ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 021 ตอนที่ 21

#21Chapter 021

ตอนที่ 21 งานเลี้ยงวันแซยิด

อวิ๋นหว่านเฟยทุบประตูลงไปแรงๆ “เปิดประตูเร็วเข้า ไม่ไหวแล้ว ข้าหายใจไม่ออก!”

ทว่าบ่าวไพร่ที่อยู่ด้านนอกกลับแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพราะก่อนไปคุณหนูใหญ่กำชับไว้ว่า ต้องคอยดูคุณหนูรองให้ดี ทำตามคำสั่งนายท่าน ไม่ให้คุณหนูรองออกจากห้องเป็นอันขาด

หลายวันมานี้ ฮูหยินบอกว่าป่วย และไม่ได้ออกจากห้อง คุณหนูใหญ่จึงเป็นคนจัดการเรื่องหลังบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ บ่าวขาใหญ่ยังได้ยินมาอีกว่า พอคุณชายกลับมาเมื่อไหร่ นายท่านก็จะให้คุณหนูใหญ่เป็นคนดูแลอบรมคุณชายด้วยตัวเอง ซึ่งที่สุดแล้วลูกเมียหลวงก็ยังเป็นใหญ่อยู่วันยังค่ำ ส่วนลูกของเมียน้อยที่ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นเมียหลวง อย่างไรก็ไม่มีทางขึ้นมาเป็นใหญ่ได้!

อวิ๋นหว่านเฟยทุบประตูจนมือบวมก็ไม่มีใครเหลียวแล จึงทรุดลงไปกองกับพื้น น้ำหูน้ำตาไหลพลางร้องครวญคราง “พี่ไท่...ท่านพี่ไท่”

ขณะร้องไห้อยู่นั้น นอกหน้าต่างก็มีเสียงซุบซิบดังมา

ที่แท้เมี่ยวเอ๋อร์กำลังคุยอยู่กับสาวใช้นางหนึ่งข้างหน้าต่างนอกห้อง

น้องสาวของม่อไคไหลนางนี้อยู่ไม่สุข ชอบเดินซุกซนไปทั่ว ถึงไหนก็จะคุยกับเขาไปเรื่อย ตอนแรกอวิ๋นหว่านเฟยไม่สนใจ แต่พอได้ยินเรื่องเรื่องหนึ่ง นางก็หยุดร้องไห้ รีบยืนขึ้นทันที

“ได้ยินว่าจวนโหวกะฉลองงานมงคลสองงานควบ นอกจากฉลองวันแซยิดแล้ว ยังฉวยโอกาสเชิญ

เว่ยอ๋อง แขกผู้ทรงเกียรติของงาน ให้เป็นสักขีพยานในการแลกหนังสือหมั้นของคุณหนูใหญ่กับคุณชายรองมู่หรงด้วย”

พอได้ยิน อวิ๋นหว่านเฟยก็ทนไม่ไหว มู่หรงไท่เป็นของตน ตำแหน่งฮูหยินซื่อจื่อ ทายาทผู้สืบทอดจวนโหวก็เป็นของตน! คิดว่าจะหมั้นกันง่ายๆ รึ ฝันไปเถอะ!

รอให้สาวใช้นางนั้นจากไป อวิ๋นหว่านเฟยค่อยส่งเสียงเบาๆ ผ่านช่องหน้าต่าง “เมี่ยวเอ๋อร์ๆ เจ้าอย่าเพิ่งไป เปิดหน้าต่างให้ข้าหน่อย”

เมี่ยวเอ๋อร์แนบหูติดบานหน้าต่าง แล้วแสร้งทำเป็นตกใจ “อุ๊ยตาย คุณหนูรอง? รู้สึกอุดอู้หรือเจ้าคะ”

อวิ๋นหว่านเฟยแสดงท่าทางดูถูก ก่อนทำเสียงเศร้า “ใช่สิ อุดอู้มาก จวนเจียนหายใจไม่ออกแล้ว!”

เมี่ยวเอ๋อร์ไม่มีทางเลือก “ได้ๆ เดี๋ยวบ่าวช่วยเปิดหน้าต่างให้ แต่คุณหนูรองอย่าออกมาเชียวนา หาไม่แล้ว บ่าวจะถูกโบยเอา!”

“ไม่หรอกๆ ท่านพ่อเกรงใจพี่ชายเจ้ามาก ไม่มีทางโบยเจ้าลงคอหรอก” อวิ๋นหว่านชิ่นดีใจจนแทบรอไม่ไหว ยัยนี่โง่จริงๆ จึงเร่งรัด “เร็วเข้าๆ !”

เมี่ยวเอ๋อร์ดึงสลัก เปิดหน้าต่างออก

อวิ๋นหว่านเฟยแกล้งทำเป็นหายใจเข้าลึกๆ ใช้มือพัดไปพัดมาให้ลมเข้า ก่อนพูดอย่างร้อนรน “เมี่ยวเอ๋อร์ วันนี้เจ้าว่างหรือ”

เมี่ยวเอ๋อร์ยกมือเกาหลังศีรษะ พลางว่า “พอคุณหนูรองพูดขึ้นมา บ่าวก็นึกขึ้นได้ว่า ต้องออกไปซื้อของ...”

