ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 037 ตอนที่ 37

#37Chapter 037

ตอนที่ 37 แปลงโฉมไปจวนอ๋อง

หลังสวี่ฮูหยินล่วงลับ ร่างก็ถูกบรรจุลงโลงศพ ทำพิธี แล้วส่งกลับไปฝังยังสุสานบ้านสกุลอวิ๋น รอร้อยปีให้หลัง ค่อยนำศพอวิ๋นเสวียนฉั่งมาฝังคู่กัน สามีภรรยาจะได้อยู่ร่วมกันอีกครั้ง

แต่สวี่เจ๋อเทารู้ว่า น้องสาวผิดหวังและไม่รู้สึกอะไรกับน้องเขยแล้ว จะยอมให้น้องสาวอยู่คู่กับชายผู้นี้หลังความตายอีกได้อย่างไร

สวี่เจ๋อเทาจึงควักกระเป๋าสตางค์ตนเอง สร้างหลุมฝังศพขนาดใหญ่ของน้องสาวเพียงลำพัง ในสุสานบ้านสกุลอวิ๋น

หลุมฝังศพอยู่ต่ำกว่าพื้นดินสามสิบฉื่อ[footnoteRef:1] ด้านในมีกลไกป้องกันความชื้น ชะลอการเน่าเปื่อย แบ่งเป็นสองชั้น ชั้นในเป็นห้องวางโลงศพของสวี่ฮูหยินกับข้าวของเครื่องใช้หลังความตาย ชั้นนอกเต็มไปด้วยสารปรอทและไอพิษที่ฉีดพ่นไว้ [1: เป็นหน่วยวัดความยาวจีน 1 ฉื่อ ยาวประมาณ 3.33 เดซิเมตร (หนึ่งเดซิเมตร เท่ากับ สิบเซ็นติเมตร)]

สวี่เจ๋อเทาว่า ใช้ป้องกันโจรขโมยสมบัติในสุสาน ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือการปิดผนึกสุสาน ไม่ให้คนนำศพอวิ๋นเสวียนฉั่งเข้ามาฝังคู่กับน้องสาวช่วงร้อยปีให้หลัง

ดังนั้นการทิ้งให้คนเป็นๆ คนหนึ่ง อยู่ในหลุมฝังศพที่ฝังร่างคนตายคนหนึ่ง ต่อให้ไม่ตกใจตาย ก็ต้องถูกสารปรอทกับไอพิษรมจนเน่าเปื่อยน้ำหนองไหล

ซึ่งกว่าจะจบชีวิตลงนั้น มิใช่วันสองวัน...

นี่ก็คือสิ่งที่พี่ใหญ่พูดว่า ต้องให้เถามอมอสำนึกผิดต่อดวงวิญญาณสวี่ฮูหยิน! ?

ในที่สุด อวิ๋นหว่านถงก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดมารดาถึงหน้าซีด

สุสานบรรพบุรุษสกุลอวิ๋น ชานเมืองไท่โจว

คืนเดือนมืด ลมพัดแรง

หลุมฝังศพหินอ่อนสีขาวหรูหรา กำลังส่องประกายเย็นยะเยือกที่ทำให้ผู้คนขนลุกซู่ อีกาป่าร่ำร้อง บรรยากาศมืดมนน่ากลัว

บ่าวรับใช้คนหนึ่งลากคนลงจากรถม้า ประตูสุสานถูกเปิดออก ดุจอสุรกายอ้าปาก กำลังจะกลืนกินคน

“อู้ๆ อี้ๆ...” เถามอมอที่ถูกผ้าอุดปากไว้ เมื่อเห็นป้ายวิญญาณกับหลุมฝังศพสีขาวแวววาว ก็ปัสสาวะอุจจาระราด และเมื่อเห็นพฤติกรรมของบ่าวรับใช้ ก็เข้าใจทันทีว่าตนกำลังจะถูกทำให้หวาดกลัวและทรมาน ท้องไส้จึงปั่นป่วน อาเจียนออกมา

พอบ่าวรับใช้ได้กลิ่นแปลกๆ ก็ย่นจมูกด้วยความรังเกียจ นึกว่าเถามอมอกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แต่พอมองไป ก็เห็นของเหลวสีเหลืองปนเขียวเล็กน้อย กลิ่นขมๆ จึงคิด หญิงชราน่าจะกลัวจนตับแตก น้ำดีถึงได้ไหลออกมา!

