ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 026 ตอนที่ 26

#26Chapter 026

ตอนที่ 26 การเกิดใหม่ของมู่หรงไท่

อวิ๋นหว่านชิ่นปาดน้ำตา แล้วพูดกับฮว่าซั่น

“ความสัมพันธ์ของน้องสาวข้ากับคุณชายรอง ความจริงข้ารู้มานานแล้ว พอได้ยินว่าวันนี้ท่านพ่อกับท่านโหวจะทำการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ และหารือเรื่องฤกษ์แต่งงานให้ข้ากับคุณชายรอง ข้าจึงอยากมาต่อว่าคุณชายรองเสียหน่อย ส่วนน้องสาวข้า ข้าไม่โกรธนาง เพราะถึงอย่างไร ข้าก็คือฮูหยินของคุณชายรองตามประเพณีในวันข้างหน้า แต่คนมากมายเกินไป เกรงว่าทั้งสองอาจถูกพบเห็นเข้า ซึ่งจะทำให้สกุลอวิ๋นเราอับอาย จึงอยากให้เจ้าช่วยไปเชิญน้องสาวข้าออกมาก่อน แต่อย่าให้ผู้คนพบเห็นเข้าล่ะ”

ฮว่าซั่นรับคำอย่างนิ่งเฉย “เจ้าค่ะ เชิญคุณหนูจากไปก่อน แล้วบ่าวจะหาวิธีเอง”

อวิ๋นหว่านชิ่นเช็ดน้ำตา กล่าวขอบใจ แล้วค่อยเดินจากไปพร้อมชูซย่า

พอเดินได้ครึ่งทาง ชูซย่าก็ถามเสียงต่ำ “คุณหนู ฮว่าซั่นนั่นจะทำตามที่ท่านพูดหรือ แล้วเรื่องนี้...จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไหมเจ้าคะ”

“ชูซย่า เจ้าเห็นสีหน้าของฮว่าซั่นไหม” อวิ๋นหว่านชิ่นยิ้ม

“หือ?”

“ริษยา นางมีความริษยาเท่าใด เรื่องในวันนี้ ก็จะใหญ่โตเท่านั้น” อวิ๋นหว่านชิ่นค่อยๆ พูด

เมื่อฮว่าซั่นกลับถึงห้องโถง ก็ตัดสินใจทันที นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เปลี่ยนเป็นแย้มยิ้ม ก่อนพูดกับเหล่าคุณชาย

“คุณชายทุกท่าน ยังอยากไปเยี่ยมคุณชายรองอยู่หรือไม่”

“ไหนเจ้าว่าคุณชายรองหลับไปแล้วมิใช่หรือ!” คุณชายจย่าร้อง

“น่าจะตื่นแล้วเจ้าค่ะ เมื่อทุกท่านอยากไป บ่าวก็ไม่กล้าขัด” ฮว่าซั่นมีสีหน้ากระอักกระอ่วน

แต่นางก็เดินไปที่ประตู และอยู่ในท่าเตรียมนำทางแล้ว คุณชายทั้งหลายจึงลุก “พรึบ” เดินตามชูซย่าไปยังเรือนตะวันตก

พริบตานั้น ความนอบน้อมบนใบหน้าของฮว่าซั่นก็จางหาย กลายเป็นความมืดมนอันหนาวเหน็บเข้าแทนที่

อวิ๋นหว่านเฟย เจ้ามิได้คิดแย่งคุณชายรองกับข้าหรอกหรือ มิได้คิดเป็นนายข้าหรอกหรือ ลำพังเจ้าเนี่ยนะ? มารดาเจ้าก็มิใช่นางในแต่กำเนิด ถ้ามิใช่เพราะโชคช่วย สามารถทำให้ฮูหยินใหญ่ตรอมใจตายแล้วล่ะก็ เจ้าจะสูงส่งกว่าข้าเสียเท่าไหร่เชียว

เจ้าก็ยอมรับในเคราะห์กรรมเถิด พี่สาวเจ้าหาผิดคนเอง เมื่อไหว้วานข้าแล้ว ข้าก็ต้องให้เจ้าได้รู้ว่า สาวใช้? สาวใช้ก็จัดการเจ้าได้เหมือนกัน