“แล้วยังไม่ไปอีก! เดี๋ยวข้าปิดเองได้” อวิ๋นหว่านเฟยดีใจ

เมี่ยวเอ๋อร์ลังเลเล็กน้อย แต่ก็รับคำ หันกาย เดินออกจากเรือนใต้

พอเห็นว่าในเรือนไม่มีคน อวิ๋นหว่านชิ่นก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เกาะขอบหน้าต่าง กระโดดลง แล้วเดินหลังค่อมออกนอกเรือน

เมี่ยวเอ๋อร์ที่นั่งยองๆ อยู่ตรงมุมเรือน ก็ลุกขึ้นยืนขึ้น โห คุณหนูใหญ่คาดการณ์ได้แม่นยังกับจับวาง

ขณะเดียวกัน คนในจวนกุยเต๋อโหวก็กำลังต้อนรับแขกเหรื่ออย่างคึกคัก

การตกลงหมั้นหมายกันระหว่างสกุลอวิ๋นกับสกุลมู่หรง เกิดขึ้นตอนอวิ๋นเสวียนฉั่งเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองเจ้ากรมกลาโหมฝ่ายซ้าย แม้เป็นขุนนางระดับสาม แต่ก็อยู่ในกรมที่ทรงอิทธิพลของต้าเซวียน มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการจัดสรรกำลังทหาร และจวนกุยเต๋อโหวก็อยู่ในสายทหารพอดี โดยลูกหลานทุกรุ่นมักแต่งงานกับคนจากหน่วยงานทางทหารแทบทั้งสิ้น

พอดีตอนนั้น อวิ๋นเสวียนฉั่งเข้าร่วมสงครามอันโหดร้ายกับแคว้นเหมิงหนูทางตอนเหนือ ในฐานะผู้บัญชาการเบื้องหลัง ซึ่งมีท่านโหวอาวุโสมู่หรงเป็นขุนพลในสนามรบ และกำลังตีฝ่าวงล้อมออกมา แต่ก็ถูกคนเหนือจู่โจมจนเกือบสูญเสียทหารทั้งกอง ดีที่อวิ๋นเสวียนฉั่งส่งกองหนุนมาช่วยต่อสู้ข้าศึกได้ทันท่วงที ช่วยชีวิตขุนพลมู่หรงไว้ได้

หลังการสู้รบ อวิ๋นเสวียนฉั่งจึงเป็นที่รู้จัก และได้รับการยกย่องจากราชสำนัก จากนั้นก็เริ่มไต่เต้าตำแหน่งในกรมกลาโหม

ส่วนท่านโหวอาวุโสมู่หรง นอกจากซาบซึ้งในบุญคุณของอวิ๋นเสวียนฉั่งแล้ว ยังเล็งเห็นความก้าวหน้าของบ้านสกุลอวิ๋น จึงบอกกับอวิ๋นเสวียนฉั่งตรงๆ ในงานเลี้ยงฉลองของกองทัพว่า มู่หรงไท่หลานคนรองของบ้านยังมิได้หมั้นหมายกับใคร อยากจะขอหมั้นกับลูกสาวของเขา ตอนนั้นบ้านสกุลอวิ๋นมีอวิ๋นหว่านชิ่นเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว ต่างฝ่ายจึงเข้าใจว่าเป็นนาง

อวิ๋นเสวียนฉั่งตอบรับในทันที ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ตอนนั้น ทั้งสองพูดสัญญากันปากเปล่า แล้วนัดกันว่ารอให้เด็กทั้งสองโตกว่านี้อีกหน่อย ค่อยนำหนังสือหมั้นมาแลกกัน

ท่านโหวอาวุโสขุนพลมู่หรงสืบทอดบรรดาศักดิ์จากบรรพบุรุษ มีความชำนาญทักษะด้านการทหารแต่วัยหนุ่ม อีกทั้งบุตรทั้งสองคนก็สร้างผลงานสะเทือนเลือนลั่นไว้ในสนามรบเรื่อยมา เสียดายที่สวรรค์จำกัดอายุขัย รัชศกหนิงซีปีที่ห้า ชาวเหมิงหนูปลุกระดมเมืองชายแดนทางตอนเหนือให้แข็งข้อ จนสงครามเหนือใต้ปะทุ บุตรทั้งสองถูกแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพ ไปแนวหน้ากำราบ ทว่าไม่ทันระวัง ถูกซุ่มโจมตี เสียชีวิตในหน้าที่ทั้งสองคน

คนหัวขาวส่งคนหัวดำสู่ปรโลก ท่านโหวอาวุโสมู่หรงและฮูหยินเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง จึงทุ่มเทเลี้ยงดู

หลานกำพร้าของบุตรทั้งสองอย่างเต็มที่ คนหนึ่งคือมู่หรงอัน บุตรของบุตรคนโต อีกคนหนึ่งคือมู่หรงไท่ บุตรของบุตรคนเล็ก

