ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 025 ตอนที่ 25
ตอนที่ 25 ยืมดาบฆ่าคน
เมื่อฉินอ๋องอาสาเอง เฉินจ้าวจึงกำชับ “เช่นนั้นเจ้าก็ไปช่วยคุณหนูอวิ๋นแห่งจวนรองเจ้ากรมเถิด”
แล้วจึงหันไปประสานมือให้เว่ยอ๋อง “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องพอจะประนีประนอมหรือไม่ เรื่องหยกข้าจะบอกให้บ่าวอีกคนลงไปงมหาให้”
พูดมาขนาดนี้ เว่ยอ๋องจึงได้แต่ตอบเสียงเย็นชา “เมื่อสาวงามเดือดร้อน ย่อมต้องช่วยสาวงามก่อน ข้าเข้าใจและมีน้ำใจอยู่แล้ว”
......
ซย่าโหวซื่อถิงเดินตามชูซย่าจนมาถึงลานกว้างไร้ผู้คน
ชูซย่าหยุดยืน กะพริบตาแล้วว่า “น่าจะมีคนช่วยคุณหนูของบ่าวเก็บผ้าเช็ดหน้าไปแล้ว รบกวนคุณชายแล้วจริงๆ บ่าวส่งคุณชายกลับนะเจ้าคะ”
ซย่าโหวซื่อถิงพลันเบิกบานใจ คุณหนูอวิ๋นมิได้ให้สาวใช้ไปตามคนมาช่วย แต่ส่งสาวใช้มาช่วยตนต่างหาก และท่าทางที่นอบน้อมของสาวใช้ ก็บ่งบอกว่าอวิ๋นหว่านชิ่นรู้ฐานะที่แท้จริงของตนแล้ว
ซย่าโหวซื่อถิงจึงมองนิ่ง “คุณหนูเจ้ารู้จักข้าหรือ”
ชูซย่ากลืนน้ำลาย คุณหนูกำชับว่า พอช่วยฉินอ๋องได้ก็ให้ถอนตัว อย่าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วแอบปลีกตัวออก กลับมารายงานผลให้คุณหนูตนทราบ
ดังนั้นผู้ที่ถูกทอดทิ้งอย่างซย่าโหวซื่อถิงจึงได้แต่มองตามหลังชูซย่าไปจนเห็นนางเป็นจุดดำเล็กๆ และตนเป็นสากกะเบือท่ามกลางลมพัดใบไม้ไหว สาวใช้ประสาอะไร
...คุณหนูแบบไหนกันนะที่ชุบเลี้ยงสาวใช้ให้เป็นเช่นนี้ได้!
ที่เขาอยากรู้จักอวิ๋นหว่านชิ่น ก็เพราะอยากดึงสวี่มู่เจินให้เข้าเป็นพวกด้วย แต่ตอนนี้ดูไปแล้ว อวิ๋นหว่านชิ่นดูน่าสนใจกว่าสวี่มู่เจินมาก
ครั้งแรกของการนัด เขากลับถูกนางทิ้งไว้ในลานกว้าง ราวกับปลาตากแห้งอย่างไรอย่างนั้น...มิหนำซ้ำเขายังติดหนี้บุญคุณนางอีก
ซย่าโหวซื่อถิงเม้มริมฝีปาก
.......
ที่อวิ๋นหว่านชิ่นช่วยซย่าโหวซื่อถิง เพราะเป็นเรื่องที่นางพอจะช่วยได้ การช่วยบุรุษที่จะได้เป็นฮ่องเต้ในอนาคต ย่อมไม่เสียเปรียบ
พอชูซย่ากลับมา สองนายบ่าวก็พากันตามหาฮว่าซั่น และในที่สุดก็เห็นร่างที่คุ้นเคยตรงโถงด้านหน้า
วันนี้จวนโหวยุ่งมาก บ่าวรับใช้ในจวนแทบทุกคนถูกใช้ให้ไปต้อนรับแขกเหรื่อกันหมด ฮว่าซั่นก็ไม่ยกเว้น นางต้องคอยยกน้ำชาให้แขกจากจวนขุนนางระดับสูง และคอยสั่งให้เด็กๆ เอาพัดไปให้
ซึ่งแขกจากจวนขุนนางระดับสูงเหล่านี้ อวิ๋นหว่านชิ่นจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า เป็นพวกที่คบหา
สมาคมอยู่กับมู่หรงไท่ ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับฮว่าซั่น
คุณชายจย่าจากบ้านหัวหน้าทหารรักษาพระองค์ผู้มีรูปร่างท้วม เช็ดเหงื่อแล้วว่า
“วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดฮูหยินอาวุโส คุณชายรองทำไมถึงเป็นหวัดเสียล่ะ”
“นั่นน่ะสิ ข้ากำลังคิดว่าพองานเลี้ยงเลิก จะนัดคุณชายรองไปดื่มสุรากันต่อ! คุณชายรองแข็งแรงออก คราวนี้ทำไมถึงป่วยหนักได้ล่ะ” อีกคนเสริม
ฮว่าซั่นรินน้ำชาพลางตอบคำถามคุณชายทั้งหลายพอเป็นพิธี “อาการป่วยของคุณชายรองทุเลาลงมากแล้วเจ้าค่ะ แต่เกรงว่าจะแพร่เชื้อให้แขก จึงไม่ยอมออกจากห้อง ต้องขอขอบคุณคุณชายทุกท่านด้วยเจ้าค่ะ ที่เป็นห่วง”
“จะว่าไป วันก่อนยังเห็นคุณชายรองของเจ้าดีๆ อยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงติดหวัดล่ะ ไม่เป็นไร พวกเราร่างกายแข็งแรง ไม่กลัวหวัด เอางี้ เราไปเยี่ยมเขากันหน่อยเป็นไง” คุณชายท่านหนึ่งเสนอ
“จริงด้วย ฮว่าซั่น เจ้าพาเราไปเรือนตะวันตกหน่อย ไหนๆ เราก็มากันแล้ว ถ้าไม่ไปเยี่ยมจะดูกระไรอยู่!” คนหนึ่งยืนขึ้น
ฮว่าซั่นพลันตกใจ แต่ยังมีไหวพริบ “ไม่ได้เจ้าค่ะไม่ได้! คุณชายรองเพิ่งทานยาไป ตอนนี้น่าจะหลับไปแล้ว ขอบคุณที่คุณชายห่วงใย!”
