ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 023 ตอนที่ 23
ตอนที่ 23 พบกันอีกครั้ง
ฮว่าซั่นพูดแล้ว นางพูดเสียงเรียบ แต่แฝงความดุแกมบังคับให้ทำตาม
“เรื่องคุณชายรองหัวแตก จากนี้ไปห้ามพูดถึงอีก! ตอนนี้คนในบ้านล้วนคิดว่าคุณชายรองติดหวัด โดนลมและพบแขกไม่ได้ เจ้าจะพูดให้ได้ยินไปถึงหูท่านโหวรึ แล้วถ้าคุณชายใหญ่รู้เรื่องนี้เข้า ก็อาจไปพูดใส่สีตีไข่กับท่านโหวอีก”
สาวใช้อีกนางจึงสงบปากสงบคำ
ทั้งสองค่อยๆ เดินออกไปจนไกลลิบ
อวิ๋นหว่านชิ่นจึงหัวเราะออกมา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง
มู่หรงไท่ยังคงเหมือนเดิม ยังเห็นแก่ชื่อเสียงเกียรติยศมากจนไม่ยอมให้หนทางสู่การเป็นขุนนางของตนมีรอยด่างพร้อยแม้แต่น้อย
เขามั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าตนทำได้ทุกสิ่งอย่าง ขี่ม้ายิงธนูก็ยอดเยี่ยมกว่าพี่ชายเป็นไหนๆ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่เขาคิดแย่งชิงตำแหน่งซื่อจื่อ ตอนนี้จึงต่อกรกับพี่ชายอย่างดุเดือด เช่นนี้จะให้ผู้คนรู้ว่า ตกจากหลังม้าหัวแตกได้อย่างไรกัน
ขณะขบคิด ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นที่ด้านนอกภูเขาจำลอง ชัดเจนว่าเป็นฝีเท้าของคนคนเดียว
เสียงฝีเท้าทั้งเบาและรีบ เป็นฝีเท้าของอิสตรี
อวิ๋นหว่านเฟยเดินย่องมาทางนี้ และพอเห็นว่าไม่มีใคร ก็แอบมุดเข้าไปในเรือนของมู่หรงไท่
ท่าทางคล่องแคล่วขนาดนี้ เห็นชัดว่ามิได้มาเป็นครั้งแรก
ตั้งแต่อวิ๋นหว่านเฟยพยายามขวางไม่ให้ตนมาร่วมงานวันแซยิด อวิ๋นหว่านชิ่นก็เริ่มสงสัยแล้วว่านางอาจสนิทกับมู่หรงไท่อยู่ก่อนแล้ว
เรื่องหลังบ้าน ไป๋เสวี่ยฮุ่ยเป็นคนจัดการทุกอย่าง ซึ่งนางค่อนข้างให้อิสระกับลูกสาว ดังนั้นการที่อวิ๋น
หว่านเฟยจะหนีออกจากจวนไปยั่วยวนผู้ชาย ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
เดิมทีอวิ๋นหว่านชิ่นกำลังปวดหัวว่า จะทำอย่างไรให้ทุกคนเห็นอวิ๋นหว่านเฟยกับมู่หรงไท่อยู่ด้วยกัน ตอนนี้จึงดีเป็นอย่างยิ่ง ที่น้องรองอดใจไม่ไหว มาหาคู่รักที่เรือนด้วยตัวเอง
เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีก สาวใช้นางหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้
เป็นสาวใช้ในเรือนของมู่หรงไท่ที่คอยยกน้ำมาให้ ในมือนางจึงมีทั้งกาน้ำชาและถ้วยชา
เป็นชุดน้ำชากระเบื้องเคลือบหรูหรามันวาว มองปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังจะเอาไปให้เจ้าของเรือน
อวิ๋นหว่านชิ่นกระซิบข้างหูชูซย่า พอชูซย่าเข้าใจ ก็ก้าวออกไปขวางทางสาวใช้พร้อมท่าทางลนลาน
“พี่สาวท่านนี้ ข้าเป็นสาวใช้ของจวนรองเจ้ากรมอวิ๋น วันนี้ตามนายท่านมาอวยพรวันเกิดให้ฮูหยินท่านโหว เพิ่งจะออกมาเดินเล่นเป็นเพื่อนคุณหนู แต่กลัวว่าคุณหนูจะกระหายน้ำ จึงไปขอน้ำชาที่ห้องครัวมากาหนึ่ง แต่ยังไม่ทันไร ก็ไม่เห็นเงาคุณหนูเสียแล้ว! จวนโหวใหญ่โตมาก ข้าไม่คุ้นทาง เกรงว่าจะเข้าผิดเรือน
พี่สาวพอจะช่วยข้ามองดูรอบๆ ได้หรือไม่ คุณหนูเพิ่งแยกจากข้าตรงนี้ น่าจะอยู่แถวๆ นี้!”