“เร็วเข้า อย่ามัวร่ำไร!” บ่าวรับใช้อีกคนซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลเรื่องในครั้งนี้ ยืนเร่งรัดอยู่หน้าประตูสุสาน

“ในหลุมฝังศพมีไอพิษของที่ราบต่ำตะวันตกเฉียงใต้ กลิ่นแรงมาก ขนาดข้ายืนอยู่หน้าประตูยังรู้สึกมึนๆ หัวใจเหมือนถูกบีบ รีบโยนคนลงไปเร็ว!”

บ่าวคนแรกจึงรีบเร่งฝีเท้า นำเถามอมอไปที่หลุมฝังศพ พอไปถึงบ่าวผู้ดูแลก็ผลักนางเข้าไป แล้วยิ้มเย็นชา “จะหาว่าคุณหนูใหญ่ใจดำไม่ได้นา! ในนั้นมีน้ำและอาหาร เผื่อไว้ให้มอมอด้วย”

นางไม่ให้ตนรีบตายหรอก กะให้ตนทรมานในหลุมฝังศพนานอีกหน่อย! ฟันของเถามอมอกระทบกัน หายใจเข้าลึกๆ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้หายใจเอาอากาศของโลกใบนี้เข้าปอดแล้ว ชีวิตที่เหลือกำลังจะถูกฝังทั้งเป็นอยู่ในนี้! ไม่มีทางเห็นเดือนเห็นตะวันอีก โลกนี้ยังมีการใช้ชีวิตที่น่ากลัวไปกว่านี้อีกไหม!

ก่อนประตูหลุมฝังศพจะปิดลง เถามอมอรู้ตัวว่าดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ ใบหน้าจึงปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย

“รบกวนช่วยข้าฝากคำพูดให้ไป๋ฮูหยินหน่อย”

บ่าวผู้ดูแลสงสัย จึงก้าวเข้าหา

ดวงตาของเถามอมอมีแสงสีเขียวเรืองๆ คล้ายแสงที่อยู่ในหลุมฝังศพ ขณะหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง ทำเอาผู้คนตกใจ ก่อนว่า “คุณหนูใหญ่หนอคุณหนูใหญ่ อย่านึกว่ามารดาของท่านเป็นคนดีอะไรนักหนา! มีเรื่องหนึ่งที่บ่าวเก็บไว้ในใจมานานหลายปี กระทั่งไป๋ฮูหยินก็ยังไม่รู้...ที่นายท่านเย็นชากับสวี่ฮูหยิน นอกจากเป็นเพราะมีไป๋ฮูหยินมาแย่งความรักแล้ว ยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง...”

ว่าแล้วก็กระซิบเข้าที่ข้างหูบ่าวผู้ดูแลด้วยเสียงดุจภูตผีในป่าเขา

เถามอมอแม้ชิงชังไป๋ฮูหยินที่มิได้ช่วยเหลือนาง แต่กลับชิงชังอวิ๋นหว่านชิ่นมากกว่า นางจึงคิดใช้ไป๋ฮูหยินเป็นเครื่องมือ ให้นำเรื่องที่นางกระซิบ ไปจัดการอวิ๋นหว่านชิ่น!

บ่าวผู้ดูแลยิ่งฟังก็ยิ่งขนลุก จึงผลักเถามอมออย่างแรงให้เข้าไปในหลุมฝังศพ! แล้วปิดประตูหินเสียงดัง กึก พร้อมๆ กับเสียงร้องโหยหวนที่ถูกตัดขาดจากโลกมนุษย์!

หน้าสุสาน

“หญิงชรานางนี้ให้เจ้าไปบอกอะไรกับไป๋ฮูหยิน” บ่าวอีกคนสงสัย

เรื่องนี้ไม่รู้ว่าใหญ่หรือเล็ก จริงหรือปลอม บ่าวผู้ดูแลพอมีสติอยู่บ้าง จึงขึ้นนั่งบนหลังม้า แล้วว่า

“คำพูดที่ฝากให้ฮูหยิน เจ้ามีสิทธิ์ถามหรือ รีบกลับกันเถอะ!”

ทั้งสองไม่พูดมากอีก ควบม้าฝุ่นตลบออกไป

ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลกันนั้น ซือเหยาอันรีบกระโดดขึ้นหลังม้าตาม

หลังจากงานเลี้ยงวันแซยิด ซย่าโหวซื่อถิงก็สั่งให้เขาลอบจับตามองอวิ๋นหว่านชิ่น

จับตามอง? ซือเหยาอันยิ้มขมขื่น คุณหนูอวิ๋นเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ในสกุลใหญ่โต จะให้ตนใช้วิชาตัวเบา กระโดดเข้าไปในจวนรองเจ้ากรมทุกวันหรือ ทำได้ก็เพียงเดินไปมาอยู่หน้าประตูจวน แล้วหันไปมองเป็นพักๆ

เย็นวันก่อน เขาเห็นบ่าวของจวนสกุลอวิ๋นพาหญิงชราคนหนึ่งขึ้นรถม้าออกนอกเมือง พอได้ยินว่าเป็น

คำสั่งของอวิ๋นหว่านชิ่น ก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง จึงสะกดรอยตาม เมื่อเห็นหญิงชราถูกฝังทั้งเป็นในหลุมฝังศพ ยัง

นึกว่าเป็นการลงโทษตามกฎทั่วไปของจวน คิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง!