ตามหลักแล้ว ถ้าบุตรทั้งสองของท่านโหวอาวุโสเสียชีวิต ร้อยปีให้หลัง ผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ก็คือมู่หรงอันหรือมู่หรงไท่คนใดคนหนึ่ง

ถ้าว่ากันตามวัยวุฒิ ตำแหน่งซื่อจื่อย่อมเป็นของหลานชายคนโตมู่หรงอันอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่ามู่หรงไท่ใช่คนที่ยอมใครเสียที่ไหน ซ้ำยังเอาใจปู่ย่าเก่ง จุดสำคัญอีกอย่าง ฮูหยินอาวุโสมู่หรงสนิทกับมารดาของมู่หรงไท่ในฐานะอากับหลานนอกสายโลหิต ฮูหยินอาวุโสมู่หรงจึงมักเข้าข้างและชมเชยหลานคนเล็กให้ท่านโหวอาวุโสฟังเสมอ หวังให้สามีผ่อนคลายกฎระเบียบ หาโอกาสแต่งตั้งมู่หรงไท่เป็นซื่อจื่อ

ทว่าท่านโหวอาวุโสรู้อยู่แก่ใจดีว่า ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมของหลานๆ จึงยังมิได้ทูลเกล้าฯขอแต่งตั้ง แต่ก็มิได้โต้แย้งภรรยา ได้แต่คิดหาวิธี ยืดเวลาการสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อออกไป

ซึ่งหลายปีมานี้ สองพี่น้องก็ดูรักกันดี แต่ลับหลังกลับชิงดีชิงเด่นกันถึงขั้นเลือดตกยางออก

จนมู่หรงอันเกลียดชังมู่หรงไท่เข้าไส้

ส่วนเหตุผลที่ท่านโหวอาวุโสต้องเคารพความคิดของฮูหยินถึงเพียงนี้ ก็เพราะฮูหยินมิใช่คนธรรมดา

นางมีชาติกำเนิดสูงส่ง บิดาเป็นอำมาตย์ในราชสำนัก สมัยสาวๆ ช่วงหนึ่ง เคยเป็นนางในข้างกายฮองเฮา ต่อมาก็เป็นแม่นมของหนิงซีฮ่องเต้ จึงสนิทสนมกับเหล่าเชื้อพระวงศ์มาก สุดท้ายได้รับสมรสพระราชทานกับท่านโหวขุนพลมู่หรง จึงมีบรรดาศักดิ์เป็นฮูหยินระดับสอง ซึ่งในทุกๆ ปี หนิงซีฮ่องเต้จะจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้นางอย่างสมศักดิ์ศรี และยังส่งเชื้อพระวงศ์มาอวยพรวันเกิดให้นางในฐานะผู้แทนพระองค์อีก

ซึ่งผู้มาในปีนี้ก็คือ โอรสของเจ้าจอมเหวย เว่ยอ๋อง ซย่าโหวซื่อยวน

เที่ยงวัน จวนโหวก็เต็มไปด้วยแขกผู้ทรงเกียรติ

ขณะเจ้าของงานยังมิได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ แขกเหรื่อจึงอยู่กันกระจัดกระจายตามโถงรับแขกกับสวนหลังเรือน บ้างก็เดินเล่น บ้างก็พูดคุย

อวิ๋นเสวียนฉั่งง่วนอยู่กับการประจบประแจงขุนนางชั้นผู้ใหญ่ จึงบอกให้ไป๋เสวี่ยฮุ่ยดูแลอวิ๋นหว่านชิ่น

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยสูญเสียความมั่นใจจากเรื่องกำยานลุ่มหลง หลายวันมานี้จึงเอาแต่ป่วยอยู่ในห้อง ไม่กล้าพบหน้าผู้คน กระทั่งลูกสาว ส่วนนายท่านก็ค้างคืนกับอนุฟางตลอด พอได้ยินว่าทั้งสองอยู่กันจนดึกดื่นทุกคืน ไม่รู้ว่ามีความสุขกันแค่ไหน ก็ยิ่งทำให้นางเกลียดหวิ่นหว่านชิ่นเข้ากระดูกดำ อีกทั้งเช้าวันนี้ ก่อนออกจากจวน อวิ๋นหว่านชิ่นยังสั่งให้คนในจวนจับตาดูเฟยเอ๋อร์ให้ดีต่อหน้านายท่านและบ่าวไพร่! นี่มันฉีกหน้านางชัดๆ !

ตอนนี้พอนึกถึง ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็ยังรู้สึกแค้นใจอยู่ และพอเห็นอวิ๋นหว่านชิ่นแต่งตัวสวยสดงดงามมาร่วมงานเลี้ยง แต่ลูกสาวของตนกลับถูกขังอยู่ในห้องอย่างไม่เป็นธรรม จึงสะบัดแขนเสื้อ แค่นเสียงเย็นชา แล้วว่า

“เจ้าโตขนาดนี้ ไม่ต้องให้ข้าดูแลหรอก ค่อยๆ เดินเล่นเอาเองก็แล้วกัน! ข้าจะเข้าไปพบปะสังสรรค์กับฮูหยินทั้งหลายหน่อย”

devc-af530e87-33711ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 021 ตอนที่ 21