เรือนตะวันตก

ห้องนอนมู่หรงไท่

อวิ๋นหว่านเฟยนั่งปวดใจอยู่ข้างเตียง อยากจับก็ไม่กล้า

“พี่ไท่ ไปทำอะไรมา เหตุใดถึงได้บาดเจ็บขนาดนี้ ยังปวดอยู่หรือเปล่า”

ชายหนุ่มบนเตียงฟังนางพูดพึมพำอยู่ครึ่งค่อนวัน จนอดรนทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นนั่ง

“เจ้ามิใช่ถูกพ่อเจ้ากักตัวไว้หรอกรึ เหตุใดถึงย่องมาหาข้าได้ล่ะ ไม่มีใครเห็นแน่นะ”

เป็นครั้งแรกที่อวิ๋นหว่านเฟยได้ยินเขาดุ จึงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ นางกับมู่หรงไท่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ได้แต่แอบไปมาหาสู่กัน ไหนๆ วันนี้นางก็หนีออกมาอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ แล้ว ก็ต้องจัดการทุกอย่างให้สำเร็จ

นางสั่นศีรษะ ความรู้สึกโกรธพี่สาวกับบ่าวไพร่ที่บ้านมลายหายสิ้น มีแต่ความอ่อนโยน

“ไม่มีใครเห็นหรอก ข้ารู้ว่า ต้องระวังเรื่องชื่อเสียงของท่านพี่กับข้าให้ดี และที่ข้ามา ก็เพราะเรื่องของเราสองคน พี่ไท่ วันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดี ท่านกับข้าไปสารภาพความจริงต่อหน้าท่านโหวอาวุโสพร้อมกันเถิด”

“เมื่อเจ้ารู้ว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดี มีคนมามากมายเช่นนี้ ถ้าเราไปสารภาพ และเจ้าไม่แยแสว่าพี่สาวเจ้าจะอับอาย หรือคิดจะทำให้ท่านย่าข้าอกแตกตาย”

มู่หรงไท่เริ่มไม่สบอารมณ์ เขาผละออกจากการเกาะเกี่ยวของนาง เดินไปที่โต๊ะ รินน้ำชาที่สาวใช้เพิ่งยกมาให้ถ้วยหนึ่ง แล้วยกดื่มอึกๆ ๆ ลงไป

อวิ๋นหว่านเฟยนึกไม่ถึงว่าเขาจะปฏิเสธเรื่องนี้ หลายวันก่อนตอนพบหน้ากัน ชายผู้นี้ยังจู่โจมนางอย่างควบคุมตนเองไม่อยู่ และยังกระซิบกระซาบอย่างอ่อนหวานนุ่มนวลว่า “น้องเฟย ถ้ามีโอกาส พี่ต้องบอกท่านปู่อย่างแน่นอนว่า มู่หรงไท่อยากมีน้องเฟยเป็นภรรยา...” แล้วตอนนี้ไฉนถึงเปลี่ยนใจได้ง่ายๆ เล่า

นางร้อนใจ จึงรีบทำเหมือนเมื่อก่อน ใช้ความนุ่มนิ่มของร่างกายเข้าสัมผัส ยื่นแขนเข้าไปโอบเบาๆ

“แต่ถ้าไม่พูดวันนี้ เฟยเอ๋อร์กลัวว่า หนังสือหมั้นของท่านพี่กับพี่สาวจะถูกแลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นทางการ ถึงตอนนั้นคิดถอนหมั้นก็ยากเสียแล้ว...ท่านพี่จะให้เฟยเอ๋อร์ทำอย่างไรได้ ท่านพี่ ท่านพี่อย่าลืมสิว่า เฟยเอ๋อร์เป็น...เป็นผู้หญิงของท่านพี่แล้ว!”

วันนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของตน จะกระเง้ากระงอดก็ดี จะบีบบังคับก็ดี อย่างไรก็ต้องจับผู้ชายคนนี้ให้ได้

มู่หรงไท่หน้าหมอง ดื่มชาอีกหนึ่งอึก “เจ้ากำลังบีบข้า?”

อวิ๋นหว่านเฟยเห็นสีหน้าเขาไม่สู้ดี น้ำตาจึงหยดแหมะ “เฟยเอ๋อร์แค่อยากได้คำตอบจากท่านพี่ หรือท่านพี่ไไม่อยากอยู่กับเฟยเอ๋อร์อย่างเชิดหน้าชูตา ฉันท์สามีภรรยาที่ถูกต้องตามประเพณี...”

