ดูดแสงอาทิตย์ ถ้าไม่อยากกลายเป็นคนผิวคล้ำ ก็อย่าใช้ตอนกลางวัน ส่วนยาทาน ก็ใช้โป่งรากสน ขับความชื้นออกจากร่างกาย การมีประจำเดือนของผู้หญิงเราก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้บวมน้ำและก่อเกิดสิว เจ้าสามารถนำมาชงกับน้ำแล้วดื่มตามความเหมาะสม”

“ข้าเคยได้ยินมาว่า โป่งรากสนเป็นยา ที่แท้เครื่องบำรุงผิวกับยาก็เกี่ยวข้องกัน?” มีคนสงสัย

อวิ๋นหว่านชิ่นพูดคุยอย่างเป็นกันเอง “โป่งรากสนเป็นยา และเป็นพืชชนิดหนึ่ง แป้งร่ำน้ำปรุงที่เราใช้กัน ส่วนใหญ่สกัดจากไม้ดอกและไม้ใบ ดังนั้นถ้าพูดถึงสรรพคุณแล้ว ดอกไม้กับยาก็อยู่ในตระกูลเดียวกัน ในหนังสือเกี่ยวกับกลิ่นหอมก็ยังมีคำว่า ‘สมุนไพรประทินโฉม’ ข้าเองแม้มิได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม แต่ก็พอจะรู้ว่า

ยาแต่ละอย่างมีส่วนผสมอะไร หรือที่เรียกกันว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ยาและพิษ”

คุณหนูเฉิงบ้านกรมการต่างประเทศรู้สึกชื่นชม จึงมองอวิ๋นหว่านชิ่นพลางว่า

“คุณหนูอวิ๋นผิวขาวขนาดนี้ ปกติใช้แป้งร่ำน้ำปรุงอะไรบำรุงผิว ข้าเองปกติแล้วมักซื้อแป้งหอมกลิ่นมะลิจากร้านเทียนเซียงที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้มาใช้ แต่ก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่”

คุณหนูเฉิงเป็นคนผิวคล้ำ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘ดำคล้ำ’ อวิ๋นหว่านชิ่นรู้ว่านางกำลังกลุ้มใจที่มีผิวค่อนไปทางคล้ำ และคิดว่าถ้าผิวขาว ถึงหน้าตาน่าเกลียดอย่างไรก็จะไม่ถูกติ ซึ่งหญิงสาวคนใดไม่อยากมีผิวขาวใสบ้าง จึงหัวเราะแล้วถามกลับ

“ตอนคุณหนูเฉิงใช้แป้งหอมกลิ่นมะลิจากร้านเทียนเซียงนั้น รู้สึกหรือไม่ว่าผิวดีขึ้นมาก แต่พอใช้ไปๆ ก็รู้สึกว่าไม่ได้ผลเหมือนเมื่อก่อน?”

“เอ๋ เจ้ารู้ได้อย่างไร” คุณหนูเฉิงแปลกใจ

ร้านเทียนเซียงเป็นร้านค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าสินค้าชั้นดีให้กับคนชั้นสูง แม้กิจการไม่ใหญ่โตแบบสกุลสวี่ แต่ก็มีชื่อเสียงมากในเมืองหลวง และเนื่องจากประกอบกิจการประเภทเดียวกันกับสกุลสวี่ เถ้าแก่ร้านเทียนเซียงย่อมเคยกินข้าวกับสวี่เจ๋อเทา อวิ๋นหว่านชิ่นก็เคยได้ยินท่านลุงพูดถึง และเคยใช้แป้งร่ำน้ำปรุงจากร้านเทียนเซียง

คิดไปคิดมา อวิ๋นหว่านชิ่นจึงอธิบายว่า “เครื่องประทินผิวล้วนมีส่วนผสมของสารปรอท แป้งร่ำน้ำปรุงที่มีสารปรอทมาก ผิวก็จะขาวขึ้นในทันที แต่พอใช้ไปนานๆ ผิวก็จะคล้ำลง กระทั่งตกกระ ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สินค้าเช่นนี้จึงมีผลแค่ระยะหนึ่ง ได้ผลในช่วงสั้นๆ แต่ก็ทำร้ายเราไม่เบาเหมือนกัน จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง โดยปกติแล้วพยายามใช้ของที่สกัดจากธรรมชาติเป็นดีที่สุด”

“เช่นนี้ก็พูดได้ว่า ร้านเทียนเซียงทำร้ายผู้บริโภค!” คุณหนูเฉิงเชื่ออวิ๋นหว่านชิ่นสนิทใจ จึงมีปฏิกิริยาตอบสนอง พลางลูบใบหน้าที่ควรค่าแก่การทะนุถนอมของตนไปมา

อวิ๋นหว่านชิ่นสั่นศีรษะ “จะพูดเช่นนี้ก็ไม่ได้ เช่น ถ้าคุณหนูเฉิงต้องรีบไปงานเลี้ยง จะใช้ของที่สกัดจากธรรมชาติ เกรงว่าคงไม่ทันการณ์ แต่ถ้าใช้แป้งร่ำน้ำปรุงจากร้านเทียนเซียง ผิวของท่านก็จะสว่างกระจ่างใสขึ้นทันตาเห็น!”

คุณหนูเฉิงหัวเราะ “คุณหนูอวิ๋นไม่เพียงรอบรู้เรื่องเครื่องประทินโฉม ยังพูดเก่งด้วย!”

เหล่าคุณหนูนั่งฟังอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่กันจนเพลิน ต่างมองอวิ๋นหว่านชิ่นต่างไปจากเดิม

คุณหนูบ้านสมุหกลาโหมจึงรู้สึกภูมิใจยิ่ง “ก็บอกแล้วไงว่าคุณหนูอวิ๋นนั้นร้ายกาจ”

การเป็นเดือนในกลุ่มดาวคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ทำให้อวิ๋นหว่านชิ่นนึกถึงเรื่องเรื่องหนึ่ง

devc-af530e87-33711ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 027 ตอนที่ 27