ยัยจอมกวนป่วนหัวใจนายไอดอล ตอนที่ 23
ตอนที่ 23 จูบทีเผลอ (1)
เหอจยาอวี๋ยิ้มอย่างอ่อนโยน ฉือหยวนเฟิงดูท่าทางอิจฉาขณะที่เซิ่งอี่เจ๋อมีหน้าตาเฉยเมย
เจ้เขอเคอบอก “พวกเขาจะน้ำหนักขึ้นน่ะถ้าทานเยอะเกินไป ซึ่งจะทำให้ดูไม่ดีเวลาอยู่หน้ากล้อง” หลังจากอธิบายเสร็จ หล่อนเธอก็สำทับอย่างจริงจัง “อย่าลืมออกกำลังกายประจำวันล่ะ แค่ขึ้นมาหนึ่งกิโลก็ทำให้ดูอืดต่อหน้ากล้องได้แล้ว! ดังนั้นเพื่อเห็นแก่อนาคตของพวกเธอเองก็จงจำไว้!”
ท่าทีของหล่อนเธอดูเหมือนกับครูที่ดุแข็งกร้าวและเข้มงวดจนทำให้อันซย่าซย่านึกสยอง ตอนนี้เธอรู้สึกค่อนข้างจะเห็นใจวงสตาร์รี่ไนต์ท์ขึ้นมาแล้วสิ
กลายเป็นว่าที่แท้... การเป็นไอดอลนี่ก็มันไม่ง่ายเลย...
แค่จะเติมท้องให้อิ่มยังไม่ได้... อู้ฮูหู อันซย่าซย่าคิดในใจและ “ไว้อาลัยร้องไห้” ให้กับพวกเขา
หลังจากทานกันไปได้ครึ่งทาง เจ้เขอเคอก็มีโทรศัพท์เข้ามาและรีบร้อนออกไป
ทันทีที่หล่อนเธอคล้อยหลัง เซิ่งอี่เจ๋อก็สั่งเธอทันที “อันซย่าซย่า”
“หือ?” เธอกำลังกินซุปปลาอันแสนอร่อยของพ่ออยู่
“เอาข้าวมาให้ฉันถ้วยนึง”
“ฉันด้วย!”
“อะแฮ่ม... ขอฉันถ้วยนึงด้วย”
หนุ่มหล่อทั้งสามกำลังมองเธออย่างหิวกระหาย ซึ่งทำให้ใจเธอใจละลาย
“โอเค...” เด็กสาวหัวเราะคิกคักพลางเติมข้าวให้พวกเขา
เธอมองดูพวกเขากินข้าวด้วยทัศนคติที่หลากหลาย ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าอันที่จริงแล้วพวกเขาต้องปิดบังตัวเองจากเจ้เขอเคอ!
ไม่ว่าในทีวีพวกเขาจะดูเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน แต่ที่จริงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากวัยรุ่นส่วนใหญ่เลย
ในใจเธอนั้น เธอได้ลดความเกลียดชังที่เคยมีต่อพวกเขาลงไปมากทีเดียว แม้แต่ความอยากที่จะสนับสนุนหรงเช่อไอดอลของเธอ ด้วยการคอยตามกระแนะกระแหนทั้งสามตามโซเชียลมีเดียก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน
-
อันซย่าซย่าหลับไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายเพราะการมีเซเล็บทั้งสามมาอาศัยอยู่ในบ้านของเธอ
วันต่อมา
หญิงสาวตื่นขึ้นเพราะเสียงเรียกเข้ามือถือ พลิกตัวอย่างหงุดหงิดบนเตียง เธอกดรับ “ฮัลโหล? ใครน่ะ?”
น้ำเสียงทุ้มน่าฟังของเซิ่งอี่เจ๋อดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ “อันซย่าซย่า เธอมีเวลาสามนาที มาหาฉันเดี๋ยวนี้”
“โธ่เฮ้อ... ฉันจะนอน”
“อ้อ นี่เธอลืมไปแล้วหรือไงว่ามีหน้าที่เป็นผู้ช่วยของฉัน? ก็ได้ ฉันจะไปหาลุงอัน บอกและให้เขาท่านจ่ายหนี้แทนเธอ!” เซิ่งอี่เจ๋อขู่อย่างเลือดเย็น
วิธีนี้ได้ผลอย่างประหลาด เพราะทำให้อันซย่าซย่ากระโดดผึลึงลงจากเตียงทันที เธอบ่นอู้อี้ “โทษทีมันเป็นความผิดฉันเอง... ฉันจะไป ไปเดี๋ยวนี้แหละ โอเคยังไหม?”
เธอล้างหน้าแปรงฟันด้วยตาสะลึมสะลือ ท่าทางเศร้าหมอง
ชาติก่อนเธอไปทำบาปทำกรรมอะไรเอาไว้นะ พระเจ้าถึงได้ส่งปีศาจร้ายตนนี้มาลงโทษเธอ?!
อันซย่าซย่าหยิบชุดเดรสมาใส่ก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดอย่างรีบเร่ง เซิ่งอี่เจ๋อกำลังนอนเล่นโทรศัพท์อย่างเกียจคร้านอยู่บนโซฟา
พอได้ยินเสียงเธอ เขาก็พูดเนิบๆ “เธอมาสายสองนาที”
อันซย่าซย่าเข้าไปหาเขาพลางพูดอย่างประจบสอพลอ “บอสอี่เจ๋อ เห็นใจฉันหน่อยเถอะนะ เสาร์อาทิตย์ใครเขาตื่นเช้ากัน? ว่าแต่อีกอย่าง อยากต้องการพบฉันเรื่องอะไรคะ?”
แสงอาทิตย์ในยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศสบานยักษ์ภายในห้อง ใบหน้าบอบบางของเธออยู่ใกล้จนได้กลิ่นตะไคร้อ่อนจาง เป็นเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึงสำหรับเซิ่งอี่เจ๋อ
จากนั้นครู่หนึ่งเขาก็ยืนขึ้น “ไปบริษัทกับฉัน ฉันต้องไปเอาของบางอย่าง คนขับรถรออยู่ข้างล่างแล้ว”
อันซย่าซย่าโอดครวญอีกครั้ง “นายก็ไปของนายเองได้นี่ ทำไม่ต้องให้ฉันไป...”
“คุณอัน กรุณาทำตัวให้สมกับเป็นผู้ช่วยอย่างที่เธอควรจะเป็นด้วย!” เซิ่งอี่เจ๋อยิ้มมุมปาก “ถ้าขืนยังทำตัวแบบนี้ ฉันจะถือว่าสัญญาเป็นโมฆะ แล้วเธอก็จะต้องจ่ายเงินคืนฉันในทันที!”
ทันทีที่เขายกเรื่องเงินมาพูด ความทระนงตัวของเธอก็ถูกกำราบลงโดยพลัน หญิงสาวน้อมศีรษะและเดินตามหลังเซิ่งอี่เจ๋อไปแต่โดยดี
เธอเชื่อฟังเหมือนแมวตัวน้อย
‘“ยิ่งทำตัวดีก็ยิ่งน่ารักนะ’” เซิ่งอี่เจ๋อคิด