มู่หรงไท่มองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า นางเป็นเหมือนชาติที่แล้วไม่มีผิด อดกอ้อนผู้ชายเก่ง ทำให้ตนหลงใหลเคลิบเคลิ้ม ทว่าในหัวสมองของตนพลันปรากฏใบหน้าหญิงสาวอีกคนหนึ่ง...

อย่างไรอวิ๋นหว่านเฟยก็สู้หญิงสาวคนนี้ไม่ได้

วันก่อนตอนที่มู่หรงไท่ฝึกขี่ม้าแล้วตกจากหลังม้าสลบไปนั้น พอลืมตาตื่น ก็พบว่าตนเองกำลังอยู่ในช่วง

ก่อนแต่งงาน หรือย้อนอดีตกลับมาตอนที่ยังมิได้สมรสกับอวิ๋นหว่านชิ่น ยังไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ

เมื่อชาติที่แล้ว อวิ๋นหว่านชิ่นร่วมมือกับสวี่มู่เจินเล่นงานเขา ทำให้เขาถูกจำคุก แล้วนางยังปิดบัญชีแค้นด้วยการฟ้องร้องยืนยันความผิดของเขากับฝ่าบาทด้วยตัวนางเองที่วัดหลวงอีก

เขามู่หรงไท่จึงเดือดดาลจนคลุ้มคลั่ง เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะสะดุดตอล้มคว่ำด้วยน้ำมือของสตรีนางเดียว!

บทสรุปเมื่อชาติที่แล้ว ยังวนเวียนอยู่ในหัวสมองของเขามิรู้ลืม ทำให้เขาเจ็บปวดใจยิ่ง

เขาถูกคุมขังในเรือนจำนานสามสิบกว่าปี วันๆ ถูกคนทรมานอย่างโหดเหี้ยม แต่ผิดคาด วันเวลาที่เจ็บปวดแสนสาหัสยังมาไม่ถึง หลังจากอวิ๋นหว่านชิ่นเสียชีวิต บุรุษผู้นั้นก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ความผิดของสกุลอวิ๋นกับสกุลมู่หรง ไม่เพียงแต่จวนรองเจ้ากรมกลาโหมกับจวนโหวเท่านั้นที่ประสบเคราะห์กรรม ยังโยงไปถึงผู้คนอีกมากมาย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในราชสำนัก จนเหล่าขุนนางข้าราชบริพารร่ำไห้!

เพราะเหตุใด มังกรสวรรค์ บุรุษผู้เป็นที่ยกย่องเทิดทูน ผู้ไม่เคยพบหน้าอวิ๋นหว่านชิ่นมาก่อน นอกจากที่วัดหลวง ถึงได้จัดการทุกๆ คนอย่างไม่ปรานีปราศรัยเพื่ออวิ๋นหว่านชิ่น

หรือทั้งสองรู้จักกันมาก่อน?

มู่หรงไท่คิดไม่ตก รู้สึกสับสนไปหมด และเพราะต้องการปิดบังเรื่องที่ตนมึนงงชั่วขณะกับการกลับชาติมาเกิดใหม่ จึงใช้เรื่องตกม้า ปิดปากบ่าวไพร่ในเรือนตะวันตก โดยอ้างว่าติดหวัด ไม่สะดวกพบปะผู้คน

และวันนี้ วันแซยิดของท่านย่า เขาก็คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นหว่านเฟยจะมา แล้วยังบีบให้เขาถอนหมั้นกับอวิ๋นหว่านชิ่นอีก

ถ้าเป็นชาติก่อน มู่หรงไท่อาจตอบรับ แต่ตอนนี้...ถอนหมั้น?

ขอเพียงอวิ๋นหว่านชิ่นได้เป็นฮูหยินของจวนโหว เขาจึงจะมีโอกาสทรมานและแก้แค้นหญิงสาวที่เคยทำร้ายเขา

และถ้าบุรุษผู้นั้นสนิทสนมกับอวิ๋นหว่านชิ่น ก็ไม่แน่ว่า เขายังสามารถใช้อวิ๋นหว่านชิ่นเป็นเครื่องมือ...ขัดขวางไม่ให้บุรุษผู้นั้นเป็นฮ่องเต้อีก

มู่หรงไท่จึงแกะมือของอวิ๋นหว่านเฟยออก “เฟยเอ๋อร์ ข้าไม่อาจแต่งกับเจ้า ข้าต้องแต่งกับพี่สาวเจ้า”

อวิ๋นหว่านเฟยตกตะลึง พอมองเข้าไปในดวงตาของมู่หรงไท่ ก็พบว่าเขาพูดจริง มิได้ล้อเล่น

เหตุใดเขาถึงคล้ายกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แล้วความอ่อนโยนที่มีให้ตนในวันก่อนๆ เล่า?