วันนี้มีแขกมากันมากมาย สาวใช้จึงไม่สงสัย และพอได้ยินว่าเป็นคุณหนูบ้านสกุลอวิ๋น ที่หมั้นหมายกับคุณชายรองแต่เด็ก หรือก็คือฮูหยินน้อยในอนาคต จึงไม่กล้ารีรอ รีบวางชุดชาลงบนโต๊ะหิน พยักหน้าแล้วว่า “ข้าจะไปดูให้”
พอเห็นสาวใช้ผละออกไป ชูซย่าก็จัดการเทน้ำชาในกาบนโต๊ะหินทิ้ง แล้วเทชาขาวดอกเก๊กฮวยในกาดินเผาสีม่วงแดงที่ตนถือมาเข้าไปแทน
สาวใช้หาอยู่ครึ่งค่อนวันก็หาไม่เจอ พอชูซย่าเห็นนางเดินกลับมา ก็พูดอย่างเกรงอกเกรงใจ “ข้าเพิ่งนึกออกว่าคุณหนูบอกอยากไปเดินเล่นริมลำธาร จึงน่าจะเดินไปทางนั้น ข้าจะไปหาดูอีกรอบ ท่าทางพี่สาวน่าจะยุ่งอยู่ ข้าไม่รบกวนแล้วล่ะ!” ว่าแล้วก็สาวเท้าก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
พอเห็นชูซย่าทำสำเร็จ อวิ๋นหว่านชิ่นก็เดินพลางเขกหัวตัวเอง “ข้าไม่ได้ตั้งใจนา”
เดิมทีนางไม่เคยคิดใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ แต่นี่เป็นของที่ไป๋เสวี่ยฮุ่ยให้มา ถือว่าคืนให้ก็แล้วกัน
ชูซย่าเข้าใจแล้วว่าอวิ๋นหว่านชิ่นคิดจะทำอะไร คุณหนูใหญ่อยากถอนหมั้น แต่การถอนหมั้นอย่างไรผู้หญิงก็เป็นฝ่ายเสียหาย แต่ถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายทำผิดก่อนก็ไม่เหมือนกันแล้ว คุณหนูใหญ่จะตกเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการแต่งงานในอนาคต แต่คุณหนูรองนี่สิ...จุ๊ๆ เคราะห์ร้ายจริงๆ แต่ก็สมควรแล้ว ใครใช้ให้นางผิดประเพณีกับพี่เขยล่ะ!
ชูซย่ารู้สึกโล่งใจไปหนึ่งเปลาะ จึงถาม “แล้วคุณหนูจะล่อให้แขกมาที่เรือนคุณชายรองอย่างไรเจ้าคะ”
อันนี้ เกรงว่าคงต้องพึ่งฮว่าซั่นแล้ว
อวิ๋นหว่านชิ่นยกมุมปากขึ้น “เราไปหาฮว่าซั่นกัน”
จวนกุยเต๋อโหวเป็นจวนที่ฮ่องเต้โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อมอบให้ขุนนางระดับสูงพักอาศัย ภายในจึงกว้างใหญ่ไพศาล ชนิดสร้างจวนรองเจ้ากรมได้สี่ถึงห้าจวน
ดวงอาทิตย์เคลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ อวิ๋นหว่านชิ่นยิ่งเดินหัวใจก็ยิ่งเต้นแรง ร้อนรุ่มไปทั้งตัว จึงก่นด่าในใจ ผงยาของไป๋เสวี่ยฮุ่ยออกฤทธิ์แรงกว่าที่คิด จิบเพียงนิดเดียว ก็รู้สึกกระสับกระส่ายแล้ว ขืนดื่มหมดถ้วย ไม่รู้ว่าต้องอายไปถึงไหน!
