ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ

ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 009 ตอนที่ 9

#9Chapter 009

ตอนที่ 9 ช่างเป็นผู้ชายที่น่าเกรงขาม

ฟังจือหันโอบอวี๋กานกานไว้ สีหน้าไร้อารมณ์ ท่าทางเย็นชาไม่เป็นมิตร ในความยโสโอหังนั้นแฝงไว้ด้วยความเหยียดหยาม

“ถ้าผมยังเห็นพวกคุณสองคนมายุ่งวุ่นวายกับภรรยาผมอีก ผมจะแจ้งทนายให้ออกหมายศาลเอาความพวกคุณ” น้ำเสียงนิ่งๆ ไร้อารมณ์ แต่กลับหนาวสะท้านราวกับสายลมจากนับเก้าเหมันต์[footnoteRef:1] [1: นับเก้าเหมันต์ หมายถึง วันที่หนาวที่สุดในฤดูหนาว เป็นวิธีของชาวจีนโบราณเริ่มนับเมื่อฤดูหนาวเริ่มต้นขึ้น วิธีการคือทุก 9 วัน นับเป็นหนึ่งเก้า 18 วัน นับเป็น สองเก้า 27 วัน นับเป็น สามเก้า จะนับกันไปจนถึงเก้าเก้า (81 วัน) ซึ่งจะเป็นช่วงที่สิ้นฤดูหนาวพอดี ช่วงเวลาที่หนาวที่สุดคือช่วง สามเก้าและสี่เก้า]

หมายศาล? ป้าสะใภ้ใหญ่นัยน์ตาเบิกโพลง น่าโมโหนัก...ยอมไม่ได้! แต่แผนการที่อยู่ในใจทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่เกิดขลาดกลัวขึ้นมา ไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับฟังจือหันอีก

อวี๋กานกาน “…”

ไม่เลวเลย ช่างเป็นผู้ชายที่น่าเกรงขามจริงๆ แต่ก็หน้าเนื้อใจเสือ เจ้าเล่ห์เพทุบาย กลับกลอกปลิ้นปล้อน

“ป้าสะใภ้ใหญ่คะ เขาเป็นสามีของหนูจริงๆ หนูไม่สามารถอยู่ใต้ชายคาเดียวกับใครได้อีกนอกจากเขา ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการนอกใจ ถ้าไม่เชื่อหนู หนูให้ป้าดูทะเบียนสมรสก็ได้” อวี๋กานกานพูดพร้อมกับหันไปยิ้มให้ฟังจือหัน “จริงไหมคะ ที่รัก”

อวี๋กานกานอยากจะดูทะเบียนสมรสอีกครั้งให้แน่ใจว่าเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ฟังจือหันกลับไม่ขยับเขยื้อน...

ผู้คนที่มามุงดูต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ที่แท้หญิงสาวคนนี้แต่งงานแล้ว แล้วผู้ชายคนก่อนหน้านี้ทำไมดึงดันจะขอแต่งงานอยู่อีก

“ทำบ้าอะไร! คนเขาแต่งงานแล้ว ยังจะตามตอแยอีก!”

“ทำไมถึงมาสร้างความร้าวฉานให้กับครอบครัวคนอื่น เป็นบ้าเหรอ!”

“เกลียดที่สุดคือพวกอ้างคำว่ารักมาใช้เพื่อเป็นมือที่สาม แม่เจ้าโว้ยคิดไม่ถึงว่าผู้ชายก็เอากับเขาด้วย”

ผู้คนทั้งหมดก็ต่างพากันดูถูกเหยียดหยาม ตะโกนด่าหยางเทียนโย่วกับป้าสะใภ้ใหญ่กันอย่างประเจิดประเจ้อ ทั้งสองถูกด่าจนสีหน้าแทบจะดูไม่ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนรับมือไม่ทัน ไม่รู้ว่าจะพูดแก้ตัวอย่างไรดี

ฟังจือหันสีหน้าเย็นเยือก นัยน์ตาฉายแววความรำคาญ ไม่อยากจะให้ความสนใจกับคนพวกนั้นอีกจึงโอบอวี๋กานกานค่อยๆ เดินจากไป

จังหวะการเดินไม่ช้าไม่เร็ว สง่างามเป็นธรรมชาติ ใครเห็นล้วนต้องนึกว่าพวกเขาเป็นคู่รักกันจริงๆ

ตลอดทางอวี๋กานกานทำตัวเป็นภรรยาที่น่ารักและเชื่อฟัง จนถึงจุดที่พ้นจากรัศมีสายตาผู้คน จึงหัวเราะแหะๆ “ละครจบแล้ว นายเลิกโอบได้แล้ว”

ฟังจือหันยังคงโอบแน่นไม่ปล่อย ริมฝีปากได้รูปสวยขยับเบาๆ “ใครบอกเธอว่ากำลังแสดงละคร”

อวี๋กานกานคิดไอเดียดีๆ ขึ้นได้ วินาทีถัดมาก็ร้อง ซี้ด ออกมาอย่างเจ็บปวด พูดอย่างทรมานว่า “ไม่ว่านายจะแสดงหรือไม่ได้แสดง นายช่วยคลายมือก่อนได้ไหม ถ้ายังอยู่ในท่านี้อีก เอวฉันได้หักแน่ๆ”

ฟังจือหันชำเลืองมองครู่หนึ่งจากนั้นก็คลายมือลงในทันที สัมผัสอบอุ่นบนฝ่ามือที่จู่ๆ ก็จางหายไป ทำให้ในใจของเขาเกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

อวี๋กานกานพูด “ด้านหน้ามีร้านกาแฟ พวกเราไปนั่งพักก่อน จะได้คุยเรื่องที่ฉันกับนายรู้จักกันได้ยังไงด้วย ฉันถามคุณหมอมาแล้ว ฉันความจำเสื่อมจริงๆ จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง”

ฟังจือหันมองลึกเข้าไปในดวงตาของอวี๋กานกาน ราวกับว่าจะมองเธอให้ทะลุปรุโปร่งไปทั้งตัว

อวี๋กานกานกลืนน้ำลายลงไปหนึ่งอึกอย่างประหม่า รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ที่ถูกล่าแล้วขังเอาไว้ในกรงของฟังจือหัน

ซวยจริงๆ เวลาเดินผ่านไปแล้วหนึ่งนาทีกับอีกหนึ่งวินาที นานราวกับผ่านไปแล้วศตวรรษหนึ่ง

อวี๋กานกานคิดว่าฟังจือหันคงไม่พูดอะไร ทันใดนั้นเองกลับได้ยินเสียง “อือ” เบาๆ จากฟังจือฟัน จากนั้นเขาจึงพาเธอไปที่ลานจอดรถ

รถที่อยู่ตรงหน้า ทำให้อวี๋กานกานค่อนข้างประหลาดใจ เมื่อตอนบ่ายวางมาดซะเท่ห์ กะอีแค่มาโรงพยาบาลยังต้องพาบอดี้การ์ดมาด้วย เหมือนกับพวกซีอีโอบ้าอำนาจ อวี๋กานกานนึกว่าตัวเองจะได้นั่งลัมโบกินี่ ไม่ก็มายบัค หรือโรลส์-รอยซ์เสียอีก นึกไม่ถึงว่าจะเป็นรถจี๊ปพังๆ

ตกลงหมอนี่เป็นใครกันแน่

เป็นคุณชายเย็นชาในนิยายแนวซีอีโอบ้าอำนาจ?

หรือเจ้าชายรถแทรกเตอร์ที่อาศัยอยู่ในชนบท?

devc-75d0bbbd-32992ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 009 ตอนที่ 9