เหตุใดไม่ได้พบหน้ากันเพียงไม่กี่วัน หลังตกจากหลังม้า เขาก็คล้ายเปลี่ยนไป!

อวิ๋นหว่านเฟยกอดเอวของมู่หรงไท่ไว้พลางร้องไห้ “แล้วข้าล่ะ?”

มู่หรงไท่ดื่มชาที่มีส่วนผสมของยากระตุ้นกำหนัด ร่างกายจึงร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้พอถูกนางกอด ก็ร้อนเร่าสุดจะทน อันที่จริงเขายังคงรักอวิ๋นหว่านเฟยอยู่ ถ้าจะให้ตัดใจเลย ก็ยังรู้สึกเสียดาย จึงผัดผ่อนว่า

“รอให้พี่สาวเจ้าเข้าพิธีกับข้าก่อน ข้าค่อยหาฤกษ์ยามเข้าพิธีกับเจ้า...”

หมายความว่านางเป็นได้แค่อนุ? นี่มิใช่เดินตามรอยท่านแม่หรอกหรือ ต่อให้ได้เลื่อนขั้นในภายหลัง ก็ไม่สามารถลบรอยด่างพร้อยนี้อยู่ดี

อวิ๋นหว่านเฟยโกรธจนแทบกระอักโลหิต แต่พอเห็นท่าทางของเขา ก็รู้สึกดีใจอยู่เหมือนกันที่เขายังรักตนอยู่ จึงพยายามสัมผัสต่อ

นี่มันอะไรกัน อากาศร้อนเกิน? หรืออวิ๋นหว่านเฟยร้อนแรงเกินต้านทาน แม้มู่หรงไท่รู้สึกแปลกๆ แต่ดู

เหมือนร่างกายจะอยู่นอกเหนือความควบคุม จึงกอดตอบอวิ๋นหว่านเฟย

อวิ๋นหว่านเฟยเห็นว่าครั้งนี้เป็นโอกาสสุดท้าย จึงช่วยเขาถอดสายรัดเอว

ชาขาวดอกเก๊กฮวยผสมยาที่อยู่ในร่างกายออกฤทธิ์เต็มกำลัง บวกกับหญิงสาวยินยอมพร้อมใจ จงใจกระตุ้นและยั่วสวาท ภาพสว่างไสวละมุนละไมไร้ขอบเขตอยู่ตรงหน้า มู่หรงไท่ไหนเลยจะยับยั้งชั่งใจอยู่ กระทั่งเตียงก็ไม่จำเป็นแล้ว จัดการวางหญิงสาวในอ้อมกอดลงบนโต๊ะ...

ขณะเดียวกัน ฮว่าซั่นก็พาเหล่าคุณชายมาถึงเรือนตะวันตก

“รบกวนคุณชายทุกท่านนั่งรอในห้องรับแขกก่อน บ่าวขอตัวไปดูว่าคุณชายรองตื่นแล้วหรือยัง”

การที่ฮว่าซั่นพาคุณชายทั้งหลายมาเรือนตะวันตก ก็ถือว่าเสี่ยงอยู่เหมือนกัน เพื่อเลี่ยงไม่ให้ถูกเหล่าคุณชายด่าว่า จึงต้องแวบไปดูสถานการณ์ก่อน ถ้าอวิ๋นหว่านเฟยจากไปแล้ว ก็นับว่านางโชคดีไป ฮว่าซั่นก็จะออกมาบอกคุณชายทั้งหลายว่า คุณชายรองยังไม่ตื่น

แต่เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู ฮว่าซั่นก็ได้ยินเสียง “เพล้ง” ดังมาจากในห้อง ต่อด้วยเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกัน กาช้ำชาบนโต๊ะกลมหล่นแตกกับพื้น

devc-af530e87-33711ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 026 ตอนที่ 26