...ก่อนตาย หญิงชราผู้นั้น เหมือนเปิดเผยความลับอะไรออกมา?

ยามสอง บ่าวสองคนของจวนสกุลอวิ๋นเพิ่งควบรถม้าออกจากไท่โจว และกำลังควบผ่านถนนสายเล็กๆ ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบ จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งบนหลังม้ามาขวางทางไว้

บ่าวผู้ดูแลนึกว่าเป็นโจรป่ามาปล้น จึงหยุดม้า ประสานมืออย่างอ่อนน้อมพลางยิ้มขมขื่น

“ลูกพี่ เราทั้งสองเป็นผู้ใช้แรงงาน เป็นเพียงบ่าวรับใช้ในบ้านผู้ดีมีสกุล มิใช่สาวงามอะไร ออกมาทำงานให้นาย มิได้พกเงินติดตัว...”

“ลูกพี่ไม่ปล้น ยิ่งไม่ปล้นสวาทพวกเจ้า เมื่อครู่หญิงชรานั่นพูดอะไรกับเจ้า” ซือเหยาอันถามออกมาตรงๆ

บ่าวผู้ดูแลอ้าปากค้าง “เจ้าเป็นใคร สะกดรอยตามเราหรือ แล้วทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วย...”

ซือเหยาอันคร้านจะพูดมาก ดีดตัวจากหลังม้า ไปจับคอเสื้อเขา ลากเขาลงจากรถม้า เผยให้เห็นหยกประจำตัวที่ห้อยไว้กับเอว

บ่าวจวนขุนนางในเมืองหลวงเห็นโลกมาไม่น้อย ของที่ผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายพกติดตัวก็ล้วนเคยเห็นมาก่อน สายห้อยสีม่วง หยกลายมังกร คือสัญลักษณ์ของเหล่าองค์ชายซย่าโหว!

บ่าวผู้ดูแลตื่นตระหนก “นายของใต้เท้าคือท่านใดในเชื้อพระวงศ์”

ซือเหยาอันหัวเราะ “พูดอะไรไร้สาระ ไม่ว่าท่านใด ก็บดเจ้าให้เป็นผุยผงได้ทั้งนั้น”

บ่าวผู้ดูแลตะลึงงัน จึงได้แต่พูดออกมาจนหมดเปลือก

ซือเหยาอันฟังพลางขมวดคิ้วแน่น นิ่งไปสักพัก ก็ล้วงถุงเงินที่ใส่เงินจนล้นออกจากอกตน โยนใส่อกเขา “แต่นี้เป็นต้นไป อย่าปรากฏตัวในเมืองหลวงอีก!”

จำนวนตั๋วแลกเงินและตำลึงเงินในถุง เกิดใหม่อีกห้าชาติก็ยังหาไม่ได้! บ่าวผู้ดูแลตกตะลึงพรึงเพริด ดวงตาของซือเหยาบอกว่าไม่ให้โต้แย้ง เขาอ่านออก จึงกัดฟัน เก็บถุงเงิน ควบม้าจากไปในความมืดโดยไม่เหลียวหลังกลับ

ซือเหยาอันหันหลัง สายตาหยุดอยู่ที่บ่าวผู้ซึ่งไม่ได้ยินคำพูดสุดท้ายของเถามอมอ ก่อนชักดาบฝักทองออกจากเอว ทำท่ากรีดไปที่ข้อมือสองครั้ง “จะกลับเองหรือให้ข้าส่งกลับ สหายร่วมงานอย่างเจ้า...กลับไปแล้ว รู้ใช่ไหมว่าจะพูดอย่างไรเมื่อถึงเวลา”

บ่าวผู้นี้เห็นหยกประจำตัวนั่นเช่นกัน ถ้าเป็นเชื้อพระวงศ์ก็ไม่ใช่เรื่องสนุกแล้ว ขนาดบ่าวผู้ดูแลยังหนี จึงพยักหน้าอย่างงุนงง “ข้าน้อยกลับเองได้! ข้าน้อยรู้ว่าจะพูดอย่างไร!