พอหันมองรอบด้าน ตนก็เดินมาถึงริมลำธารของจวนแล้ว ด้านข้างเป็นน้ำใสไหลเย็น อวิ๋นหว่านชิ่นจึงตัดสินใจเจือจางฤทธิ์ยาก่อน นางเป่าลมร้อนออก “หยุดพักให้เย็นสบายสักหน่อย”
พอได้ใช้น้ำเย็นในลำธารลูบหน้าลูบตาแล้วนั่งตากลม อวิ๋นหว่านชิ่นค่อยรู้สึกสดชื่นสบายตัวขึ้น ขณะเดียวกัน พลันได้ยินเสียงคนพูดลอยมาตามลำธาร
ชายหนุ่มสวมชุดยาวสีม่วงปักลายมงกุฎไข่มุกยืนมือไพล่หลัง พร้อมองครักษ์ติดตามจำนวนหนึ่ง กำลังเลิกคิ้วพูดกับคนกลุ่มหนึ่งอย่างไม่ยี่หระ
“หยกประจำตัวของข้าหล่นลงไปในน้ำ คนของข้าไม่มีใครว่ายน้ำเป็น เจ้าลงไปงมให้ข้าแค่นี้ไม่ได้หรือ”
สีม่วง สีเครื่องทรงที่เชื้อพระวงศ์ต้าเซวียนสวมใส่
ชายหนุ่มย่อมเป็นเว่ยอ๋อง ซย่าโหวซื่อยวน
เนื่องจากพระมารดาคือพระมเหสีรองเหวย พระมเหสีคนโปรดในวังหลัง เว่ยอ๋องจึงมีนิสัยเจ้าเล่ห์เอาแต่ใจ ขนาดรัชทายาทซย่าโหวซื่อจุนเอง ยังต้องเกรงใจพระอนุชาอยู่หลายครั้ง
อวิ๋นหว่านชิ่นละสายตา มองไปยังผู้ที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับเว่ยอ๋อง ซึ่งก็คือพี่ชายของเฉินจื่อหลิง หนึ่งในแขกของวันนี้ เฉินจ้าว ทว่าเว่ยอ๋องมิได้พูดจากับเขา แต่พูดกับผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา
คนผู้นี้สวมชุดบ่าวรับใช้ รูปร่างสูงใหญ่กว่าเว่ยอ๋องเกินครึ่งศีรษะ คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้าเยือกเย็น หล่อใสดั่งรูปสลักน้ำแข็ง เพียงแต่ผิวคล้ำไปหน่อย และคล้ำแบบไม่เป็นธรรมชาติ จึงกลบความหล่อไปเจ็ดแปดส่วน
คนทั่วไปดูไม่ออก แต่อวิ๋นหว่านชิ่นผู้คุ้นเคยกับการแต่งหน้า มองปราดเดียวก็ดูออก
คนผู้นี้ผ่านการแปลงโฉมมา
ทว่ามือหนักไปหน่อย สีผิวจึงเข้มกว่าปกติ แม้เปลี่ยนโฉมได้ แต่ถ้า ตา หู คอ จมูก ปาก ยังไม่เปลี่ยน คนที่สนิทกันน่าจะดูออก
ขณะครุ่นคิด เฉินจ้าวก็เอ่ยขึ้น “ท่านอ๋อง ข้าลงไปงมให้เอง”
“เจ้าเป็นคุณชายจวนแม่ทัพ ข้าจะให้เจ้าทำหน้าที่ที่บ่าวไพร่ทำได้อย่างไรกัน”
เว่ยอ๋องทำไม่รู้ไม่ชี้ คล้ายต้องการให้คนรับใช้ข้างกายของเฉินจ้าวลงน้ำให้ได้
“ข้าเห็นว่าเจ้าร่างกายแข็งแรง กำยำล่ำสัน อย่างไรก็ไม่มีทางจมน้ำแน่ มิสู้เจ้านั่นล่ะ ลงไป”
คนผู้นั้นมิได้ตอบรับ แต่กลับถกแขนเสื้อขึ้น
เผยให้เห็นนิ้วมือแข็งแกร่งส่วนหนึ่ง รัศมีสีเขียวพร่างพราว สะท้อนเข้าตาอวิ๋นหว่านชิ่นพอดี
แหวนหยกปานจื่อ
แหวนชนิดนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องประดับ ยังใช้ป้องกันนิ้วขณะผู้ฝึกยุทธ์ง้างสายธนู จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บ่าวรับใช้ข้างกายคุณชายในจวนขุนนางใหญ่จะสวมใส่
อีกทั้งในสายตาผู้คน แหวนแบบนี้ก็มีราคาไม่แพงนัก
ทว่าหนังตาอวิ๋นหว่านชิ่นกลับกระตุก นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยเคยเห็นแหวนวงนี้มาก่อน
ที่วัดหลวง ในอ้อมกอด มือที่โอบเอวนางไว้ เสียงทุ้มต่ำพึมพำเบาๆ
แหวนหยกปานจื่อธรรมดาๆ ตอนนี้ สวมอยู่บนนิ้วของผู้ที่อาจเป็นเจ้าแห่งแผ่นดินในวันข้างหน้า
และชายผู้นี้ คล้ายกำลังประสบกับเรื่องเดือดร้อนเล็กๆ
ควรช่วยดีไหม มุมปากอวิ๋นหว่านชิ่นปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