คุณชายทั้งหลายค่อยสงบนิ่งลง ฮว่าซั่นเองก็เป่าปากโล่งใจไปหนึ่งเปลาะ
อวิ๋นหว่านชิ่นแอบฟังอยู่หลังเสาตรงทางเดิน จากนั้นค่อยกระซิบกับชูซย่า
ตอนนี้ชูซย่าเล่นละครจนชำนาญแล้ว พอเดินเข้าไปในห้องโถง ก็เข้าประชิดตัวฮว่าซั่น “ท่านคือพี่ฮว่าซั่น ที่ประจำอยู่ในเรือนคุณชายรองใช่ไหม”
เมื่อเห็นสาวใช้แปลกหน้า ฮว่าซั่นก็ลากให้ไปยืนด้านข้าง ก่อนถาม “เจ้าเป็นใคร”
ชูซย่าทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก “ข้าเป็นสาวใช้ข้างกายคุณหนูใหญ่จวนรองเจ้ากรมอวิ๋น เมื่อครู่ข้ากับคุณหนูกำลังตามหาพี่ฮว่าซั่นอยู่! ดีจังเลย ที่เห็นพี่อยู่ที่นี่” หยุดมองด้านนอกนิดหนึ่ง พลางพูดเสียงเบา “คุณหนูข้าอยู่ตรงนั้น”
ฮว่าซั่นรู้สึกสงสัยยิ่ง คุณหนูใหญ่บ้านสกุลอวิ๋น? อวิ๋นหว่านชิ่น คนที่หมั้นกับคุณชายรองแต่เด็กหรือ หาตนทำไม จึงมองตามชูซย่าไป เห็นใต้ต้นไม้ใหญ่นอกชาน มีหญิงสาวท่าทางเรียบร้อยยืนอยู่คนหนึ่ง
นางสวมชุดกระโปรงยาวผ้าเนื้อบางสีขาวตุ่นลายดอก ปักปิ่นปักผมตุ้งติ้งเรียบเก๋ แต่งหน้าเป็นธรรมชาติ ไม่มากและน้อยจนเกินไป ดูสวยสง่าแบบใสๆ
หน้าตาและบุคลิกของนาง นับว่าสวยในระดับต้นๆ ของหญิงสาวที่มางานในวันนี้ทีเดียว
ฮว่าซั่นอึ้งเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่นางเห็นอวิ๋นหว่านชิ่น ศัตรูหัวใจในจินตนาการของนางแต่ไหนแต่ไรมา
แม้นางเป็นสาวใช้ แต่ก็เป็นสาวใช้ชั้นหนึ่งที่กินดีอยู่ดี เพราะเกิดและเติบโตในจวนโหว คุ้นกับความมั่งมี
หรูหรามาตลอด จึงมีความทะเยอทะยานสูง รับใช้ข้างกายมู่หรงไท่ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ แอบรักมู่หรงไท่มาเกือบ
สิบปี และเห็นเขาเป็นบุรุษของตนเรื่อยมา ติดตรงชาติกำเนิดที่ไม่มีวันได้เป็นฮูหยินของเขา
ทว่าหญิงสาวที่ไม่เคยพบหน้าคุณชายรองเลย กลับเป็นผู้ที่ได้สิทธิแก่ชราไปพร้อมกันกับคุณชายรอง เช่นนี้ จะไม่ให้นางริษยาและเกลียดชังได้อย่างไร
ฮว่าซั่นเดินเข้าไปทำความเคารพ ก่อนพูดเสียงเรียบ “คุณหนูอวิ๋นตามหาบ่าว มีธุระอะไรเจ้าคะ”
สิ้นเสียง มือของนางก็ถูกหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าจับเอาไว้ ฮว่าซั่นตกใจ เมื่อเห็นน้ำตาเอ่อล้นอยู่ในดวงตางามๆ ของอวิ๋นหว่านชิ่น ขณะพูดละล่ำละลักกับนาง
“เจ้าคือฮว่าซั่นใช่ไหม ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นสาวใช้ที่คุณชายรองเชื่อใจมากสุด วันนี้ต้องขอให้เจ้าช่วยแล้ว!”