โถงหลัก จวนรองเจ้ากรม

บ่าวสองคนไปจัดการเรื่อง แต่กลับมาเพียงคนเดียว บ่าวผู้ดูแลตกน้ำเสียชีวิตระหว่างทาง ศพถูกน้ำพัดไป หาไม่พบ?

สมองต้องโง่เขลาถึงเพียงใดจึงจะเชื่อคำพูดเช่นนี้ สายตาอวิ๋นหว่านชิ่นดุจน้ำแข็ง จ้องมองบ่าวที่กลับมา

รายงานสถานการณ์

เพิ่งส่งหญิงชราผู้ทำผิดกฎของบ้านออกไป บ่าวผู้นี้ก็เข้าใจในความร้ายกาจของคุณหนูใหญ่แล้ว พอถูกถามอีกสองสามประโยค ที่สุดแล้วก็พูดออกมาหมด

สมองอวิ๋นหว่านชิ่นแล่น จัดเรียงประเด็นต่างๆ ดังนี้

ก่อนจากไป เถามอมอมีคำพูดฝากให้ไป๋เสวี่ยฮุ่ย

คำพูดนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดีอะไร! ฟังดูแล้วเกี่ยวข้องกับท่านแม่ และไม่เป็นผลดีกับตนเท่าไหร่

คนลึกลับในเชื้อพระวงศ์เค้นถามจากปากของบ่าวผู้ดูแล และไล่บ่าวผู้ดูแลไป

“คนผู้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร” อวิ๋นหว่านชิ่นเคร่งขรึมลง

ขณะบ่าวรับใช้อธิบายเสียงสูงๆ ต่ำๆ ชูซย่าก็โพล่งขึ้น “คุณหนูเจ้าคะ ลักษณะแบบนี้...เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

และแล้วก็นึกออกว่า เคยเห็นในงานเลี้ยงวันแซยิด...องครักษ์ที่มายืนขวางเว่ยอ๋องให้ฉินอ๋อง

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเขาก็ไม่ต้องพูดแล้ว ย่อมเป็นฉินอ๋อง

อวิ๋นหว่านชิ่นบอกให้บ่าวรับใช้ออกไป แล้วจึงกลับเรือนหยิงฝู นั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งคันฉ่องหยก ครุ่นคิดสักพัก ก็ยกมือขึ้น ดึงปิ่นหยกออก ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงอย่างมีน้ำหนัก

“คุณหนู ทำอะไรเจ้าคะ” ชูซย่าแปลกใจ

“ไปเอาชุดของบุรุษให้ข้าชุดหนึ่ง แล้วเอาที่ครอบมวยผมกับผ้ามัดผมในห้องจิ่นจ้งมาสักสองสามอัน ยังมี หาเศษผ้าจำนวนหนึ่งให้ข้ายัดใส่รองเท้าเพิ่มส่วนสูงด้วย!” อวิ๋นหว่านชิ่นกำชับอย่างมั่นเหมาะ “ข้าจะไปจวนฉินอ๋องที่อยู่ด้านเหนือของเมืองหลวง”

พอดีเลย หลายวันก่อนนางได้เก็บเสื้อผ้าสีพื้นๆ ที่ไป๋เสวี่ยฮุ่ยซื้อมาให้เข้าตู้เสื้อผ้า แล้วไปซื้อเสื้อผ้าสตรีที่เหมาะสมกับตนเองมาจำนวนหนึ่ง ตอนนั้นเอะใจ จึงแอบซื้อเสื้อผ้าบุรุษมาด้วย เผื่อจำเป็นต้องใช้

ชูซย่า “.....”

วันก่อน อวิ๋นหว่านชิ่นเพิ่งอ่านบันทึกการแปลงโฉมไปเล่มหนึ่ง วันนี้ได้โอกาสฝึกฝีมือพอนี้ จึงหยิบพู่กันแต้มสีผึ้งดำอมเขียว ค่อยๆ เขียนและย้อมคิ้ว ที่แท้รูปคิ้วสวยละเอียดอ่อนโยน ภายใต้ฝีมือการวาดอันยอดเยี่ยม ก็สามารถเปลี่ยนเป็นหล่อเหลามีพลังขึ้นมาก จากนั้นก็ใช้แป้งร่ำหลายชนิดปรับสีผิวให้เข้มขึ้นอีกหน่อย ปัดแก้มอีกนิด ก่อนหันไปเร่งชูซย่า

“ยืนตะลึงอยู่ได้ เจ้าว่า ข้าแต่งเป็นหนุ่มน้อยรูปงาม หรือคุณชายเจ้าเสน่ห์ดี เพราะอย่างไรชายชาตรีอกสามศอก ข้าก็แต่งไม่ได้อย่างแน่นอน!”

devc-ab98418f-34785ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 037 ตอนที่ 37