ชาขาวดอกเก๊กฮวยส่งผลให้อวิ๋นหว่านชิ่นยังไม่หายจากอาการร้อนรุ่ม หน้าจึงแดงมาก ท่าทางที่แสร้งทำจึงเหมือนมากด้วยเช่นกัน ทำให้ฮว่าซั่นยิ่งงุนงง “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เจ้าคะ”
อวิ๋นหว่านชิ่นลากฮว่าซั่นไปยืนในที่อับสายตา ก่อนพูดพลางน้ำตาไหลไม่หยุด
“น้องรองข้าหลายวันมานี้ถูกท่านพ่อขังไว้ในห้องเพราะทำความผิด แต่เมื่อครู่ข้าบังเอิญเห็นนาง...แอบเข้ามาในจวน แล้วยังเข้าไปในห้องคุณชายรองอีก...”
“อะไรนะ” ฮว่าซั่นตกใจ ร้องเสียงดังออกมา
อวิ๋นหว่านเฟยไร้ยางอายยิ่ง มีแขกมามากมายเช่นนี้ ยังริอ่านไปยั่วคุณชายรองถึงห้อง?
ฮว่าซั่นรู้ว่ามู่หรงไท่กับอวิ๋นหว่านเฟยนัดพบกันสองต่อสองอยู่หลายครั้ง เมื่อเทียบกันแล้ว นางย่อมเกลียดชังอวิ๋นหว่านเฟยมากกว่าอวิ๋นหว่านชิ่น
เพราะอย่างน้อยอวิ๋นหว่านชิ่นแค่ถูกพวกผู้ใหญ่บังคับ ไม่ได้ไปมาหาสู่กับคุณชายรอง แต่อวิ๋นหว่านเฟยนี่สิ นางจิ้งจอกชัดๆ มักตกคุณชายรองให้ออกจากจวนไปคลุกอยู่กับนางเสมอ จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ถึงกับไม่กลับจวนสองวันสองคืน ไม่รู้ว่าบ้านสกุลอวิ๋นสั่งสอนอีท่าไหน!
ยิ่งนึกถึง ฮว่าซั่นก็ยิ่งเกลียด ครั้งนั้น อวิ๋นหว่านเฟยมาที่ประตูหลังของจวน แล้วสั่งให้นางไปเรียกคุณชายรองออกมา แต่นางบอกปัดไปว่า หมู่นี้คุณชายรองไม่ว่างเพราะกำลังตั้งใจศึกษาเล่าเรียน อวิ๋นหว่านเฟยกลับชี้จมูกนาง พลางเย้ยหยันอย่างเยือกเย็น
“อย่านึกว่าเป็นสาวใช้คนสนิทของพี่ไท่แล้วจะมาวางอำนาจบาตรใหญ่ ช้าเร็วข้าก็ต้องเป็นนายของเจ้า”
ถ้ามิใช่เพราะคุณชายรองให้ความสำคัญกับอวิ๋นหว่านเฟย ฮว่าซั่นคงแฉเรื่องบัดสีบัดเถลิงของคุณหนูรองสกุลอวิ๋นที่มีอะไรกับผู้ชายทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานออกไปแล้ว
คิดเป็นนายของตนหรือ ต้องดูว่านางจะทนตนได้แค่ไหน! จะว่าไป แม้อวิ๋นหว่านเฟยมีชาติกำเนิดดีกว่าตน แต่กลับแอบกินคุณชายรองเหมือนตน น่านับถือตรงไหน นางอยากให้คนทั้งโลกเห็นจริงๆ ว่า คุณหนูบ้านนี้เป็นเช่นไร ใช่นางบำเรอตัวแถม ที่เทียบไม่ได้กระทั่งสาวใช้หรือไม่!
พอคิดได้เช่นนี้ บวกกับอวิ๋นหว่านชิ่นขอร้อง ฮว่าซั่นก็ยินดียิ่ง นี่เป็นโอกาสดีที่จะจัดการอวิ๋นหว่านเฟย จึงพูดอย่างสงบนิ่ง
“บ่าวเป็นเพียงสาวใช้ เรื่องที่คุณหนูใหญ่เล่ามา บ่าวไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไรดี”
ฮว่าซั่นผู้นี้ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อน ก็ยังไม่แสดงอารมณ์ขณะพูดเหมือนเดิม
อวิ๋นหว่านชิ่นยกมุมปากขึ้นอย่างอดไม่ได้ กลั้นน้ำตา เตรียมร่ายยาว